เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!

บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!

บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!


บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!

“ไม่ ไม่ใช่แค่กองบังคับคดีเขตพันเกาะ แต่กองบังคับคดีของเก้ายอดเขาสำนักในก็มีอำนาจเช่นกัน”

“แต่ว่า... ไม่น่าจะถึงขั้นสะเทือนไปถึงศิษย์สำนักในหรอกมั้ง”

“แรงงานชั่วคราวอย่างเราจะไปมีอิทธิพลอะไรขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้...”

ดวงตาของหลินอวี่เชียนกลอกไปมา นางคาดเดาในใจอย่างลับๆ

ในความมืดมิด หุ่นเชิดกลไกวิญญาณหลังจากได้รับฟังคำให้การที่ดูเกียจคร้านนั่น

แสงวิญญาณสีอำพันในดวงตาก็สั่นไหวเล็กน้อย

มันตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“แรงงานชั่วคราวหลินอวี่เชียน ความน่าเชื่อถือในคำให้การมีความเป็นไปได้สูง”

“เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงแอบแฝง บัดนี้จะดำเนินการประเมินความเสี่ยงในตัวเจ้า”

“อาวุธวิเศษประเมินความเสี่ยงจะทำการสแกนอย่างละเอียด โปรดอย่าขัดขืน”

แสงวิญญาณสีฟ้าจางๆ กวาดผ่านร่างของหลินอวี่เชียน

กระบวนการประเมินดำเนินไปอย่างขอไปที

“การประเมินเสร็จสิ้น ศิษย์ผู้นี้ไม่มีปัจจัยพิเศษ อาทิ แหวน ขวดใบเล็ก กระดูกสันหลัง หรือเศษเสี้ยววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ทราบที่มาติดตัว”

“บัดนี้จะทำการตัดสินการกระทำของเจ้าอย่างเป็นทางการ”

“ผู้ดูแลทุ่งวิญญาณเขต 438 จากการพิจารณา ได้รับการยืนยันว่าเจ้าไม่มีภัยคุกคามแอบแฝงที่เป็นอันตรายต่อสำนัก”

“อย่างไรก็ตาม มีเจตนาพยายามหลอกลวงหุ่นเชิดบังคับคดีของสำนัก ถือเป็นการละเมิดกฎสำนัก... เจ้าจะได้รับโทษดังต่อไปนี้...”

“ปรับหยกเซียนสามร้อยก้อน กำหนดชำระภายในหนึ่งปี”

“หากไม่ชำระตามกำหนด จะถูกบังคับใช้แรงงาน!”

“การตัดสินเสร็จสิ้น”

“รับทราบให้ขานรับ!”

ชุดเสียงไร้อารมณ์ดังออกมาอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของหลินอวี่เชียนที่เพิ่งจะมีความหวัง พลันบิดเบี้ยวจนน่าเกลียดในทันที

“สาม... สามร้อยหยกเซียน?!”

“ทำไมไม่มาปล้นกันเลยล่ะ?!”

น้ำเสียงของหลินอวี่เชียนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว นางกล้ากระทั่งตั้งคำถามกับหุ่นเชิดบังคับคดี

อันที่จริง ก็ไม่แปลกที่นางจะสติแตกขนาดนี้

คิดตามเงินเดือนของแรงงานทางการเดือนละ 3 หยกเซียน

ปีหนึ่งก็ได้แค่ 36 หยกเซียน จะเอาเงินเดือนมาจ่ายค่าปรับ... นางต้องอดข้าวอดน้ำเกือบสิบปี!

การจะจ่ายให้ครบภายในหนึ่งปี... เป็นแค่ฝันกลางวันชัดๆ

“ข้า... เจ้า...”

“เฮ้อ...”

นางถอนหายใจยาว สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยประโยคครึ่งหลังออกมา

เสียงเร่งเร้าของหุ่นเชิดกลไกวิญญาณดังขึ้นอีกครั้ง

“รับทราบให้ขานรับ!”

“รับทราบให้ขานรับ!”

“ระ... รับทราบ...”

“...”

การถูกเร่งเร้าซ้ำๆ บีบให้หลินอวี่เชียนต้องก้มหน้ายอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้

“ช่างเถอะ ช่างเถอะ...”

“หลังการประเมินประจำเดือน พอได้เงินเดือนมา ข้าจะไปซื้อยาเม็ดสร้างรากฐาน”

“พอสร้างรากฐานสำเร็จและได้เป็นศิษย์ทางการ ข้าก็แค่รับภารกิจเพิ่มขึ้น... ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

“ถ้าลองเสี่ยงดูสักตั้ง... ก็อาจจะยังมีหวัง!”

