- หน้าแรก
- ยุคใหม่แห่งเซียนดาบ
- ตอนที่ 7 ล่าพยัคฆ์
ตอนที่ 7 ล่าพยัคฆ์
ตอนที่ 7 ล่าพยัคฆ์
ตอนที่ 7 ล่าพยัคฆ์
ชิงหลินขี้เกียจจะไปใส่ใจเรื่องพรรค์นี้ และเขาก็ไม่อาจควบคุมมันได้
ทั้งในชาติภพก่อนและปัจจุบัน ชิงหลินไม่เคยมีความรู้สึกลึกซึ้งหรือประสบการณ์ด้านความรักมากนัก จึงไม่ค่อยเข้าใจความคิดของคนเหล่านี้เท่าใดนัก
เขาเคยชินกับพล็อตเรื่องน้ำเน่าประเภท 'เจ้ารักนาง แต่นางรักเขา แล้วเขากลับไม่ได้รักนาง แต่ไปรักนางอีกคนแทน!'
สำหรับชิงหลิน การฝึกเพลงดาบนั้นจับต้องได้มากกว่า ในเมื่อใจไร้นารี ดาบย่อมวาดออกได้อย่างเป็นธรรมชาติและเหนือชั้น
หลังจากรับส่วนแบ่งตามสิทธิ์และดื่มกินจนหมด ชิงหลินก็ไปที่ลานเพื่อฝึกเพลงดาบ เขาสัมผัสได้ว่าเลือดลมกำลังเร่งกระบวนการขัดเกลากายา และพละกำลังก็เพิ่มพูนขึ้น
น่าเสียดาย แม้สำนักยุทธ์จะรับประกันเรื่องเนื้อสัตว์ แต่ทรัพยากรสำหรับการขัดเกลากายานั้นต้องแบ่งปันกันทั่วถึง ทำให้ส่วนที่ตกถึงแต่ละคนมีเพียงน้อยนิด ต่อให้มีเงินก็หาซื้อเพิ่มไม่ได้
ชิงหลินส่ายหน้า แล้วหันมาจดจ่อกับการฝึกเพลงดาบ
[+1, +1, +1...]
ชิงหลินชื่นชอบชีวิตที่สงบเรียบง่ายเช่นนี้ยิ่งนัก
อนิจจา ชีวิตคนเราจะขาดเรื่องตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ ไปได้อย่างไร?
ในช่วงบ่าย ศิษย์พี่สี่หลี่หลินเดินเข้ามาบอกว่ามีคนจากหมู่บ้านหลินเหอมาขอพบ ชิงหลินออกไปดูก็พบว่าเป็นลุงใหญ่ เฉินเหลียงหยวน ที่กำลังยืนคุยอยู่กับชิงสือ
ชิงหลินหันไปบอกกล่าวหลี่หลินเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสามจะเดินมุ่งหน้าไปยังที่พักของเขา
"ท่านลุงใหญ่ มีเหตุอันใดหรือขอรับถึงได้มาหา?" ระหว่างเดิน ชิงหลินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เฮ้อ... เอ้อหนิวคนในหมู่บ้านตายแล้วน่ะสิ มีเสือโคร่งตัวใหญ่เข้ามาป้วนเปี้ยนที่ภูเขาหลังหมู่บ้าน เอ้อหนิวไปตัดฟืนแล้วโชคร้ายไปเจอเข้า เฮ้อ...!"
"ผู้ใหญ่บ้านวานให้ข้ามาตามเจ้า ให้ช่วยหาคนในสำนักยุทธ์ไปจัดการเสือร้ายตัวนั้นที ทางหมู่บ้านจะลงขันช่วยกันจ่ายค่าจ้างให้จอมยุทธ์เอง"
"ตอนนี้มีเสือใหญ่อยู่ ชาวบ้านต่างอกสั่นขวัญแขวน กลัวว่าวันดีคืนดีมันจะบุกเข้ามาในหมู่บ้าน" พูดถึงตรงนี้ เฉินเหลียงหยวนก็ดูตื่นตระหนกไม่น้อย
"ท่านลุงใหญ่ ไม่ต้องตื่นตระหนกไป เรื่องนี้หลานชายท่านจัดการเองขอรับ" ชิงหลินฟังจบ เข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง
ก็แค่สัตว์ร้ายธรรมดาตัวหนึ่ง ต่อให้เป็นเสือโคร่ง ด้วยความสามารถระดับจอมยุทธ์ของชิงหลินในตอนนี้ ประกอบกับธนูแข็งสักสามตั้นขึ้นไป ย่อมไม่ใช่ปัญหา
"ชิงหลิน เจ้าอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่ามเชียว เกิดอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร" เฉินเหลียงหยวนได้ยินเข้าก็นึกว่าชิงหลินคุยโว จึงรีบห้ามปราม
"เชื่อข้าเถอะท่านลุง ต่อให้ฆ่าเสือตัวนั้นไม่ได้ แต่การถอยหนีอย่างปลอดภัยย่อมไม่มีปัญหา รับรองว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ แน่นอน"
"ทว่า ข้ายังขาดธนูดีๆ สักคัน" หากไร้ธนูแข็ง ชิงหลินอาจไม่มั่นใจว่าจะกำราบเสือได้ แต่เรื่องเอาตัวรอดย่อมไม่มีปัญหา
เพียงแต่กล้ามเนื้อของเสือหนาแน่นเกินไป และเขาไม่มีดาบคมกริบ มิเช่นนั้นหากได้ถือดาบยาวสักเล่ม เขาก็พร้อมจะบวกกับเสือร้ายตัวต่อตัว
หากจนตรอกจริงๆ เขาก็ยังมีท่าไม้ตาย...สไลด์หนอน!
