เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - เจ้าก้อนถ่าน

บทที่ 10 - เจ้าก้อนถ่าน

บทที่ 10 - เจ้าก้อนถ่าน


บทที่ 10 - เจ้าก้อนถ่าน

★★★★★

ดึกสงัด ข้างนอกฝนยังคงตกพรำๆ เจ้าหมาดำที่เดิมทีนอนอยู่บนพื้น สะดุ้งตื่นเพราะลมหนาวที่พัดเข้ามา มันเงยหน้ามองซูหยวนที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นก็ลุกขึ้น ย่องเบาๆ เข้าไปใกล้ แล้วกระโดดผลุงขึ้นไปบนเตียง

ทันทีที่อุ้งเท้าแตะพื้นเตียง มันก็ตาสว่าง!

นุ่มจัง สบายจุงเบย!

เจ้าหมาดำขดตัวนอนที่ปลายเท้าของซูหยวน หามุมเหมาะๆ แล้วจัดท่านอนอย่างมีความสุข รสสัมผัสแบบนี้ หมาที่โตมาในคอกหมูอย่างมันไม่เคยพานพบมาก่อน มันช่างสุขขีสโมสร นอนไปนอนมา น้ำลายก็ย้อยลงมาที่มุมปาก

ซูหยวนขมวดคิ้ว ตื่นขึ้นมาทันที ทำไมเท้ามันแฉะๆ เหนียวๆ? พอลุกขึ้นมาดู ก็ถึงกับหน้ามืด เขาเตะสวนออกไปเต็มแรง

เอ๋ง! เจ้าหมาดำร้องเสียงหลง ลอยละลิ่วไปกระแทกมุมห้องอย่างแรง สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจสุดขีด

แค่มานอนเบียดขอไออุ่นด้วยนิดหน่อย ต้องรุนแรงกันขนาดนี้เลยเหรอ! ลืมภาพที่เราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันเมื่อกี้ไปแล้วรึไง? ถ้าเป็นภาษาพวกมนุษย์ เราคือสหายร่วมรบนะเว้ย! ทำไมถึงไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เพื่อนตายบ้างเลย?

มองดูเจ้าหมาดำที่เห่าโวยวายใส่ตัวเอง ซูหยวนเริ่มมีความคิดอยากจะจับมันมาเชือดเอาเลือดเดี๋ยวนี้เลย ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างยันต์ผุดขึ้นมาในหัว ยันต์สยบมารต้องใช้เลือดหมาดำพอดี นอนไปตื่นหนึ่ง พลังจิตวิญญาณสำหรับวาดยันต์ก็ฟื้นกลับมาเป็น 4 แต้มแล้ว สู้เอาเลือดหมาดำมาทำยันต์เลยดีกว่า

คิดแล้วก็จัดเลย!

เขาพลิกตัวลงจากเตียง เดินไปที่โต๊ะ หยิบมีดปลอกผลไม้ที่คมกริบขึ้นมา

"มานี่มา เจ้าตัวเล็ก"

ซูหยวนซ่อนมีดไว้ข้างหลัง ส่งยิ้มหวานหยดย้อยเรียกเจ้าหมาดำ

โฮ่ง! เขาจะทำอะไร? ฉันได้กลิ่นทะแม่งๆ ไม่ชอบมาพากล

เจ้าหมาดำถอยกรูดไปข้างหลังสองก้าวอย่างระแวง

"เจ้าตัวเล็ก มานี่สิ"

ซูหยวนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ มือที่กำมีดกระชับแน่นขึ้น เพื่อให้เวลาลงมือ จะได้รวดเร็ว แม่นยำ!

โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง!

เจ้าหมาดำหางจุกตูดเตรียมโกยแน่บ

จะหนีเหรอ?!

ซูหยวนก้าวยาวๆ เข้าประชิดตัว คว้าหมับเข้าที่คอ "ไอ้ตัวแสบ ดูซิว่าจะหนีไปไหนพ้น!"

