- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 136 ย้ายบ้านแล้ว? ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย!
ตอนที่ 136 ย้ายบ้านแล้ว? ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย!
ตอนที่ 136 ย้ายบ้านแล้ว? ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย!
"บังเอิญจัง คุณก็ทำงานที่ 749 เหมือนกันเหรอคะ!"
หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเย่ไป๋ หน้าตาสะสวย ผมซอยสั้นรับกับใบหน้า ยิ่งสวมเครื่องแบบตำรวจด้วยแล้ว ยิ่งดูทะมัดทะแมงและสง่างาม
"ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันทำงานที่ 749 หรอกค่ะ แต่อาเขยของฉันทำอยู่ที่นั่น ฉันเลยพอจะคุ้นเคยกับ 749 อยู่บ้าง!"
หญิงสาวผู้นั้นมองเย่ไป๋ แววตาแฝงไปด้วยการพินิจพิเคราะห์อย่างแนบเนียน
อันที่จริง สายตาทำนองนี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มช่วงสลับคู่สนทนาแบบรวดเร็วแล้ว เย่ไป๋สัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่คอยกวาดมองมาที่เขาเป็นระยะ
แม้เขาจะเป็นนายทหารสายเทคนิค แต่อย่างน้อยก็เคยผ่านการฝึกฝนด้านการต่อต้านการสะกดรอยและการสอดแนมมาอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะจับสังเกตการจ้องมองเหล่านี้
เพียงแต่... ทำไมต้องจ้องเขาเป็นพิเศษด้วยล่ะ?
เย่ไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
คนหล่อในงานนี้มีเยอะแยะ เย่ไป๋ก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น
ทุกคนต่างสวมเครื่องแบบ แต่ถอดอินทรธนูบอกยศออก ดังนั้นเรื่องตำแหน่งและอำนาจก็น่าจะตัดออกไปได้
คิดไปคิดมา เย่ไป๋ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้
จนกระทั่งช่วงเปลี่ยนที่นั่งเริ่มขึ้น เมื่อเขาถือป้ายชื่อที่มีคำว่า เย่ไป๋ ไปนั่งลงที่โต๊ะอีกตัวหนึ่ง เขาจับสังเกตได้อย่างรวดเร็วว่า หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองป้ายชื่อของเขาด้วยแววตาตื่นเต้นยินดี แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม
เย่ไป๋เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้ว
เขาใช้เวลาอยู่ในสถาบัน 749 ไม่มากนัก แต่พอกลับมาครั้งนี้ ผู้บริหารทั้งระดับเล็กและใหญ่ในสถาบันต่างก็พากันมาถามเลียบๆ เคียงๆ ว่ามีแฟนหรือยัง ให้แนะนำให้ไหม
ตอนนั้นหัวหน้าวิศวกรหยางยังพูดล้อเล่นขำๆ ว่า
“ตอนนี้แกกลายเป็น ไอ้หนุ่มโสดเนื้อหอมระดับยอดมงกุฏประจำสถาบัน 749 ไปแล้วนะ คนที่อยากจะเป็นพ่อสื่อแม่ชักวิ่งเต้นใช้เส้นสาย เข้ามาหาแกกันให้ควั่ก!”
เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เย่ไป๋ก็อดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่ได้ว่า
"ที่แท้ก็แบบนี้เอง!"
หลังจากช่วงสลับคู่สนทนาผ่านพ้นไป ก็มาถึงช่วงอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์
เย่ไป๋ตั้งใจว่าจะใช้เวลาช่วงนี้อย่างเงียบสงบ แต่กลับพบว่าเหล่าหญิงสาวที่จ้องเขามานาน ตัดสินใจทิ้งความขัดเขิน และพากันเข้ามาห้อมล้อมเขาอย่างรวดเร็ว
"สะดวกให้แอดวีแชทไหมคะ?"