เฉินเหลียงหยวนฟังแล้วก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องจอมยุทธ์นัก รู้แต่เพียงว่าเก่งกาจมาก ด้วยความเป็นห่วงหลานชายจึงอดซักไซ้ไม่ได้
อีกทั้งเขาเพิ่งทราบจากชิงสือว่าหลานชายของตนเป็นจอมยุทธ์แล้ว จ้างคนอื่นก็คือจ้าง จ้างหลานตัวเองก็คือจ้างเหมือนกัน
"ไม่ต้องห่วงขอรับท่านลุง" พูดจบ เขาก็พาทั้งสองมุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็กท้ายถนน
ร้านตีเหล็กท้ายถนนมีช่างตีเหล็กแซ่เฉา รูปร่างสูงใหญ่ กำลังง้างค้อนขึ้นสูงแล้วฟาดลงเต็มแรง ประกายไฟแตกกระเซ็นไปทั่วทิศ
ทุกค้อนที่ฟาดลงบนทั่งเหล็กแม่นยำราวจังหวะดนตรี เต็มไปด้วยพลังและความหนักแน่น
เมื่อทั้งกลุ่มเดินเข้ามาในร้าน เด็กหนุ่มวัยสิบห้าสิบหกปีก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ
"นายท่าน ต้องการสิ่งใดขอรับ?"
"มีธนูแรงดึงสามตั้นขึ้นไปหรือไม่?"
"มีขอรับ มีทั้งสามตั้น สี่ตั้น และห้าตั้น ท่านต้องการแบบใด?"
"ราคาเท่าไหร่บ้าง?"
"สามตั้น แปดร้อยอีแปะ สี่ตั้น หนึ่งพันสามร้อยอีแปะ และห้าตั้น สองพันอีแปะขอรับ"
"เอาธนูสี่ตั้นกับห้าตั้นมาให้ข้าดูหน่อย"
"เชิญทางนี้ขอรับ"
พูดจบเขาก็พาชิงหลินเข้าไปดูธนูและลูกธนูในร้าน ชิงหลินลองง้างธนูทั้งสองคัน เด็กหนุ่มมองชิงหลินด้วยความทึ่ง
"หากนายท่านรับธนูห้าตั้น ทางร้านแถมลูกธนูเหล็กกล้าให้อีกสิบสองดอกขอรับ"
...โดนฟันหัวแบะซะแล้ว เขามีเงินติดตัวแค่สี่ห้าตำลึง นี่ก็ปาเข้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว
แต่ทว่า หากปรารถนาความสำเร็จ ก็ต้องลับคมอาวุธให้พร้อม! หากมัวเสียดายเงินทอง ก็คงไม่อาจจับเสือได้
"ข้าเอาธนูห้าตั้นคันนี้!"
เขาจ่ายเงิน รับธนูและลูกธนูมา แถมยังได้ซองใส่ลูกธนูมาอีกอัน ชิงหลินไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
เขาแวะซื้อของกระจุกกระจิกตามทาง จากนั้นกลับไปเก็บข้าวของ แล้วติดตามเฉินเหลียงหยวนกลับหมู่บ้านหลินเหอ
หมู่บ้านหลินเหอ
เขานำของฝากมาให้บิดามารดา น้องชาย และน้องสาว ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากินมื้อเย็นอย่างมีความสุข
เฉินเสี่ยวเสี่ยวกับเฉินชิงอวิ๋นหยอกล้อกันเล่น สักพักก็ได้ยินเสียงร้องไห้จ้าของเฉินเสี่ยวเสี่ยว
เฉินเสี่ยวเสี่ยวที่ทั้งซุ่มซ่ามและขี้เล่น ชิงอวิ๋นที่คอยแก้ตัวเป็นพัลวัน และมารดาหยางซิ่วที่อุ้มเฉินเสี่ยวเสี่ยวพลางดุชิงอวิ๋น
เฉินเหลียงอู่และชิงหลินนั่งคุยกันอยู่ข้างๆ สองพ่อลูกคุ้นชินกับภาพเหตุการณ์นี้ในบ้านดี
เฉินเหลียงอู่มองบุตรชายคนโต ตั้งแต่ไปอยู่ในเมือง เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก บทสนทนาระหว่างพ่อลูกก็กว้างขวางขึ้นตามไปด้วย...