หลินอวี่เชียนกำหมัดแน่น ก้าวเท้าหนักๆ เดินตรงไปยังประตูหินที่ค่อยๆ เปิดออก

และวินาทีที่นางก้าวออกจากพื้นที่มืดมิดมาเจอกับแสงแดดจ้า

หลินอวี่เชียนตัวสั่นเทิ้ม หลับตาปี๋

น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรากอาบแก้ม

นางยืนอยู่หน้าประตู พึมพำด้วยความอาฆาตแค้น “หลูหลี... ข้าจะฆ่าเจ้า!!!”

ปัง!

เสียงประตูปิดดังสนั่นหวั่นไหว

หลินอวี่เชียนวิ่งหน้าตั้งกลับไปยังทุ่งวิญญาณ

ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่มืดมิดของเรือนหิน หุ่นเชิดกลไกวิญญาณดูเหมือนกำลังจัดการข้อมูลบางอย่าง

แผ่นหยกบันทึกวิดีโอการสอบสวนสองแผ่น และข้อมูลระบุตัวตนอีกหนึ่งชุด ถูกส่งผ่านค่ายกลไปยังเขต ‘พันเกาะ’ ที่อยู่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้

เกาะลอยฟ้าขนาดยักษ์นับพันลอยเด่นอยู่กลางเวหา

หนึ่งในเกาะลอยฟ้าเหล่านั้นเต็มไปด้วยศาลาและหอคอยอันโอ่อ่า

หอสังเกตการณ์อาวุธวิเศษลอยวนรอบเกาะ

หน้าไม้กลประดับยันต์วิญญาณส่องประกายเย็นเยียบอันตราย

ศิษย์สวมชุดคลุมดำปิดหน้าปิดตานับหมื่นคนเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างรวดเร็ว

ใจกลางเกาะใหญ่ มีโถงสีดำทมิฬตั้งตระหง่านอย่างเคร่งขรึม เหนือประตูมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวเขียนว่า: ‘กองบังคับคดี’!

“น่าสนใจดีนี่...”

“ข้าอยากเห็นนักเชียวว่าศิษย์แบบไหนกัน ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้มีอำนาจในสำนัก!”

ภายในกองบังคับคดี ในห้องลับที่ปิดมิดชิด หน้าโต๊ะทำงานเล็กๆ

เลิ่งเสวียนเฟิงถือแผ่นหยกสองแผ่นในมือด้วยความสงสัย

แผ่นหนึ่งคือบันทึกการสอบสวนของหลินอวี่เชียน และอีกแผ่นเป็นของหลูหลี

นอกจากนี้ ยังมีแผ่นหยกข้อมูลระบุตัวตนอีกแผ่น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเป็นของหลูหลีเช่นกัน

เลิ่งเสวียนเฟิงไม่ควรจะต้องเข้าเวรในวันนี้ เขาอุตส่าห์ลางานเพื่อไปร่วมงานวันเกิดอายุครบสามร้อยปีของแม่ยาย

แต่กองบังคับคดีดันแจ้งเรื่องด่วนเข้ามา เขาจึงจำใจต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่อย่างว่าง่าย

หลังจากจัดการเรื่องจุกจิกของสำนักนอกเสร็จ เขาก็สังเกตเห็นว่าหุ่นเชิดกลไกวิญญาณตัวหนึ่งใช้เวลาสแตนด์บายรอการสอบสวนนานผิดปกติ

พอตรวจสอบดู คำให้การของหลินอวี่เชียนก็กระตุกความสนใจของเขาเข้าอย่างจัง

ขณะพูด มือของเขาก็เปลี่ยนมุทรา

แผ่นหยกบันทึกการสอบสวนของหลูหลีก็เริ่มทำงานทันที

ภาพมายาถูกฉายขึ้นกลางอากาศ

“แรงงานชั่วคราวหลูหลี... ขอถามเหตุผลที่เจ้าไปอยู่ในที่ที่ห้ามใช้วิชาเต๋า...”

“ข้าเกิดพุทธิปัญญา...”

“ทุ่งวิญญาณเขต 438...”

“การประเมินเสร็จสิ้น ศิษย์ผู้นี้ไม่มีที่มาที่ไม่แน่ชัด...”

“ปรับหยกเซียนหนึ่งร้อยก้อน กำหนดชำระภายในสามเดือน”

ภาพมายาฉายไปอย่างรวดเร็ว ฉากต่างๆ ตัดผ่านไปไม่หยุด

กระบวนการสอบสวนของหลูหลีถูกเล่นซ้ำ

ยิ่งเลิ่งเสวียนเฟิงดู สีหน้าของเขาก็ยิ่งฉงนสนเท่ห์

“ไม่ถูกต้อง อาวุธวิเศษวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในตัวศิษย์คนนี้...”

“แล้วทำไมผู้บำเพ็ญเพียรหญิงคนนั้นถึงคิดว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจในสำนักได้ล่ะ?”

เลิ่งเสวียนเฟิงครุ่นคิดอย่างหนัก รู้สึกสับสนเล็กน้อย

อันที่จริง เรื่องพรรค์นี้แม้จะหายากในสำนักเซียน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต

เขายังจำได้ว่าตอนที่เขาเพิ่งเข้าสำนักนอก มีศิษย์รุ่นเดียวกับเขาที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเป็นพิเศษ

สามปีสำเร็จขั้นกลั่นลมปราณ หนึ่งปีสำเร็จขั้นสร้างรากฐาน และครึ่งปีบรรลุขั้นสร้างรากฐานสมบูรณ์

ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาทิ้งห่างเลิ่งเสวียนเฟิงในตอนนั้นแบบไม่เห็นฝุ่น

แต่หมอนั่นออกจะหยิ่งยโสไปหน่อย ชอบพูดจาแปลกๆ อย่าง ‘ใครกล้าอ้างว่าไร้เทียมทาน ใครกล้าบอกว่าไม่เคยพ่ายแพ้’ ออกมาบ่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ ศิษย์รุ่นเดียวกันจำนวนมาก รวมถึงตัวเขาในตอนนั้น จึงปักใจเชื่อว่าคนผู้นี้ต้องเป็นทายาทของผู้ยิ่งใหญ่สักคนแน่ๆ

ผลปรากฏว่า หลังจากละเมิดกฎสำนักครั้งหนึ่ง คนผู้นั้นก็ถูกตรวจพบว่ามีเศษเสี้ยววิญญาณลึกลับติดตัวอยู่

แม้สุดท้ายสำนักจะไม่ได้ลงโทษอะไรรุนแรงนัก

แต่เขาก็ถูกปรับหยกเซียนไปจำนวนไม่น้อย... เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เลิ่งเสวียนเฟิงก็ดีดนิ้ว

เขาดูบันทึกการสอบสวนของหลูหลีซ้ำอีกรอบ

เขาต้องการหาเบาะแสบางอย่างจากมัน

ตามหลักการแล้ว ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายผู้ช่ำชอง เขาย่อมเข้าใจดีว่าไม่ควรสอดรู้สอดเห็นวาสนาและความลับของผู้อื่นโดยพละการ

แต่พฤติกรรมผิดปกติของหลูหลีและผลการตัดสินทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ

อีกอย่าง วันนี้เขาเข้าเวรด้วยอารมณ์หงุดหงิดอยู่แล้ว

เอามาดูฆ่าเวลาแก้เซ็งก็ไม่เสียหายอะไร...

“แรงงานชั่วคราวหลูหลี... ขอถามเหตุผลที่เจ้า...”

“ข้าเกิดพุทธิปัญญา...”

“...”

“การประเมินเสร็จสิ้น ศิษย์ผู้นี้ไม่มีที่มาที่ไม่แน่ชัด...”

ภาพมายาฉายซ้ำอีกครั้ง

เลิ่งเสวียนเฟิงนั่งเงียบ พิจารณารายละเอียดในภาพอย่างถี่ถ้วน

ทันใดนั้น!

ฉากหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา

“เดี๋ยวนะ! ตอนที่อาวุธวิเศษวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทำการประเมินเขา เขาแค่ประหลาดใจ แต่อารมณ์ไม่ได้รุนแรงอะไร”

“แต่ว่า... หลังจากประเมินเสร็จและประกาศผล สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน!”

ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เลิ่งเสวียนเฟิงรีบประสานอินมือ ฉายภาพมายาขึ้นมาอีกครั้ง

นิ้วของเขาเลื่อนไปมาอย่างรวดเร็ว กอภาพไปข้างหน้าและหยุดภาพไว้ที่จังหวะประกาศผลการตัดสิน

ในภาพ หลูหลีดูเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่างที่น่าตกใจสุดขีด

รูม่านตาขยายกว้างทันที และนอกจากความตกใจในแววตาแล้ว... กลับมีความคาดหวังแฝงอยู่ด้วย?

จบบทที่ บทที่ 22 นอกจากตกใจแล้ว... ยังคาดหวังอีกด้วย!

คัดลอกลิงก์แล้ว