- หน้าแรก
- เมื่อข้าอยู่ท่ามกลางดงเซียน กับระบบเกรียนจากยุคอวสาน
- บทที่ 4 ประกันชีวิตสำนักเซียน - ความไว้วางใจที่คุณเลือกได้!
บทที่ 4 ประกันชีวิตสำนักเซียน - ความไว้วางใจที่คุณเลือกได้!
บทที่ 4 ประกันชีวิตสำนักเซียน - ความไว้วางใจที่คุณเลือกได้!
บทที่ 4 ประกันชีวิตสำนักเซียน - ความไว้วางใจที่คุณเลือกได้!
"ครืนนน!"
ฝูงชนหลั่งไหลไปทั่วพื้นดิน
บนท้องฟ้า แสงสว่างนับพันสายพุ่งทะยานผ่านไปอย่างรวดเร็ว
นั่นคือเหล่าลูกจ้างชั่วคราวที่มีระดับพลังขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นปลาย กระบี่บินของพวกเขาไม่ใช่ของดีมีราคาอะไร
มันเป็นเพียงกระบี่บินรุ่นประหยัดพลังงานที่พอใช้เดินทางได้ ถูไถใช้ต่อสู้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังดีกว่าลู่หลีที่ต้องใช้สองเท้าวิ่ง
ใครที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คงนึกว่าเขากำลังฝึกวิชา 'รีดเร้นปราณเพื่อควบม้า' เป็นแน่
เมื่อลู่หลีและหานจู้เดินทางมาใกล้ต้นกำเนิดของเสียงระฆัง
ที่ราบสีดำทมิฬอันกว้างใหญ่ไพศาลก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
"สำนักเซียนเสวียนเทียน... ไร่วิญญาณ..."
แม้จะอยู่ที่นี่มาสองเดือนแล้ว
แต่เมื่อได้มองเห็นไร่วิญญาณขนาดมหึมาที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตาเชื่อมต่อระหว่างผืนฟ้าและผืนดิน
ลู่หลีก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงอยู่ดี
หานจู้ที่อยู่ข้างกายก็มีอาการไม่ต่างกัน
ทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปยังพื้นที่รับผิดชอบของตนพลางสนทนากันไปตลอดทาง
"ศิษย์พี่ลู่ ท่านว่าทำไมสำนักเซียนถึงไม่ใช้ศาสตราเซียนจัดการเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ขอรับ?"
"การเพาะปลูกในไร่วิญญาณนับล้านหมู่พวกนี้ หากใช้ศาสตราเซียนคงเสร็จในชั่วพริบตาไม่ใช่หรือ?"
"ศาสตราเซียนงั้นรึ?"
ความคิดของลู่หลีแล่นเร็ว ในฐานะสำนักเซียน สำนักเสวียนเทียนย่อมต้องมีศาสตราเซียนครอบครองอยู่แล้ว
ส่วนเหตุผลที่พวกเขาไม่ใช้นั้น... "การกระตุ้นใช้งานศาสตราเซียนย่อมต้องมีค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายนั้น..."
"เห็นได้ชัดว่าแพงกว่าค่าแรงคนงานมากโข"
"จริงด้วยแฮะ... ข้าได้ยินมาว่าศาสตราเซียนบางชิ้นใช้ครั้งหนึ่งต้องพักฟื้นเป็นร้อยปี แถมหยกเซียนที่ต้องใช้บำรุงรักษาก็เป็นตัวเลขที่สูงลิบลิ่ว"
"เงินเดือนลูกจ้างชั่วคราวอย่างพวกเราแค่ครึ่งก้อนหยกเซียนต่อเดือน"
"คนหมื่นคนก็ใช้เงินแค่ห้าหมื่นหยกเซียน..."
หานจู้เดาะลิ้นด้วยความทึ่ง พลางถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในที่สุดทั้งสองก็มาถึง 'จุดทำงาน' ของพวกเขา
ไร่วิญญาณเขตหมายเลข 438 ซึ่งเป็นพื้นที่บุกเบิกใหม่
"ลู่หลี! พวกเจ้าสองคนมาช้าอีกแล้วนะ!"
