เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 มีแค่คนเดียว!

ตอนที่ 30 มีแค่คนเดียว!

ตอนที่ 30 มีแค่คนเดียว!


การที่หยางผู้การสามารถนั่งในตำแหน่งทุกวันนี้ได้ นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ

ในอดีต ประเทศจีนที่ยากจนและล้าหลังอาศัยจิตใจที่แข็งแกร่งเอาชนะประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาได้

ในสงครามอันโหดร้ายที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประเทศจีนถึงขนาดที่เรียกได้ว่าเป็นสงครามสร้างชาติก็ไม่เกินจริงเลย กองร้อยที่หยางผู้การนำทัพได้ต่อสู้จากทั้งกองร้อยจนเหลือเพียงคนสุดท้าย

พวกเขาต้านทานการบุกทะลวงนับครั้งไม่ถ้วน ขัดขวางความเป็นไปได้ที่ศัตรูจะทะลวงที่มั่นเข้ามา

มาถึงวันนี้ เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายขนาดนี้แล้ว ยังมีอะไรที่ไม่เคยเห็นอีก

ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้ยินว่ากองบัญชาการถูกโจมตี สีหน้าของหยางผู้การจึงไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับหัวเราะเสียงดังออกมา แล้วกล่าวชม

“เจ้าหลู่ไขช๋วนนี่ เดินสองขาจริงๆ ด้วย ไม่เลว ไม่เลว!”

เหล่าเสนาธิการต่างก็ได้รับอิทธิพลจากอารมณ์นี้ และในไม่ช้าก็สงบสติอารมณ์ลงได้

เสนาธิการคนหนึ่งกล่าวว่า

“เมื่อคืนผมได้จัดแนวป้องกันรอบกองบัญชาการใหม่ทั้งหมด มีทั้งหมดสามชั้นครับ”

“เมื่อพิจารณาว่าหน่วยลูกศรแดง  แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนหลัง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีอาวุธหนักและยานพาหนะ ดังนั้นแนวป้องกันเหล่านี้จึงเน้นไปที่การป้องกันทหารราบลอบเข้ามาเป็นหลัก”

เสนาธิการคนนี้กล่าวต่ออย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

“ชั้นแรกคือกับระเบิดต่อต้านทหารราบ ถึงฝีมือของหน่วยลูกศรแดงจะตรวจจับได้ง่าย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาปวดหัวไปพักใหญ่เลยล่ะครับ!”

และในวินาทีต่อมา ทุกคนก็ได้ยินเสียงระเบิด ปัง ปัง ปัง

แน่นอนว่าไม่ใช่การระเบิดจริง อันที่จริงกับระเบิดที่ใช้ในการซ้อมรบนั้นเป็นแบบพิเศษ เสียงระเบิดดูเหมือนจะรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันจะส่งผลกระทบต่อระบบจำลองของทหารเท่านั้น ซึ่งจะตัดสินให้เสียชีวิต

เมื่อได้ยินเสียงระเบิด เสนาธิการก็ยิ้มพลางส่ายหัว

“ดูเหมือนผมจะประเมินหน่วยลูกศรแดงสูงเกินไปหน่อย”

แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะผ่อนคลายลงอย่างเต็มที่ ก็ได้ยินเสียงพลทหารข่าวกรองตะโกนอย่างร้อนรน

“รายงานผู้การ ศัตรูทะลวงแนวป้องกันชั้นแรกเข้ามาได้แล้วครับ!”

“ว่าไงนะ!?”

เสนาธิการที่เมื่อครู่ยังมั่นใจเต็มเปี่ยม ตอนนี้กลับดูประหลาดใจอย่างยิ่ง

ทุกคนก็รู้สึกแปลกใจมากเช่นกัน

ในเมื่อกับระเบิดทำงานแล้ว แต่ทำไมศัตรูถึงยังทะลวงแนวป้องกันชั้นแรกเข้ามาได้รวดเร็วขนาดนี้?

แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ยังมีแนวป้องกันชั้นที่สองอยู่

เสนาธิการคนนี้แม้จะสูญเสียความมั่นใจเต็มเปี่ยมเมื่อครู่ไปแล้ว แต่ก็ยังกล่าวว่า

“แนวป้องกันชั้นที่สองคือสนามเพลาะและลวดหนาม ถึงแม้จะไม่มีประโยชน์อะไรเมื่อเจอกับกองกำลังยานเกราะ แต่สำหรับทหารราบแล้ว มันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ”

ในไม่ช้า เสียงปืนที่หนาแน่นราวกับห่าฝนก็ดังขึ้น

“ในสนามเพลาะคือกองร้อยรักษาการณ์ที่ 3 แม้จะยังด้อยกว่ากองร้อยลาดตระเวนที่เป็นไพ่ตายอยู่บ้าง แต่ก็สามารถสกัดกั้นศัตรูได้ช่วงเวลาหนึ่งแน่นอนครับ!”

ดูเหมือนเสนาธิการจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง เขากล่าวอย่างหนักแน่นเด็ดขาด

หยางผู้การก็พยักหน้าตาม เขารู้จักกองร้อยรักษาการณ์ที่ 3 ขีดความสามารถในการรบไว้ใจได้

แต่คาดไม่ถึงว่า สามนาทีต่อมา เสียงที่ร้อนรนยิ่งกว่าเดิมของพลทหารข่าวกรองก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“รายงานผู้การ กองร้อยรักษาการณ์ที่ 3 เสียชีวิตทั้งหมด แนวป้องกันชั้นที่สองถูกทะลวงแล้วครับ!”

หือ!?

ในชั่วพริบตา หยางผู้การที่ผ่านโลกมามากก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

แม้ว่าหน่วยลูกศรแดงจะเป็นกองพันรบพิเศษอันดับหนึ่งของเขตทหารหลานโจว แต่ก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเพิ่งสูญเสียนายทหารฝีมือดีอย่างหมาป่าแดงไป

ทุกคนต่างคิดไม่ตก แต่เสียงปะทะด้านนอกก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ในตอนนี้ เสนาธิการที่มั่นใจเต็มเปี่ยม แม้จะสูญเสียความมั่นใจไปแล้ว แต่ก็ยังฝืนใจกล่าว

“ชั้นที่สามคือแนวระดมยิงแบบไขว้ที่ประกอบด้วยป้อมปืนทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้พวกหน่วยลูกศรแดง  มันจะยิงไม่ตาย!”

ภายในห้องบัญชาการเงียบกริบ ไม่มีเสียงใดๆ

แม้แต่รายงานสถานการณ์รบใหม่ล่าสุดที่ส่งมาจากแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรแล้ว

ทุกคนต่างรู้ดีว่า ทันทีที่กองบัญชาการถูกตีแตก นั่นก็หมายความว่าปฏิบัติการเด็ดหัวของกองทัพฝ่ายโจมตีประสบความสำเร็จ และได้รับชัยชนะไปแล้ว

แม้ว่ากฎนี้จะไม่สอดคล้องกับสงครามจริง แต่กองทัพขนาดใหญ่โตกลับไม่สามารถรักษาศูนย์บัญชาการกไว้ได้ นี่มันจะต่างอะไรกับความอัปยศอดสูของความพ่ายแพ้?

ชั่วครู่ต่อมา พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงของพลทหารข่าวกรองก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“รายงานผู้การ แนวป้องกันชั้นที่สามแตกพ่ายแล้ว ศัตรูกำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้รถบัญชาการของเราอย่างรวดเร็วครับ!”

ภายในห้องบัญชาการเงียบไปครู่หนึ่ง

จนกระทั่งหยางผู้การตบกระติกน้ำร้อนลงบนโต๊ะอย่างแรง ความเงียบนั้นจึงถูกทำลายลง

ได้ยินเพียงเสียงของหยางผู้การที่แฝงไว้ด้วยความโกรธและความไม่เข้าใจ

“ศัตรูมีกี่คนกันแน่? ติดตั้งอาวุธอะไรมา? แนวป้องกันสามชั้นถึงได้เปราะบางเหมือนกากเต้าหู้แบบนี้!”

นี่ก็เป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้เช่นกัน

กำลังป้องกันของกองบัญชาการไม่ได้อ่อนแอเลย แต่ทำไมถึงถูกศัตรูบุกทะลวงราวกับผ่าไม้ไผ่เข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า!

ในไม่ช้า น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อจนปิดไม่มิดของพลทหารข่าวกรองก็ดังขึ้น:

“รายงาน ศัตรูมีเพียง... มีเพียงคนเดียวครับ!”

ว่าไงนะ!?

นอกจากเย่ไป๋แล้ว ทุกคนต่างเบิกตากว้าง

ล้อเล่นอะไรกันอยู่?

คนคนเดียวจะทะลวงแนวป้องกันหลายชั้นได้ยังไง!

ต่อให้ไม่โดนกับระเบิด ก็ต้องโดนกองร้อยรักษาการณ์ที่ 3 ยิงจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแล้ว

อีกทั้งยังมีแนวระดมยิงแบบไขว้ของป้อมปืนที่เปิดเผยและซ่อนเร้นอีก นอกจากจะเป็นเทพเซียนไม่อย่างนั้นจะต้านทานได้ยังไง!

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น

หยางผู้การอดไม่ได้ที่จะโกรธจนหน้ามืดตวาด

“คนเดียว! ใครก็ได้แปลให้ฉันฟังทีว่า อะไรคือคนเดียว! อธิบายให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้ ว่าอะไรคือคนเดียว คนเดียวยังไง!”

เหล่าเสนาธิการต่างมองหน้ากันไปมา เห็นแววตาที่ไม่เข้าใจในดวงตาของกันและกัน

“ข่าวกรองผิดพลาด?”

เสนาธิการคนหนึ่งลองพูดขึ้น

“นอกจากว่าพลทหารข่าวกรองจะตาบอดกันหมด!”

“งั้นก็คงเป็น... ฟังผิด?”

เสนาธิการอีกคนเสนอความคิดใหม่

“ยืนยันอีกครั้ง ศัตรูมีเพียงคนเดียวครับ!”

พลทหารข่าวกรองปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ตนเองจะฟังผิดอย่างแข็งขัน

ถ้างั้นนี่ก็ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

อย่าว่าแต่สงครามสมัยใหม่เลย ต่อให้เป็นสงครามโบราณ ก็น้อยครั้งนักที่จะมีคนคนเดียวบุกทะลวงเข้าไปถึงค่ายใหญ่ของศัตรูได้

นึกว่าตัวเองกำลังเล่น Dynasty Warriors เปิดโหมดง่ายอยู่รึไง?

(ใครที่ไม่รู้จัก เอาชื่อไปหาเอาได้ครับว่าเกมสามก็ก ที่เราจะบังคับ 1 ขุนพลสู่กับข้าศึกนับพันด้วยตัวคนเดียว)

และในตอนนี้ เมื่อมองดูท่าทางเกาหัวเกาหูของเหล่าเสนาธิการ เย่ไป๋ก็รู้สึกอดสงสารไม่ได้จริงๆ

คิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่ไป๋ก็กระแอม แค่กๆ สองที เพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน จากนั้นจึงกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“ที่จริงแล้ว... พวกท่านก็เดาคำตอบออกนานแล้ว...”

เดาคำตอบออกนานแล้ว?

ทุกคนมองไปทางเย่ไป๋  ด้วยสายตาไม่เข้าใจ

มีเพียงหัวหน้าหยางคนเดียว ที่กำลังส่งสายตาปรามเย่ไป๋  อย่างบ้าคลั่ง บอกให้เขาอย่าก่อเรื่องวุ่นวาย อีก

แต่เย่ไป๋  กลับทำเหมือนมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง พูดต่อว่า

“พวกท่านไม่คิดจะพิจารณาความเป็นไปได้ของ คนเหล็ก'ดูหน่อยเหรอครับ?”

ทุกคนเมื่อได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่วินาทีต่อมา กลับจ้องมองเย่ไป๋  ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นอะไรไป ในสถานการณ์คับขันขนาดนี้ ยังจะมาล้อเล่นอะไรที่ไม่เป็นจริงอีก?

หยางผู้การที่เดิมทีค่อนข้างเอ็นดูเย่ไป๋  ในตอนนี้ก็รู้สึกว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ช่างไม่รู้จักกาลเทศะจริงๆ เพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะตำหนิ ก็พลันได้ยินเสียงพลทหารข่าวกรองตะโกนลั่น:

“รายงานผู้การ ศัตรูเข้ามาประชิดรถบัญชาการแล้วครับ!”

วินาทีต่อมา ประตูรถบัญชาการก็ถูกตัดขาดออก ร่างที่สูงใหญ่ล่ำสันร่างหนึ่งก็ปรากฏต่อสายตาของทุกคน

หยางผู้การและเหล่าเสนาธิการต่างจ้องมองร่างนั้นด้วยสีหน้าตกตะลึง

หยางผู้การที่แม้แต่ภูเขาไท่ซานถล่มตรงหน้าสีหน้าก็ไม่เปลี่ยน กลับยื่นนิ้วข้างหนึ่งออกมา ชี้ไปยังร่างนั้นอย่างสั่นเทา แล้วกล่าวว่า

“คน... คนเหล็ก!?”

จบบทที่ ตอนที่ 30 มีแค่คนเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว