- หน้าแรก
- โลกวิปลาสที่ใครก็ว่าโหด ผมขอเปิดโหมดท็อปเทียร์
- บทที่ 7 - ยันต์สำเร็จ
บทที่ 7 - ยันต์สำเร็จ
บทที่ 7 - ยันต์สำเร็จ
บทที่ 7 - ยันต์สำเร็จ
★★★★★
ซูหยวนลองเปลี่ยนท่าทางในการวาดอยู่หลายท่า
แต่ก็พบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ท่าทาง
นั่นแสดงว่าการใช้กระดาษขาวกับหมึกจากตลับหมึกวาดยันต์นั้นไม่ได้ผลจริงๆ!
แถวนี้ไม่มีของพวกนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่มี จริงมั้ย
ซูหยวนนั่งลงบนเตียง เปิดแพลตฟอร์มการค้าขายขึ้นมา
เขาลองค้นหาคำว่า หมึกชาด
ผลลัพธ์คือไม่มี!
งั้นลองโพสต์รับซื้อดูดีกว่า
ซูหยวนโพสต์ขายขนมปังกับไส้กรอกลงในตลาดซื้อขาย พร้อมระบุข้อความเน้นย้ำว่า รับแลกเฉพาะหมึกชาดและกระดาษเหลืองเท่านั้น
ทันทีที่โพสต์การซื้อขายของเขาเด้งขึ้น
ช่องแชทโลกก็เริ่มเม้าท์มอยกันทันที
"ท่านเทพซูหยวนยังไม่ตายเหรอเนี่ย?"
"เพิ่งเห็นแกโพสต์ขายของเมื่อกี้เอง"
"วิญญาณซื้อขายของไม่ได้เหรอ?"
"พอสักทีเถอะพวกนาย!"
"คนที่พวกนายคุยถึงกันอยู่ ใช่คนที่โดนหัวผีระเบิดตายป่ะ?"
"แกสิโดนระเบิด บ้านแกโดนระเบิดทั้งบ้านเลย!"
"พูดไม่ได้รึไง ฉันพูดถึงแกเหรอ?"
"ถ้าไม่ได้คู่มือของท่านเทพซูหยวน ป่านนี้นายจะมีชีวิตมาเห่าอยู่ตรงนี้มั้ย?"
คำพูดนี้เถียงไม่ออก พวกปากดีพวกนั้นเลยเงียบปากไป
แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีคนออกมาปั่นกระแสอีก
"พวกขวางโลกพวกนี้คงอิจฉาท่านเทพซูหยวนล่ะสิ"
"ใช่ ตัวเองกากเลยทนเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้"
"ว่าใครกากฮะ? ซูหยวนก็แค่เขียนคู่มือมาสองฉบับเองไม่ใช่เหรอ? ถ้าฉันย้อนเวลากลับมาได้ ฉันก็เขียนได้เหมือนกันแหละ"
"ก่อนย้อนเวลาช่วยเอาชีวิตให้รอดผ่านคืนแรกก่อนเถอะ ค่อยมาคุยเรื่องเขียนคู่มือ"
"หยุดๆๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว พวกนายไม่เห็นของที่ท่านเทพซูหยวนรับซื้อเหรอ?"
"ของอะไร?"
"หมึกชาดกับกระดาษเหลือง?"
"เอาไปทำไม?"
"นั่นมันของสำหรับวาดยันต์ไม่ใช่เหรอ? หรือว่าท่านเทพซูหยวนวาดยันต์เป็น?"
"ฉันรู้แล้ว ท่านเทพซูหยวนต้องเป็นพระเกจิผู้บรรลุธรรมแน่ๆ"
"พระบ้านแกสิ นักพรตต่างหากที่วาดยันต์"
"ว้าว พี่ชายซูหยวนเป็นนักพรตเหรอเนี่ย?"
"น้องสาว ฝันอะไรอยู่? ยังจะพี่ชายอีก ป่านนี้คงเป็นลุงแก่ๆ แล้วมั้ง"
"เผลอๆ อาจจะเป็นคุณปู่"
"ว้าย ต่อให้ท่านเทพซูหยวนเป็นคุณปู่ เค้าก็ชอบ!"
"ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!"
ซูหยวนอ่านแล้วแทบกระอักเลือด
เหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะมืด ไหนๆ ก็โพสต์รับซื้อไปแล้ว
เขาตัดสินใจออกไปเดินสำรวจอีกสักรอบ เผื่อจะเจออะไรดีๆ
รอบนี้ซูหยวนกะว่าจะเดินไปทางซ้ายของห้องมืด
เขาจำได้ว่าตอนกวาดสายตาดูเหมือนจะเห็นโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อยู่แถวนั้น
ไม่รู้ว่าตรงนั้นจะมีของดีอะไรบ้าง
ถ้าในโรงเลี้ยงสัตว์มีพวกไก่หรือเป็ด เขาอาจจะจับกลับมาย่างกินสักตัว เสียดายที่ไม่มีผงยี่หร่ากับพริก
ซูหยวนเดินแกว่งขวานไปตามทาง ในหัวจินตนาการถึงรสชาติไก่ย่างอันหอมฉุย
พอเดินไปถึง ก็พบว่าเป็นโรงเลี้ยงสัตว์จริงๆ
โรงเรือนเรียงรายเป็นตับ ดูทรงน่าจะเป็นฟาร์มเลี้ยงหมู
หมูหันก็ไม่เลวนะ
ซูหยวนเดินเข้าไปข้างใน
แต่พอเข้าไปแล้วกลับพบแต่ความว่างเปล่า
ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่เงียบเชียบ นอกจากกลิ่นสาบสางแล้ว ก็มีแต่คอกหมูโล่งๆ
ซูหยวนเริ่มสงสัยว่าตอนที่โลกวิปลาสนี้ดึงคนมา มันดึงมาแต่สิ่งก่อสร้างรึเปล่า ทำไมกลิ่นสาบถึงได้คลุ้งขนาดนี้แต่กลับไม่เห็นเงาหมูสักตัว
เว้นเสียแต่ว่าสัตว์ที่เลี้ยงไว้ที่นี่จะโดนจับกินไปหมดแล้ว!
ซูหยวนเดินวนดูรอบๆ อย่างจนปัญญา ไม่เจออะไรเลยสักอย่าง
ในขณะที่เขากำลังจะเดินออกไป คอกหมูข้างๆ ตัวเขาก็มีเสียงร้องที่คุ้นเคยดังขึ้น
โฮ่ง!
"หมา?"
ซูหยวนหันขวับไปมอง
เป็นไปตามคาด ลูกหมาสีดำตัวป้อมๆ กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ในคอกหมูที่สูงกว่าตัวมันหลายเท่า ปีนออกมาไม่ได้
ท้องของเจ้าหมาดำดูแฟบๆ น่าจะอดอยากมานาน
ซูหยวนเดินเข้าไปหามัน แต่ใครจะรู้ พอเขาเข้าไปใกล้ เจ้าหมาดำกลับเห่าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
"อย่าเห่าสิ ฉันไม่ได้กะจะจับแกกลับไปตุ๋นสักหน่อย สูด..." ซูหยวนเผลอสูดน้ำลาย
"อะแฮ่ม ฉันแค่จะช่วยแกออกจากคอกหมู ไม่ได้จะเอาเลือดหมาดำของแกไปใช้ไล่ผีจริงๆ นะ เชื่อฉันสิ!"
ซูหยวนมองเจ้าหมาดำด้วยสายตามุ่งมั่น
สายตาที่จริงใจซะจน
คนบ้ายังดูออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่!
