- หน้าแรก
- เมื่อข้าอยู่ท่ามกลางดงเซียน กับระบบเกรียนจากยุคอวสาน
- บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!
บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!
บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!
บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!
“ไม่ ไม่ใช่แค่กองบังคับคดีเขตพันเกาะ แต่กองบังคับคดีของเก้ายอดเขาสำนักในก็มีอำนาจเช่นกัน”
“แต่ว่า... ไม่น่าจะถึงขั้นสะเทือนไปถึงศิษย์สำนักในหรอกมั้ง”
“แรงงานชั่วคราวอย่างเราจะไปมีอิทธิพลอะไรขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้...”
ดวงตาของหลินอวี่เชียนกลอกไปมา นางคาดเดาในใจอย่างลับๆ
ในความมืดมิด หุ่นเชิดกลไกวิญญาณหลังจากได้รับฟังคำให้การที่ดูเกียจคร้านนั่น
แสงวิญญาณสีอำพันในดวงตาก็สั่นไหวเล็กน้อย
มันตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“แรงงานชั่วคราวหลินอวี่เชียน ความน่าเชื่อถือในคำให้การมีความเป็นไปได้สูง”
“เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงแอบแฝง บัดนี้จะดำเนินการประเมินความเสี่ยงในตัวเจ้า”
“อาวุธวิเศษประเมินความเสี่ยงจะทำการสแกนอย่างละเอียด โปรดอย่าขัดขืน”
แสงวิญญาณสีฟ้าจางๆ กวาดผ่านร่างของหลินอวี่เชียน
กระบวนการประเมินดำเนินไปอย่างขอไปที
“การประเมินเสร็จสิ้น ศิษย์ผู้นี้ไม่มีปัจจัยพิเศษ อาทิ แหวน ขวดใบเล็ก กระดูกสันหลัง หรือเศษเสี้ยววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ทราบที่มาติดตัว”
“บัดนี้จะทำการตัดสินการกระทำของเจ้าอย่างเป็นทางการ”
“ผู้ดูแลทุ่งวิญญาณเขต 438 จากการพิจารณา ได้รับการยืนยันว่าเจ้าไม่มีภัยคุกคามแอบแฝงที่เป็นอันตรายต่อสำนัก”
“อย่างไรก็ตาม มีเจตนาพยายามหลอกลวงหุ่นเชิดบังคับคดีของสำนัก ถือเป็นการละเมิดกฎสำนัก... เจ้าจะได้รับโทษดังต่อไปนี้...”
“ปรับหยกเซียนสามร้อยก้อน กำหนดชำระภายในหนึ่งปี”
“หากไม่ชำระตามกำหนด จะถูกบังคับใช้แรงงาน!”
“การตัดสินเสร็จสิ้น”
“รับทราบให้ขานรับ!”
ชุดเสียงไร้อารมณ์ดังออกมาอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของหลินอวี่เชียนที่เพิ่งจะมีความหวัง พลันบิดเบี้ยวจนน่าเกลียดในทันที
“สาม... สามร้อยหยกเซียน?!”
“ทำไมไม่มาปล้นกันเลยล่ะ?!”
น้ำเสียงของหลินอวี่เชียนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว นางกล้ากระทั่งตั้งคำถามกับหุ่นเชิดบังคับคดี
อันที่จริง ก็ไม่แปลกที่นางจะสติแตกขนาดนี้
คิดตามเงินเดือนของแรงงานทางการเดือนละ 3 หยกเซียน
ปีหนึ่งก็ได้แค่ 36 หยกเซียน จะเอาเงินเดือนมาจ่ายค่าปรับ... นางต้องอดข้าวอดน้ำเกือบสิบปี!
การจะจ่ายให้ครบภายในหนึ่งปี... เป็นแค่ฝันกลางวันชัดๆ
“ข้า... เจ้า...”
“เฮ้อ...”
นางถอนหายใจยาว สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยประโยคครึ่งหลังออกมา
เสียงเร่งเร้าของหุ่นเชิดกลไกวิญญาณดังขึ้นอีกครั้ง
“รับทราบให้ขานรับ!”
“รับทราบให้ขานรับ!”
“ระ... รับทราบ...”
“...”
การถูกเร่งเร้าซ้ำๆ บีบให้หลินอวี่เชียนต้องก้มหน้ายอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ...”
“หลังการประเมินประจำเดือน พอได้เงินเดือนมา ข้าจะไปซื้อยาเม็ดสร้างรากฐาน”
“พอสร้างรากฐานสำเร็จและได้เป็นศิษย์ทางการ ข้าก็แค่รับภารกิจเพิ่มขึ้น... ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“ถ้าลองเสี่ยงดูสักตั้ง... ก็อาจจะยังมีหวัง!”