ตำรวจสาวมาดเท่เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีจริตมารยา
"คุณเป็นวิศวกรของสถาบัน 749 ใช่ไหมคะ ฉันมีปัญหาทางเทคนิคบางอย่างอยากจะขอคำชี้แนะจากคุณหน่อยค่ะ"
นี่คือสาวน้อยที่ใช้วิธีเดินอ้อมเพื่อตรงเข้าจุดแบบเนียนๆ
สรุปสั้นๆ ก็คือ การถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มหญิงสาวทำให้เย่ไป๋กลายเป็นจุดสนใจของงานไปโดยปริยาย
ไม่ไกลจากนั้น ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งมองดูหญิงสาวที่ตัวเองหมายปองเดินเข้าไปร่วมวงล้อมนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะถามคนข้างๆ ด้วยน้ำเสียงเจือความอิจฉาว่า
"หมอนั่นเป็นใครกัน หน้าตาก็งั้นๆ ทำไมถึงดึงดูดสาวๆ ได้ขนาดนี้?"
"ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่จากการสังเกตของผม ทางบ้านคงจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา แถมสาวๆ พวกนี้ดูเหมือนจะตั้งใจมาเพื่อเขาโดยเฉพาะด้วยสิ แบ็กกราวด์คงจะใหญ่โตน่าดู..."
อัยการหนุ่มวิเคราะห์ให้ฟัง
ดูเหมือนจะได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ ชายหนุ่มในชุดทหารที่รู้ตื้นลึกหนาบางเดินเข้ามา
นายทหารหนุ่มมองไปยังเย่ไป๋ที่ถูกรุมล้อม ก่อนที่จะยิ้มแล้วส่ายหัว แล้วเขาก็ไขข้อข้องใจให้ทั้งสองคนฟัง
"นั่นคือหัวหน้าวิศวกรเย่ แห่งสถาบัน 749 อายุยังไม่ถึง 30 แว่วๆ ว่ากำลังจะได้ติดยศพันเอกแล้ว เหรียญรางวัลชั้นหนึ่งส่วนบุคคลก็ได้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 เหรียญ เกียรติยศอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง!"
อายุไม่ถึง 30?
ว่าที่พันเอก?
เหรียญชั้นหนึ่งส่วนบุคคลมากกว่า 2 เหรียญ?
ตำรวจหนุ่มและอัยการหนุ่มหันมาสบตากัน ต่างมองเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย
ในยุคที่บ้านเมืองสงบสุขแบบนี้ ต่อให้เป็นนิยายก็ยังไม่กล้าเขียนประวัติเวอร์วังขนาดนี้เลย มันเกินจริงไปมาก
"ดูท่า ทางบ้านของท่านนี้คงจะเส้นใหญ่ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ว่าแซ่เย่..."
อัยการหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหัว นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นลูกหลานตระกูลไหน
"ไม่ต้องเดาหรอก!"
นายทหารหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะมองไปที่เย่ไป๋ด้วยสายตาชื่นชมและเทิดทูน และกล่าวด้วยน้ำเสียงยกย่องว่า
"หัวหน้าวิศวกรเย่ ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเองล้วนๆ ครับ"
พูดจบ นายทหารหนุ่มก็หันไปมองตำรวจหนุ่ม แล้วพูดต่อ
"ถ้านายเป็หน่วยสวาทหรือตำรวจติดอาวุธ นายก็น่าจะเคยสัมผัสกับชุดเกราะหลงเวยมาบ้าง ตอนนี้ข้อมูลถูกปลดล็อกชั้นความลับแล้ว บอกไปก็คงไม่เป็นไร ชุดเกราะหลงเวยที่ว่านั่น ก็คือยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคลแบบใหม่ที่หัวหน้าวิศวกรเย่วิจัยและออกแบบด้วยตัวคนเดียว!"
คุณพระช่วย!
ตำรวจหนุ่มและอัยการหนุ่มต้องตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง
ชื่อเสียงเรียงนามของชุดเกราะเสริมกำลังโครงกระดูกภายนอกหลงเวยต่อให้ไม่เคยสัมผัสของจริง แต่ขอแค่ติดตามข่าวสารยุทโธปกรณ์ทางทหารสักหน่อย ย่อมต้องรู้จักชุดเกราะส่วนบุคคลที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกชุดนี้
เมื่อไม่นานมานี้ พื้นที่แห่งหนึ่งประสบภัยแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ริกเตอร์ เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยอยู่กลางหุบเขา และเส้นทางเข้าออกถูกดินถล่มปิดทับ ทำให้กองกำลังกู้ภัยไม่สามารถเข้าไปได้สะดวก
ในเวลานั้นเอง กองทหารหน่วยหนึ่งที่สวมใส่ชุดเกราะหลงเวยครบชุด ได้เดินเท้าเข้าไปถึงจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอย่างรวดเร็ว และสามารถปฏิบัติภารกิจกู้ภัยได้สำเร็จโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรหนักใดๆ
จากภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่หลุดออกมา ทหารที่สวมชุดเกราะหลงเวยสามารถยกของหนักที่ปกติต้องใช้เครื่องจักรยกได้อย่างสบายๆ ทำให้การกู้ภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว
มิน่าล่ะ อายุยังไม่ถึง 30 ก็ได้เลื่อนเป็นพันโทแล้ว (และกำลังจะเป็นพันเอก) บุคลากรที่สร้างคุณูปการอันโดดเด่นให้แก่ประเทศชาติขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ได้เลื่อนยศ แล้วใครจะได้เลื่อน?
ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ จะได้กลิ่นความสำเร็จแล้ววิ่งเข้าหากันขนาดนั้น
พันเอกในวัย 30 ปี หมายความว่ายังไง?
เกรงว่าคนจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตยังไปไม่ถึงระดับนี้
ตำรวจหนุ่มอดไม่ได้ที่จะพูดติดตลก
"นี่ถ้าผมเป็นผู้หญิง ผมก็คงพุ่งเข้าไปเหมือนกัน!"
นี่ไม่ใช่การแสวงหาอำนาจ แต่เป็นการบูชาผู้แข็งแกร่ง
ส่วนเย่ไป๋ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง กำลังรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างยากลำบาก
สาวๆ เหล่านี้ล้วนเป็นคนดี หน้าตาดี หุ่นดี การศึกษาสูง ชาติตระกูลดี
แต่น่าเสียดายที่เย่ไป๋ ไม่รู้สึกสนใจเลยสักนิด
ด้วยเหตุนี้ หลังจากหาข้ออ้างขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เย่ไป๋ก็บอกลากับผู้รับผิดชอบงานเจ้าภาพสั้นๆ แล้วชิ่งหนีออกมาทันทีโดยไม่ลังเล
เขาไม่ได้กลับไปที่สถาบัน 749 เพราะขืนกลับไปแล้วโดนพวกผู้บริหารจับได้ คงมีเรื่องวุ่นวายตามมาอีกระลอกแน่
เย่ไป๋จึงกลับไปที่ห้องพักของตัวเองในหมู่บ้านหรงจวิน เก็บเสื้อผ้าของใช้ประจำวันใส่กระเป๋า แล้วตรงดิ่งไปซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านเกิดทันที
เมื่อเย่ไป๋กลับมาถึงบ้านเกิด ทันทีที่ก้าวเข้าสู่หมู่บ้าน ลุงยามที่เฝ้าประตูทางเข้าก็รีบเข้ามาดึงตัวเขาไว้
"หนูเย่ หนูเย่!"
ลุงยามดึงแขนเขาไว้ แล้วพูดกลั้วหัวเราะ
"นี่เอ็งไม่รู้เหรอ บ้านเอ็งย้ายไปแล้วนะ พ่อเอ็งไม่ได้บอกเรอะ?"
เย่ไป๋ได้ยินดังนั้นก็ยืนอึ้งไปทันที
ย้ายบ้านแล้ว?
เรื่องนี้เขาไม่รู้จริงๆ!