ลู่หลีเงยหน้าขึ้น
เขาเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งยืนอยู่หน้าศิลาจารึกขนาดยักษ์
หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน ผมยาวสยายคลอเคลียไหล่ ใบหน้าหมดจดงดงาม ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ
ทันทีที่นางเห็นลู่หลี สีหน้าประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที
"เจ้า... เลื่อนขั้นเป็นกลั่นลมปราณขั้นสี่แล้ว?"
"เจ้า..."
"หัวหน้าคุมงานหลิน เสียงระฆังยังไม่หยุดเลยนะขอรับ"
ก่อนที่ลู่หลีจะทันได้ตอบ หานจู้ที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยเตือนขึ้น
และในจังหวะที่เขาพูดจบ เสียงระฆังที่กังวานอยู่นั้นก็เงียบลงพอดี
"ฮึ!"
หญิงสาวแค่นเสียงเบาๆ สายตาของนางละจากลู่หลี
ความประหลาดใจเมื่อครู่จางหายไป
ในแดนเซียนมีอัจฉริยะมากมายดาษดื่น การทะลวงผ่านจากกลั่นลมปราณขั้นสามสู่ขั้นสี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
หากไม่ใช่เพราะรากวิญญาณอันแปลกประหลาดของลู่หลี นางคงไม่ชายตามองเขาเป็นครั้งที่สองด้วยซ้ำ
"หานจู้ ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าในเขต 438 ของข้า พวกเจ้าต้องมาก่อนเวลาครึ่งชั่วยาม?"
น้ำเสียงของนางเย็นชา แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ห้ามโต้แย้ง ราวกับกำลังสอบสวนนักโทษ
กลิ่นอายพลังระดับกลั่นลมปราณขั้นสิบสองแผ่พุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
กดดันไปที่หานจู้
"ข้า... พวกข้า..."
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากอีกฝ่าย หน้าผากของหานจู้ก็ผุดพรายไปด้วยเม็ดเหงื่อ เขาพูดตะกุกตะกัก
เขาไม่รู้จะโต้เถียงอย่างไร
การที่พวกเขาสาย เป็นเพราะลู่หลีมัวแต่โอ้เอ้
แต่ในฐานะพี่น้องที่ดีของลู่หลี
หานจู้ไม่มีวันขายเพื่อน เขาทำได้เพียงกัดฟันอดทน
"ฟึ่บ!"
ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้
"หัวหน้าคุมงานหลิน ท่านจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก"
"การมาถึงเมื่อเสียงระฆังหยุดถือเป็นกฎของสำนัก... กฎของท่านจะใหญ่กว่ากฎของสำนักได้อย่างไร?"
ลู่หลีจ้องมองผู้ฝึกตนหญิงตรงหน้าเขม็ง
หลินอวี่เชียน หัวหน้าคุมงานเขต 438 และเป็นเจ้านายโดยตรงของลู่หลี
ระดับพลังกลั่นลมปราณขั้นสิบสองของนางห่างจากการสร้างรากฐานเพียงก้าวเดียว
ในวันปกตินางชอบกดขี่ลูกจ้างชั่วคราวใต้บังคับบัญชา
ทั้งหมดก็เพื่อสะสมผลงานให้ได้เลื่อนเป็นศิษย์ตัวจริงเร็วขึ้น
หัวหน้าคุมงานไม่ต้องลงแรงทำงานเอง ผลผลิตในพื้นที่รับผิดชอบจะเป็นตัวกำหนดเกรดผลงานของพวกเขา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลินอวี่เชียนถึงอยากให้พวกเขามาทำงานก่อนเวลา
แต่ลู่หลีไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องพวกนี้ในตอนนี้
ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่เสียงแจ้งเตือนของระบบในหู
【คำเตือน! คำเตือน!】
【ตรวจพบกลิ่นอายของยอดคนผู้เปี่ยมอานุภาพ】
【กลิ่นอายระดับนี้ถือเป็นตัวตนไร้เทียมทานในยุคเสื่อมถอยแห่งธรรม โปรดให้โฮสต์ตอบโต้อย่างระมัดระวัง】
"ยอดคนผู้เปี่ยมอานุภาพ?"
