- หน้าแรก
- โลกวิปลาสที่ใครก็ว่าโหด ผมขอเปิดโหมดท็อปเทียร์
- บทที่ 27 - รองเท้าปักลายกับผ้าแพรขาว
บทที่ 27 - รองเท้าปักลายกับผ้าแพรขาว
บทที่ 27 - รองเท้าปักลายกับผ้าแพรขาว
บทที่ 27 - รองเท้าปักลายกับผ้าแพรขาว
★★★★★
"ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น หุ่นกระดาษของข้าบอกว่าเจ้าก็เป็นหนึ่งในพวกที่มาหลอกกินข้าวฟรี!"
ตอนที่ซูหยวนเดินเข้าไปใกล้ เขาก็ได้ยินเสียงหลิงเอ๋อร์กำลังโวยวายด้วยความโมโหพอดี
เกิดอะไรขึ้น?
เจ้ารองเท้าปักลายคู่นี้ก็มาแย่งกินอาหารวิปลาสด้วยเหรอเนี่ย? เจ้าก้อนถ่านกลับคืนร่างเป็นหมาพันทางแล้ว มันหมอบลงกับพื้นคอยดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ
"เจ้านาย ท่านมาแล้ว"
พอหลิงเอ๋อร์เห็นซูหยวน นางก็รีบเอามือที่เท้าเอวลงทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานขึ้นเยอะ
"เกิดอะไรขึ้นหรือ?"
เขาเหลือบมองหุ่นกระดาษแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปที่รองเท้าปักลายตรงหน้า
"มันกินแล้วชักดาบเจ้าค่ะ!"
ผ้าคลุมหน้าสีแดงของหลิงเอ๋อร์สั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ "แถมยังทำหุ่นกระดาษของข้าขาดอีกด้วย!"
ตึกตึก!
รองเท้าปักลายตกลงบนพื้น แล้วกระทืบเท้าเบาๆ
กลิ่นอายของมนุษย์คนนี้น่ากลัวจัง? ยังไงซะมันก็เป็นแค่สิ่งลี้ลับตัวจ้อย พอต้องมาเผชิญหน้ากับซูหยวนที่มีฉายานักล่าผี มันเลยดูตื่นเต้นลนลานไปหมด
ข้าจะทำยังไงดี? เจ้านั่นเมื่อไหร่จะกลับมานะ? น่าสงสารตัวเองชะมัด ข้าวยังไม่ได้กินสักคำ ดันมาโดนจับได้ซะงั้น
"ฮึ! ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ? แล้วจานสุดท้ายใครกินไปล่ะ" หลิงเอ๋อร์ถลึงตาใส่มัน "หุ่นกระดาษของข้าไม่มีทางโกหกหรอกนะ!"
ตึกตึก!
รองเท้าปักลายลอยตัวขึ้นอีกครั้ง หมุนคว้างกลางอากาศไปมา
ข้ากินเอง ข้ากินเองก็ได้ แต่มันบอกว่าจะช่วยข้าจ่ายค่าอาหารเป็นหีบสมบัติสองใบนะ
"แล้วตอนนี้มันไปไหนล่ะ?"
หลิงเอ๋อร์โกรธจนควันแทบออกหู ไฟโทสะลุกโชนจนจุกอก
ซูหยวนยืนดูด้วยความงุนงง เจ้ารองเท้าปักลายไม่เห็นจะพูดอะไรเลย หลิงเอ๋อร์รู้ได้ยังไงว่ามันสื่อสารอะไร? "เจ้าไม่รู้เหรอ?" หลิงเอ๋อร์ของขึ้นแล้ว หันไปบอกซูหยวนว่า "เจ้านาย เผามันทิ้งไปเลยเจ้าค่ะ!"
นางโบกมือวูบเดียว หุ่นกระดาษสองตัวก็พุ่งเข้าไปกดรองเท้าปักลายแนบกับพื้นทันที
"อ้อ ได้สิ เผาก็ดีเหมือนกัน"
ซูหยวนไม่คิดมาก เขาหยิบยันต์เพลิงวิญญาณออกมา เตรียมจะเผามันให้วอด
แต่ทว่าในตอนนั้นเอง รองเท้าปักลายก็ทิ้งตัวลงกับพื้นดังตุบ แล้วงอส่วนพื้นรองเท้าทำท่าเหมือนกำลังกราบกราน
"ทำไม ไม่แก้ตัวแล้วเหรอ? รู้ว่าผิดแล้วมีประโยชน์อะไร! เอาหีบสมบัติมาซะ!"
หลิงเอ๋อร์สั่งให้หุ่นกระดาษถอยกลับมา
รองเท้าปักลายรู้สึกน้อยใจสุดๆ ไม่ยอมรับได้ที่ไหนกันล่ะ ขืนช้ากว่านี้มีหวังโดนเผาเกรียมแน่
ซูหยวนเห็นท่าทางนั้นก็หัวเราะออกมา เขาเก็บยันต์เพลิงวิญญาณกลับไป แล้วหยิบคู่มือเอาชีวิตรอดออกมาจากแหวนมิติ
พลิกไปหน้ากฎแห่งความสยอง ก็ไม่เห็นมีกฎใหม่ปรากฏขึ้น
นี่แสดงว่าการเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ ไม่จำเป็นว่าจะต้องไปกระตุ้นกฎของมันเสมอไป มีเพียงตอนที่สิ่งลี้ลับเริ่มโจมตีเท่านั้น ผู้เอาชีวิตรอดถึงจะถูกดึงเข้าไปพัวพันกับกฎแห่งความสยองของมัน
ตึกตึก
ปลายรองเท้าปักลายเคาะพื้นเบาๆ สองสามที
"ตอนนี้เจ้าจะไปหามาให้? เดี๋ยวค่อยเอามาให้ทีหลัง? ข้าจะไปเชื่อเจ้าได้ยังไง!"
พอมันบอกว่าจะขอติดไว้ก่อน หลิงเอ๋อร์ก็ไม่พอใจทันที
ถ้ามันหนีไปจะทำยังไง? เจ้ารองเท้านี่เจ้าเล่ห์จะตาย
ครืดคราด
รองเท้าปักลายลากไปลากมาบนพื้นดิน
"เจ้าแน่ใจนะ?"
พอได้ยินสิ่งที่มันสื่อสาร น้ำเสียงของหลิงเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปทันที
"ก็ได้ ในเมื่ออยู่ไม่ไกล งั้นพวกเราจะตามไปเอากับเจ้า!"
หลิงเอ๋อร์หันกลับมาหาซูหยวน "เจ้านาย มันบอกว่ามันรู้ที่ซ่อนของหีบสมบัติระดับหายาก จะลองไปดูไหมเจ้าคะ?"
หีบสมบัติระดับหายาก?!
ซูหยวนนึกถึง "คัมภีร์ยันต์ฉบับสมบูรณ์" ขึ้นมาทันที นั่นคือของที่เขาเปิดได้จากหีบสมบัติระดับหายาก หลังจากนั้นเขาก็เจอแต่หีบสมบัติธรรมดา ไม่เคยเจออันที่มีคำว่า "หายาก" แปะอยู่เลยสักใบ
"ได้สิ งั้นไปกันเถอะ"
ซูหยวนกัดฟันตัดสินใจลองเสี่ยงดู เขาเองก็ไม่ทันสังเกตว่า ตั้งแต่ได้รับฉายานักล่าผีมา ความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับของเขาก็ลดน้อยลงไปกว่าแต่ก่อนมาก
ตึกตึก
รองเท้าปักลายเคาะพื้นเป็นจังหวะ ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางทิศตรงข้ามกับสวนสาธารณะ
ซูหยวนกับหลิงเอ๋อร์รีบตามไปติดๆ
เจ้าก้อนถ่านที่หมอบจนเกือบจะหลับไปแล้ว จำใจต้องลุกขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ แล้ววิ่งตามก้นพวกเขาไป
พอพวกเขาเดินออกไปได้ไม่นาน เจ้าหนูผีตัวนั้นก็ค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืด มันปรายตามองบ้านน้อยห้องมืดของซูหยวนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังหายวับไป
ซูหยวนและพรรคพวกเดินผ่านโซนโรงงานที่มีสิ่งก่อสร้างหนาแน่นไปแล้ว พอเดินลึกเข้าไปอีก ก็เป็นพื้นที่ที่เขาไม่ได้สำรวจเมื่อตอนกลางวัน
ระหว่างทาง เจ้าก้อนถ่านคอยระแวดระวังสิ่งลี้ลับรอบตัวอยู่ตลอด โชคดีที่ไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เดินต่อมาอีกสักพัก รองเท้าปักลายก็พาพวกเขาเลี้ยวเข้าทางเดินเล็กๆ ระหว่างที่เดินย่ำไปบนถนนดิน ซูหยวนก็ก้มลงเก็บก้อนดินขึ้นมาสองก้อน แล้วเริ่มปั้นเป็นรูปร่าง
เดินต่อมาอีกหน่อย ข้างหน้าก็ปรากฏกระท่อมมุงจากหลังหนึ่ง สภาพของมันผุพังทรุดโทรม หญ้าคาหลุดลุ่ย คานบ้านหักพัง ลมพัดโกรกไปทั่วทิศ
ซูหยวนสังเกตเห็นว่าข้างกระท่อมมีต้นพุทราจีนผิวขรุขระ ลำต้นบิดเบี้ยวขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง บนต้นพุทรานั้นมีผ้าแพรขาวผืนหนึ่งแขวนห้อยต่องแต่งอยู่
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามหาตำแหน่งของหีบสมบัติระดับหายาก
มีจริงๆ ด้วย! สายตาของซูหยวนไปสะดุดเข้ากับมุมกำแพงด้านในกระท่อมมุงจาก ตรงนั้นมีแสงสีทองหม่นๆ เปล่งประกายออกมา มันคือหีบสมบัติไม่ผิดแน่
หลิงเอ๋อร์เองก็เห็นเช่นกัน "เจ้านาย เห็นไหมเจ้าคะ?"
ซูหยวนพยักหน้า แต่เขายังไม่รีบร้อนเดินเข้าไปเอาหีบสมบัติ ดินเหนียวในมือถูกเขาปั้นจนกลายเป็นรูปตุ๊กตาคนตัวเล็กๆ เรียบร้อยแล้ว
ซูหยวนวางตุ๊กตาดินสองตัวลงบนพื้น เจ้าตุ๊กตาก็วิ่งอ้อมไปอีกทาง มุ่งหน้าไปยังกระท่อมมุงจาก
รองเท้าปักลายที่เดิมทีเดินเอื่อยเฉื่อยอยู่ข้างหน้า จู่ๆ ก็เร่งความเร็วขึ้น ชั่วพริบตามันก็ไปโผล่ที่ใต้ต้นพุทรา แล้วเริ่มบรรเลงเพลงเตะใส่ต้นไม้ทันที
ตุ้บ ตั้บ สองที ผ้าแพรขาวที่แขวนอยู่บนต้นพุทราก็ร่วงลงมา แต่มันไม่ได้ตกลงพื้นอย่างที่คิด มันกลับลอยเท้งเต้งส่ายไปส่ายมาอยู่ตรงหน้ารองเท้าปักลาย
รองเท้าปักลายเปิดฉากด่าทันที "ไอ้เลว เจ้ากินอิ่มแล้วชิ่งหนี! แล้วข้าจะทำยังไงฮะ?"
ผ้าแพรขาวตอบอย่างจนใจ "ข้าบอกให้เจ้าหนี แล้วทำไมเจ้าไม่ขยับล่ะ?"