เจ้าหมาดำไม่สนคำพูดของซูหยวน มันยังคงเห่าอย่างบ้าคลั่งเหมือนเสียสติ
"หรือว่าจะเป็นหมาบ้า ถ้างั้นยิ่งเก็บไว้ไม่ได้" ซูหยวนเดาะลิ้น กระชับขวานในมือแน่น ง้างไปด้านหลังเตรียมออกแรงฟัน
เอ๊ะ?
ฉันเข้าใจผิดเหรอเนี่ย?
พอซูหยวนหันกลับไปมอง เขาก็หน้าถอดสี
งูหลามตัวเท่าปากชามถูกเขาฟันขาดครึ่งท่อน ตอนนี้กำลังดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น
มิน่าเจ้าหมาถึงได้เห่าใส่เขาตลอด ที่แท้มันเห่าไอ้ตัวนี้นี่เอง
"แกก็พูดสิวะ! ตกใจหมดเลย!"
ซูหยวนกระโดดลงไปในคอกหมู "จะไปมั้ย?"
เจ้าหมาดำจ้องหน้าเขาสองสามที แล้วก็ส่ายก้นวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา
ซูหยวนคว้าหมับเข้าที่หลังคอ
หิ้วมันขึ้นมา
แรงของเขาตอนนี้เยอะกว่าเมื่อก่อนมากโข
ซูหยวนหิ้วเจ้าหมาดำกระโดดออกจากคอกหมู ไม่แม้แต่จะหันไปมองซากงูหลาม แล้วเดินดุ่มๆ ออกจากฟาร์มหมูทันที
จนกระทั่งเขากลับมาถึงห้องมืดพร้อมเจ้าหมาดำที่โดนหิ้วคอจนลิ้นห้อย ซูหยวนโยนมันลงพื้น เอาหลังพิงประตูที่ปิดสนิท แล้วถอนหายใจยาว
"เกลียดงูที่สุด ดันมาเจอตัวบะเริ่มเทิ่มขนาดนั้น" ซูหยวนรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างยังสั่นไม่หาย ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะหายใจได้ทั่วท้อง
"โฮ่ง โฮ่ง!"
เจ้าหมาดำแม้จะโดนหิ้วคอมาตลอดทาง แต่ก็รู้ว่าซูหยวนช่วยชีวิตมันไว้ มันแสดงท่าทีประจบประแจง เดินวนเวียนอยู่ที่เท้า เลียรองเท้าของเขาแผล็บๆ
"วันนี้ฉันไม่กินเนื้อแล้ว แกทำตัวดีๆ ล่ะ"
เขาไม่มีอารมณ์จะตุ๋นเนื้อหมาแล้ว เลยเขี่ยมันออกไปให้พ้นทาง แล้วโยนไส้กรอกที่แกะแล้วไปให้หนึ่งอัน เลี้ยงไว้ก่อน วันไหนอยากกินค่อยว่ากัน
ซูหยวนเดินไปนั่งที่เตียง เปิดดูแพลตฟอร์มการค้าขาย
มีคนส่งคำขอแลกเปลี่ยนมาให้เขา
"หมึกชาด?! กระดาษเหลือง!"
พอเห็นของที่อีกฝ่ายเสนอแลก ซูหยวนก็เด้งตัวลุกขึ้นยืนตรงแด่ว!
กดยืนยันการแลกเปลี่ยน
การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์
หมึกชาดคุณภาพดีหนึ่งก้อนกับกระดาษเหลืองคุณภาพทั่วไปปึกใหญ่ถูกโอนเข้ามา
พร้อมกันนั้น อีกฝ่ายก็ส่งข้อความมาว่า: เพิ่งลองทำครั้งแรก คุณภาพอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เชี่ย!
สีหน้าของซูหยวนซับซ้อนขึ้นมาทันที นี่หล่อนทำเองงั้นเหรอ!
แสดงว่าเป็นแหล่งผลิตระยะยาวน่ะสิ
ต้องแอดเพื่อนด่วน!
