- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 5 สหายร่วมรบ
ตอนที่ 5 สหายร่วมรบ
ตอนที่ 5 สหายร่วมรบ
เนื่องจากที่นี่เป็นหน่วยวิจัยยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ทำให้อาหารภายในโรงเลี้ยงนั้นเลิศรสไม่แพ้อาหารข้างนอก
เย่ไป๋ตักข้าวสวยร้อนๆ ขึ้นมาสองสามช้อน ก่อนที่จะเดินไปรับหมูตุ๋นกับไก่ตุ๋นที่ช่องรับอาหารต่อไป
ในขณะที่เย่ไป๋กำลังจะมองหาที่นั่ง ก็มีเสียงเรียกเขา
“ทางนี้ ทางนี้เพื่อน มานั่งตรงนี้สิ”
มีชายหนุ่มอายุน่าจะไล่เลี่ยกับเขากำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ และที่โต๊ะก็มีชายหนุ่มนั่งอยู่แล้วอีกสองคน
เย่ไป๋ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไร แต่ก็ไปตามคำเรียก
และชายหนุ่มที่เรียกเย่ไป๋มาก็พูดขึ้น
“ฉันฮั่วลู่ มาจากสถานบันตะวันตกเฉียงเหนือ วันนี้พึ่งมารายงานที่หน่วย แล้วอีกสองคนก็เหมือนกัน”
เย่ไป๋เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมฮั่วลู่ถึงเรียกเขาให้มานั่งด้วย เพราะพึ่งมาประจำหน่วยใหม่เหมือนกัน
พอเย่ไป๋ได้ร่วมวงโต๊ะนี้ก็กลายเป็นสี่คนทันที
นอกจากฮั่วลุ่แล้ว ยังมีชายใส่แว่นดูขี้อาย ชื่อว่าฮั่นจื่นหยาน ซึ่งมาจากโรงเรียนเตรียมทหารของเจียงหนาน
ชายอีกคนตัวสูงใหญ่เกือบสองเมตร รูปร่างบึกบึน ดูไม่เหมือนทหารช่างหรือนักออกแบบเลย ชื่อของเขาคือ หวางจุนเจ๋อ มาจากที่เดียวกับฮั่วลู่
เพราะเย่ไป๋ตกอยู่ในภวังค์ของการเรียนรู้ของระบบตลอดทั้งช่วงเที่ยง ทำให้พลาดประชุม แต่ฮั่วลู่นั้นได้ดูข้อมูลเจ้าหน้าที่ย้ายมาใหม่จากฝ่ายบุคคล และเมื่อเห็นก็จำเย่ไป๋ได้ทันที
ฮั่วลู่ดูเป็นคนที่ร่าเริง และเข้ากับคนได้เก่งก็เป็นคนเริ่มพูดขึ้นก่อน
“ไหนๆ เราก็อยู่ที่เดียวกันแล้ว จับกลุ่มกันไว้เถอะ”
“อีกอย่างฉันรู้มาว่า พวกเราสี่คนอยู่ภายใต้การปกครองของหัวหน้าหยาง ทำให้ต่อจากนี้ไปพวกเราเป็นดังสหายร่วมรบกันแล้ว”
ฮั่วลู่พูดจบก็เริ่มแนะนำทุกคนบนโต๊ะให้รู้จักกัน ทำให้ทุกคนเริ่มพูดคุยกันง่ายขึ้นระหว่างที่กินมื้อเย็น
และในตอนที่ทุกคนใกล้กินจะเสร็จแล้ว ฮั่วลู่ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง
“นี้…ทุกคนได้รับงานมาหลังจากรายงานตัวใช่ไหม”
เย่ไป๋ ฮั่นจื่อหยาน และหวางจุงเจ๋อได้มองหน้ากัน
“รหัสโครงการขึ้นต้นด้วย SQ…”
ฮั่วลู่พูดอย่างแผ่วเบาราวกับกระซิบให้ทุกคนได้ยิน
ทั้งหมดมองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้า
“ว่าแล้วเชียวว่าเราได้รับงานเดียวกัน แต่พวกเราก็ต้องแยกกันทำอยู่ดี”
ฮั่วลู่กล่าว
“ก็ไม่แปลกอะไร นี่มันเป็นโครงการออกแบบปืนพก ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งหน่วยพิเศษอะไรขึ้นมาทำเลย”
หวางจุงเจ๋อพูดด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ปืนพกกระบอกเดียว แต่ให้คนทำต้องสี่คน แบบนี้มันไม่ใช่การดูถูกสถานบันที่พวกเราเรียนมางั้นหรอ”
ฮั่วลู่พูดเห็นด้วยกับหวางจุงเจ๋อ
“แต่ถึงอย่างงั้น…”
ฮั่วลู่หัวเราะแห้งๆ และพูดต่อ
“ในเมื่อพวกเราเป็นสหายร่วมรบกัน ถึงจะต้องมาแข่งขันกันเองก็ตาม แต่หากมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันนะจำไว้ การสื่อสารแบ่งปันข้อมูลให้กันจะช่วยทำให้พวกเราเติบโตได้เร็วขึ้น”
ทุกคนฟัง และไม่มีใครคัดค้าน
แม้ว่าทั้งสี่จะต้องมาแข่งกันออกแบบปืนพก แต่การแข่งขันนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับกองทัพเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จแล้ว เย่ไป๋ก็ตัดสินใจว่าจะกลับไปเรียนรู้ข้อมูลจากระบบต่อ
วันเวลาได้ผ่านไป
เย่ไป๋เริ่มชินกับสถานที่มากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มสนุกกับการทำงาน
ชีวิตของเขาวนอยู่ไม่กี่ที่ คือฝ่ายข้อมูล ห้องสมุด หอพัก และห้องทดลอง
แม้ว่าภายในหน่วย 749 ยังมีกิจกรรมสันทนาการอื่นอยู่ด้วย เช่นเล่นบาสเก็ตบอล หรือเล่นกีฬา แต่เย่ไป๋กลับไม่สนใจและจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรข้อมูลของระบบตลอดเวลาที่ว่าง
หัวหน้าหยางนั้นได้บอกให้ส่งผลงานที่เสร็จแล้วภายในหนึ่งเดือน
หากว่านี้เป็นแค่การออกแบบปืนพกรุ่นใหม่แบบธรรมดา หนึ่งเดือนนั้นถือว่าเป็นเวลาที่ถมเท
แต่เขากลับเลือกที่ทำปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ ทำให้เขาต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด
ในบรรดาเจ้าหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งสี่คน เย่ไป๋เป็นคนที่ดูยุ่งที่สุด และทำงานหนักกว่าคนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงแป๊บเดียว เวลาก็ผ่านไปครึ่งเดือน
ฮั่วลู่นั้นได้พูดคุยกันในกลุ่มแชทส่วนตัว
“หลังจากที่ผัดวันประกันพรุ่งมาครึ่งเดือน ในที่สุดตัวต้นแบบก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ก่อนที่จะสร้างมัน เราต้องเอาไปให้หัวหน้าหยางดูก่อน มีใครจะไปด้วยไหม”
หวางจุงเจ๋อตอบ
“ฉันเองก็จัดการเรียบร้อยแล้ว ฉันเอาด้วย”
ฮั๋นจื่อหยานตอบ
“+1”
เย่ไป๋หันมองแบบพิมพ์เขียวตรงหน้าเขา และครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะตอบแชทกลับไป
“ฉันยังทำแบบไม่เสร็จ แต่องค์ประกอบส่วนใหญ่เสร็จเกือบหมดแล้ว แต่ฉันไปด้วย”
เขานั้นสงสัยว่าหัวหน้าหยางจะตอบโต้ยังไงกลับมาเมื่อรู้ว่า เขาทำปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์
จะโกรธ? ช็อค? หรือว่าพอใจกันแน่
แต่ทุกอย่างที่เย่ไป๋คิดเอาไว้กลับไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อเขากับกลุ่มเพื่อนของเขาไปเสนอแบบพิมพ์เขียวให้หัวหน้าหยางดู กลับถูกหัวหน้าหยางเมิน และพูดอย่างไม่แยแส
“มันจะดีเด่นอะไรนักหนาล่ะ ก็แค่ไปปรับปรุงปืนพกให้ดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้าย และส่งพวกแกกลับสถาบัน”
“ผมยังคงคำสั่งเดิม เจอกันที่สนามยิงปืนเมื่อถึงเวลา”
ทุกอย่างดูเรียบง่าย และตรงไปตรงมา
นักออกแบบใหม่ทั้งสี่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเมื่อถูกแรงกดดันจากหัวหน้าใหญ่ หลังจากนั้นทุกคนก็รีบกลับไปทำงานของตัวเองอย่างอย่างขยันขันแข็ง
หนึ่งอาทิตย์ได้ผ่านไป ในที่สุดแบบปืนของเย่ไป๋ก็เสร็จ และส่วนต่อไปคือการสร้าง
แม้ว่าหน่วย 749 จะไม่มีโรงงานเป็นของตัวเอง แต่ก็มีห้องทำงานที่มีเครื่องไม้เครื่องมือพื้นฐานอยู่ แต่จะต้องส่งใบแจ้งว่าจะใช้อุปกรณ์ใดบ้าง ก่อนที่จะเข้าไปทำงาน
หลังจากที่เย่ไป๋ไปส่งใบแจ้งเข้าทำงานแล้ว ก็มีสายโทรศัพย์จากแม่ของเขาโทรเข้ามา
“ว่าไงแม่! ไปเที่ยวกับพ่อเกือบเดือน พึ่งจะคิดถึงลูกชายรึไง”
เย่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ
แต่หลังจากที่คุยไปสักสองสามคำ เขาก็ยิ้มไม่ออกอีกเลย
“ลูกไป๋ ลูกมีวันหยุดวันไหน แม่เจอหญิงสาวคนหนึ่งจากมหาลัยฟู่ตั้นระหว่างที่ไปเที่ยว เธอสวยมาก และดูฉลาดอีกด้วย…”
เย่ไป๋ไม่กล้าที่จะฟังต่อ และรีบวางสายทันที
เพราะเมื่อสองปีก่อน แม่ของเย่ไป๋ถูกเพื่อนข้างบ้านพูดกรอกหูบ่อยๆ จึงมักจะจัดนัดดูตัวให้เย่ไป๋อยู่บ่อยครั้ง
แต่โชคดีที่เย่ไป๋นั้นเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ทำให้ไม่มีวันหยุดแบบปกติ ไม่งั้นเขาคงต้องทรมานกับการไปดูตัวแน่นอน
หลังจากวางสายไป เย่ไป๋ก็กลับมาสนใจกับแบบพิมพ์เขียวของเขาอีกครั้ง
อีกสามวันก่อนจะครบกำหนด เย่ไป๋ก็ได้สร้างปืนพกตามแบบจนเสร็จ
แต่ระหว่างทำก็พบปัญหาเช่นเดียวกัน เป็นเรื่องวัสดุในการสร้าง ซึงเขาก็ต้องทำให้มันพอใช้งานได้ก่อน
เย่ไป๋คิดว่าหลังจากที่ผ่านความยากลำบากมามากมายแล้ว เขาควรได้อะไรตอบแทนกลับมาจากงานชิ้นนี้บ้าง
แต่ในกลุ่มสี่คนเย่ไป๋นั้นทำงานช้าที่สุด ส่วนที่เหลือนั้นถึงขั้นทดสอบยิงปืน และเก็บข้อมูลแก้ไขแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็เร่งมือขึ้นอีกเพื่อเก็บรายละเอียดและทำปืนให้เสร็จสมบูรณ์
จนในที่สุดก็ถึงเวลากำหนดส่ง วันที่ 5 สิงหาคม….