เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ความหวังแห่งการแก้แค้น

บทที่ 56 ความหวังแห่งการแก้แค้น

บทที่ 56 ความหวังแห่งการแก้แค้น


บทที่ 56 ความหวังแห่งการแก้แค้น

ฉากที่อยู่ตรงหน้าทำให้จางไป่เทาไม่กล้าที่จะคิดอะไรให้ลึกซึ้ง เขาจับตัวญาติคนหนึ่งขึ้นมา ดวงตาสีแดงก่ำ ตวาดเสียงดุดัน “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?”

ญาติผู้นี้ถูกจางไป่เทาในยามนี้ทำให้ตกใจ ตัวสั่น พูดจาติดขัด “ท่านประมุขกับนายน้อยรองตายแล้ว! การต่อสู้ครั้งนั้นคนตายไปมากมาย ผู้ฝึกยุทธ์รับเชิญขั้นควบแน่นโลหิตก็ตาย ผู้ฝึกยุทธ์หัวกะทิของตระกูลจางล้วนตายไปเป็นกอง!”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ในดวงตาของจางไป่เทาก็เผยความไม่อยากจะเชื่อออกมา เขาตะโกน “ท่านพ่อกับน้องชายข้าตายได้อย่างไร? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ใครเป็นคนลงมือ!”

ญาติผู้นั้นยังไม่ทันได้พูดอะไร เถาจงวั่งและกองกำลังใหญ่ๆ อื่นๆ ในเมืองซานหยางก็เดินเข้ามา

เมื่อรู้ว่าจางไป่เทาได้กลับมาแล้ว พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะทำเกินเหตุไปมากนัก รีบนำทรัพย์สินของตระกูลจางคืนไปในทันที เพียงแต่เงินทองและทรัพย์สมบัติเหล่านั้นถูกพวกเขาแบ่งสรรกันไปแล้ว การจะนำกลับมาคืนในทันทีก็คงมิอาจทำได้ทัน ต้องยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปก่อน อย่างน้อยก็เพื่อให้ดูดี

จางไป่เทาหันกลับมาอย่างกะทันหัน หยิบกระบี่ทองสัมฤทธิ์โบราณที่อยู่ด้านหลังมาถือไว้ ดวงตาสีแดงก่ำกล่าวเสียงเย็นชา “ท่านทั้งหลาย ข้าต้องการคำอธิบาย! ตระกูลจางของข้าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”

ในสายตาของจางไป่เทา ด้วยพลังของตระกูลจางในเมืองซานหยาง คนที่สามารถทำลายตระกูลจางได้ก็มีเพียงตระกูลพวกเขานี่แหละ

เถาจงวั่งรีบกล่าวอย่างขมขื่น “คุณชายจาง เจ้าใจเย็นลงก่อน เรื่องการล่มสลายของตระกูลจางนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราจริงๆ”

กล่าวจบ เถาจงวั่งก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้จางไป่เทาฟัง แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกเรื่องที่พวกเขาร่วมกันแบ่งสรรทรัพย์สินของตระกูลจางในภายหลัง

เถาจงวั่งกางมือออก แสดงท่าทีจนใจ “คุณชายจาง ตระกูลจางก็เป็นส่วนหนึ่งของเมืองซานหยาง เมื่อตระกูลจางถูกทำลาย พวกเราก็อยากจะจับคนร้ายไว้ แต่ชูซิ่วผู้นั้นสามารถสังหารบิดาของเจ้าได้ ข้าเองก็เคยปะทะกับเขาหนึ่งกระบวนท่า พลังฝีมือของเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ จนพวกเราไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวโดยประมาท ดังนั้นสุดท้ายจึงทำได้เพียงปล่อยให้เขาจากไป”

“ชูซิ่ว!”

จางไป่เทาเอ่ยชื่อสองคำนี้ออกมาด้วยความเคียดแค้น กระทั่งคนในที่นั้นก็ได้ยินเสียงฟันของจางไป่เทากระทบกัน 'กึกๆ' แสดงให้เห็นว่าเขาเกลียดชังชูซิ่วถึงเพียงใดแล้ว

ในขณะนั้นเอง จางไป่เทาพลันชักกระบี่ออก ฟันกระบี่ออกไปดุจสายฟ้าฟาด ด้วยพลังสายฟ้าพันจิน พุ่งเข้าสังหารผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเถาจงวั่ง

วรยุทธ์ในยามค่ำคืนของปาซาน กระบี่สายฟ้าสีม่วง!

