เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 จีบเด็ก 17 18 มันผิดขนาดนั้นเลยหรอ?

ตอนที่ 14 จีบเด็ก 17 18 มันผิดขนาดนั้นเลยหรอ?

ตอนที่ 14 จีบเด็ก 17 18 มันผิดขนาดนั้นเลยหรอ?


3 กันยายน วันศุกร์

เทียนหนานตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน เพราะอยู่ใกล้กับเทือกเขาเทียนซานจึงได้ชื่อว่าเทียนหนาน

การเดินทางจากเทียนหนานไปยังบ้านเกิดของเย่ไป๋ ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน ซึ่งรวมถึงการเดินทาง 50 นาทีจากหน่วย 749  ไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงเทียนหนาน นั่งรถไฟความเร็วสูงอีก 4 ชั่วโมง และอีกครึ่งชั่วโมงสุดท้ายเพื่อถึงหน้าประตูบ้าน

ก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจใหม่ เย่ไป๋ได้รับอนุมัติให้ลาพักร้อนได้สามวัน ทำให้เขามีเวลาเพียงพอที่จะกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว

พูดตามตรง เย่ไป๋ไม่ค่อยอยากกลับบ้านเท่าไหร่นัก

นั้นก็เพราะแม่ของเย่ไป๋  มักจะอิจฉาหลานเพื่อนบ้านข้างๆ อยู่ตลอดเวลา และหวังว่าตัวเองจะได้มี เจ้าตัวเล็กตระกูลเย่ไว้เล่นบ้าง

แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่มานานแล้ว เมื่อมีวันหยุดก็ย่อมต้องกลับมาหาครอบครัวและได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

แต่แน่นอนว่ามีเรื่องอื่นที่กระตุ้นให้เย่ไป๋กลับบ้านครั้งนี้

หลังจากเดินทางต่อรถหลายทอด เย่ไป๋ที่ออกมาตั้งแต่เช้าตรู่ก็มาถึงบ้านทันมื้อเที่ยงพอดี

แม่ของเย่ไป๋เห็นลูกชายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินข้าวก็อดรู้สึกสงสารปนเอ็นดูไม่ได้

“ที่หน่วยไม่มีของกินดีๆ หรอลูก ดูสิ ผอมไปหมดแล้ว”

มีความห่วงใยประเภทหนึ่งที่เรียกว่าห่วงจนเกินเบอร์ ซึ่งแม่ของเย่ไป๋เองก็เป็นเช่นนั้น

แต่ในความเป็นจริง เย่ไป๋ไม่ได้ผอมลงเลย แต่อ้วนขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ เพราะเรื่องโครงการทำให้เวลาออกกำลังกายลดลง

แต่เขาก็ไม่ได้สนใจความเป็นห่วงนี้นัก เพราะนี่เป็นเพียงการแสดงความห่วงใยรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

“ลูกกลับมาก็ดีแล้ว ที่ทำงานของแม่อะนะ เพื่อนแม่ป้าหวางน่ะ ลูกสาวแกเรียนจบกลับมาทำงานแล้ว แม่ดูรูปแล้ว หน้าตาจิ้มลิ้มสวยน่ารักมากเลย เดี๋ยวแม่นัดให้ พรุ่งนี้ลูกสองคนไปเจอกันหน่อยนะ!”

แม่ของเย่ไป๋เริ่มอีกแล้ว

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เย่ไป๋ ก็ทำได้เพียงหาข้ออ้าง

“แม่ครับ ผมเป็นทหารและทำงานในอุตสาหกรรมทหาร การคบหาดูใจหรือแต่งงานล้วนต้องรายงานต่อเบื้องบน เพราะมันเกี่ยวข้องกับความลับของงานที่ทำ ผมไม่ใช่ว่าจะคบหาใครกับใครก็ได้ง่ายๆ นะแม่!”

เย่ไป๋พูดขึ้น

ก็มีส่วนจริงครึ่งหนึ่งแต่ไม่เข้มงวดเท่าที่เย่ไป๋พูด อย่างน้อยการคบหาดูใจก็ยังไม่ต้องรายงาน

พอถึงตอนเย็น พ่อของเย่ไป๋และเย่หลานน้องสาวของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นไล่เลี่ยกัน

พ่อของเย่ไป๋เลิกงาน ส่วนเย่หลานเลิกเรียนจากโรงเรียนกวดวิชา

พูดง่ายๆ ก็คือในที่สุดครอบครัวก็ได้อยู่พร้อมหน้ากัน

เย่ไป๋ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนพ่อ พ่อของเขาก็ได้สอบถามเกี่ยวกับที่ทำงานของเย่ไป๋  สักพักจากนั้นก็สอนเขาสองสามวิธีในการจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