หลินอวี่เชียนกำหมัดแน่น ก้าวเท้าหนักๆ เดินตรงไปยังประตูหินที่ค่อยๆ เปิดออก
และวินาทีที่นางก้าวออกจากพื้นที่มืดมิดมาเจอกับแสงแดดจ้า
หลินอวี่เชียนตัวสั่นเทิ้ม หลับตาปี๋
น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรากอาบแก้ม
นางยืนอยู่หน้าประตู พึมพำด้วยความอาฆาตแค้น “หลูหลี... ข้าจะฆ่าเจ้า!!!”
ปัง!
เสียงประตูปิดดังสนั่นหวั่นไหว
หลินอวี่เชียนวิ่งหน้าตั้งกลับไปยังทุ่งวิญญาณ
ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่มืดมิดของเรือนหิน หุ่นเชิดกลไกวิญญาณดูเหมือนกำลังจัดการข้อมูลบางอย่าง
แผ่นหยกบันทึกวิดีโอการสอบสวนสองแผ่น และข้อมูลระบุตัวตนอีกหนึ่งชุด ถูกส่งผ่านค่ายกลไปยังเขต ‘พันเกาะ’ ที่อยู่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้
เกาะลอยฟ้าขนาดยักษ์นับพันลอยเด่นอยู่กลางเวหา
หนึ่งในเกาะลอยฟ้าเหล่านั้นเต็มไปด้วยศาลาและหอคอยอันโอ่อ่า
หอสังเกตการณ์อาวุธวิเศษลอยวนรอบเกาะ
หน้าไม้กลประดับยันต์วิญญาณส่องประกายเย็นเยียบอันตราย
ศิษย์สวมชุดคลุมดำปิดหน้าปิดตานับหมื่นคนเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างรวดเร็ว
ใจกลางเกาะใหญ่ มีโถงสีดำทมิฬตั้งตระหง่านอย่างเคร่งขรึม เหนือประตูมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวเขียนว่า: ‘กองบังคับคดี’!
“น่าสนใจดีนี่...”
“ข้าอยากเห็นนักเชียวว่าศิษย์แบบไหนกัน ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้มีอำนาจในสำนัก!”
ภายในกองบังคับคดี ในห้องลับที่ปิดมิดชิด หน้าโต๊ะทำงานเล็กๆ
เลิ่งเสวียนเฟิงถือแผ่นหยกสองแผ่นในมือด้วยความสงสัย
แผ่นหนึ่งคือบันทึกการสอบสวนของหลินอวี่เชียน และอีกแผ่นเป็นของหลูหลี
นอกจากนี้ ยังมีแผ่นหยกข้อมูลระบุตัวตนอีกแผ่น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเป็นของหลูหลีเช่นกัน
เลิ่งเสวียนเฟิงไม่ควรจะต้องเข้าเวรในวันนี้ เขาอุตส่าห์ลางานเพื่อไปร่วมงานวันเกิดอายุครบสามร้อยปีของแม่ยาย
แต่กองบังคับคดีดันแจ้งเรื่องด่วนเข้ามา เขาจึงจำใจต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่อย่างว่าง่าย
หลังจากจัดการเรื่องจุกจิกของสำนักนอกเสร็จ เขาก็สังเกตเห็นว่าหุ่นเชิดกลไกวิญญาณตัวหนึ่งใช้เวลาสแตนด์บายรอการสอบสวนนานผิดปกติ
พอตรวจสอบดู คำให้การของหลินอวี่เชียนก็กระตุกความสนใจของเขาเข้าอย่างจัง
ขณะพูด มือของเขาก็เปลี่ยนมุทรา
แผ่นหยกบันทึกการสอบสวนของหลูหลีก็เริ่มทำงานทันที
ภาพมายาถูกฉายขึ้นกลางอากาศ
“แรงงานชั่วคราวหลูหลี... ขอถามเหตุผลที่เจ้าไปอยู่ในที่ที่ห้ามใช้วิชาเต๋า...”
“ข้าเกิดพุทธิปัญญา...”
“ทุ่งวิญญาณเขต 438...”
“การประเมินเสร็จสิ้น ศิษย์ผู้นี้ไม่มีที่มาที่ไม่แน่ชัด...”