เพลงกระบี่แปดอักษรของพรรคกระบี่ปาซานพัฒนาเป็นเพลงกระบี่อันทรงพลังแปดกระบวนท่า ตอนนี้จางไป่เทาใช้เพลงกระบี่สายฟ้าสีม่วงซึ่งว่องไวราวสายฟ้า ย่อมถือว่าบรรลุความสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว

ไม่มีใครคิดว่าจางไป่เทาจะลงมืออย่างกะทันหัน มีเพียงเถาจงวั่งที่รีบยกดาบสังหารม้าในมือขึ้น ดาบยาวหนักหน่วงขวางอยู่ด้านหน้าของจางไป่เทา แต่เขาก็ถูกกระบี่เล่มนี้ฟันจนมือสั่นเทา สีหน้าเผยความตกใจออกมา

ในตำนานกล่าวว่าเพลงกระบี่สายฟ้าสีม่วงของพรรคกระบี่ปาซาน เมื่อฝึกฝนถึงขีดสุด ยามค่ำคืนที่มีฝนฟ้าคะนองจะสามารถดึงดูดพลังสายฟ้าสีม่วงจากสวรรค์ได้ ก่อนหน้านี้เขาไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เขาก็เริ่มเชื่อบ้างแล้ว

“คุณชายจาง! ข้าเพิ่งกล่าวไปว่าเรื่องของตระกูลจางไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา เจ้าคิดจะลงโทษกองกำลังยุทธภพทั้งหมดในเมืองซานหยางเพราะเรื่องนี้อย่างนั้นรึ?” เถาจงวั่งกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

พรรคกระบี่ปาซานจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็ยังอยู่ในซีฉู่ แต่ที่นี่คือรัฐเยี่ยน!

จางไป่เทาชี้ไปที่บุรุษวัยกลางคนคนนั้นด้วยความเกลียดชัง “ก็เพราะสตรีเลวผู้นั้น ลินซินอวี้ ทำให้ตระกูลจางของข้าต้องประสบภัยพิบัติ ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกน้องชายไปแล้วว่า สตรีผู้นั้นมีจิตใจลึกซึ้งเกินไป หากแต่งนางเข้ามา ตระกูลจางของเราก็จะไม่มีวันสงบ แต่สุดท้ายตระกูลจางของข้ากลับต้องประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่เพราะสตรีเลวผู้นั้น!”

บุรุษวัยกลางคนผู้นี้คือบิดาของหลินซินอวี้ ประมุขตระกูลหลิน

ตอนนี้เขาก็อยากจะร้องไห้เแต่ไร้น้ำตา หากไม่ใช่เพราะจางไป่เฉินมาตามตอแยหลินซินอวี้ทุกวัน เรื่องจะดำเนินมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร?

เถาจงวั่งสบตากับประมุขตระกูลหลิน ส่งสัญญาณให้เขาหนีไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้จางไป่เทาโกรธจนสติแตกแล้ว อย่าว่าแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุตรสาวของเขา หากไม่เกี่ยวข้องเลย จางไป่เทาในตอนนี้ก็คงจะหาใครสักคนมาระบายความโกรธอยู่ดี

ประมุขตระกูลหลินหนีไปอย่างตื่นตระหนก เถาจงวั่งส่ายหน้าให้จางไป่เทา “คุณชายจาง เจ้าสังหารเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ คนตายไปแล้วมิอาจฟื้นคืนชีพได้ ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ ตระกูลจางก็ยังอยู่ ต่อไปเมืองซานหยางก็ต้องพึ่งพาให้เจ้าค้ำจุนแล้ว ทำใจให้สบายเถิด”

จางไป่เทาเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างเป็นสีแดงก่ำ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนเสียรูป “แค้นบิดาที่ถูกสังหาร ความแค้นที่ตระกูลถูกทำลาย เจ้าจะให้ข้าทำใจให้สบายได้อย่างไร?

ประมุขเถา ทรัพย์สินของตระกูลจางข้าไม่ต้องการ ข้าเพียงต้องการรู้พลังฝีมือของชูซิ่วผู้นั้น และการเดินทางของเขาเท่านั้น!”

จางไป่เทาไม่ได้โง่ เมื่อนึกถึงท่าทีตื่นตระหนกของเถาอี้ บุตรชายของตระกูลเถา เขาย่อมรู้ว่าคนเหล่านี้ทำอะไรไปบ้างหลังจากตระกูลจางล่มสลาย

แต่เขาไม่สนใจเรื่องเหล่านี้อีกต่อไป บิดาตายแล้ว น้องชายก็ตายแล้ว ตระกูลจางจะยังอยู่ไปเพื่ออะไร? สิ่งเดียวที่เขายึดมั่นในใจตอนนี้คือการแก้แค้น!

เถาจงวั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าอย่างลำบากใจ “คุณชายจาง การแก้แค้นย่อมต้องแก้แค้น แต่ข้าก็หวังว่าเจ้าจะพิจารณาอย่างรอบคอบ

พลังฝีมือของชูซิ่วผู้นั้นหยั่งลึกเกินกว่าจะคาดเดา ข้าเคยปะทะกับเขาหนึ่งกระบวนท่า แม้จะดูเหมือนเสมอกัน แต่หากต่อสู้กันจริงๆ โอกาสที่ข้าชนะก็มีไม่มาก

ส่วนการเดินทางของเขา พวกเรายิ่งไม่รู้แน่ชัด คนของเราเห็นเพียงเขาเดินทางไปทางภูเขาหลี่หยางเท่านั้น แต่ที่ไกลกว่านั้นไม่ใช่ขอบเขตอำนาจของเมืองซานหยางแล้ว และพวกเราก็ไม่กล้าไล่ตามไป”

จางไป่เทาโบกมืออย่างสิ้นหวัง ให้พวกเขาจากไปทั้งหมด

ตอนนี้เขาต้องการแก้แค้น แต่กลับหาศัตรูไม่พบ กระทั่งต่อให้พบ ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถสังหารอีกฝ่ายได้

ในฐานะคนของเมืองซานหยาง จางไป่เทาแม้จะไม่ได้กลับมาเมืองซานหยางหลายปี แต่เขาก็รู้พลังฝีมือของเถาจงวั่งเป็นอย่างดี คนที่ทำให้เถาจงวั่งไม่มั่นใจที่จะชนะ โอกาสที่เขาจะชนะก็มีไม่มากนัก

รัฐเยี่ยนไม่ใช่ดินแดนปาซู่ หากเป็นดินแดนปาซู่ เขาก็สามารถไปขออาจารย์ ให้ท่านใช้นามของพรรคกระบี่ปาซานออกตามหาคน ชูซิ่วก็คงหนีไม่รอด

แต่ที่นี่คือรัฐเยี่ยน ตระกูลจางในเมืองซานหยางอาจจะมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับแคว้นหลินจงก็ยังอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางล่าง ส่วนในรัฐเยี่ยนทั้งหมด พลังของตระกูลจางนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ

จางไป่เทาจ้องมองกระบี่ในมือ ตอนนี้เขาสามารถเลือกกลับไปฝึกฝนที่พรรคกระบี่ปาซาน เพื่อรอให้พลังฝีมือของตนเองก้าวหน้าขึ้น แล้วค่อยกลับมาแก้แค้น

หรือใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อไต่เต้าสถานะในพรรคกระบี่ปาซานให้สูงขึ้น แล้วใช้พลังของพรรคกระบี่ปาซานมาแก้แค้น แต่ทั้งหมดนี้ย่อมต้องใช้เวลา!

ศพของบิดาและน้องชายยังไม่ทันเย็นลง เขาจะมีจิตใจไปฝึกฝนและไต่เต้าได้อย่างไร?

ในขณะนั้นเอง จางไป่เทาพลันนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ ในรัฐเยี่ยนนี้เขารู้จักคนผู้หนึ่ง แม้จะไม่สนิทสนมกันมากนัก แต่กองกำลังที่อยู่เบื้องหลังคนผู้นั้น เพียงแค่ใช้พลังเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะช่วยเขาแก้แค้นได้!

คนผู้นั้นคือ นายน้อยแห่งคฤหาสน์จู้อี้ (คฤหาสน์รวบรวมคุณธรรม) 'วายุทะยานพิรุณโปรย' เนี่ยตงหลิว หนึ่งในหกสมาคมใหญ่!

ในยุทธภพมีกองกำลังน้อยใหญ่มากมาย องค์กรขายข่าวที่ใหญ่ที่สุดในยุทธภพอย่างหอเฟิงม่านกล่าวว่าหกสมาคมใหญ่นั้นคือหกสมาคมที่รวบรวมคุณธรรมและผู้คนไว้ด้วยกัน ดังนั้นหกสมาคมใหญ่จึงถูกเรียกว่าหกสมาคมผู้รวมคน ไม่ได้อาศัยเวลา ไม่ได้อาศัยสถานที่ สิ่งที่พวกเขาเก่งกาจเพียงอย่างเดียวคือการรวบรวมผู้คน

หกสมาคมใหญ่นั้นแม้จะมาจากสามัญชน แต่ก็มีศิษย์จำนวนมาก แม้ว่าพรสวรรค์ของผู้คนจะธรรมดาไปบ้าง ทว่าในแต่ละรุ่นก็มักมีอัจฉริยะที่โดดเด่น สามารถค้ำจุนสมาคมได้

หอเฟิงม่านซึ่งเป็นองค์กรขายข่าวที่ใหญ่ที่สุดในยุทธภพ ก็เป็นหนึ่งในหกสมาคมผู้รวมคน หากไม่มีคนมากพอ ย่อมมิอาจค้ำจุนองค์กรขายข่าวที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

แน่นอนว่าหอเฟิงม่านก็รู้จักกาลเทศะ ไม่ได้จัดอันดับตนเองสูงเกินไป เพราะเมื่อประเมินจากพลังฝีมือแล้ว หอเฟิงม่านเป็นเพียงระดับล่างของหกสมาคมผู้รวมคนเท่านั้น

คฤหาสน์จู้อี้นั้นแม้ว่าพลังจะอยู่ในระดับกลางของหกสมาคมผู้รวมคน แต่ชื่อเสียงของพวกเขากลับดีที่สุด

ในอดีตคฤหาสน์จู้อี้เป็นเพียงวัดร้างเล็กๆ เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน มียอดฝีมือวัยหนุ่มห้าคนมาสาบานตนเป็นพี่น้องที่นี่ ให้คำมั่นว่าจะลงโทษความชั่วร้ายและสังหารหมู่มาร

สิบปีต่อมา ยอดฝีมือวัยหนุ่มทั้งห้าคนนี้ก็มีชื่อเสียงในยุทธภพ พวกเขาร่วมมือกันสังหาร 'อสูรเฒ่าฉีซาน' ซือคงฟ่าง ผู้ชั่วร้าย จนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วใต้หล้า

ยี่สิบปีต่อมา วัดร้างเล็กๆ ได้กลายเป็นคฤหาสน์จู้อี้ที่มีชื่อเสียงในยุทธภพ ผู้คนในยุทธภพที่มาจากสามัญชนชื่นชมในคุณธรรมของห้าคนนี้ จึงพากันมาสวามิภักดิ์

สามสิบปีต่อมา คฤหาสน์จู้อี้ได้กลายเป็นหนึ่งในหกสมาคมผู้รวมคน มีผู้ฝึกยุทธ์กว่าหมื่นคน และยังมีผู้คนในยุทธภพมากมายที่ชื่นชมในคุณธรรมของคฤหาสน์จู้อี้ ต่างพากันมาเยี่ยมเยียน คฤหาสน์จู้อี้ก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

กระทั่งคฤหาสน์จู้อี้ยังมีกฎว่า ตราบใดที่ผู้มาเยี่ยมเยียนนำศีรษะของโจรผู้ร้ายหรือคนชั่วร้ายมา ก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินทอง หรือทรัพยากรฝึกฝนจากคฤหาสน์จู้อี้ได้ โดยไม่มีการปฏิเสธ การกระทำนี้ยิ่งทำให้คฤหาสน์จู้อี้มีชื่อเสียงเลื่องลือในยุทธภพ ได้รับคำสรรเสริญจากสำนักฝ่ายธรรมะในยุทธภพ

น่าเสียดายที่มาถึงวันนี้ ยอดฝีมือวัยหนุ่มห้าคนในอดีต ต่างได้เสียชีวิตไปแล้วสี่คนจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่างๆ ตอนนี้เหลือเพียงผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ คือประมุขคฤหาสน์จู้อี้ 'หัตถ์พลิกเมฆา' เนี่ยเหรินหลง ผู้เป็นยอดฝีมือฝ่ายธรรมะที่มีชื่อเสียงก้องยุทธภพ!

จบบทที่ บทที่ 56 ความหวังแห่งการแก้แค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว