- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 17: ร่วมมือวางแผน
บทที่ 17: ร่วมมือวางแผน
บทที่ 17: ร่วมมือวางแผน
“คุณคะ เรามาทำเรื่องเอกสารกันค่ะ” พนักงานขายสาวกลับเข้าสู่โหมดมืออาชีพในทันที
หลังจากซูเซวียนเดินจากไป
พนักงานขายสาวก็รีบคว้ามือถือมารัวแชตกับเพื่อนซี้อย่างเมามัน “แก รู้จักคำว่าพรหมลิขิตป่ะ”
“รู้ดิ เพิ่งจะใจสลายเนี่ย หนุ่มส่งอาหารของฉันหนีตามเจ๊นางฟ้าไปแล้ว...”
“??? ...แล้วทฤษฎีหลายใจของแกยังใช้ได้ผลอยู่ไหม” พนักงานขายสาวยังไม่ยอมแพ้
“เปล่าประโยชน์ว่ะ กำแพงใจบางคนมันหนาเกิน ทฤษฎีไหนก็เจาะไม่เข้าหรอก”
“??????”
......
โซนอุปกรณ์ชั้น 38
ซูเซวียนขายชุดรบระดับ F ที่สวมอยู่ แล้วเพิ่มเงินอีก 3 ล้านเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดรบระดับ E
เงินที่เหลืออีก 1 ล้าน เขาใช้ซื้อดาบยาวโลหะผสมระดับ E มาหนึ่งเล่ม
‘แม่ง แพงชิบหาย’ ซูเซวียนอดไม่ได้ที่จะสบถแล้วเดาะลิ้น
แค่ชุดนี้ชุดเดียวก็เล่นเอาเงินในตัวเหลือแค่แสนกว่าบาท
แต่ก็นับว่าคุ้มค่า
อย่างอื่นไม่ว่ากัน แต่ชุดรบระดับ E ชุดนี้คุ้มราคาแน่นอน
ขณะนี้เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่เต็มตัว
ชุดรบระดับ E มีการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับองค์ประกอบแฟชั่นได้อย่างลงตัว
ในยามปกติสามารถสวมใส่เป็นสูทลำลองสีดำสุดหรูที่มีเส้นสายโฉบเฉี่ยว
หลังจากปรับแต่งเล็กน้อย รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม
ขับเน้นสรีระสูงโปร่งของซูเซวียนให้โดดเด่นอย่างสมบูรณ์แบบ
“พี่ครับ หล่อจัง มีแฟนเป็นผู้ชายหรือยังครับ” พนักงานขายชายในโซนเสื้อผ้าถึงกับมองตาค้าง
“??????”
ซูเซวียนไม่สนใจพนักงานขายชายคนนั้น เขาโคจรพลังวิญญาณภายในกาย
สูทลำลองที่ดูสง่างามเมื่อครู่พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าทึ่งในชั่วพริบตา
วัสดุของชุดสูทพลันขยายตัวและหนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แปรสภาพเป็นชุดรบสีดำสนิทที่ดูแข็งแกร่งดุดัน
บริเวณข้อต่อและจุดสำคัญต่างๆ มีแผ่นเกราะเสริมความแข็งแกร่ง มอบพลังป้องกันขั้นสุดยอด
ช่วยดึงศักยภาพในการต่อสู้ของเขาออกมาได้ถึงขีดสุด
ฟังก์ชันการเปลี่ยนรูปนี้จะมีในชุดรบระดับ E ขึ้นไปเท่านั้น
ซึ่งผลิตจากวัสดุของสัตว์อสูรระดับสูงที่มีความสามารถในการแปลงกายโดยเฉพาะ
ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฝึกยุทธที่ต้องเตรียมพร้อมป้องกันตัวตลอดเวลา
......