แม้ว่าประสบการณ์ของพ่ออาจจะใช้ไม่ได้ผลในหน่วยงานทหารแบบนี้ แต่เย่ไป๋ก็ยังคงอดทนรับฟัง และพยักหน้าเป็นระยะๆ เพื่อแสดงความเห็นคล้อยตาม

พ่อของเย่ไป๋เป็นเพียงคนธรรมดา ทำงานมาค่อนชีวิตก็เป็นได้แค่หัวหน้าแผนกเท่านั้น แต่เขานั้นกลับเลี้ยงดูคนได้ทั้งครอบครัว โดยเฉพาะเย่ไป๋กับเย่หลาน  ที่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน

เที่ยงวันที่สองของการกลับบ้าน

แม่ของเย่ไป๋ที่หายตัวไปอย่างลึกลับตลอดทั้งเช้า และกลับมาบ้านพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง

“ลูกแม่ มานี่สิ แม่จะแนะนำให้รู้จัก นี่ลูกสาวของป้าหวาง ตอนเด็กๆ ลูกชอบแกล้งน้องเขาไม่ใช่เหรอ!”

แม่ของเย่ไป๋กล่าว

เย่ไป๋มองหญิงสาวหน้าตาพอใช้ได้คนนั้นอย่างกระอักกระอ่วน พร้อมกับส่งสายตา ขอโทษทีนะ ไปให้

คนที่เรียกว่าป้าหวางน่ะ เย่ไป๋เคยเจอหน้าไม่กี่ครั้งด้วยซ้ำ ตอนเด็กๆ สองครอบครัวก็ไม่ได้อยู่ละแวกเดียวกัน เรื่องที่ว่าจะแกล้งหรือไม่แกล้งกันนั้นไม่มีอยู่จริงเลย

แม่ของเย่ไป๋กำลังยกเรื่องสมัยเด็กที่จำความไม่ได้มาพูดกลบเกลื่อนชัดๆ

แต่เย่ไป๋ย่อมไม่อาจเปิดโปงได้ ทำได้เพียงฝืนใจพูดคุยแก้เก้อกับคุณหนูหวางคนนี้

ดูเหมือนว่าคุณหนูหวางเองก็มาดูตัวเพราะแรงผลักของคุณแม่เหมือนกัน ทั้งสองจึงคุยกันแบบเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นไม่จริงจังอะไร

แต่พอได้ยินว่าตอนนี้เย่ไป๋เป็นนายทหารแล้ว ท่าทีของคุณหนูหวางก็กระตือรือร้นขึ้นมากในทันที ถึงขั้นเป็นฝ่ายขอช่องทางติดต่อของเย่ไป๋เองเลยด้วยซ้ำ

มื้อเที่ยงก็ดำเนินไปในบรรยากาศที่น่าอึดอัดตลอดมื้อ

จนกระทั่งบ่ายสองโมง คุณหนูหวางเริ่มออกลายอิดออดไม่อยากกลับ แม่ของเย่ไป๋ก็สั่งให้เย่ไป๋ไปส่งเธอตามระเบียบ

พอถึงหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน เย่ไป๋ก็กล่าวอย่างขอโทษขอโพย

“ขอโทษนะครับ แม่ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบเร่งรัดให้ผมดูตัว อยากจะได้หลานมาเลี้ยง”

คุณหนูหวางถูกคำพูดของเย่ไป๋ทำให้หัวเราะออกมา

จนกระทั่งรถแท็กซี่มาจอดอยู่ตรงหน้า คุณหนูหวางก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วถามเสียงเบาว่า

“คือว่า... ฉันชอบทหารมาตลอดเลยค่ะ ถ้าคุณไม่รังเกียจ พวกเราลองคบกันดูจริงๆ ก็ได้นะคะ”

ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา ดูเหมือนคุณหนูหวางจะต้องใช้ความกล้าหาญอย่างเต็มเปี่ยม

เย่ไป๋ยิ้มตอบกลับไป

“เราเริ่มจากเพื่อนก่อนดีกว่าครับ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่าแล้ว”

จนกระทั่งรถแท็กซี่ขับจากไปไกล เย่ไป๋จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุด

เอาจริงๆ คุณหนูหวางก็ถือว่าหน้าตาไม่เลว เมื่อแต่งหน้าอ่อนๆ ก็เป็นสาวสวยที่หลายคนก็ต้องเลี่ยวมอง แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่สเปกของเย่ไป๋

ไม่รู้สึกก็คือไม่รู้สึก

พอกลับถึงบ้าน ประโยคแรกของแม่เย่พูดคือ

“เป็นไงบ้าง? เขาชอบลูกรึเปล่า?”

“แม่ครับ คุณหนูเขาตอนนี้กำลังยุ่งกับเรื่องงาน ยังไม่ได้คิดเรื่องความรักเลย แม่ก็อย่าไปร้อนใจแทนเขาสิค ลูกชายแม่ก็ไม่ใช่ว่าจะหาเมียไม่ได้สักหน่อย!”

เย่ไป๋โยนความผิดให้คุณหนูหวางอย่างไร้เยื้อใยทันที

เย็นวันนั้น เย่ไป๋ออกจากบ้านไปเข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นสมัยมัธยมปลาย

เพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายในอดีต ตอนนี้ส่วนใหญ่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัย พึ่งจะออกมาเจอโลกของสังคมการทำงาน ยังไม่แปดเปื้อนหรือกรานโลกไปแล้ว

แม้ว่าในกลุ่มจะมีเหตุการณ์อวดเบ่งเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้เวอร์จนเกินไป อย่างมากก็แค่หางานดีๆ ได้ เข้าบริษัทใหญ่อะไรได้ หรือไม่ก็สร้างธุรกิจของตัวเองจนหาเงินก้อนแรกได้ อะไรทำนองนั้น

ดาวโรงเรียนที่เคยแอบชอบเย่ไป๋ ตอนนี้กำลังควงแขนอดีตหัวหน้าห้อง ได้ยินว่าทั้งคู่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้ และวางแผนจะหมั้นกันในไม่ช้า

เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายที่สัมพันธ์ดีที่สุดกับเย่ไป๋ดื่มมากไปหน่อย แขนพาดอยู่บนไหล่ของเย่ไป๋ ถามอย่างเมามายว่า

“ไอ้เย่ ทำไมถึงไปเข้าโรงเรียนนายร้อยแบบไม่บอกอะไรเลยวะ ตอนที่เขาเปิดรับสมัครแรกๆ แกยังไม่กระตือรือร้นเลยสักนิด!”

เย่ไป๋ส่ายหัวแล้วกล่าว

“เมื่อก่อนฉันยังไม่รู้อะไร แต่พอได้รู้อะไรหลายอย่างเลยตั้งใจจะทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติของเราเท่าที่ความสามารถจะทำได้”

งานเลี้ยงรุ่นดำเนินไปจนถึงห้าทุ่ม

เพื่อนสองสามคนที่ค่อนข้างสนิทกันลากเย่ไป๋ไปต่อ พวกเขาอยากจะไปสัมผัสประสบการณ์ KTV แบบที่ค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว ร้องเพลงไม่กี่ชั่วโมงก็หมดเงินเป็นพันเป็นหมื่น

(KTV คือร้านเลาส์แบบที่มีเด็กสาวนุ่งน้อยห่มน้อยมานั่งดื่มเหล้าเอนตาร์เทน หรือบางร้านอาจจะหิ้วเด็กไปจัดกันนอกรอบต่อได้)

แต่พวกสถานที่ดื่มเหล้า สถานที่เที่ยวผู้หญิง หรือสถานที่อโคจร... เย่ไป๋ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้เลย และก็ไม่อยากจะเข้าใจด้วย

เย่ไป๋เรียนโรงเรียนทหารมาสี่ปี ทำให้กฎระเบียบของกองทัพฝังแน่นอยู่ในใจ

เมื่อกลับถึงบ้านตอนกลางดึก ก็ถูกเย่หลานยืนดักอยู่หน้าห้องอย่างที่ไม่คาดคิด

เย่หลานแบมือข้างหนึ่งยื่นมาตรงหน้าเย่ไป๋ แล้วพูดว่า

“จ่ายมา!”

“ค่าอะไร?”

เย่ไป๋ไม่เข้าใจ

แล้วเขาก็เห็นเพียงเย่หลานส่ายโทรศัพท์ไปมา เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ฉันรู้หมดแล้วน่ะ"

“เสี่ยวหลิงบอกฉันแล้ว บอกว่าพรุ่งนี้พี่จะชวนเธอไปดูหนังอะไรสักอย่าง ไม่นึกเลยว่าพี่ชายฉันจะกล้าลงมือกับเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดได้ นายนี้มันสัตว์ป่าชัดๆ”

เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เย่ไป๋ก็ทำได้เพียงส่งเงินก้อนโตให้เย่หลานอย่างจนปัญญา

แต่ถ้าขนาดเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดยังไม่กล้าที่จะจีบดู แบบนั้นมันก็แย่ยิ่งกว่าสัตว์ป่าอีกไม่ใช่เหรอ?

เด็กกว่าแล้วไง แค่ไม่นอกหลู่นอกทางก็ไม่ติดคุกหรอก!

จบบทที่ ตอนที่ 14 จีบเด็ก 17 18 มันผิดขนาดนั้นเลยหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว