- หน้าแรก
- คู่แฝดหญ้าเงินคราม น้องสาวถังซาน
- ตอนที่ 16 มหาปราชญ์สติแตก! การสำรวจพลังวิญญาณ!
ตอนที่ 16 มหาปราชญ์สติแตก! การสำรวจพลังวิญญาณ!
ตอนที่ 16 มหาปราชญ์สติแตก! การสำรวจพลังวิญญาณ!
ตอนที่ 16 มหาปราชญ์สติแตก! การสำรวจพลังวิญญาณ!
ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ตอนนี้เจ้าควรจะเรียกข้าว่า... มหาปราชญ์
น้ำเสียงของอวี้เสี่ยวกังราบเรียบ
เมื่อได้ยินดังนั้น ถังเฮ่าอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้า
ตาแก่มังกรนั่นไปทำอีท่าไหน ถึงได้เบ่งตัวอย่างเจ้าออกมาได้
ในอดีต สามสำนักฝ่ายบนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน เพื่อร่วมกันเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากสำนักวิญญาณยุทธ์ที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นศิษย์ของทั้งสามตระกูลจึงค่อนข้างคุ้นเคยกันดี
ถังเฮ่ายังจำหมูบนแท่นปลุกวิญญาณที่สร้างความตกตะลึงให้ผู้ชมทั้งสนามในตอนนั้นได้แม่นยำ
ต่อมาได้ข่าวว่าเด็กคนนี้ตีพิมพ์ทฤษฎีการวิจัยวิญญาณยุทธ์จนเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ทำให้เขารู้สึกชื่นชมขึ้นมาบ้าง
ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแค่ตัวตลกหิวแสงที่แสวงหาชื่อเสียงจอมปลอม
เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่ แค่คนขี้ขลาดที่ปิดหน้าปิดตา มีสิทธิ์อะไรมาหยามเกียรติข้า!
สีหน้าของอวี้เสี่ยวกังเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ตะคอกถามกลับ
คำพูดของชายลึกลับตรงหน้าแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง
ข้าก็แค่เหยื่อที่เกือบจะซวยเพราะทฤษฎีมั่วซั่วของเจ้าน่ะสิ
ถังเฮ่าหยิบแส้ออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณ
สายตาของเขามองไปที่กองเอกสารประวัตินักเรียนบนโต๊ะ ซึ่งล้วนถูกกากบาทสีแดงทับไว้
ดวงตาของเขาพลันแหลมคมขึ้นอย่างน่ากลัว
ใบหน้าของอวี้เสี่ยวกังมืดครึ้ม ตวาดเสียงแข็ง เจ้าคิดจะทำอะไร
เจ้าเคยศึกษาระบบการฝึกฝนวิญญาจารย์บ้างหรือเปล่า ถึงกล้ามาวิจารณ์ทฤษฎีของข้า
อะไรคือทฤษฎีมั่วซั่ว ชัดเจนว่าเป็นเพราะนักเรียนพวกนี้ไร้พรสวรรค์ต่างหาก!
เกือบจะ? นั่นหมายความว่ายังไม่เกิดขึ้นใช่ไหม แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาด่วนสรุป!
ต่อให้เกิดขึ้นจริง นั่นก็พิสูจน์ได้แค่ว่าลูกของเจ้าไม่มีพรสวรรค์ มันเกี่ยวอะไรกับทฤษฎีของข้าด้วย!
ยิ่งพูด อวี้เสี่ยวกังก็ยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองชายลึกลับพลางหายใจหอบฮักเหมือนวัวคลั่ง
ทฤษฎีที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจวิจัยมาหลายสิบปี
คนนอกมีสิทธิ์อะไรมาตั้งข้อสงสัย
ต่อให้เป็นวิญญาจารย์ระดับสูงแล้วยังไง อย่างมากข้าก็แค่ตาย!
อวี้เสี่ยวกังยืดคอแข็ง ตั้งมั่นที่จะพลีชีพเพื่อวิชาการ
คำพูดพรั่งพรูออกมาดุจปืนกล
ทำเอาถังเฮ่าถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ในเรื่องฝีปาก อวี้เสี่ยวกังนี่แหละคือระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ตัวจริง เขาเทียบไม่ติดฝุ่นเลย
โชคดีที่ข้าพอจะมีวรยุทธ์อยู่บ้าง
ถังเฮ่าแค่นเสียงเย็น แล้วหวดแส้ออกไป
เพียะ! อวี้เสี่ยวกังร้องโหยหวน ตัวลอยกระเด็นไปด้านหลัง
ถังเฮ่าถลกแขนเสื้อแล้วเดินดุ่มๆ เข้าไป
แม้เขา ถังเฮ่า จะเป็นคนไร้ค่าที่ทิ้งโอกาสดีๆ ไปเหมือนกัน
แต่อย่างน้อยเขาก็รู้จักละอายใจ! เขายังมียางอาย!
แต่เจ้าหัวเกรียนตรงหน้านี่ ชี้แนะนักเรียนผิดๆ แล้วยังมาพล่ามหน้าตาเฉย ไร้ยางอายสิ้นดี!
วันนี้ เขาต้องสั่งสอนไอ้แก่บัดซบนี่ให้เข็ดหลาบ
แส้แล้วแส้เล่าฟาดลงไป อวี้เสี่ยวกังกลายเป็นลูกข่างหมุนติ้ว ร้องโอดโอย
ถังเฮ่าควบคุมแรงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้อวี้เสี่ยวกังเจ็บลึกถึงเนื้อถึงกระดูกแต่ไม่ถึงตาย
หลังจากสำนักฮ่าวเทียนกลับมายิ่งใหญ่ในอนาคต พวกเขายังต้องรับมือกับตระกูลราชามังกรสายฟ้าอยู่
แน่นอนว่าเขาฆ่ามันไม่ได้
กว่าผู้อำนวยการโรงเรียนนั่วติงและกลุ่มอาจารย์จะรีบมาถึงเพราะเสียงเอะอะ
ในที่เกิดเหตุก็เหลือเพียงแส้ยาวเส้นหนึ่ง กับชายหัวเกรียนที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มีรอยแส้เต็มตัว
เสี่ยวกัง เจ้า... เจ้าชอบเล่นแบบนี้เหรอเนี่ย
อี๋ น่าเกลียดชะมัด... อายุขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้จักทำตัวให้เหมาะสม
จุ๊ จุ๊ จุ๊ อย่าพูดไป อย่าพูดไป มหาปราชญ์รักษารูปร่างได้ดีทีเดียว
ดวงตาของอวี้เสี่ยวกังลุกเป็นไฟ พูดบ้าอะไรกัน ข้าเพิ่งถูกคนลอบทำร้าย
เขาทำร้ายเจ้ายังไง
เขาใช้แส้ฟาดข้าทีละครั้งๆ ทำให้ข้าหมุนติ้วๆ ไม่หยุด
เจ้าหมายความว่ามีคนลอบเข้ามาหาเจ้าตอนดึกเพื่อเอาแส้หนังมาฟาดเจ้าให้หมุนเล่น? แถมยังตั้งใจออมแรงไม่ให้เจ้าเป็นอันตรายด้วยงั้นรึ? ผู้อำนวยการนั่วติงขมวดคิ้ว
ถึงจะน่าเหลือเชื่อ แต่เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
แน่นอนว่าอวี้เสี่ยวกังย่อมไม่เปิดเผยรายละเอียดมากกว่านี้
พรืด~ อาจารย์ชายคนหนึ่งกลั้นขำไม่อยู่
อวี้เสี่ยวกังตาแดงก่ำ ขำอะไร
ข้าแค่นึกถึงเรื่องดีๆ น่ะ เมียข้าเพิ่งคลอดลูกวันนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า
ฮึ่ม!
อวี้เสี่ยวกังทำหน้าบึ้งตึง ผู้อำนวยการนั่วติง ข้าสงสัยว่ามีคนในเป็นไส้ศึก ช่วยตรวจสอบให้ละเอียดด้วย
พรืด~ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! อาจารย์ห้าหกคนที่ล้อมรอบอยู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป
อวี้เสี่ยวกังโกรธจนควันออกหู หายใจแรงเหมือนวัว ข้าทนพวกเจ้ามานานแล้วนะ ขำอะไรกันนักหนา
เมียพวกข้าก็เพิ่งคลอดลูกเหมือนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า
อวี้เสี่ยวกังสติแตก เมียพวกเจ้าคลอดลูกวันเดียวกันหมดเลยเหรอ
พวกเราใช้เมียคนเดียวกัน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~
อวี้เสี่ยวกังชี้ไปที่อาจารย์หญิงคนหนึ่ง เจ้าก็ใช้เมียคนเดียวกันกับพวกมันด้วยเหรอ
ใช่ ข้าเป็นไบฯ เว้ย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~
ไอ้เ-ี้ย! อวี้เสี่ยวกังสติหลุดกระเจิง...