คำขอเป็นเพื่อนถูกส่งไป ไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับ
ตอนแอดเพื่อน นอกจากชื่อและเพศที่ต้องแสดงแล้ว เธอยังเปิดเผยอายุด้วย
หลิวอีอี หญิง 23
ซูหยวนรีบส่งข้อความไปทันที
"หมึกชาดกับกระดาษเหลืองนี่เธอทำเองเหรอ?"
"ใช่"
"ยังทำได้อีกมั้ย?"
"นายต้องการเยอะเหรอ?"
"ใช่!"
"ทางฉันขาดแคลนอาหาร เอาอาหารมาแลก นายโอเคมั้ย?"
"ได้ ไม่มีปัญหา!"
"งั้นรอฉันทำเสร็จ แล้วจะติดต่อไป"
"จัดไป!"
ซูหยวนลบคำขอเป็นเพื่อนอันเก่าๆ ทิ้งไปจนเกลี้ยง
ช่องแชทเพื่อน (1/1)
หลิวอีอี ออนไลน์
การที่ขึ้นว่าออนไลน์ แสดงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
ถ้าตายไปแล้ว คงจะขึ้นว่าออฟไลน์
ว่าแต่ ห้องมืดของผู้หญิงคนนี้อยู่ที่ไหนกันนะ?
ทำไมถึงผลิตหมึกชาดกับกระดาษเหลืองเองได้
ซูหยวนขี้เกียจคิดหาคำตอบ เขาจ้องมองวัสดุในมือตาเป็นมัน
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์วาดยันต์สักที!
ซูหยวนบรรจงตัดกระดาษเหลืองอย่างระมัดระวัง
จากนั้นก็เริ่มพินิจพิจารณาหมึกชาดก้อนนั้น
ซูหยวนมองเห็นเกล็ดชาดละเอียดที่ผสมอยู่ในแท่งหมึกได้อย่างชัดเจน
หมึกชาด คุณภาพดี
มีผลในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายระดับหนึ่ง ต้องใช้อย่างถูกวิธีจึงจะแสดงผล
น่าเสียดายที่เสริมแกร่งร้อยเท่าไม่ได้
ถ้าเสริมแกร่งเป็นวัสดุระดับตำนานได้ คงฟินพิลึก!
ซูหยวนล้างจานฝนหมึกจนสะอาด เทน้ำแร่ลงไปนิดหน่อย
หยิบแท่งหมึกชาดขึ้นมา ค่อยๆ ฝนอย่างเบามือ
ไม่นานหมึกก็ละลาย น้ำหมึกสีแดงจางๆ ดูเหมือนเลือดไม่มีผิด
ซูหยวนปรับลมหายใจ จับพู่กันจุ่มหมึกชาดเบาๆ
แล้วเริ่มตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษเหลือง
ทันทีที่ซูหยวนยกพู่กันขึ้น
หมึกชาดซึมลงบนกระดาษเหลือง กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
สำเร็จ!
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
เจ้าหมาดำดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความดีใจของซูหยวน มันวิ่งเข้ามาเอาหัวถูกไถที่ขาของเขาไปมา
มันเองก็กำลังแสดงความดีใจที่ในที่สุดก็ได้กินอิ่มท้องสักที
ซูหยวนปรายตามองมัน ในใจคิดว่า:
ในเมื่อยันต์สำเร็จแล้ว ตุ๋นมันฉลองหน่อยดีมั้ยนะ?
เจ้าหมาดำมองสายตาหิวกระหายของซูหยวนอย่างดีใจ
ดูท่าเขาจะชอบให้เราถูไถสินะ
หัวน้อยๆ ของมันมุดไปถูที่ข้อเท้าของซูหยวนต่อ
เอ๊ะ?
เนื้อของผู้ชายคนนี้หอมจัง
เจ้าหมาดำงับลงไปบนขากางเกง
อื้ม รสชาติไม่เลว
วินาทีต่อมา เจ้าหมาดำก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้ว
มันโดนซูหยวนเตะกระเด็นลอยละลิ่วไปนู่น!
[จบแล้ว]