"หลินอวี่เชียนคนนี้แค่อีกก้าวเดียวจะสร้างรากฐาน... ระดับพลังของนางจะช่วยให้ข้าปลดล็อกความสำเร็จใหม่ได้งั้นรึ?"
ดวงตาของลู่หลีไหวระริก ขณะต้านทานแรงกดดันจากหลินอวี่เชียน
ภาพเหตุการณ์นี้ เมื่อเหล่าลูกจ้างชั่วคราวคนอื่นและหานจู้ได้เห็น ต่างก็สูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
"เจ้าลู่หลีวันนี้มันกินยาผิดขวดมาหรือไง?"
"กล้าต่อปากต่อคำกับหัวหน้าคุมงานแบบนั้น ไม่ใช่ว่ากำลังรนหาที่ตายหรอกรึ?"
"ข้าก็คิดอยู่ หรือว่ารากวิญญาณที่มีมากเกินไปจะทำให้สมองมันเพี้ยน..."
"..."
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
ส่วนหานจู้กลับรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก "ศิษย์พี่ลู่ยอมงัดข้อกับนางมารจอมขูดรีดนี่เพื่อข้า..."
"ข้า... ข้า... ฮือออ..."
ในเวลานี้เขารู้สึกเพียงว่าแผ่นหลังผอมบางตรงหน้านั้นช่างดูสูงใหญ่และล้ำลึกเหลือเกิน
สายตาที่เขามองลู่หลียิ่งทวีความคลั่งไคล้...
ใบหน้าของหลินอวี่เชียนพลันดำคล้ำลงอย่างน่ากลัว
ความเย็นชาปกคลุมทั่วใบหน้างดงาม
"เจ้า... อยากตายนักใช่ไหม?"
น้ำเสียงยะเยือกหลุดออกจากปากนาง แฝงไว้ด้วยคำขู่อันรุนแรง
"อยากตาย? หัวหน้าคุมงานหลิน อย่าล้อเล่นน่า"
"ทางสำนักได้ทำประกันอายุขัยให้พวกเราเหล่าลูกจ้างชั่วคราวไว้แล้ว"
"ภายในสำนัก ตราบใดที่พวกข้าไม่ได้ทำผิดกฎร้ายแรง ก็ไม่ใช่ใครจะมาทุบตี ดุด่า หรือฆ่าแกงกันได้ตามใจชอบ"
"จะฆ่าข้า? เกรงว่าท่านคงไม่มีหยกเซียนมากพอจะจ่ายค่าชดเชยกระมัง"
"เจ้า!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหลินอวี่เชียนก็ยิ่งย่ำแย่ลง
นางอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มันกลับจุกอยู่ที่คอ
ร่างบอบบางของนางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
นั่นเพราะสิ่งที่ลู่หลีพูดมาคือความจริง
สำนักเซียนเสวียนเทียนมีกฎเกณฑ์มากมาย แต่ในเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคลนั้นถือว่ามีระบบจัดการที่ยอดเยี่ยม
แม้แต่ลูกจ้างชั่วคราวก็ยังได้รับการซื้อกรมธรรม์ประกันอายุขัยให้
ตราบใดที่ไม่ไปก่อเรื่องชั่วช้าในสำนัก ก็จะไม่มีทางถูกพวกอันธพาลหน้าไหนมารังแกได้ง่ายๆ
อะไรนะ? ท่านถามว่าถ้าถูกฆ่าตายจริงๆ จะทำยังไง?
ง่ายมาก แผนกประกันอายุขัยของสำนักเซียนจะตามไล่เบี้ยค่าชดเชยจากผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด สำหรับลูกจ้างชั่วคราวระดับต่ำสุด อย่างน้อยๆ ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายหลายหมื่นหยกเซียน
อะไรนะ? ท่านบอกว่าถ้าไม่มีเงินจ่ายล่ะ?
ง่ายมาก สำนักเซียนจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดของผู้กระทำผิดก่อน ถ้ายังไม่พอ ผู้กระทำผิดจะถูกส่งไปทำงานในกิจการของสำนัก ตรากตรำทำงานจนกว่าจะใช้หนี้หมด หรือจนกว่าอายุขัยจะใกล้หมดเพื่อชดใช้
อย่าเพิ่งรีบ ยังไม่จบแค่นั้น
หากผู้กระทำผิดมีระดับพลังฝึกตนต่ำและอายุขัยหมดลงก่อนจะชดใช้หนี้ครบ หลังจากตายไป แผนกวิญญาณหยินของสำนักเซียนจะเข้ามาจัดการเกี่ยวดึงวิญญาณของผู้กระทำผิดไป และส่งวิญญาณดวงนั้นไปทำงานใช้แรงงานต่อในแผนกวิญญาณหยิน
คราวนี้ล่ะ มีงานให้ทำเพียบ
ภายใต้สภาพแวดล้อมพิเศษของแผนกวิญญาณหยิน การทำงานสักหมื่นปีก็ไม่ใช่ปัญหา
ต้องรอจนกว่าค่าชดเชยจะถูกชำระจนครบ วิญญาณถึงจะได้รับอนุญาตให้สลายไปเพื่อเข้าสู่วัฏสงสาร
อะไรนะ? ท่านถามว่าถ้าเหยื่อตายไปแล้ว ค่าชดเชยจะมีประโยชน์อะไร?
ง่ายมาก ก่อนจะมีการจ่ายค่าชดเชย แผนกจุติของสำนักเซียนจะบันทึกตราประทับชีวิตของผู้ตายเอาไว้
หลังจากเก็บค่าชดเชยได้แล้ว หักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ เรียบร้อย พวกเขาจะระบุพิกัดร่างจุติใหม่ของผู้ตาย
จากนั้นเงินค่าชดเชยจะถูกส่งมอบให้อีกฝ่ายในรูปแบบของ 'ลาภลอย' หรือ 'มรดกตกทอด'
ดังนั้น... ประกันอายุขัยสำนักเซียน มั่นคงปลอดภัย ควรค่าแก่ความไว้วางใจของท่าน!
"ฮึ่ม ไอ้เด็กเวรนี่... วันนี้มันกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับข้าแบบนี้"
"มันไม่รู้หรือไงว่าตัวเองกำลังจะถูกไล่ออกจากสำนัก?!"
"ก็ได้ ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ใจไปก่อน ออกจากสำนักเซียนเมื่อไหร่ เจ้าจะยังมีน้ำยาอยู่อีกไหม..."
หลินอวี่เชียนข่มกลั้นความโกรธลงไป
แม้นอกสำนักจะมีกฎหมายเมืองเซียน แต่นางก็มีวิธีมากมายที่จะจัดการกับลู่หลี
ไม่คุ้มที่จะมาเสียหน้าในสำนัก
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงเตรียมจะอดกลั้นและไม่สนใจลู่หลีอีก
นางหันหลังกลับ ตะโกนสั่งให้ลูกจ้างชั่วคราวเริ่มทำงาน
แต่ใครจะไปรู้
ทันใดนั้น เสียงของลู่หลีก็ดังขึ้นอีกครั้ง
น้ำเสียงแฝงไปด้วยความคาดหวังและความคันไม้คันมือ ดังชัดเจนเข้าไปในหูของทุกคน
"หัวหน้าคุมงานหลิน ท่านปอดแหกแล้วรึ? อย่าเพิ่งสิ!"
"เอาอย่างนี้ไหม... ข้าจะยอมให้ท่านเฆี่ยนสักทีสองที?"