- หน้าแรก
- จะทำยังไงดีเมื่อผมแกล้งตายหนีจากโลกจำลองแต่ดันกลับมาเจอพวกเขาในชีวิตจริง
- บทที่ 42 ถูกหักหลังอีกแล้วหรือ?!
บทที่ 42 ถูกหักหลังอีกแล้วหรือ?!
บทที่ 42 ถูกหักหลังอีกแล้วหรือ?!
เมื่อเห็นแววตามีเล่ห์นัยของหยิ่นมู่เหยียน ความรู้สึกประหลาดก็ผุดขึ้นในใจเฉินอวี่อย่างเลี่ยงมิได้ สถานการณ์ที่พลิกผันนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของละครที่พวกเขาแสดงร่วมกันไปเสียแล้ว...
และแล้วฉากที่มิมีผู้ใดคาดคิดก็บังเกิด: หยิ่นมู่เหยียนยอมดื่ม "ยาพิษ" ที่เฉินอวี่ส่งให้แต่โดยดี
นางมิได้จู่โจมแม้แต่ตอนที่เฉินอวี่ขยับเข้าไปใกล้?
นางยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้วงั้นหรือ? หรือว่านางทำใจยอมรับมันได้แล้ว?
เฉินอวี่ค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า แสร้งทำเป็นป้อนยาให้พลางกระซิบด้วยความรวดเร็วในระดับที่มีเพียงเขาและนางที่ได้ยิน:
"ในขวดนี้คือเลือดต้นกำเนิดที่ท่านเคยให้ข้าไว้ ยามนี้กำลังเสริมคงใกล้จะมาถึงแล้ว หากท่านยังฟื้นตัวมิได้ ทันทีที่พวกมันมาถึง จงจับข้าเป็นตัวประกันเสีย! นั่นจะช่วยถ่วงเวลาให้ท่านได้!"
ประกายตาอันอบอุ่นวาบขึ้นในดวงตาของหยิ่นมู่เหยียน นางอ้าปากรับยาที่เฉินอวี่ป้อนให้อย่างว่าง่าย
นางเลิกมุมผ้าคลุมหน้าขึ้นเล็กน้อย จงใจแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยจนริมฝีปากสัมผัสถูกปลายนิ้วของเขาอย่างมิได้ตั้งใจ แฝงไปด้วยร่องรอยของการเย้าแหย่
มุมปากของเฉินอวี่กระตุกรัว ผู้คนจ้องมองอยู่ตั้งมากมาย นางยังจะเล่นเช่นนี้อีก...!
ทว่าก็นับว่าโชคดีที่แผ่นหลังของเขาช่วยบังทัศนียภาพเอาไว้ มิเช่นนั้นคงถูกผู้อื่นจับพิรุธได้แน่
ยามที่เข้าใกล้ตัวนาง เฉินอวี่ได้กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงยิ่งนัก เมื่อมองผ่านชุดสีดำที่เปียกชุ่ม เขารู้ดีว่านั่นคือรอยเลือดที่ซึมออกมา มีร่องรอยของคมกระบี่และอาวุธประดับอยู่ตามร่างจากการหลบหนี
เมื่อได้สบตากับเฉินอวี่ในระยะประชิด หยิ่นมู่เหยียนมองเห็นความอาลัยอาวรณ์และความปวดใจในแววตาของเขา หัวใจของนางก็เปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างบอกมิถูก จิตสังหารในดวงตาดอกท้อเลือนหายไปจนสิ้น
หลงเหลือเพียงห้วงวารีแห่งความนุ่มนวลที่จวนจะโอบล้อมตัวเฉินอวี่ไว้ทุกเมื่อ…
ทว่าทันใดนั้น กลิ่นอายอันคมปลาบจนน่าอึดอัดก็พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆลงมา เงาร่างสี่สายร่อนลงจากนภากาศ
พวกเขาก็คือสี่อาวุโสขอบเขตวิญญาณทารกแห่งสำนักกระบี่เขียวนั่นเอง!
หัวใจของเฉินอวี่ดิ่งวูบไปถึงตาตุ่ม เขาฟาดเสียงกระซิบอย่างร้อนรน
"บัดซบ! ท่านฟื้นตัวไปถึงไหนแล้ว? หากมิตลอดรอดฝั่งจริงๆ จงรีบจับตัวข้าไว้เพื่อถ่วงเวลาเสีย!"
ใบหน้าของหยิ่นมู่เหยียนเคร่งขรึมลง นางมาถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ แม้เลือดต้นกำเนิดที่เฉินอวี่เพิ่งป้อนให้จะช่วยต่อลมหายใจได้บ้าง แต่มันมิอาจฟื้นฟูพลังทั้งหมดได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น!
"หยิ่นมู่เหยียน! จงยอมจำนนเสีย แล้วเราจะไว้ชีวิตเจ้า!" อาวุโสฟาง ผู้นำกลุ่มจ้องเขม็งมาด้วยแววตาอันทรงอำนาจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดขาดมิอาจโต้แย้ง
ทันใดนั้น หยิ่นมู่เหยียนก็คว้าคอเฉินอวี่ไว้พลางแค่นยิ้ม "หากข้ามิยอมเล่า? หากพวกท่านกล้าขยับ หึหึ ข้าจะปลิดชีพเจ้าหมอนี่เสีย"
ทุกคนต่างประหลาดใจที่สตรีผู้นี้เปลี่ยนท่าทีได้รวดเร็วเพียงนี้
"อ๊าก! ท่านอาวุโสช่วยศิษย์ด้วย! ข้ายามนี่ยังมิอยากตาย!" เฉินอวี่แผดร้องออกมาได้ถูกจังหวะ แสร้งทำตัวขี้ขลาดตาขาวอย่างสมบทบาท
"อะไรกัน?! ศิษย์น้องเฉินอวี่! เฮ้อ ท่านอาวุโสฟาง เป็นความผิดของข้าเอง ข้าคือคนที่ทำให้ศิษย์น้องเฉินอวี่ต้องเดือดร้อน หากข้ามิปล่อยให้เขาเข้าไปเกลี้ยกล่อมนางมารนั่น เรื่องเช่นนี้คงมิเกิด..."
ศิษย์พี่จางมีสีหน้าขื่นขม ทว่าอาวุโสฟางกลับมิสนใจไยดี ใบหน้าของเขาฉายแววอำมหิต
"ต่อหน้าแผนการใหญ่ของสำนัก การเสียสละย่อมเป็นเรื่องที่เลี่ยงมิได้ เฉินอวี่งั้นหรือ? สำนักกระบี่เขียวจะจดจำการเสียสละของเจ้าไว้ ทุกคน! บุก!"
เฉินอวี่: ???
凸(゜皿゜)
มิใช่สิ... พวกท่าน...?
เฉินอวี่ตระหนักได้ในทันทีว่าตนเองถูกหักหลังอีกแล้ว!
ยังมิทันได้ตั้งสติ สี่อาวุโสขอบเขตวิญญาณทารกก็ลงมือพร้อมกัน พลังปราณมหาศาลถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์จนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
หยิ่นมู่เหยียนรีบดึงตัวเฉินอวี่ไปไว้ข้างหลัง ใช้พลังของนางเองเป็นโล่กำบัง เส้นไหมเงินพุ่งออกจากมือนาง เข้าต้านรับการจู่โจมที่รุนแรงของสี่อาวุโสอย่างสุดกำลัง
ตู้ม—
หลังสิ้นเสียงกัมปนาท สี่อาวุโสถูกแรงปะทะจนต้องถอยหลังไป ทว่าใบหน้าของหยิ่นมู่เหยียนกลับซีดขาวลงยิ่งกว่าเดิม เลือดสายหนึ่งไหลซึมจากมุมปาก
นางมาถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ การปะทะเมื่อครู่แทบจะสูบพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดของนางไปจนสิ้น
"นางมารผู้นี้มิอาจปล่อยให้มีชีวิตรอด มิเช่นนั้นจะเป็นภัยพิบัติมิสิ้นสุด! ศิษย์สำนักกระบี่เขียวฟังคำสั่ง! ตั้งค่ายกลสังหารนางมารผู้นี้เสีย!"
"หยุดนะ!" หยิ่นมู่เหยียนแผดร้องขึ้นกะทันหันจนทุกคนชงัก "ข้ายอมจำนนก็ได้!"
ในยามปกติ อาวุโสขอบเขตวิญญาณทารกพวกนี้เป็นเพียงมดปลวกในสายตานาง
ทว่านางรู้สภาพตนเองดี นางมิอาจทนต่อการรุมจู่โจมได้อีกแล้ว
หากมีเพียงนางคนเดียว นางคงมิกังวล ทว่าเฉินอวี่ยังอยู่ข้างหลังนาง และนางมิมีความกล้าพอที่จะเดิมพันด้วยชีวิตของเขาอีกต่อไป
นางยอมตายได้ ทว่านางมิอาจยอมรับได้หากบุรุษที่พยายามช่วยนางอย่างสุดกำลังต้องมามอดไหม้ไปพร้อมกับนาง
ทว่าอาวุโสผู้นำกลับเพิกเฉยต่อวาจานั้น ไอสังหารพุ่งสูงขึ้น: "ฆ่า!"
ดวงตาของหยิ่นมู่เหยียนแดงฉาน มือของนางรีบประสานอินอย่างรวดเร็ว เลือดหยดลงจากริมฝีปาก นางตัดสินใจในพริบตา: จะเผาผลาญพลังชีวิตเพื่อต้านรับการจู่โจมนี้!
ต่อให้นางต้องบาดเจ็บสาหัสจนตาย นางก็จะปกป้องเฉินอวี่มิให้ได้รับอันตราย!
สีหน้าของเฉินอวี่เคร่งเครียดถึงขีดสุด เมื่อเห็นเลือดที่มุมปากหยิ่นมู่เหยียน เขาก็รู้ว่านางยันมิไหวแล้ว หากเขายังลังเล ทั้งคู่ต้องพินาศลงที่นี่แน่!
มิมีทางให้ถอยกลับอีกแล้ว!
"บัดซบ สำนักกระบี่เขียวเฮงซวยนี่ มิมีใครดีเลยสักคน!"
เฉินอวี่สบถด่าในใจ นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว รวมกับครั้งก่อนหน้านี้ด้วย หากมิใช่เพราะอวี่ซูอี เขาคงมิมีความรู้สึกผูกพันกับสำนักบ้าๆ นี่เลยแม้แต่น้อย!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่ามาโทษว่าเขาอำมหิตแล้วกัน เฉินอวี่ขยับความคิด ยันต์กระบี่ที่อวี่ซูอีเคยมอบให้ก็ปรากฏขึ้นในมือ
มิต้องคิดหน้าคิดหลัง เขาคว้าบ่าหยิ่นมู่เหยียนไว้พลางเอ่ยเสียงต่ำ:
"ปล่อยที่เหลือให้เป็นหน้าที่ข้าเอง! ยามนี่ยังมิถึงเวลาที่จะต้องแลกชีวิต!"
หยิ่นมู่เหยียนสบเข้ากับดวงตาที่ล้ำลึกของเฉินอวี่ หัวใจของนางสั่นไหวและสัมผัสได้ถึงความมั่นคงอย่างประหลาด
ความสิ้นหวังในวาระสุดท้ายมลายหายไปเกือบสิ้น ความสงบใจอย่างประหลาดเข้าแทนที่
อันที่จริง หากต้องตายไปพร้อมกับเขาเช่นนี้... ก็มิได้แย่นักนะ~
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจหยิ่นมู่เหยียน นางมองเขาด้วยแววตาที่มีรอยยิ้ม ยามนี้นางมิเกรงกลัวความตายอีกต่อไป
วินาทีที่เฉินอวี่ฉีกยันต์กระบี่ เจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออก! เจตจำนงกระบี่นั้นคมปลาบถึงขีดสุด ราวกับจะแยกฟ้าดินออกจากกัน มันกลายเป็นประกายกระบี่สีเงินขาวพุ่งทะยานเข้าหาพรรพวกสี่อาวุโสและศิษย์โดยรอบในพริบตา!
วึ่บ—
ชั่วขณะที่ประกายกระบี่วาบผ่าน ทุกคนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่บาดลึกเข้าถึงกระดูก
พริบตาเดียว กลุ่มผู้รุมล้อมนับสิบก็ถูกประกายกระบี่ซัดจนกระเด็น เสียงโหยหวนดังระงมไปทั่ว
สี่อาวุโสขอบเขตวิญญาณทารกพยายามต้านทานอย่างสุดกำลัง ทว่าก็ยังถูกอานุภาพกระบี่กระแทกจนบาดเจ็บสาหัส
อาวุโสฟางที่แข็งแกร่งที่สุดถูกฟันจนแขนซ้ายขาดกระเด็นจากหัวไหล่ อาวุโสอีกสามท่านอยู่ในสภาพสะบักสะบอมคุกเข่าลงข้างหนึ่ง จ้องมองเฉินอวี่ด้วยความหวาดผวา
แม้แต่เฉินอวี่เองก็ยังอึ้ง เขาพอจะรู้ว่าอวี่ซูอีนั้นเก่งกาจ ทว่ามิคิดว่ายันต์กระบี่ของนางจะรุนแรงถึงเพียงนี้!
ประกายกระบี่เพียงครั้งเดียว ทลายวงล้อมคนนับสิบและทำร้ายสี่อาวุโสจนสาหัส!
"เจ้า... เจ้าคนทรยศ! เจ้าบังอาจสมคบคิดกับนางมาร ทำร้ายคนในสำนักเดียวกัน!" อาวุโสฟางกุมหัวไหล่ที่อาบเลือดพลางแผดเสียงตะโกนด้วยโทสะที่สั่นเครือ