ตื่นได้แล้ว เสียวอู่
เส้นผมยาวสีน้ำเงินเข้มทิ้งตัวลงถึงเอว ดวงตาใสกระจ่างดุจไพลิน
เสียวอู่ยิ้มอย่างเอ็นดู ซานเหนียง เจ้าน่ารักจังเลย~
นับตั้งแต่ดูดซับวงแหวนวิญญาณแรก สีผมและสีตาของถังซานเหนียงก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มเหมือนหญ้าเงินครามโดยสมบูรณ์ ทำให้นางดูเหมือนภูตแห่งป่า
เสียวอู่ รีบลุกจากเตียงได้แล้ว
พี่ใหญ่บอกว่าวันนี้จะพาพวกเราไปฝึก ยืนอรหันต์
ถังซานเหนียงเร่งเร้า
การยืนอรหันต์ เป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานของวิชาเสวียนเทียน แต่ก่อนหน้านี้ถังซานเหนียงไม่ได้เน้นหนักด้านนี้ สำหรับนาง วิชาเสวียนเทียนเป็นเพียงส่วนเสริมสำหรับใช้อาวุธลับ
แต่ตอนนี้เมื่อพี่ชายขอร้อง นางย่อมไม่กล้าละเลย
เสียวอู่ลุกขึ้นนั่งผมเผ้ายุ่งเหยิง ขยี้ตาที่งัวเงีย
อือ~ ก็ได้
นางพึมพำเสียงอู้อี้ ก่อนจะยอมคลานลงจากเตียงในที่สุด
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่นางมาอยู่กับครอบครัวนี้
เสียวอู่เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตมนุษย์ทีละน้อย
นางเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้า แปรงฟัน มัดผมเป็นเปียแมงป่อง แล้วเดินออกจากห้อง
พี่ใหญ่ อรุณสวัสดิ์ค่ะ
เด็กหนุ่มรูปงามผมดำถือหม้อโจ๊กร้อนๆ เดินสวนมา เสียวอู่จึงทักทายเสียงหวาน
ถังอินยิ้มตอบ อรุณสวัสดิ์ มากินข้าวสิ
ความจริงแล้ว เขาและเสี่ยวซานเหนียงไปเก็บไอสีม่วงยามเช้ากลับมาเรียบร้อยแล้ว
เสียวอู่นิสัยขี้เกียจสันหลังยาว
ให้นางตื่นเช้าแทบจะเป็นไปไม่ได้ เขาเลยสอนนางแค่วิชาเสวียนเทียนเท่านั้น
ถังอินเดิมทีคิดว่าถังซานเหนียงจะคัดค้านเรื่องสอนวิชาเสวียนเทียนให้เสียวอู่
ที่ไหนได้ แม่สาวคนนี้กลับใจกว้างอย่างคาดไม่ถึง
นางไม่มองเสียวอู่เป็นคนนอกเลยสักนิด
กลับกลายเป็นถังเฮ่าเสียอีกที่ดูเหมือนคนนอก...
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ถังซานเหนียงและเสียวอู่เก็บจานชามไปล้าง ส่วนถังอินเดินไปหลังบ้าน
สัปดาห์นี้ เขาเคลียร์พื้นที่ว่างเล็กๆ หลังบ้านไว้สำหรับฝึกฝนประจำวัน
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนกว่าโรงเรียนนั่วติงจะเปิดเทอม
เขาไม่ได้คิดจะปล่อยเวลาให้เสียเปล่า
ทุกวันเขาจะไปยืมหนังสือจากสาขาย่อยสำนักวิญญาณยุทธ์นั่วติงมาอ่าน
การฝึกตีเหล็กประจำวันก็ไม่เคยหยุด กระบวนการใช้วิชาค้อนวายุสะบั้นปั่นป่วนสร้างแรงสะท้อนกลับ ช่วยขัดเกลาร่างกายและกระดูกอย่างมาก ทำให้ถังอินรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่การฝึกฝนของน้องสาวและเสียวอู่ก็ละเลยไม่ได้เช่นกัน
หลังจากเคลียร์พื้นที่เสร็จ ถังอินก็เริ่มจัดตารางการฝึก ยืนอรหันต์ แบบพิเศษให้น้องสาวทั้งสองทันที
เพราะในชาติที่แล้วไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ การวิจัยเรื่องเทคนิคของผู้คนจึงพัฒนาไปจนถึงขีดสุด
ในขณะที่โลกโต้วหลัว 1 การฝึกฝนและการต่อสู้ของวิญญาจารย์มักจะพึ่งพา พรสวรรค์, วงแหวนวิญญาณ, และ ทักษะวิญญาณ
ตัวอย่างเช่น หญ้าเงินครามมีความสามารถในการเติบโตและพันธนาการโดยธรรมชาติ แต่กลับต้องไปปลุกทักษะวิญญาณ พันธนาการ ขึ้นมา
และเมื่อปลุกทักษะวิญญาณ พันธนาการ ได้แล้ว ก็สามารถควบคุมการยืดขยายของหญ้าเงินครามได้อย่างง่ายดาย แล้วทำไมถึงไม่สานมันเป็นใยแมงมุมหรือกรงขังล่ะ?
ดังนั้น ทักษะวิญญาณแรกๆ ที่ถังซาน (ในต้นฉบับ) ปลุกขึ้นมาจึงดูเหมือนของเด็กเล่น
ถังอินรู้สึกว่าเหตุผลที่อวี้เสี่ยวกังคิดไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาโง่เง่าไปซะทีเดียว
แต่เป็นเพราะวิญญาจารย์ไม่เคยพัฒนาการควบคุมพลังวิญญาณให้ละเอียดอ่อน การใช้งานวิญญาณยุทธ์จึงต้องพึ่งพาทักษะวิญญาณที่ปลุกขึ้นมาเท่านั้น
อาจกล่าวได้ว่าพวกเขามัวแต่แหงนหน้ามองดาว จนลืมดูเท้าตัวเองที่ยืนอยู่บนพื้นดิน
เพราะต้นกำเนิดของทักษะวิญญาณและวิญญาณยุทธ์ ท้ายที่สุดแล้วก็คือ พลังวิญญาณ นั่นเอง!
จบตอน