- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 97 งานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารในต่างแดน!
ตอนที่ 97 งานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารในต่างแดน!
ตอนที่ 97 งานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารในต่างแดน!
“ท่านจะให้ผมไปเข้าร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารอะไรนั่นที่ประเทศรัสเซียเหรอครับ?”
เย่ไป๋ขมวดคิ้ว เอ่ยถามผ่านโทรศัพท์อย่างไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
“ถูกต้อง!”
อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ ผู้นำกรมสรรพาวุธนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่งแล้วพ่นควันอัด ก่อนกล่าว
“นี่เป็นแผนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับทางฝั่งรัสเซียที่วางแผนไว้นานแล้ว เพียงแต่ในส่วนของการส่งบุคลากรไป ฉันแค่เพิ่มชื่อนายเข้าไปชั่วคราว”
หลังจากฟังคำพูดของผู้นำจบ คิ้วของเย่ไป๋ก็ขมวดเข้าหากันเป็นรูปกากบาท เขารู้สึกไม่เข้าใจจริงๆ
ในตอนนี้ ไวท์แฟลชได้เข้าสู่ช่วงการผลิตแล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็จะสามารถเริ่มการประกอบและปรับจูนครั้งแรกได้แล้ว ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ จู่ๆ จะให้เขาไปเข้าร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารอะไรนั่น มันไม่เสียเวลาเปล่าเหรอ!
ขณะที่เย่ไป๋กำลังขบคิดว่าจะใช้เหตุผลอะไรปฏิเสธดี ก็ได้ยินเสียงของผู้นำดังมาจากในโทรศัพท์อีก
“นายไม่ต้องปฏิเสธแล้ว ครั้งนี้ทางฝั่งประเทศรัสเซียระบุชื่อเชิญนายมาเป็นพิเศษ และยังตกลงที่จะเปิดโครงการหุ่นยนต์เลสโกสเลให้นายเข้าชมด้วย นี่มันไม่ใช่โอกาสที่ดีหรอกเหรอ?”
เลสโกสเลก็คือชื่อของเฮฟวี่หุ่นยนต์ที่ประเทศรัสเซียจัดตั้งโครงการขึ้นมานั่นเอง
คำปฏิเสธมาถึงริมฝีปากของเย่ไป๋แล้ว แต่ในวินาทีนี้เขากลับกลืนมันกลับลงไปอย่างแข็งขัน
สำหรับเลสโกสเล ถ้าบอกว่าไม่อยากรู้เลยนั่นก็คงเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้ในเมื่อประเทศรัสเซียใจกว้างเปิดให้เขาเข้าชมขนาดนี้ ถ้าไม่ไปดูสักหน่อย จะไปเกรงใจกับความหวังดีของพวกเขาแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ เย่ไป๋ก็กล่าวว่า
“ผมเข้าใจแล้วครับท่านผู้นำ ผมจะรีบจัดการงานในมือเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
หลังจากวางสายโทรศัพท์ เย่ไป๋ก็เรียกประชุมด่วนทันที
โชคดีที่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวเครื่อง และยังมีการสนับสนุนทางเทคโนโลยีทฤษฎีที่สอดคล้องกันอยู่ หากเป็นช่วงประกอบและปรับจูน เย่ไป๋ไม่มีทางจากไปไหนเด็ดขาด ต่อให้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันก็ตาม
หลังจากอธิบายสถานการณ์แล้ว เย่ไป๋ก็ส่งมอบงานในมือต่อ
วันรุ่งขึ้น เย่ไป๋ที่อยู่ที่ฐานโครงการมาหนึ่งปี ก็ได้ออกจากทะเลทรายอันกว้างใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรก
จนกระทั่งรถยนต์ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งขับออกจากฐานทัพไปแล้ว เย่ไป๋ถึงได้ตระหนักรู้ขึ้นมาทันทีกล่าวว่า
“ไม่รู้เลย ว่าฐานทัพกลับขยายใหญ่โตขนาดนี้ไปแล้ว!”
ทหารที่รับผิดชอบขับรถยิ้มๆ กล่าวว่า
“ท่านผู้การครับ ท่านอาจจะไม่รู้ พื้นที่ฐานทัพของเรานับวันยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายังพัฒนาต่อไปแบบนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะไปถึงขนาดของเมือง 404 นั่นเลยก็ได้นะครับ!”
