เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ความหนักอึ้งแห่งยุทธภพ

บทที่ 5 ความหนักอึ้งแห่งยุทธภพ

บทที่ 5 ความหนักอึ้งแห่งยุทธภพ


บทที่ 5 ความหนักอึ้งแห่งยุทธภพ

ยามตะวันคล้อยต่ำลงสู่เหลี่ยมเขา ณ สันเขาชิงหนิว นอกอำเภอเจี้ยนผิง

อาชาสีขาวรูปลักษณ์งดงามตัวหนึ่งกำลังปรือตาลงต่ำ พ่นลมหายใจออกมาอย่างพึงพอใจ

ห่างออกไปไม่ไกล ภายใต้ร่มเงาของต้นไหว ชายหนุ่มผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น คิ้วเรียวขมวดมุ่น ขณะประคองร่างของสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนแล้วเขย่าเบาๆ

"แม่นาง? แม่... เอ้อ... ฮูหยิน?"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโฉมงามที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าสู่อ้อมอก ฉินหลางก็เกิดความลังเลชั่วขณะ ไม่รู้ควรจะเรียกขานนางว่าอย่างไรดี

ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก นางดูเป็นหญิงสาวที่โตเต็มวัย ทว่าผิวพรรณกลับเนียนละเอียดดุจดรุณีแรกแย้ม... ลักษณะเช่นนี้ช่างคล้ายคลึงกับศิษย์พี่หญิงของเขายิ่งนัก หรือควรจะเรียกว่า 'เจ๊' ดีนะ?

ดวงตาหงส์ของหญิงงามปิดสนิท คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย จมูกโด่งรั้นขยับไหวนิดๆ แม้ใบหน้าสวยหวานจะซีดเซียวไร้สีเลือด แต่กลับยิ่งขับเน้นความงดงามที่น่าทะนุถนอมให้เด่นชัดขึ้น

พิจารณาจากการแต่งกาย กระบี่ที่ห้อยข้างเอว เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ถักทอด้วยความประณีต จี้หยกเรียบเกลี้ยงที่ดูอบอุ่นนุ่มนวล และรองเท้าปักดิ้นเงินสีขาวสะอาดตา... ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางต้องมาจากตระกูลสูงศักดิ์อย่างแน่นอน

ส่วนกางเกงสำหรับขี่ม้าที่สวมไว้ภายใต้ชุดกระโปรงหรูฉวินสีชมพูหรูหรานั้น ย่อมมีไว้เพื่อความสะดวกในการขับขี่

รวมไปถึงผ้าพันหน้าอกสีขาวที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาเล็กน้อย ซึ่งบนนั้นมีตัวอักษรคำว่า [ยุทธภพ] เขียนเอาไว้

"..."

สายตาของฉินหลางเผลอเหลือบมองตัวอักษรสองตัวนั้นโดยสัญชาตญาณ และเขาก็ทำได้เพียงอุทานในใจว่า... ยุทธภพช่างกว้างใหญ่ไพศาลเสียจริง

หากเปรียบเทียบกับสาวใช้ตัวน้อยเมื่อสามวันก่อนที่นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว แม่นางผู้นี้ต้องเรียกว่าระดับสุดยอด

ฉินหลางจินตนาการได้เลยว่า หากไม่มีผ้าพันหน้าอกผืนนี้ ร่างกายของหญิงงามในอ้อมแขนจะต้องได้รับแรงกระแทกจนเจ็บปวดเพียงใดเมื่ออยู่บนหลังม้าสีขาวตัวนั้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่หรือไม่ การที่สตรีออกเดินทางท่องยุทธภพจะสวมกางเกงและพันหน้าอกย่อมเป็นเรื่องปกติ... อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงความคิดที่แล่นผ่านสมองไปชั่ววูบเท่านั้น

ฉินหลางไม่ใช่คนมักมากในกาม เขาไม่ใส่ใจเรื่องหยุมหยิมพรรค์นี้

สตรีในอ้อมแขนมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อตัวนอกสีชมพู บริเวณซอกไหล่ซ้ายมีบาดแผลจากคมมีดกว้างประมาณครึ่งฝ่ามือ แม้แผลจะไม่ลึก แต่เลือดกลับไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูผิดปกติ

ฉินหลางไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือ แต่การห้ามเลือดถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ ในยามที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทำแผล การสกัดจุดเพื่อห้ามเลือดถือเป็นวิชาพื้นฐานที่พึงกระทำ

ฉินหลางยกมือขึ้น โคจรลมปราณไปที่ปลายนิ้วขวา แล้วกดลงบนจุดชีพจรของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

"จุดหยุนเหมิน..."