รองเท้าปักลายทำท่าทางน้อยใจ "เจ้ากินแล้ว แต่ข้ายังไม่ได้กินนี่! ก็แค่อยากจะหลอกกินสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่าเจ้าสาวผีสุดโหดนั่นจะโผล่มา ข้าเกือบจะกลับมาไม่ได้แล้วนะเนี่ย"
อ้อ ผ้าแพรขาวหันกลับมามองพวกซูหยวน
"หลังจากกินอาหารพวกนั้นเข้าไป ข้าก็รู้สึกว่าพวกมันกระจอกงอกง่อยไปเลย"
"เก่งจริงดิ?"
รองเท้าปักลายเริ่มลังเล เสียดายจังที่มันไม่ได้กิน ไอ้ผ้าแพรบ้าเอ๊ย! แต่มันก็สัมผัสได้จริงๆ ว่ากลิ่นอายความสยองของผ้าแพรขาวตรงหน้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
"เดี๋ยวข้าจะไปจัดการพวกมันเอง"
พูดจบ ผ้าแพรขาวก็ลอยหวือ พุ่งตรงมาทางพวกซูหยวน
หลิงเอ๋อร์ลอยตัวขึ้นช้าๆ เข้าไปขวางหน้าซูหยวนไว้ "เจ้าคือพวกเดียวกับไอ้รองเท้านั่นสินะ?"
ผ้าแพรขาวลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ตอบคำถามใดๆ
"เหอะ เก่งนักเหรอ"
หลิงเอ๋อร์สะบัดผ้าแดงในมือออกไปอย่างแรง หมายจะรัดตัวมันไว้ ดังแคว่ก ผ้าแดงกลับขาดสะบั้นเป็นสองท่อน
หลิงเอ๋อร์เริ่มร้อนรน วิชาภาพลวงตาของนางใช้เล่นงานเจ้าผ้าแพรขาวนี่ไม่ได้ผลเลย
ซูหยวนก้มมองกฎแห่งความสยองในคู่มือ
[กฎแห่งความสยอง: ผ้าแพรขาวพันธนาการแค้น กินอาหารวิปลาสและดูดซับพลังคลุ้มคลั่งจากอาหารจนเลื่อนขั้นเป็นสิ่งลี้ลับระดับ C สำเร็จ มีพลังในการบีบรัดมหาศาล หากถูกมันรัด ร่างกายจะถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ในพริบตา]
มันฉลาดกว่าผีผมยาวแฮะ รู้จักดูดซับพลังจนเลื่อนขั้นได้ แต่ยังไงซะ มันก็เป็นแค่ผ้าแพรผืนหนึ่ง
ซูหยวนเก็บคู่มือ หยิบยันต์เพลิงวิญญาณออกมา "ไอ้นี่สินะที่กินแล้วชักดาบ? เผาทิ้งซะก็จบเรื่อง"
พูดจบ เขาก็ขว้างยันต์ออกไป ลูกไฟสามกษัตริย์อันร้อนแรงพุ่งตรงเข้าใส่ผ้าแพรขาว
เชอะ! ผ้าแพรขาวทำท่าดูถูก ไฟกระจอกๆ แค่นี้ คิดจะเผาข้าเหรอ?
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ข้าอาจจะกลัว แต่ตอนนี้ ข้าไม่กลัวแล้วเว้ย!
หลังจากกินอาหารวิปลาสเข้าไป อย่างน้อยมันก็เลื่อนขั้นเป็นระดับ C แล้ว มันไม่เคยรู้สึกทรงพลังขนาดนี้มาก่อน มันรู้สึกว่าตัวเองแน่มาก!
รองเท้าปักลายที่มองอยู่ไกลๆ รู้สึกอิจฉาตาร้อน ดีจังเลยนะ ขนาดไฟมันยังไม่กลัว แถมยังเป็นไฟที่ดูน่ากลัวขนาดนั้นอีก อยากกินข้าวหอมๆ นั่นบ้างจัง
ทันใดนั้น ผ้าแพรขาวก็ปะทะเข้ากับไฟสามกษัตริย์
อ๊ากกก!
ร้อน! ร้อนโว้ย! ตายแน่ ตายแน่ ตายแน่!
[จบแล้ว]