เย่ไป๋หลังจากฟังคำพูดของทหาร ก็เพียงแค่ส่ายหน้าเงียบๆ
เมือง 404 คือฐานวิจัยและพัฒนาที่ประเทศจีนจัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับโครงการนิวเคลียร์ ต่อมาเพราะมีเจ้าหน้าที่และครอบครัวจำนวนมาก บวกกับเหตุผลด้านการรักษาความลับ จึงค่อยๆ กลายเป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งที่หาไม่เจอบนแผนที่ของประเทศจีน
แต่หลังจากที่ประเทศจีนพัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โครงการ 404 ก็ถูกเปิดเผยออกมา ทุกคนถึงได้รู้ว่า มีวีรบุรุษมากมายที่ซ่อนชื่อซ่อนแซ่อยู่ที่นี่นานถึงสามสิบปี ก็เพื่อกิจการป้องกันประเทศของประเทศจีน
และวงจรการก่อสร้างของไวท์แฟลชย่อมไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนั้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าหลังจากก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ฐานโครงการแห่งนี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไรต่อ?
ท่ามกลางความคิดฟุ้งซ่านอยู่พักหนึ่ง เย่ไป๋ก็ได้ขึ้นเครื่องบินพิเศษที่กรมสรรพาวุธส่งมารับเขาโดยเฉพาะที่สนามบินทหารแห่งหนึ่ง
ถูกต้อง ครั้งนี้เย่ไป๋ได้นั่งเครื่องบินพิเศษของแท้แน่นอน
ส่วนสาเหตุ ก็เกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ ของเย่ไป๋ในช่วงหลายปีมานี้
สรุปก็คือ เย่ไป๋ในตอนนี้นั้น ยังไม่เหมาะที่จะปรากฏตัวในสายตาของสาธารณชน
หลังจากใช้เวลาบินหลายชั่วโมง เย่ไป๋ก็ลงจอดที่เมืองหลวง
ในตอนนี้ แม้จะยังไม่ถึงฤดูร้อน แต่เมืองหลวงก็เริ่มมีกลิ่นอายของคลื่นความร้อนระลอกแรกแล้ว
ที่กรมสรรพาวุธ เย่ไป๋ได้พบกับบุคลากรที่จะเดินทางไปงานประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารที่ประเทศรัสเซียในครั้งนี้
ผู้นำจากกรมสรรพาวุธเป็นหัวหน้าทีม ที่เหลือล้วนเป็นเสาหลักด้านเทคนิคจากหน่วยงานต่างๆ ในจำนวนนั้นก็รวมถึงผู้นำเก่าของเย่ไป๋ หัวหน้าหยางแห่งหน่วย 749 ด้วย
สถานที่ไม่เหมาะสม เย่ไป๋จึงทำได้เพียงแลกเปลี่ยนสายตาง่ายๆ กับหัวหน้าหยาง ส่วนความหมายที่แน่ชัดนั้น เกรงว่าแม้แต่พวกเขาเองก็คงพูดได้ไม่ชัดเจนนัก
หลังจากบุคลากรทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้ว ผู้นำกรมสรรพาวุธก็เรียกประชุมย่อย
ในที่ประชุม ผู้นำกล่าวว่า
“พวกคุณทุกคนล้วนเป็นบุคลากรผู้มีความสามารถโดดเด่นในแวดวงเทคโนโลยีอุตสาหกรรมทหารของประเทศเรา งานประชุมแลกเปลี่ยนครั้งนี้จะต้องตั้งใจดูตั้งใจเรียนให้มาก ประเทศรัสเซียตอนนี้ถึงแม้จะดู ตกต่ำไปบ้าง แต่ก็ยังมีมรดกเก่าก็ยังหนาแน่นน่าดู!”
การประชุมสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว
โดยรวมก็แค่พูดถึงขั้นตอนและกำหนดการของงานประชุมแลกเปลี่ยน รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ
หลังจากที่การประชุมสิ้นสุดลง หัวหน้าหยางก็ดึงตัวเย่ไป๋และอีกสองท่านเข้าไปในห้องรับรองห้องหนึ่ง
“นี่คือหัวหน้าวิศวกรหลี่จากสถาบันวิจัยวัสดุศาสตร์ ท่านข้างๆ คือศาสตราจารย์จั่วผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธระยะไกล”
หัวหน้าหยางแนะนำให้เย่ไป๋รู้จักง่ายๆ จากนั้นเขาก็หันไปยิ้มให้คนทั้งสอง
“ส่วนเย่ไป๋คนนี้คงไม่ต้องให้ผมแนะนำแล้วใช่ไหมครับ สองปีมานี้ในวงการอุตสาหกรรมทหารถือว่าร้อนแรงมาก ในระดับผู้นำแกนหลักก็ยังมีชื่อติดอยู่!”