โซนขับขี่ชั้น 28 ของตึกสมาคมผู้ฝึกยุทธ
ขั้นตอนเอกสารของมอเตอร์ไซค์กวงซัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
กระจกนิรภัยสุดล้ำค่อยๆ เลื่อนเปิดขึ้นจากล่างสู่บน
อากาศเย็นสดชื่นพัดกรูเข้ามา
ซูเซวียนใส่ผลึกวิญญาณเข้าไป แล้วสตาร์ตเครื่องมอเตอร์ไซค์กวงซัว
ฟุ่บ! ร่างของเขาพุ่งทะยานไปยังขอบตึกชั้น 28 ราวกับสายฟ้า แล้วกระโจนลงไปทันที
กระแสลมที่ถูกแหวกออกด้านหลังทิ้งไว้ซึ่งลำแสงหลากสีสัน
ในชั่วพริบตาก่อนที่จะร่วงกระแทกพื้น
ซูเซวียนสูดหายใจเข้าลึก
เขาควบคุมการปลดปล่อยพลังวิญญาณ ทำให้มอเตอร์ไซค์กวงซัวพลันเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นผู้ฝึกยุทธขั้น 2 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถขับขี่มันได้
เหล่าพี่สาวขายาวที่อยู่ริมตึกต่างพากันตะลึงงัน
“นั่น... ผู้ฝึกยุทธขั้น 2 ที่หนุ่มขนาดนี้เลยเหรอ”
“เพื่อนรัก เร็วเข้า ขอช่องทางติดต่อเขาหน่อยสิ”
“เขาบอกว่ามีแฟนแล้ว...”
“มีเพิ่มอีกสักคนสองคนก็ไม่เห็นเป็นไร ฉันไม่ติด”
“??????”
......
ซูเซวียนขับขี่ด้วยความเร็วสูง ลัดเลาะไปมาระหว่างตึกระฟ้า
แถมยังมือบอนแงะอิฐกำแพงติดมือมาด้วยก้อนหนึ่ง
ผ่านมาแล้วก็ต้องไม่ให้เสียเที่ยว
หลังจากวนอ้อมไปรอบใหญ่ เขาก็มาหยุดนิ่งอยู่เหนือลานขยะ
เสียงของมอเตอร์ไซค์กวงซัวเบากว่ารถกวงซัวมาก
ถ้าไม่จงใจเร่งปีกพลังวิญญาณให้แรงขึ้น ก็แทบไม่มีผลกระทบใดๆ
เขาซัดฝ่ามือลงไปบดขยี้กองขยะเบื้องล่าง
ผลึกวิญญาณกว่าหกสิบก้อนถูกเก็บกวาดลงในกล่องจนเกลี้ยง
วัสดุของกล่องผลึกวิญญาณนั้นพิเศษมาก
ราวกับมีมิติอยู่ภายใน
ไม่ว่าจะมีผลึกวิญญาณมากแค่ไหนก็สามารถใส่เข้าไปได้หมด
‘อันนี้ต้องเก็บไว้ให้ดี’
‘535 ล้านเชียวนะ!’
ก่อนจากไป ซูเซวียนหันกลับมามองที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย
หลังจากลาออกจากโรงเรียนมัธยม เขาก็อาศัยอยู่ที่นี่มาโดยตลอด
เคยคิดว่ามันจะเป็นจุดจบของชีวิต
แต่ที่แท้ มันคือรากฐานก่อนจะทะยานขึ้นสู่ฟ้านี่เอง
“ขอบใจนะ...”
......
“ติ๊ง! จำนวนผลึกวิญญาณถึงเกณฑ์ เพิ่มข้อมูลผลึกวิญญาณ”
บนมอเตอร์ไซค์กวงซัว ซูเซวียนได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
เขารีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูทันที
ระดับ: ผู้ฝึกยุทธขั้น 2
พรสวรรค์: 【จิตวิญญาณ】 (หนึ่งเดียว)
พลังวิญญาณ: 1516/2000
ทักษะยุทธ์: ย่างก้าวเหยียบคลื่นระดับ D (ขั้นสมบูรณ์แบบ), ฝ่ามือคลื่นซ้อนระดับ C (ขั้นสมบูรณ์แบบ)
ผลึกวิญญาณ: ผลึกวิญญาณขั้น 1*55, ผลึกวิญญาณขั้น 2*18, ผลึกวิญญาณขั้น 3*5, ผลึกวิญญาณขั้น 4*1
“เฮ้อ พอไม่มีเศรษฐีนีอยู่ใกล้ๆ พลังวิญญาณขึ้นช้าชะมัด”
“เสี่ยวหาน ไปคฤหาสน์ตระกูลหาน”
“รับทราบค่ะ เจ้านาย!”
มอเตอร์ไซค์กวงซัวสะบัดท้ายดริฟต์กลางอากาศอย่างสวยงาม
มุ่งหน้าสู่เลนด่วนที่ตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหาน
......
น้ำในทะเลสาบใสกระจ่างราวกับแผ่นกระจก สะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามและเมฆขาวที่ลอยล่อง
สายลมแผ่วเบาพัดผ่านยอดไม้ริมทะเลสาบเกิดเสียงซู่ซ่า ประสานกับเสียงนกร้องอันไพเราะ
นี่คือความมั่งคั่งและรสนิยมของตระกูลมหาเศรษฐีระดับแนวหน้า
“หานอวี้เอ๋อร์ เธออยากตายหรือไง”
เสียงเย็นชาสายหนึ่งทำลายความเงียบสงบริมทะเลสาบ ราวกับผลึกน้ำแข็งที่ผ่านการเจียระไน ใสกระจ่างแต่ก็แฝงความเด็ดขาดจนมิอาจโต้แย้ง
หานเยียนหลิงสวมชุดออกกำลังกายรัดรูปสีดำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หานอวี้เอ๋อร์ในชุดกระโปรงยาวเนื้อบางเบาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เอน
ภายใต้แว่นกันแดดสีน้ำตาล ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอจ้องมองเรียวขาคู่สวยที่แข็งแรงและยาวระหงของหานเยียนหลิงตาไม่กะพริบ เธอกลืนน้ำลายเอื๊อกพลางทำหน้าไร้เดียงสา “พี่คะ พูดจาไม่เป็นมงคลแต่เช้าเลยนะ”
หานเยียนหลิงเห็นดังนั้น ความโกรธก็ลดลงไปเจ็ดแปดส่วน
ยัยเด็กนี่ก็เป็นแบบนี้มาตลอด
อะไรที่เป็นของเธอ ยัยนี่ก็อยากได้ อยากแย่งไปเสียหมด!
เมื่อเช้านี้ ในการประมูลออนไลน์ช่วงสุดท้าย
พวกเธอสองคนปั่นราคากันอย่างบ้าคลั่ง
ราคาของเสือดาวผลึกทมิฬถูกปั่นขึ้นไปถึง 5.83 ล้าน ซึ่งเป็นราคาสูงลิบลิ่ว
ทำเอาสภาวะจิตใจของเธอปั่นป่วนไปไม่น้อย
ถึงจะเป็นจักรพรรดินีก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน หนีไม่พ้นความอยากเอาชนะงี่เง่านี่หรอก!
