- หน้าแรก
- โลกวิปลาสที่ใครก็ว่าโหด ผมขอเปิดโหมดท็อปเทียร์
- บทที่ 35 - ท่านเซียนเพียงพอน
บทที่ 35 - ท่านเซียนเพียงพอน
บทที่ 35 - ท่านเซียนเพียงพอน
บทที่ 35 - ท่านเซียนเพียงพอน
★★★★★
กฎแห่งความสยองในคืนที่หกผ่านพ้นไป บทสรุปคือชัยชนะของมวลมนุษยชาติทั่วโลก
ในขณะนั้นเอง หน้าต่างแชทก็เด้งประกาศจากระบบขึ้นมา
[ซูหยวนเป็นผู้รอดชีวิตคนแรกที่เผยแพร่วิธีพิชิตกฎแห่งความสยองได้ผลจริงครบ 5 ครั้ง มอบฉายากิตติมศักดิ์: ผู้ทำลายกฎ]
"ว้าว!"
"ผู้ทำลายกฎ ฟังดูโคตรเท่เลย!"
"ยินดีกับเทพซูหยวนด้วยครับที่ได้ฉายาใหม่"
"ยินดีด้วย +1"
"+1"
"จู่ๆ ข้าก็นึกเรื่องน่ากลัวขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง ถ้าโลกนี้ไม่มีเทพซูหยวนล่ะ!"
ผู้คนต่างมองย้อนกลับไปตลอดหกคืนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคืนที่สามที่ซูหยวนกำจัดสิ่งลี้ลับเป็นคนแรก หรือจะเป็นคืนอื่นๆ ผู้คนมากมายที่รอดชีวิตมาได้ ก็เพราะซูหยวนทั้งนั้น!
ถ้าไม่มีซูหยวน ป่านนี้ผู้รอดชีวิตในโลกวิปลาสจะเหลือรอดอยู่สักกี่คนกันนะ? คำถามนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสยอง! "ไม่ต้องไปคิดหรอก เพราะพวกเรามีเทพซูหยวนอยู่ไง!"
"ถูกเผง พวกเรามีเทพซูหยวน!"
"เทพซูหยวน!"
ชื่อของซูหยวนไม่ได้เป็นแค่ชื่อที่เอาไว้เรียกขานหรือสรรเสริญเยินยออีกต่อไป แต่มันกลายเป็นศรัทธา เป็นความหวังในการมีชีวิตอยู่!
ซูหยวนไม่ได้สนใจข้อความไร้สาระพวกนั้น เขาเปิดหน้าฉายากิตติมศักดิ์เพื่อดูคุณสมบัติของ "ผู้ทำลายกฎ" ทันที
นี่คือรางวัลที่คาดไม่ถึงสินะ? ซูหยวนสังเกตเห็นว่าฉายาอื่นๆ เป็นสีทอง แต่ฉายานี้กลับเป็นสีดำทมิฬ
[ผู้ทำลายกฎ: มอบเนตรไร้หวาดหวั่น ระยะการมองเห็นในช่วงกลางวันเพิ่มขึ้นเป็น 15 เมตร (หากต้องการเลื่อนขั้นเป็น ปรมาจารย์ผู้ทำลายกฎ ต้องเผยแพร่วิธีพิชิตที่ได้ผลจริงครบ 20 ครั้ง เมื่อเลื่อนขั้นแล้วคุณสมบัติจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า)]
"แจ่ม!"
ซูหยวนพอใจกับคุณสมบัติ "เนตรไร้หวาดหวั่น" ที่ได้จากฉายานี้มาก อุปสรรคใหญ่ที่สุดในตอนกลางวันก็คือหมอกหนาที่บดบังสายตา สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหาทรัพยากรของเขาได้อย่างมาก
"เสียดายที่ฉายากิตติมศักดิ์เอาไปเสริมแกร่งร้อยเท่าไม่ได้ ไม่งั้นคงไม่ต้องอัปเกรดอะไรแล้ว เทพทรูไปเลยดีกว่า"
เขาเปิดไปหน้าแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน เตรียมจะไล่ดูข้อมูลข้างใน เผื่อจะเจอของดีอะไรบ้าง ยังไงซะ นี่ก็เป็นผลผลิตจากการระดมขุดแร่ของคนทั่วโลก พอลองค้นดู ซูหยวนก็เจอของดีเพียบ: หินเกรดสมบูรณ์แบบ 100 ก้อน แร่ทองแดงเกรดสมบูรณ์แบบ 100 ก้อน แร่ขับไล่สิ่งชั่วร้ายเกรดสมบูรณ์แบบ 150 ก้อน หินเมฆาอัคคี 1 ก้อน หินลายวารี 1 ก้อน หยกพิรุณเหมันต์ 1 ก้อน
และอื่นๆ อีกมากมาย รายการที่กล่าวมาคือสิ่งที่ซูหยวนต้องการแลกเปลี่ยนพอดี หิน ทองแดง และแร่ขับไล่สิ่งชั่วร้ายเกรดไร้เทียมทาน เขาจะเอาไปใช้อัปเกรดห้องมืด ส่วนวัสดุพิเศษที่เหลือ ก็เอามาใช้สร้างหุ่นดินระดับ A ได้พอดี