เย่ไป๋เมื่อได้ยินหัวหน้าหยาง ยกยอเขาขนาดนี้ ก็รีบกล่าวถ่อมตนสองสามประโยค
หลังจากทำความรู้จักซึ่งกันและกันแล้ว หัวหน้าวิศวกรหลี่ก็กล่าวอย่างมีเจตนา
“น้องเย่ วัสดุใหม่สองสามอย่างที่เธอทำออกมาในช่วงสองปีมานี้น่ะ ทำเอาพวกเราที่ทำงานด้านวัสดุโดยเฉพาะละอายใจเลยนะ เมื่อไหร่จะว่างมาที่สถาบันวิจัย มาชี้แนะการทำงานให้พวกเราบ้างล่ะ?”
ไม่ว่าจะเป็นปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอนนิวเคลียร์ในตอนแรก หรือชุดเกราะหลงเวย รถขนส่งหุ่นยนต์แปลงร่าง และอุปกรณ์ส่งทางอากาศกองกำลังจู่โจมวงโคจรในภายหลัง หรือกระทั่งเฮฟวี่หุ่นยนต์ไวท์แฟลชในปัจจุบัน เย่ไป๋ล้วนใช้วัสดุชนิดใหม่จำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของเย่ไป๋ ในแวดวงเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ จึงไม่น้อยไปกว่าในวงการอุตสาหกรรมทหารเลยแม้แต่น้อย
“ชมเกินไปแล้วครับ ความสำเร็จเล็กน้อยของผมนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านแล้วไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงเลยครับ”
เย่ไป๋กล่าวอย่างถ่อมตน
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้พบหัวหน้าวิศวกรหลี่ แต่ชื่อของอีกฝ่ายเย่ไป๋กลับเคยได้ยินมามากกว่าหนึ่งครั้ง ท่านนี้คือกระดูกสันหลังหลักในแวดวงวัสดุศาสตร์ สร้างคุณูปการไว้มากมาย
หลังจากการชมเชยกันไปมาเชิงธุรกิจตามธรรมเนียมแล้ว ทั้งสี่คนก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกพักหนึ่ง เนื้อหาโดยรวมส่วนใหญ่ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับโครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์ในมือของเย่ไป๋
เฮฟวี่หุ่นยนต์เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในหลากหลายขอบเขต ดังนั้นเกือบทุกหน่วยงานจึงมีคนถูกคัดเลือกไป
เมื่อมีความสัมพันธ์ชั้นนี้ เย่ไป๋ก็พลันรู้สึกสนิทสนมกับคนทั้งสองมากขึ้นทันที
การแลกเปลี่ยนระหว่างบุคลากรสายเทคนิคนั้นบริสุทธิ์เสมอ ไม่ว่าจะทางซ้ายหรือทางขวาก็หนีไม่พ้นเรื่องเทคนิค
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงตอนเย็น โดยมีหัวหน้าหยางเป็นเจ้ามือทั้งสี่คนก็ได้ลิ้มรสเป็ดปักกิ่งเมนูพิเศษของเมืองหลวง
ในระหว่างนี้ยังเกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนเล็กน้อย
หลังจากเข้าไปในร้านเป็ดปักกิ่ง เย่ไป๋ก็พบกับซูจื่อหลิงที่ไม่ได้เจอกันนานโดยไม่คาดคิด
เจ้าหนูคนนี้ดูเหมือนกำลังกินเลี้ยงอยู่กับเพื่อนสนิทสองสามคน เย่ไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลยให้หัวหน้าหยางและคนอื่นๆ ไปที่ห้องส่วนตัวก่อน ส่วนตนเองก็ย่องไปอยู่ข้างหลังซูจื่อหลิงอย่างเงียบๆ
ซูจื่อหลิงกำลังกินอย่างตั้งใจไม่ได้สังเกตเห็นเย่ไป๋เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามซูจื่อหลิงชี้ให้ดู ซูจื่อหลิงถึงได้หันขวับกลับมา
“พี่เย่ไป๋!”
ซูจื่อหลิงร้องออกมาอย่างดีใจ และเตรียมจะลุกขึ้นยืน
เย่ไป๋รีบใช้มือกดไหล่ของซูจื่อหลิงไว้ จากนั้นก็กล่าวว่า
“พี่มากับผู้นำน่ะ บังเอิญเจอพอดี ก็เลยแวะมาทักทาย อยู่ได้ไม่นาน เธอกินของเธอต่อเถอะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูจื่อหลิงก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมา แต่ก็เพียงชั่วพริบตาเดียว
หลังจากดึงเย่ไป๋คุยเล่นอยู่พักหนึ่ง เย่ไป๋ก็เลี้ยวอ้อม เข้าไปในห้องส่วนตัว
จนกระทั่งเย่ไป๋เดินจากไปแล้ว เหล่าเพื่อนๆ ของซูจื่อหลิงที่อดใจรอไม่ไหวมานานแล้ว ก็พลันยื่นหัวเข้ามาใกล้ๆ
“ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ของพวกเราจะซ่อนหนุ่มหล่อขนาดนี้ไว้ ออร่านั่นรู้สึกว่าสุดยอดไปเลยอ่ะ เหมือนทหารนิดๆ แต่ก็มีกลิ่นอายความรู้หน่อยๆ ทั้งบริสุทธิ์ทั้งเซ็กซี่เลย!”
“ใช่ๆ, เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ รีบส่งวีแชทมาให้ฉันเลย ช่วงนี้ฉันกำลังจะถ่าย MV ตัวหนึ่ง ขาดแค่พระเอกพอดี พี่ชายของเธอนี่มันเหมาะสมสุดๆ ไปเลย!”
เพื่อนๆ ของซูจื่อหลิงกล่าวกันอย่างเจี๊ยวจ๊าว
“พวกเธออย่ามาคิดมั่วซั่วเลยนะ สถานะของพี่เย่ไป๋ฉันไม่ธรรมดา พวกเธอถ้าไม่เชื่อก็ลองมองไปทางนั้นดูสิ!”
พูดจบ ซูจื่อหลิงก็ชี้ไปยังทิศทางที่เย่ไป๋หายไปอย่างภาคภูมิใจ
หลายคนมองไปทางทิศนั้น ล้วนเป็นนักศึกษาภาควิชากำกับสายตาย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ในไม่ช้าก็สังเกตเห็นเค้าลาง
“ให้ตายสิ หน้าห้องส่วนตัวนั่นมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเฝ้าอยู่ด้วย นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ แล้ว!”
“คงไม่ใช่พวกลูกหลานนายทหารระดับสูงหรอกนะ?”
“พอเป็นแบบนี้ฉันยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ หรือว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์จะส่งวีแชทมาให้หน่อย ขอลองก่อน พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันที่สุดเลยนะ!”
หลายคนก็เริ่มเจี๊ยวจ๊าวขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เย่ไป๋ก็เข้าสู่สภาวะชนแก้วสลับไปมาแล้ว
รอจนเย่ไป๋ตามหัวหน้าหยางออกมา โต๊ะของซูจื่อหลิงก็ว่างเปล่าไร้ผู้คนไปนานแล้ว
เย่ไป๋ก็ไม่ได้ใส่ใจ หลังจากขึ้นรถ ก็แค่ส่งข้อความไปหาซูจื่อหลิง ทันใดนั้นก็กลับไปยังกรมสรรพาวุธ
บ่ายวันรุ่งขึ้น เครื่องบินขนส่งทางทหารลำหนึ่งก็บรรทุกเย่ไป๋และคนอื่นๆ มุ่งหน้าขึ้นเหนือตลอดทาง ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ไป๋เดินทางมาต่างประเทศ ดังนั้นจึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับกลิ่นอายต่างแดนอย่างมาก กวาดตามองไปทั่วตลอดทาง
มาตรฐานการต้อนรับของประเทศรัสเซียนั้นสูงส่งอย่างยิ่ง การบริการตลอดเส้นทางทำได้ดีมาก สาวรัสเซียที่รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น อกเป็นอกเอวเป็นเอว ก็ช่างดึงดูดสายตาเสียนี่กระไร
เย็นวันนั้น ผู้นำท่านหนึ่งของประเทศรัสเซียก็ได้จัดเลี้ยงต้อนรับเย่ไป๋และบุคลากรวิจัยทางวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ ในมาตรฐานทางการทูต ไม่ผิดจากที่คาดไว้ บนโต๊ะอาหารมีวอดก้าเพิ่มมาหลายขวด
เมื่อเห็นดังนั้น เย่ไป๋ก็เกาหัวแกรกๆ ก็ไม่น่าแปลกใจที่หัวหน้าหยางจะบอกเขาเมื่อคืนก่อนว่าให้ดื่มน้อยๆ หน่อย, บอกว่าการทดสอบที่แท้จริงยังรออยู่ข้างหลัง
คนของประเทศรัสเซียตั้งแต่บนลงล่างล้วนกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ทำให้เย่ไป๋ยากที่จะปฏิเสธ
โชคดีที่ผู้นำหลายท่านคือเป้าหมายหลัก ทำให้ใบหน้าหนุ่มแน่นอย่างเย่ไป๋รอดพ้นจากเคราะห์กรรมไปได้
หลังจากพักผ่อนในต่างแดนหนึ่งคืน วันที่สองก็เป็นการเปิดฉากงานประชุมแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