‘หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยหลงหัวแล้วค่อยติดต่อนักวิจัยคนนั้น เปิดเผยทิศทางการปฏิรูปอุปกรณ์’
‘เพื่อรีบหาเงินกลับมา’
‘ช่วงนี้คงต้องรัดเข็มขัดหน่อยแล้ว’
ในตอนนั้นเอง หญิงวัยกลางคนท่าทางทะมัดทะแมงก็เดินเข้ามา “คุณหนูหานคะ พ่อบ้านของคุณมาถึงหน้าประตูแล้วค่ะ จะให้เขาเข้ามาเลยไหมคะ”
หานเยียนหลิงพยักหน้า ไม่อยากพูดอะไรมาก
“พี่หวัง ให้เขาขี่รถเข้ามาเลย เร็วที่สุดยิ่งดี” จู่ๆ หานอวี้เอ๋อร์ก็ยิ้มเจ้าเล่ห์พลางพูดแทรกขึ้นมา
“ให้เขาขี่รถเข้ามา ที่ริมทะเลสาบ” พี่หวังยกข้อมือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วสั่งการทันที
ทั้งสองรับส่งกันได้อย่างไร้รอยต่อ จนหานเยียนหลิงแทรกไม่ได้แม้แต่ครึ่งคำ
หานเยียนหลิงขมวดคิ้วเรียวสวย
ที่แท้ก็ดักรอเล่นงานเธออยู่นี่เอง
“พี่ใหญ่ พี่รอง อรุณสวัสดิ์ครับ~” หานจ่านเซียวที่แต่งตัวฉูดฉาดเดินเข้ามาพร้อมกับหานจงที่มีสีหน้าไร้อารมณ์
หลังจากตัวตนของหานจงถูกเปิดเผย เขาก็กลับไปอยู่ข้างกายหานจ่านเซียวทันที แต่ยังคงรักษาตำแหน่งที่ปรึกษาของตระกูลหานไว้ได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการวิ่งเต้นของบิดาหานจ่านเซียว
ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศริมทะเลสาบก็ดูคึกคักขึ้นมาทันตา
ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้สมน้ำหน้าหานเยียนหลิง
เปลี่ยนพ่อบ้านใหม่เหรอ?
ได้ข่าวว่าเป็นแค่คนธรรมดาด้วยนี่
มาดูกันหน่อยซิ ว่าไอ้หนุ่มหล่อผู้มีความสามารถที่ว่าน่ะมาจากไหน
หานเยียนหลิงรวบผมยาวสลวยสีดำขลับขึ้น พลางครุ่นคิดในใจ
‘ต้องให้ซูเซวียนขี่รถเข้ามาให้ได้งั้นเหรอ?’
ภาพซูเซวียนในชุดพนักงานส่งอาหารเป่าเลอเมอ ขี่มอเตอร์ไซค์คันเล็กสีเหลืองเข้ามาอย่างทุลักทุเลฉายชัดขึ้นมาในหัวของเธอ
วันนี้เธอมัวแต่ยุ่งกับการแย่งประมูลเสือดาวผลึกทมิฬ จนลืมเรื่องนี้ไปสนิท
โดนหานอวี้เอ๋อร์กับหานจ่านเซียวร่วมมือกันวางกับดักเข้าให้จนได้
คนในตระกูลใหญ่พวกนี้...
จริงๆ แล้วตัวเธอเองจะขายหน้าก็ไม่เป็นไรหรอก เรื่องใหญ่กว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว
แต่ซูเซวียนเป็นแค่คนธรรมดา เขาไม่ได้ทำอะไรผิด
“พี่ใหญ่ ได้ข่าวว่าพ่อบ้านคนใหม่ของพี่หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวเลยนี่นา~” หานอวี้เอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ ท่าทางคาดหวังเต็มที่
“ใช่ครับพี่รอง ได้ข่าวว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นด้วยนี่นา ต้องยอดเยี่ยมแน่ๆ” หานจ่านเซียวหาเก้าอี้เอนนั่งลง แล้วพูดกลั้วหัวเราะ “นั่งรอสักพักเถอะครับพี่ใหญ่ บ้านเรามันกว้างใหญ่ กว่าจะขี่รถมาถึงคงอีกสักพัก”
หานเยียนหลิงมีสีหน้าเคร่งขรึม เธอมีที่พึ่งในตระกูลหานน้อยมาก แถมนิสัยก็ไม่ชอบเข้าสังคม พ่อบ้านคนก่อนก็เป็นคนของหานจ่านเซียว ทำให้บารมีของเธอในตอนนี้ดูอ่อนด้อยลงไปถนัดตา
ทันใดนั้น ลำแสงพลังวิญญาณหลากสีสันก็พุ่งตรงมาจากระยะไกล
วู๊ม วู๊ม วู๊ม.....
เสียงคำรามกึกก้องอันเป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์กวงซัวดังสนั่น
ภายใต้การควบคุมอันน่าทึ่ง มอเตอร์ไซค์สะบัดโค้งเบรกอย่างงดงาม ก่อนจะลอยตัวหยุดนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังหานเยียนหลิง