- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 41 การยืมตัวจากโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ!
ตอนที่ 41 การยืมตัวจากโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ!
ตอนที่ 41 การยืมตัวจากโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ!
ปลายเดือนกุมภาพันธ์
ต้นฤดูใบไม้ผลิมาเยือน หิมะเริ่มละลาย ทำให้อุณหภูมิลดลงอีกครั้ง
แม้แต่ในแนวพุ่มไม้ที่ถูกปิดกั้นมาตลอดฤดูหนาว ก็มีความเขียวขจีปรากฏขึ้นแล้ว
เย่ไป๋วางสัมภาระไว้ในหอพัก จากนั้นก็เดินออกจากหน่วย 749 ข้ามถนนกว้าง แล้วเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรที่สวยงามแห่งหนึ่ง
หมู่บ้านนี้ชื่อว่าหมู่บ้านหรงจวิน ฟังดูเหมือนเป็นสไตล์เมื่อยี่สิบสามสิบปีก่อน แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกของอาคารหรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน ก็ไม่ด้อยไปกว่าหมู่บ้านจัดสรรระดับหรูเลยแม้แต่น้อย กระทั่งอาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ
สาเหตุก็ไม่มีอะไรมาก หน่วยงานพัฒนาของหมู่บ้านหรงจวินคือสถาบันวิจัยและออกแบบที่ 749 ส่วนหน่วยงานออกแบบคือสถาบันออกแบบประจำมณฑล และหน่วยงานก่อสร้างคือกองพลทหารช่างแห่งหนึ่ง
การพัฒนา การออกแบบ วัสดุ การก่อสร้าง ล้วนเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมทหารล้วนๆ
ที่นี่ ก็คืออาคารพาณิชย์ที่หน่วย 749 พัฒนาขึ้นเพื่อพนักงานภายในหน่วย
ขอเพียงแค่มีคุณูปการเพียงพอภายในหน่วย ก็สามารถซื้อที่พักอาศัยในหมู่บ้านได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดมาก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อด้วยเงินสดหรือกู้ยืม
ในฐานะผู้ได้รับรางวัลคุณงามความดีชั้นหนึ่งส่วนบุคคลเพียงคนเดียวในหน่วย 749 และเป็นผู้ออกแบบชุดเกราะหลงเวยที่ได้รับการยอมรับจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง และเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าทหารและเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวาง เย่ไป๋จึงได้รับรางวัลโดยตรง ไม่จำเป็นต้องออกเงินซื้อ
เพียงแต่ ปัจจุบันหมู่บ้านยังอยู่ในสถานะการก่อสร้างภายใน การส่งมอบห้องและเข้าอยู่อาศัยจริง เกรงว่าจะต้องรอถึงครึ่งปีหลัง
เย่ไป๋เพียงแค่มาสำรวจสถานที่ล่วงหน้า ดูว่ายูนิตและชั้นที่เขาได้รับจัดสรรเป็นอย่างไร
3 ยูนิต 1603 รับแสงได้ดี ชั้นก็ดี
อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว เพราะภายในยังอยู่ในระหว่างการตกแต่ง เต็มไปด้วยฝุ่น
หลังจากเดินเล่นอยู่รอบหนึ่ง เย่ไป๋ก็กลับมายังหอพักของหน่วย 749
เย็นวันนั้นน้องใหม่ตัวน้อยสี่คนก็ได้มาพบกันที่โรงเลี้ยง
“สหายทั้งหลาย เดี๋ยวไปที่หอพักฉันนะ ฉันเอาของฝากพื้นเมืองมาให้ ไม่ต้องเกรงใจ!”
ฮั่วลู่กล่าวอย่างใจกว้าง
ผ่านปีใหม่ไป คนทั้งสี่ก็ดูแตกต่างกันไป
ฮั่วลู่ ดูฮึกเหิมมีชีวิตชีวาดวงตาและคิ้วแฝงไปด้วยความเบิกบานของฤดูใบไม้ผลิ ดูเหมือนว่าตอนปีใหม่จะเกิดเรื่องดีๆ อะไรขึ้น
หวางจุงเจ๋อก็เหมือนเดิม ชายร่างใหญ่ชาวตะวันตกเฉียงเหนือที่ดูซื่อๆ คนนี้ อันที่จริงแล้วละเอียดรอบคอบมาก
ฮั่นจื่อหยานเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ดูเหมือนจะมั่นใจขึ้นไม่น้อย แม้จะยังพูดน้อยเหมือนเดิม แต่ทุกครั้งที่แสดงความคิดเห็น ก็มักจะมีมุมมองและความคิดที่เป็นเอกลักษณ์เสมอ
มีเพียงเย่ไป๋ที่ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ห้องชุด ได้เงิน แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ยังคงชอบกินข้าวหน้าไก่ตุ๋นซอสถั๋วเหลืองของโรงเลี้ยง ยังคงชอบเล่นบาสเกตบอลในเวลาว่าง
สิ่งเดียวที่แตกต่างคือ
แม้ว่าชุดเกราะหลงเวยจะได้สรุปแบบพื้นฐานแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในช่วงการพัฒนาขั้นที่สอง
หน่วย 749 จะดำเนินการพัฒนามุ่งเป้าเพิ่มเติมโดยมีชุดเกราะหลงเวยเป็นศูนย์กลาง
ตัวอย่างเช่น จะสามารถลดน้ำหนักลงได้หรือไม่ เพื่อให้กองกำลังส่งทางอากาศสามารถติดตั้งชุดเกราะนี้ได้ด้วย
หรืออย่างหน่วยจู่โจมของกองทัพเรือ ก็ต้องการเพิ่มระบบเคลื่อนที่ใต้น้ำ
กระทั่งคนจากกรมการบินและอวกาศก็ยังสนใจชุดเกราะชั้นในของชุดเกราะหลงเวยอย่างมาก
เพราะเหตุนี้ ในฐานะคนเดียวในปัจจุบันที่เชี่ยวชาญการใช้งานชุดเกราะหลงเวยอย่างสมบูรณ์ หรือก็คืออดีตรองหัวหน้ากองพันลูกศรแดง หมาป่าแดงจึงถูกยืมตัวมายังหน่วย 749 กลายเป็นเจ้าหน้าที่ทดสอบชุดเกราะหลงเวย
และในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นครูฝึกคนแรกของระบบชุดเกราะนี้
เพราะการมีอยู่ของหมาป่าแดง การฝึกประจำวันของเย่ไป๋จึงถูกนำกลับมาอีกครั้ง และบนพื้นฐานนี้ ยังได้เพิ่มหลักสูตรที่เกี่ยวข้องอย่างการต่อต้านการสอดแนม การต่อสู้ และอื่นๆ เข้าไปด้วย
ผู้การหน่วยหลังจากทราบเรื่องนี้แล้ว ก็รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมายอย่างยิ่ง จึงได้ว่าจ้างหมาป่าแดงเป็นครูฝึกเปิดค่ายฝึกระยะสั้นขึ้นเป็นพิเศษ
โอกาสที่จะได้รับการสอนจากราชาแห่งหน่วยรบพิเศษนั้นมีไม่มากนัก แม้แต่กองร้อยรักษาการณ์ภายในหน่วยก็ยังยื่นเรื่องขอเข้าร่วมกับผู้นำ
แน่นอน สำหรับหน่วย 749 แล้ว นี่ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเรื่องหนึ่งเท่านั้น
หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เย่ไป๋มาถึงหน่วย 749 ผลการประเมินหน่วยงานดีเด่นประจำปีที่แล้วก็ได้ประกาศออกมา
หน่วย 749 เอาชนะหน่วยงานพี่น้องได้อย่างไม่ต้องสงสัยด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ได้รับรางวัลหน่วยงานดีเด่นประจำปีและการยกย่องชมเชยจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง
วันนั้นโรงเลี้ยงได้เตรียมอาหารทะเลมื้อใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งสำหรับเมืองที่อยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดิน ทั้งกุ้งมังกร หอยเป๋าฮื้อ กองเป็นภูเขาราวกับไม่เสียดายเงิน
ได้ยินมาว่าผู้อำนวยการใช้เส้นสาย เรียกใช้เครื่องบินขนส่งลำหนึ่งจากกองทัพประจำการที่ท่าเรือ ถึงได้ขนส่งอาหารทะเลมากมายเหล่านี้มาได้
วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงใหญ่ของหน่วย เย่ไป๋ก็ปรากฏตัวในห้องทำงานของหัวหน้าหยางอีกครั้ง
และเหนือความคาดหมายคือ ภายในห้องทำงาน นอกจากหัวหน้าหยางแล้ว ยังมีคนอีกท่านหนึ่งที่ใบหน้าไม่คุ้นหน้าอย่างยิ่ง
“นี่คือวิศวกรเมิ่งจากโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ ไอ้ส่วนที่ติดล้ออยู่ข้างล่าง DF17 นั่นก็เป็นฝีมือของเขา!”
หัวหน้าหยางแนะนำอย่างผิวเผิน
แต่เย่ไป๋กลับจับมือกับวิศวกรเมิ่งอย่างกระตือรือร้นอย่างยิ่ง
โรงงานสรรพาวุธภาคเหนือไม่ใช่มหาสมุทรอาร์กติกเหนือ
ชื่อเต็มของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือคือกลุ่มบริษัทผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ภาคเหนือแห่งประเทศจีนเป็นหน่วยงานระดับชาติอย่างแท้จริง
หากพิจารณาเฉพาะระดับชั้นแล้ว เทียบเท่ากับกรมสรรพาวุธเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ กรมสรรพาวุธขึ้นตรงต่อผู้นำระดับสูงโดยตรง ส่วนโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือยังมีหน่วยงานคั่นกลางอยู่อีกหน่วยหนึ่ง เกี่ยวกับความแตกต่างในส่วนนี้คนที่รู้ก็ย่อมเข้าใจ
ที่เย่ไป๋กระตือรือร้นขนาดนี้ ไม่เพียงเพราะสถานะของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือในอุตสาหกรรมทหารสมัยใหม่ แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือวิศวกรเมิ่งผู้นี้ แม้ว่าจะเป็นวิศวกรยายนต์ แต่รถยนต์ที่เขาวิจัยพัฒนานั้นไม่ใช่แบบที่วิ่งบนถนน
รถจรวด รถขนส่งยานเกราะ รถถัง และยังมีรถยิงขีปนาวุธ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับวิศวกรเมิ่ง
“นี่คือเย่ไป๋สินะ เหมือนกับที่ผู้การโส่วจ่างพูดไว้จริงๆ คนหนุ่มมากฝีมือ!”
(ผู้การโส่วจ่างคือ ผู้การอาวุโสที่มาดูชุดเกราะเมื่อก่อนหน้านี้ครับ)
วิศวกรเมิ่งกล่าวชมพลางยิ้ม
“ท่านชมเกินไปแล้วครับ รถบรรทุกแพลตฟอร์มซีรีส์ DF ของท่าน ตอนนี้ก็ยังอยู่ในตำราเรียนของโรงเรียนเตรียมทหาร ผมชื่นชมท่านมาตลอดเลยครับ!”
หลังจากทั้งสองคนชมเชยกันไปมาอยู่พักหนึ่ง ก็ได้นั่งลง
ในตอนนนั้นหัวหน้าหยางก็กล่าวขึ้น
“ปลายปีที่แล้วเธอเพิ่งจะเลื่อนยศเป็นร้อยเอก ตามปกติแล้วไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ แต่ผู้การโส่วจ่างเป็นคนพูดเอง ดังนั้นถึงได้ไฟเขียวตลอดทาง”
เย่ไป๋พยักหน้า ยังจำได้วันที่ผู้การโส่วจ่างมา เขาได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าหยาง จงใจให้เขาสวมเครื่องแบบทหารประดับอินทรธนูไปพบผู้การโส่วจ่าง
“ความเร็วในการเลื่อนตำแหน่งของเธอ ทำลายสถิติของกองทัพเราในช่วงที่ไม่ใช่ภาวะสงครามไปแล้ว ได้รับความสนใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง นี่เป็นเรื่องดี และก็เป็นเรื่องร้ายด้วย”
หัวหน้าหยางอธิบายอย่างใจเย็นด้วยน้ำเสียงของผู้ใหญ่:
“เรื่องดีก็คือ เธอยังหนุ่มแน่นก็ได้เข้าสู่สายตาของผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้ว ขอเพียงทำงานอย่างคงเส้นคงวา สร้างผลงานสิ่งที่ควรจะได้ก็ย่อมจะได้เอง”
“เรื่องร้าย หนึ่งคือกลัวว่าเธอจะหยิ่งผยองพึงพอใจ สองคือย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกบางคนตั้งคำถามทุกการกระทำ การเคลื่อนไหวของเธอจะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความผิดพลาดที่ปกติธรรมดามากหากเกิดขึ้นกับคนอื่น หากมันเกิดขึ้นกับเธอ ลกระทบของมันจะขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า!”
เย่ไป๋ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง เขารู้ว่าการที่หัวหน้าหยางสามารถพูดคำเหล่านี้ออกมาได้ เป็นเพราะหวังดีกับเขาจริงๆ
เขาไม่ใช่คนหนุ่มหัวแข็ง ย่อมรู้ที่จะวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ
ขณะหัวหน้าหยางพูดก็เหลือบมองวิศวกรเมิ่งแวบหนึ่ง แล้วกล่าวต่อ
“พอดีทางโรงงานสรรพาวุธภาคเหนืออยากจะยืมตัวนักวิจัยจากเราไปสองสามคน ฉันก็เลยวางแผนจะให้เธอไปอยู่กับวิศวกรเมิ่งเพื่อสั่งสมประสบการณ์สักพักหนึ่ง เธอคิดว่ายังไงบ้าง?”