วันรุ่งขึ้น ชิงหลินเข้าป่า โดยมีสมาชิกตระกูลเฉินหลายคนรอฟังข่าวอยู่ชายป่า
"เจ้าว่าลูกชายเจ้าอู๋จะฆ่าเสือใหญ่ตัวนั้นได้จริงหรือ...?"
"ได้ยินว่ากระดูกของหลี่เอ้อหนิวป่านนี้ยังหาไม่เจอเลยนะ"
"ใครจะไปรู้ล่ะว่าจริงไหม...?"
ลึกเข้าไปในขุนเขา
ในป่าทึบ ต้นไม้โบราณสูงตระหง่าน กิ่งก้านบิดเบี้ยวราวกับมังกรขดตัว ทำให้ป่าแห่งนี้ดูดูลึกลับยิ่งขึ้น
ชิงหลินเดินไปตามทางคดเคี้ยว รอบด้านรายล้อมด้วยพุ่มไม้ที่ปกคลุมด้วยหมอกบางๆ
หมอกยามเช้ายังไม่จางหายดี มองเห็นลานหินโล่งเตียนตะไคร่น้ำจับเขียวครึ้มอยู่ไกลๆ ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวแห่งกาลเวลา
ชิงหลินแกะรอยเสือไประหว่างทาง ค่อยๆ เคลื่อนตัวลึกเข้าไปในป่าตามร่องรอยที่พบ
ชาวบ้านที่เข้ามาตัดฟืนมักจะไม่เข้าไปลึกมากนัก ดังนั้นจุดที่พบเจอเสือย่อมอยู่ไม่ไกล
ชิงหลินค้นหาอย่างละเอียด ทันใดนั้นก็หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแผ่วเบา
เขารีบเร้นกายขึ้นไปบนยอดไม้
ในป่าดิบทึบ เขาเพ่งมองฝ่าความรกชัฏ เห็นร่างมหึมาโผล่ออกมาจากพุ่มไม้
เมื่อมองตามสายตาของมันไป ก็พบหมูป่าตัวหนึ่งกำลังหากินอยู่ตามลำพัง
เจ้าหมูตายอดตายอยาก ดูท่าพี่น้องคงไม่ต้องตามกลับไปกินข้าวเย็นแล้วล่ะ
พยัคฆ์ร้ายกำลังซุ่มรอจังหวะอยู่ลึกเข้าไปในดงไม้
ทันใดนั้น เงาร่างปราดเปรียวก็พุ่งวาบราวสายฟ้าแลบ กระโจนออกมาอย่างไม่ลังเล ขย้ำเข้าที่ลำคอของหมูป่า!!
หมูป่ากรีดร้องลั่น ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่อาจหลุดพ้นจากคมเขี้ยวพยัคฆ์ สุดท้ายก็สิ้นใจตายด้วยความหวาดกลัว
เสือร้ายใช้กรงเล็บหน้าอันทรงพลังกดร่างหมูป่าไว้ อ้าปากที่เต็มไปด้วยคราบเลือดฉีกกระชากเนื้อหมูป่ากิน
ปากของมันค่อยๆ คลายออก หยดเลือดสดๆ ไหลย้อยจากมุมปาก แววตาฉายแววอำมหิตและพึงพอใจ
ชิงหลินยิ่งเพิ่มความอดทน รอคอยอย่างเงียบเชียบให้มันกินจนอิ่ม พลางเล็งหามุมยิงที่ดีที่สุด
สายธนูดีดผึงกึกก้องราวกัมปนาท เสียงทุ้มต่ำของคันธนูสะท้อนก้องไปทั่วป่า
โฮก!!!
ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนและคำรามด้วยความโกรธแค้นของเสือร้าย เสียงคำรามดังกึกก้องปานฟ้าผ่า! ลูกธนูเหล็กกล้าปักคาอยู่ที่ตาซ้ายของมัน!
ยังไม่ทันที่มันจะได้เห็นตัวศัตรู ลูกธนูเหล็กกล้าอีกดอกก็พุ่งสวนเข้าไปในปากที่กำลังอ้าคำราม แรงส่งอันมหาศาลเจาะทะลุสมองของเสือร้าย พุ่งทะลุออกทางด้านหลัง!!!
เสียงคำรามเงียบหายไปอย่างฉับพลัน เหลือเพียงเสียงครางหงิงๆ เสือโครงร่างยักษ์นอนแน่นิ่งอยู่ในป่า ดวงตาพยัคฆ์เบิกโพลงด้วยความงุนงง ก่อนจะค่อยๆ ปิดลงอย่างไม่ยินยอม
"ให้เจ้ากินจนอิ่มก่อนตาย ถือว่าได้เป็นผีอิ่มแล้วนะ" ชิงหลินคิดในใจ รู้สึกว่าตนเองช่างมีเมตตาธรรมเหลือเกิน
[จบตอน]