“ปรับหยกเซียนหนึ่งร้อยก้อน กำหนดชำระภายในสามเดือน”
ภาพมายาฉายไปอย่างรวดเร็ว ฉากต่างๆ ตัดผ่านไปไม่หยุด
กระบวนการสอบสวนของหลูหลีถูกเล่นซ้ำ
ยิ่งเลิ่งเสวียนเฟิงดู สีหน้าของเขาก็ยิ่งฉงนสนเท่ห์
“ไม่ถูกต้อง อาวุธวิเศษวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในตัวศิษย์คนนี้...”
“แล้วทำไมผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นถึงคิดว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจในสำนักได้ล่ะ?”
เลิ่งเสวียนเฟิงครุ่นคิดอย่างหนัก รู้สึกสับสนเล็กน้อย
อันที่จริง เรื่องพรรค์นี้แม้จะหายากในสำนักเซียน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต
เขายังจำได้ว่าตอนที่เขาเพิ่งเข้าสำนักนอก มีศิษย์รุ่นเดียวกับเขาที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเป็นพิเศษ
สามปีสำเร็จขั้นกลั่นลมปราณ หนึ่งปีสำเร็จขั้นสร้างรากฐาน และครึ่งปีบรรลุขั้นสร้างรากฐานสมบูรณ์
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาทิ้งห่างเลิ่งเสวียนเฟิงในตอนนั้นแบบไม่เห็นฝุ่น
แต่หมอนั่นออกจะหยิ่งยโสไปหน่อย ชอบพูดจาแปลกๆ อย่าง ‘ใครกล้าอ้างว่าไร้เทียมทาน ใครกล้าบอกว่าไม่เคยพ่ายแพ้’ ออกมาบ่อยๆ
ด้วยเหตุนี้ ศิษย์รุ่นเดียวกันจำนวนมาก รวมถึงตัวเขาในตอนนั้น จึงปักใจเชื่อว่าคนผู้นี้ต้องเป็นทายาทของผู้ยิ่งใหญ่สักคนแน่ๆ
ผลปรากฏว่า หลังจากละเมิดกฎสำนักครั้งหนึ่ง คนผู้นั้นก็ถูกตรวจพบว่ามีเศษเสี้ยววิญญาณลึกลับติดตัวอยู่
แม้สุดท้ายสำนักจะไม่ได้ลงโทษอะไรรุนแรงนัก
แต่เขาก็ถูกปรับหยกเซียนไปจำนวนไม่น้อย... เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เลิ่งเสวียนเฟิงก็ดีดนิ้ว
เขาดูบันทึกการสอบสวนของหลูหลีซ้ำอีกรอบ
เขาต้องการหาเบาะแสบางอย่างจากมัน
ตามหลักการแล้ว ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายผู้ช่ำชอง เขาย่อมเข้าใจดีว่าไม่ควรสอดรู้สอดเห็นวาสนาและความลับของผู้อื่นโดยพละการ
แต่พฤติกรรมผิดปกติของหลูหลีและผลการตัดสินทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ
อีกอย่าง วันนี้เขาเข้าเวรด้วยอารมณ์หงุดหงิดอยู่แล้ว
เอามาดูฆ่าเวลาแก้เซ็งก็ไม่เสียหายอะไร...
“แรงงานชั่วคราวหลูหลี... ขอถามเหตุผลที่เจ้า...”
“ข้าเกิดพุทธิปัญญา...”
“...”
“การประเมินเสร็จสิ้น ศิษย์ผู้นี้ไม่มีที่มาที่ไม่แน่ชัด...”
ภาพมายาฉายซ้ำอีกครั้ง
เลิ่งเสวียนเฟิงนั่งเงียบ พิจารณารายละเอียดในภาพอย่างถี่ถ้วน
ทันใดนั้น!
ฉากหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา
“เดี๋ยวนะ! ตอนที่อาวุธวิเศษวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทำการประเมินเขา เขาแค่ประหลาดใจ แต่อารมณ์ไม่ได้รุนแรงอะไร”
“แต่ว่า... หลังจากประเมินเสร็จและประกาศผล สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน!”
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เลิ่งเสวียนเฟิงรีบประสานอินมือ ฉายภาพมายาขึ้นมาอีกครั้ง
นิ้วของเขาเลื่อนไปมาอย่างรวดเร็ว กอภาพไปข้างหน้าและหยุดภาพไว้ที่จังหวะประกาศผลการตัดสิน
ในภาพ หลูหลีดูเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่างที่น่าตกใจสุดขีด
รูม่านตาขยายกว้างทันที และนอกจากความตกใจในแววตาแล้ว... กลับมีความคาดหวังแฝงอยู่ด้วย?