ซูหยวนส่งคำขอแลกเปลี่ยนทันที เขาขี้เกียจมานั่งคำนวณว่าของใครคุ้มกว่า เลยกดแลกด้วยยันต์เพลิงวิญญาณคนละ 2 ใบ แล้วรอให้อีกฝ่ายกดยืนยัน
ผลปรากฏว่า ทันทีที่เขากดส่งคำขอ การแลกเปลี่ยนก็เสร็จสมบูรณ์ในพริบตา! แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าตอนนี้ผู้คนโหยหายันต์กันขนาดไหน ของแบบนี้ ในเวลาหน้าสิหน้าขวานมันช่วยชีวิตคนได้! หลังจากแลกของเสร็จ ซูหยวนก็มาดูคุณสมบัติของวัสดุอัปเกรด
หิน (เกรดสมบูรณ์แบบ) ความแข็งแกร่ง: 10 แร่ทองแดง (เกรดสมบูรณ์แบบ) ความแข็งแกร่ง: 20 แร่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย (เกรดสมบูรณ์แบบ) ค่าขับไล่: 5
จากนั้นเขาก็จัดการเสริมแกร่งร้อยเท่าให้กับพวกมัน หลังเสริมแกร่ง คุณสมบัติของวัสดุทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
หิน (เกรดไร้เทียมทาน) ความแข็งแกร่ง: 1000 แร่ทองแดง (เกรดไร้เทียมทาน) ความแข็งแกร่ง: 2000 แร่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย (เกรดไร้เทียมทาน) ค่าขับไล่: 500
"เกรดไร้เทียมทาน บวกกับคุณสมบัติสุดโหดจากการเสริมแกร่งร้อยเท่า ไม่รู้เลยว่าจะอัปเกรดห้องมืดเลเวล 2 ออกมาได้เทพขนาดไหน"
ซูหยวนเปิดหน้าต่างห้องมืด หน้าจอก็แสดงผล:
ห้องมืด (เลเวล 1 》》》》 เลเวล 2) (หิน: 100/100) (แร่ทองแดง: 100/100) (แร่ขับไล่สิ่งชั่วร้าย: 150/150)
รวบรวมครบแล้ว ต้องการเริ่มอัปเกรดหรือไม่? [ใช่] [ไม่]
ซูหยวนรีบกด [ใช่] ทันที
จากนั้น ห้องมืด (กำลังอัปเกรด ความคืบหน้า 0.01% อีก 48 ชั่วโมงจะอัปเกรดเสร็จสมบูรณ์) ……
การอัปเกรดจากเลเวล 1 ไปเลเวล 2 ไม่เหมือนตอนสร้างบ้านเลเวล 1 ที่เสร็จปุ๊บปั๊บ มันต้องใช้เวลาพอสมควร รอให้ห้องมืดอัปเกรดเป็นเลเวล 2 มีโรงเรือนเพาะปลูกเมื่อไหร่ ซูหยวนก็จะปลูกสาลี่หิมะได้แล้ว
ในขณะที่เขาเตรียมจะปิดคู่มือเอาชีวิตรอด แล้วออกไปล่าหีบสมบัติ เขาก็สังเกตเห็นว่าในช่องแชทโซน มีคนกำลังคุยกันอยู่! ช่องแชทโซน (รัศมี 100 กิโลเมตร จำนวนคน 6000 คน)
"ช่วยด้วย!"
"มีใครอยู่ไหม?"
"ข้าโดนท่านเซียนเพียงพอนหมายหัวแล้ว!"
"พวกเจ้าใครมีของขลังเจ๋งๆ หรือรู้วิธีไล่ท่านเซียนเพียงพอนบ้าง?"
"ช่วยข้าด้วย!"
คนที่ร้องขอความช่วยเหลือ คือชายที่ชื่อจางจื้อหย่ง พอเขาพูดจบ ก็มีคนในกลุ่มถามขึ้นมา
"เจ้าอยู่ที่ไหน?"
"ข้ายังอยู่ในห้องมืด พวกมันมาดักรออยู่หน้าประตูบ้านข้าแล้ว!"
"พวกมัน?"
"ใช่ ข้าแอบมองดู เห็นดวงตาสีเขียวเรืองแสงหลายคู่เลย"
"สหาย เอ็งคงไปแหย่รังท่านเซียนเพียงพอนเข้าให้แล้วล่ะมั้ง"
"งานเข้าแล้วไง"
"อย่าออกไปเด็ดขาดนะ"
"สหาย ปิดประตูให้แน่นๆ!"
"ท่านเซียนเพียงพอนตอแยด้วยยากมาก มันเจ้าเล่ห์สุดๆ!"
ทุกคนต่างแสดงท่าทีแบบธุระไม่ใช่ ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
ตอนนั้นเอง คนชื่อเหลียงชงก็ถามขึ้นมาว่า: "เจ้าไปทำอะไรให้ท่านเซียนเพียงพอนโกรธ?"
"ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ"
จากนั้น จางจื้อหย่งก็เล่าเหตุการณ์ที่เจอเมื่อตอนกลางวันให้ฟังคร่าวๆ เขาก็จนปัญญาเหมือนกัน เมื่อตอนกลางวัน จางจื้อหย่งออกไปหาทรัพยากรในป่าข้างๆ กะว่าจะเสี่ยงดวงดู เผื่อโชคดีเหมือนคราวก่อน ได้อีกาสักตัวกลับมาย่างกิน ปรากฏว่าหาอะไรไม่เจอเลย เดินไปเดินมาก็ไปเจอสวนผลไม้แห่งหนึ่ง พอเดินเข้าไป ต้นสาลี่ด้านนอกก็โกร๋นหมดแล้ว จางจื้อหย่งเดินลึกเข้าไปอีก ก็เจอต้นท้อ แต่น่าเสียดายที่ลูกท้อยังไม่สุก ในขณะที่เขากำลังจะกลับออกมา จู่ๆ ก็มีเงาดำพุ่งเข้าใส่ ด้วยความตกใจ จางจื้อหย่งเลยเหวี่ยงเคียวในมือฟันสวนออกไป ใครจะไปคิดว่าสิ่งที่พุ่งเข้ามา จะเป็นตัวเพียงพอนสีน้ำตาลตัวมหึมา
"จี๊ด!"
ตัวเพียงพอนร้องเสียงแหลม หางยาวๆ ของมันโดนเคียวตัดขาดกระเด็น! "กริ๊ก! กริ๊ก!"
ตัวเพียงพอนเสียหลัก ล้มกลิ้งโค่โล่เค่เล่กับพื้น เจอแบบนี้เข้าไป จางจื้อหย่งไม่เคยพบเคยเห็น เขาหลับหูหลับตาหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต พอวิ่งออกมาไกลพอสมควร จางจื้อหย่งก็หันกลับไปมอง เจ้าเพียงพอนหางด้วนตัวนั้นกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น!
"ทำไงดี? พี่น้อง! ช่วยด้วย! ข้ารู้สึกเหมือนพวกมันกำลังจะพังประตูเข้ามา"
จางจื้อหย่งน้ำตาคลอเบ้า
"ยันไว้นะ!"
"ใช่แล้ว! แค่อุดอู้อยู่ในห้องมืด ก็ไม่เป็นไรหรอก"
"สู้ๆ! นายทำได้!"
คำพูดให้กำลังใจไม่กี่ประโยคนั้นดูขอไปที ไม่มีใครคิดจะไปช่วยเขาจริงๆ ล้อเล่นน่า! เจ้าไปแหย่รังเพียงพอนมาทั้งรัง ใครจะอยากไปหาเรื่องซวยใส่ตัวล่ะ? "พวกมันกำลังเอาก้อนหินปาประตูบ้านข้า!"
จางจื้อหย่งกำเคียวแน่น ขดตัวสั่นงันงกอยู่ในห้อง
"ประตู ประตูจะพังแล้ว!"
ห้องมืดที่อัปเกรดแล้วของเขา พอจะมีค่าขับไล่สิ่งชั่วร้ายอยู่บ้าง แต่เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งลี้ลับที่เจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างท่านเซียนเพียงพอน มันกันไม่อยู่หรอก! โครม! ประตูเปิดออก หญิงชราหน้าแหลมเปี๊ยบ สวมชุดกี่เพ้ายาวสีเทา ถือไม้เท้าทำจากไม้ท้อ ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ข้างกายของนางมีตัวเพียงพอนโผล่ออกมาอีกหลายตัว หนึ่งในนั้นคือเจ้าตัวที่หางขาด หญิงชราหรี่ตาเรียวเล็ก จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือก "หางหลานชายข้า เจ้าเป็นคนตัดสินะ?"
"มะ ไม่ใช่ ไม่..." จางจื้อหย่งกลัวจนขี้ขึ้นสมอง! "อ๊าก!"
ไม้เท้าฟาดเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างจัง ภาพตรงหน้ามืดดับ แล้วเขาก็หมดสติไป ในช่องแชทโซนเงียบกริบ ซูหยวนเดาว่าจางจื้อหย่งคนนั้นคงไม่รอดแล้วแน่ๆ เหตุผลที่เขาสนใจข่าวสารในช่องแชทโซน ก็เพราะเรื่องป่าและสวนผลไม้ที่จางจื้อหย่งพูดถึง ซูหยวนเดาว่า หมอนี่น่าจะเป็นผู้รอดชีวิตที่อยู่ในเขตหมู่บ้านจัดสรรเหมือนกัน ข้อมูลที่จางจื้อหย่งพูดมาจึงสำคัญมาก
"โชคดีที่คราวก่อนข้าไม่ไปจ๊ะเอ๋กับท่านเซียนเพียงพอนเข้า"
ซูหยวนคิดในใจ: ลูกท้อใกล้สุกแล้ว จะไปเอาดีไหมนะ? ถ้าสวนผลไม้นั้นถูกฝูงเพียงพอนยึดครองอยู่จริง ข้าว่าอย่าเสี่ยงไปจะดีกว่า
[จบแล้ว]