เห็นมีดปลอกผลไม้จ่ออยู่ที่คอ เจ้าหมาดำก็สิ้นหวัง ถีบขาป้อมๆ ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากกรงเล็บมรณะ

ซูหยวนหิ้วมันเดินไปที่ห้องเก็บของ หยิบถุงพลาสติกออกมาใบหนึ่ง นี่เป็นถุงที่เขาเจอตอนออกไปหาของ เอามาใส่เลือดหมาดำนี่แหละเหมาะเหม็ง

แต่ในขณะที่เขากำลังจะลงมีด ค่าสถานะของเจ้าหมาดำก็เตะตาซูหยวนเข้าอย่างจัง

สุนัข (ฝึกให้เชื่องได้) สายพันธุ์: หมาพันทาง (วิวัฒนาการได้) พละกำลัง: 3 ความว่องไว: 2 ความระแวดระวัง: 10 (ค่าเฉลี่ยของสัตว์อยู่ที่ 5)

สัตว์ที่มีความระแวดระวังสูง จะรู้สึกตัวเมื่อมีสิ่งลี้ลับเข้ามาใกล้ รัศมีเฝ้าระวัง: 1 เมตร

ข้อมูลสามอย่างของเจ้าหมาดำทำให้ซูหยวนสนใจเป็นพิเศษ

มันฝึกให้เชื่องได้

มันวิวัฒนาการได้

มันตรวจจับสิ่งลี้ลับในระยะ 1 เมตรได้

"แกอาจจะไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อธรรมดาซะแล้ว" ซูหยวนลังเล ถ้าใช้พรสวรรค์เสริมแกร่งร้อยเท่ากับค่าความระแวดระวังของมัน มันจะกลายเป็นเรดาร์ตรวจจับผีชั้นยอด อีกอย่าง มันก็เป็นสิ่งมีชีวิต อย่างน้อยในโลกแห่งการเอาชีวิตรอดนี้ ก็พอจะอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาได้บ้าง

ซูหยวนเอามีดออก แล้วดึงหนังคอเจ้าหมาดำเล่น โอกาสมีครั้งเดียว พลาดแล้วพลาดเลยนะ! เจ้าหมาดำอ้าปากเตรียมจะงับนิ้วซูหยวน

แต่ทว่า ไส้กรอกแท่งหนึ่งก็โผล่มาในมืออีกฝ่าย กลิ่นหอมยั่วน้ำลายเตะจมูกเข้าอย่างจัง

โฮ่ง โฮ่ง!

ดวงตาเจ้าหมาดำกลิ้งกลุกกลิก จ้องไส้กรอกในมือซูหยวนตาไม่กระพริบ หน้าตาเต็มไปด้วยความปรารถนา

"อยากกินมั้ย?" ซูหยวนล่อลวง

โฮ่ง! เจ้าหมาดำกระดิกหางรัวๆ

"ถ้าแกยอมมาเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน ต่อไปแกจะมีไส้กรอกกินทุกวัน"

โฮ่ง! เจ้าหมาดำตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด จัดไปสิครับลูกพี่!

แน่นอนว่าซูหยวนฟังภาษามันไม่ออก แต่เขาเห็นว่าค่าสถานะของมันเปลี่ยนไปแล้ว

สุนัข (เชื่องแล้ว) เจ้าของ: ซูหยวน

กรุณาตั้งชื่อ: "ตัวดำปี๋ เหมือนก้อนถ่าน งั้นเรียกแกตว่า เจ้าก้อนถ่าน ก็แล้วกัน"

สิ้นเสียงพูด ชื่อเจ้าก้อนถ่านก็ปรากฏขึ้นแทนที่คำว่าสุนัข

เจ้าก้อนถ่าน (เชื่องแล้ว) เจ้าของ: ซูหยวน (ค่าความสนิทสนมปัจจุบัน 50 หากค่าความสนิทสนมเป็น 0 สัตว์เลี้ยงจะทรยศ)

"มีทรยศด้วยเหรอเนี่ย?"

ซูหยวนพูดไม่ออก เขาป้อนไส้กรอกในมือเข้าปากเจ้าก้อนถ่าน มันรีบเคี้ยวตุ้ยๆ ทันที ค่าความสนิทสนม +1

พอไส้กรอกหมด ค่าพละกำลังของมันก็ +1 กลายเป็น 5

"แค่ให้อาหารก็เพิ่มความสนิทสนมได้ งั้นก็โอเค" ซูหยวนลูบขนตรงคอเจ้าก้อนถ่านเบาๆ เจ้าก้อนถ่านหลับตาพริ้มอย่างเพลิดเพลิน ค่าความสนิทสนม +1

เอ่อ ค่าความสนิทสนมราคาถูกจริงๆ

ตอนนี้ซูหยวนจ้องมองเครื่องหมายบวกหลังค่าสถานะทั้งสามของมัน แล้วตัดสินใจเลือกเสริมแกร่งค่าความระแวดระวังทันที

ความระแวดระวัง: 1000

สัตว์ที่มีความระแวดระวังสูงอย่างยิ่งยวด จะรู้สึกตัวเมื่อมีสิ่งลี้ลับเข้ามาใกล้ รัศมีเฝ้าระวัง: 100 เมตร

ทันทีที่ค่าสถานะเปลี่ยน คุณสมบัติความระแวดระวังของเจ้าก้อนถ่านก็เปลี่ยนไป แถมยังงอกความสามารถใหม่ขึ้นมาอีกอย่าง

เนตรทำลายล้าง: ความระแวดระวังที่สูงเกินพิกัด ทำให้มันมีความสามารถในการมองเห็นที่เหนือชั้น สามารถมองทะลุภาพลวงตาและกลลวงส่วนใหญ่ได้

"รัศมีเฝ้าระวัง 100 เมตร ต่อไปเวลาออกข้างนอก ก็เหมือนพกเรดาร์ผีติดตัวไปด้วย แถมยังมองทะลุภาพลวงตาได้อีก ความสามารถนี้แจ่มแมวมาก"

ซูหยวนพยักหน้าอย่างพอใจ วางเจ้าก้อนถ่านลงพื้น เขาถูกใจค่าสถานะของสัตว์เลี้ยงตัวนี้มาก

ทันทีที่เท้าแตะพื้น เจ้าก้อนถ่านก็หูตั้งชัน ยืนนิ่งอยู่กับที่ หางชี้ฟ้า มันรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะสิ่งเหล่านั้น... มันเหมือนจะสัมผัสได้อย่างชัดเจน

โฮ่ง! จู่ๆ เจ้าก้อนถ่านก็เห่าขึ้นมา ดวงตาเล็กๆ แหลมคมเป็นประกายวูบวาบ

ซูหยวนเห็นท่าทีนั้นก็ชะงัก หรือว่ามันเจออะไรเข้าแล้ว? แต่ถัดมา เขาก็เห็นเจ้าก้อนถ่านหันขวับไปข้างหลัง แล้วเริ่มวิ่งไล่งับหางตัวเองหมุนติ้วๆ อยู่กับที่

กำ! ซูหยวนถึงกับกุมขมับ เขาหยิบขนมปังห่อหนึ่งออกมา เสริมแกร่งร้อยเท่าแล้วโยนให้มันกิน

พละกำลัง +1 จากนั้นซูหยวนก็กลับไปนอนบนเตียง ฟ้ายังไม่สว่าง กะว่าจะงีบต่ออีกสักหน่อย

คืนนี้เป็นคืนที่หาได้ยาก เพราะไม่มีผีมารบกวน ช่องแชทโลกเงียบสงบเป็นพิเศษ นอกจากพวกนอนไม่หลับไม่กี่คนที่ยังคุยกันอยู่ คนส่วนใหญ่ที่คลายความตึงเครียดลงได้ ต่างก็พากันปิดช่องแชทแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรากันไปหมดแล้ว

"หลิวอีอี?"

ซูหยวนเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในข้อความที่ยังไม่ได้อ่านของช่องแชทเพื่อน มีข้อความจากหลิวอีอีส่งมาหลายข้อความเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว

"ท่านเทพซูหยวน ท่านนักพรต อยู่มั้ยคะ?"

"ท่านนักพรต! ท่านยังมียันต์เหลือมั้ย?"

"ท่านนักพรต ฉันต้องการความช่วยเหลือจริงๆ นะ ช่วยฉันด้วยเถอะ"

"ท่านคงไม่แล้งน้ำใจเห็นคนตายโดยไม่ช่วยหรอกใช่มั้ย?"

"อามิตตพุทธ ไหนล่ะความเมตตาของนักพรต?"

เวรเอ๊ย! ซูหยวนปวดตับมาก เธอสิเป็นนักพรต ไม่สิ เธอเป็นแม่ชีนักพรต! ต่อให้เข้าใจผิดว่าฉันเป็นนักพรต แล้วไอ้อามิตตพุทธ มหาเมตตาเนี่ย มันบทของพระไม่ใช่เรอะ?

"ทำไมฉันต้องให้ยันต์เธอด้วย?" ซูหยวนตอบกลับไป

"ฉันแลกของกับคุณได้!"

"หมึกชาดระดับไร้เทียมทาน! ฉันขอแลกกับยันต์ของคุณสองใบ"

"ใบเดียว"

"ตกลง!"

หมึกชาดระดับไร้เทียมทาน ผู้หญิงคนนี้ผลิตหมึกชาดระดับไร้เทียมทานได้แล้วเหรอ? เยี่ยมมาก แบบนี้เขาก็ยิ่งมั่นใจในการสร้างยันต์ห้าอัสนีมากขึ้น ดูจากค่าจิตวิญญาณของซูหยวนตอนนี้ เขายังวาดได้อีกหนึ่งใบ

"เร็วเข้า ฉันจะตายแล้ว ถ้าตายการแลกเปลี่ยนก็เป็นโมฆะนะ"

คำขอแลกเปลี่ยนจากหลิวอีอีเด้งขึ้นมา ซูหยวนแปลกใจนิดหน่อย คืนนี้ผีมันไปกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?