ปึก!

"จุดจงฟู่..."

ปึก!

"จุดเสินฉาง..."

ดึ๋ง~

"?"

แปลกจริง เขาไม่ได้ใช้วิชาสกัดจุดมานาน หรือว่าฝีมือจะตกไปแล้ว... ฉินหลางเพ่งสมาธิ รวบรวมลมปราณไว้ที่จุดตันเถียน ยืดนิ้วทั้งสองให้ตรง แล้วกดลงไปที่จุดเสินฉางของหญิงงามอีกครั้ง

ดึ๋ง~

"..."

ฉินหลางลองกดดูอีกหลายครั้งจนมือเริ่มชา แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่า ปัญหาดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา

จุดเสินฉางตั้งอยู่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของมนุษย์

ปลายนิ้วของเขากดไม่ลงจริงๆ

บ้าจริง หนาเกินไปแล้ว

หรือนี่จะเป็น "ความหนักอึ้งแห่งยุทธภพ" ที่พวกนักเล่านิทานมักกล่าวถึง... ก่อนหน้านี้ฉินหลางเคยฝึกสกัดจุดกับศิษย์พี่หญิงเท่านั้น แม้จุดเสินฉางของศิษย์พี่จะมีความลึกอยู่บ้าง แต่ก็ยังตื้นกว่าแม่นางผู้นี้เล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าจะเกิดสถานการณ์ชวนปวดหัวเช่นนี้ขึ้นได้

ทำอย่างไรดี... เมื่อจนปัญญา ฉินหลางจึงทำได้เพียงช้อนร่างอันนุ่มนิ่มและอบอุ่นของหญิงสาวขึ้นในท่าอุ้มขวาง อย่างน้อยก็ต้องพาไปที่พักของเขาก่อน

ยุ้งฉางที่ฉินหลางใช้พักอาศัยอยู่ห่างจากต้นไหวเพียงไม่กี่จ้าง แม้สภาพจะเรียบง่าย แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาก็จัดเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน

แอ๊ด—

ฉินหลางผลักประตูเข้าไป วางร่างหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมกระบี่คู่กายลงบนเตียงอย่างเบามือ จากนั้นจึงฉีกเศษผ้ามาพันรัดต้นแขนของนางไว้ แม้จะไม่สามารถหยุดเลือดจากบาดแผลประหลาดนั้นได้สนิท แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

หลังจากพันแผลเสร็จ ฉินหลางก็ก่อไฟต้มน้ำร้อนเตรียมไว้เผื่อจำเป็น ระหว่างรอน้ำเดือด เขาตั้งใจว่าจะลองพยายามสกัดจุดให้นางอีกครั้ง

เพราะในเมืองไม่มีโรงหมอ การจะไปหาสมุนไพรห้ามเลือดในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้รวดเร็ว ดีไม่ดีพอกลับมา นางอาจจะสิ้นใจไปแล้วก็ได้... พูดตามตรง หากเป็นเมื่อครึ่งเดือนก่อน ฉินหลางอาจลังเลที่จะช่วยสตรีบาดเจ็บที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเช่นนี้

แต่เป็นเพราะเมื่อครึ่งเดือนก่อน เขาเคยได้รับความช่วยเหลือจากสตรีแปลกหน้าสองคน ฉินหลางจึงรู้สึกถึงบุญคุณที่ต้องส่งต่อ และตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยโดยไม่รีรอ... หลังจากอุ้มนางขึ้นเตียง ฉินหลางก็พับผ้าห่มหนุนศีรษะนางให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนสะดวกและป้องกันเลือดคั่งย้อนกลับ

เมื่อมองดูรองเท้าปักดิ้นเงินสีขาวที่เดิมทีควรจะสะอาดหมดจด แต่บัดนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นโคลนจากการเดินทางไกล ฉินหลางจึงถือโอกาสถอดรองเท้าให้นาง เผยให้เห็นเท้าคู่เล็กกะทัดรัดที่ซ่อนอยู่ภายใน

"อืม..."

"..."

อาจเพราะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว หญิงสาวส่งเสียงครางแผ่วเบา เกือบจะถีบเข้าที่จมูกของฉินหลาง

ฉินหลางจำต้องจับเท้าที่ขยับไปมาของนางไว้อย่างเบามือเพื่อปลอบประโลม จากนั้นจึงค่อยๆ ถอดถุงเท้าคู่เล็กที่ยังคงมีความอุ่นและกลิ่นหอมจางๆ ออก

ต้องยอมรับว่า ผู้ดีก็คือผู้ดีวันยังค่ำ

ถุงเท้าไหมชั้นดีที่ทอจากไหมฝูเหยียน ของขึ้นชื่อแห่งมณฑลจิ้น ให้สัมผัสที่เนียนลื่นและบางเบา ฉินหลางสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของเรียวเท้าผ่านเนื้อผ้า ขณะที่ค่อยๆ รูดถุงเท้าออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือเท้าคู่สวยที่ขาวผ่องและเนียนละเอียดเป็นพิเศษ

ข้อเท้าที่กำได้รอบด้วยมือเดียว... ส้นเท้าที่กลมกลึง... ฝ่าเท้าที่นุ่มนิ่ม... เนื้อผ้าชั้นดีค่อยๆ เลื่อนหลุดไปตามส่วนโค้งเว้าของอุ้งเท้า ในที่สุด นิ้วเท้าทั้งห้าที่เรียงตัวสวยงามดุจไข่มุกเม็ดงามก็เผยโฉมออกมา บ้างงองุ้ม บ้างเหยียดตรง ราวกับเป็นการหยอกเย้าที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันกลับดึงดูดใจชายหนุ่มผู้เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มเข้าอย่างจัง

"..."

ฉินหลางจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งด้วยความตะลึงงัน รู้สึกราวกับกำลังกุมหยกเนื้อดีที่มีความอุ่นละมุนไว้ในมือ

เมื่อมองเล็บเท้าที่เคลือบด้วยสีแดงสด ตัดกับผิวเท้าที่ขาวผ่อง เท้าคู่งามนี้ช่างดูเหมือนขนมแป้งข้าวเจ้าทางใต้ที่ประดับด้วยแผ่นซานจาเชื่อม

บางทีสาวงามทั่วหล้าอาจมีเท้าที่งดงามเหมือนกันหมด

เพียงแค่เห็นเท้าคู่นี้ ฉินหลางก็หวนนึกถึงศิษย์พี่หญิงบนยอดเขาเทียนซาน...

"หลางเอ๋อร์~"

"มีอะไรอีกเล่าศิษย์พี่...?"

"ชิ เจ้าเด็กอกตัญญู พอเรียกหน่อยก็ทำท่ารำคาญ... มานี่ มาช่วยศิษย์พี่นวดเท้าหน่อย"

"ท่านก็นวดเองสิ..."

"โธ่ เร็วเข้าสิ~ คราวก่อนศิษย์พี่แค่หยอกเจ้าเล่น ครั้งนี้รับรองว่าจะไม่... ไม่เอาเท้าถีบหน้าเจ้า ตกลงไหม?"

...ชายหนุ่มไกลบ้านมักเกิดความรู้สึกคิดถึงบ้านได้ง่าย ในห้วงคำนึงนั้น เขาจึงเผลอมองเท้าของสตรีบนเตียงนานขึ้นอีกหน่อย... แต่หลังจากมองจนพอใจ ฉินหลางก็วางเท้าของนางลงอย่างระมัดระวัง แล้วหันไปจัดการต้มน้ำต่อ

ทว่า ในขณะที่ฉินหลางเพิ่งจะเติมฟืนเสร็จและกำลังจะลุกขึ้นไปดูอาการของหญิงสาวที่เตียง ทันใดนั้น เสียงโลหะกังวานใสก็ดังขึ้นข้างหู

เคร้ง—!

พลันบังเกิดประกายแสงสีเงินวูบวาบ ตามมาด้วยรังสีอำมหิตอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน

ฉินหลางเพ่งมอง ที่แท้สตรีที่ได้รับบาดเจ็บผู้นั้นก็ได้สติขึ้นมาแล้ว นางฝืนทนความเจ็บปวดทางกายและความมึนงงของสติ ชักกระบี่ออกมาพาดที่ลำคอของฉินหลาง

"เจ้า... เจ้าเป็นใคร...!"

จบบทที่ บทที่ 5 ความหนักอึ้งแห่งยุทธภพ

คัดลอกลิงก์แล้ว