เขารีบเดินไปที่โต๊ะ ตวัดพู่กันวาดยันต์ โชคดีชะมัด ยันต์เพลิงวิญญาณเสร็จสมบูรณ์

ซูหยวนกดยืนยันการแลกเปลี่ยน ส่งยันต์เพลิงวิญญาณไปให้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้เสริมแกร่งร้อยเท่าให้มัน ข้อแรกคือเขาแอบกั๊กไว้เอง ข้อสองคือใครใช้ให้เธอเรียกเขาว่านักพรตคำก็พรตสองคำก็พรตล่ะ

"ขอบใจ"

หลิวอีอีตอบกลับมาแค่นั้นแล้วก็เงียบหายไป ซูหยวนคร้านจะใส่ใจ เขาหยิบหมึกชาดระดับไร้เทียมทานมาหมุนดูเล่นอย่างพอใจ นี่คือของดีที่จะช่วยให้วาดยันต์ติด 100% เชียวนะ เขาวางมันกับคู่มือเอาชีวิตรอดไว้บนโต๊ะ แล้วหลับตาลงเตรียมจะนอน

เจ้าก้อนถ่านที่วิ่งวนไล่งับหางจนเหนื่อยก็หยุดวิ่ง พอเห็นซูหยวนนอนแล้ว มันก็วิ่งดุ๊กดิ๊กกระโดดขึ้นเตียงตามมา คราวนี้มันไม่กล้าไปนอนเบียดที่เท้าซูหยวนแล้ว แต่ไปขดตัวนอนสบายใจเฉิบอยู่ที่มุมปลายเตียงแทน

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องมืดแห่งหนึ่ง

หลิวอีอีมองดูยันต์เพลิงวิญญาณในมือ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอจ้องเขม็งไปที่ประตูที่กำลังสั่นกึกกัก ตาไม่กระพริบ

ปัง! ประตูเปิดออก! เงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ถลันเข้าใส่เธอทันที

หลิวอีอีรีบขว้างยันต์ในมือออกไป พรึ่บ! ลูกไฟร้อนแรงปรากฏขึ้น ปะทะเข้ากลางลำตัวของสิ่งลี้ลับ

ซู่ ซู่ ซู่! ไฟวิญญาณลุกท่วมร่างสิ่งลี้ลับในพริบตา

"กริ๊ด!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น เจ้าสิ่งลี้ลับพุ่งหนีตายออกจากห้องไปอย่างบ้าคลั่ง!

หลิวอีอีตรวจสอบจนแน่ใจว่ากฎแห่งความสยองหายไปแล้ว ถึงได้วางใจลง "กลางคืนนี่ ห้ามออกไปไหนซี้ซั้วจริงๆ ด้วย"

เธอกัดริมฝีปากแดงระเรื่อ ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก นึกถึงตอนที่เพิ่งก้าวขาออกจากห้องมืดไปไม่กี่ก้าว ก็เจอดีเข้าให้ หลิวอีอียังรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย ถ้าไม่ได้พกหมึกชาดที่มีผลข่มขวัญผีติดตัวไปด้วย ป่านนี้เธอคงม่องเท่งไปแล้ว

หลิวอีอีโรยผงชาดที่หน้าประตูอีกรอบ แล้วกลับมานั่งบนเตียง นึกถึงลูกไฟอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อกี้ เธอคิดในใจว่า ยันต์นี่มันของจริงแฮะ

มิน่าท่านนักพรตซูหยวนถึงฆ่าผีได้ ไม่รู้ว่าเขายังมียันต์แบบอื่นอีกมั้ย ไว้ฉันผลิตหมึกชาดคุณภาพสูงได้อีกเมื่อไหร่ ค่อยลองหยั่งเชิงเขาดูใหม่

หลิวอีอีล้มตัวลงนอน ดึงผ้าขาวมาคลุมร่าง ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำดูเหม่อลอย ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาดื้อๆ

"ในโลกวิปลาสแบบนี้ ถ้าได้อยู่ใกล้ๆ ท่านนักพรต หรือได้อยู่ห้องมืดเดียวกัน... ว้าย คิดอะไรของฉันเนี่ย"

"ท่านนักพรต... เขาจะหน้าตาเป็นยังไงนะ?"

"รีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องลองทำหมึกชาดอีก"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - เจ้าก้อนถ่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว