- หน้าแรก
- เปลี่ยนอาชีพเป็นหมอนวดไร้ค่า แต่ไหงลูกค้าทุกคนกลายเป็นเทพสงคราม
- บทที่ 28 - ดันเจี้ยนจำกัดเวลา
บทที่ 28 - ดันเจี้ยนจำกัดเวลา
บทที่ 28 - ดันเจี้ยนจำกัดเวลา
บทที่ 28 - ดันเจี้ยนจำกัดเวลา
สองชั่วโมงครึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
อู่ไหวเยียนรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าเวลาผ่านไปไวขนาดนี้
เมื่อวานเธอนัดกับฉินเฟิงไว้ตอนสิบโมงเช้า
เพราะนิสัยชอบมาก่อนเวลา เธอเลยมาถึงตั้งแต่เก้าโมงครึ่ง
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน
เผลอแป๊บเดียว สองชั่วโมงกว่าผ่านไป แต่กลับไม่รู้สึกนานเลยสักนิด
"เฮ้อ..."
เวลานี้ เธอนอนตะแคงอยู่บนเตียง เสื้อยืดแขนสั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำมันหอมระเหย
เส้นผมเปียกชื้นแนบติดกับผิวขาวผ่อง
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เธอหอบหายใจหนักหน่วง สภาพเหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำ เหงื่อท่วมตัว
ฉินเฟิงยื่นผ้าขนหนูสะอาดให้อย่างรู้ใจ
อู่ไหวเยียนยกมือขึ้นอย่างอ่อนแรง รับมาอย่างยากลำบาก
ไม่ใช่ว่าตอนนี้เธออ่อนแออะไรหนักหนา แต่ความรู้สึกเมื่อครู่มันสุขสมและน่าอัศจรรย์เกินไป ส่งผลให้ตอนนี้พลังจิตวิญญาณถูกใช้ไปจนหมด รู้สึกเพลียๆ
ครั้งแรก! นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี! ที่เธอรู้สึกสบายตัวขนาดนี้!
"รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ?"
"เสียว..."
"?"
"เปล่า น้าหมายถึง... รู้สึกดีมาก"
อู่ไหวเยียนเช็ดเหงื่อ เอามือยันเตียงลุกขึ้นนั่ง
เธอสัมผัสถึงสภาพร่างกายของตัวเอง มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ถ้าบอกว่าการจับมือเมื่อวานเป็นแค่การกดข่มไว้ชั่วคราว
การนวดทั้งตัวในวันนี้ ก็คือการสยบการระเบิดของพิษเย็นในรอบนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วยแก้ปัญหาการตีกลับของอาการบาดเจ็บก่อนกำหนดเพราะการกดเลเวล ให้เธอได้อย่างหมดจด
"นายนี่สุดยอดไปเลยนะ ฉินเฟิง"
"?"
"น้าหมายถึง ผลงานของนายน่าพึงพอใจมาก"
"??"
ฉินเฟิงไม่ตอบ กลับไปดื่มน้ำเงียบๆ
รู้สึกว่าบทสนทนานี้รับมุขยากชอบกล
ฟังดูแปลกๆ
"สรุปก็คือ น้าอยากจะบอกว่า ขอบใจนะ"
สายตาของอู่ไหวเยียนบริสุทธิ์ใจอย่างยิ่ง มองฉินเฟิงด้วยความรู้สึกขอบคุณและปลาบปลื้ม
เธอลุกขึ้น โค้งคำนับฉินเฟิงหนึ่งครั้ง
อดีตผู้มีอาชีพสายต่อสู้มิติระดับอัจฉริยะ หัวหน้าทีมระดับสูงของหน่วยพิทักษ์นภาในวันนี้ รู้สึกซาบซึ้งใจต่อฉินเฟิงอย่างที่สุด
แต่สิ่งที่อู่ไหวเยียนคาดไม่ถึงคือ ฉินเฟิงตอบกลับมาว่า "บอกไว้ก่อนนะครับน้า คำนับใช้แทนเงินไม่ได้นะครับ"
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมา
"แน่นอนจ้ะ เรื่องเงินต้องคิดแยกต่างหากอยู่แล้ว"
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนจ่ายไปสองแสนเหรียญพันธมิตร
คิดไปคิดมา ก็สแกนให้อีกสามแสน
สองครั้งรวมกันครบห้าแสนเหรียญพันธมิตรพอดี
ทำเอาฉินเฟิงยืนอึ้งไปเลย
โอ้โห เฮ้ย
อู่ชิงฮวนเปย์หนักแล้ว ครั้งละหนึ่งแสน
เมื่อวานจ่ายไปสองครั้ง รวมเป็นสองแสนเหรียญพันธมิตร
แต่น้าสาวกลับวิปริตยิ่งกว่าหลาน เปย์หนักกว่าเดิม
ฟาดไปเลยห้าแสน
พูดได้คำเดียวว่า สมกับเป็นคุณน้าจริงๆ
ขนาดฉินเฟิงยังอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเกาะผู้หญิงกินได้ คงประหยัดเวลาสร้างตัวไปได้มากกว่าสิบปีแน่ๆ
เผลอมองขาอ่อนของอู่ไหวเยียนโดยไม่รู้ตัว
รู้สึกแค่ว่าขาคู่นี้งานดีมาก เกาะแล้วคงกินอิ่มไปได้อีกนาน
"ตอนมาน้าก็คิดไว้แล้วว่าผลลัพธ์การนวดครั้งนี้น่าจะดี แต่ไม่คิดเลยว่า ผลลัพธ์มันจะดีขนาดนี้"
ตอนนี้การนวดจบลงแล้ว แต่อู่ไหวเยียนก็อดรำพึงออกมาไม่ได้
เธอยังคงจมอยู่ในความตกตะลึง
"ชิงฮวนมักจะพูดเสมอว่านายมีพรสวรรค์ล้ำเลิศแค่ไหน เหนือมนุษย์เพียงใด ตอนนั้นน้าก็แค่มองว่าเป็นคำเยินยอในหมู่เพื่อนนักเรียน แต่พอได้มาเห็นตอนนี้ บอกเลยว่า..."
อู่ไหวเยียนมองฉินเฟิง แววตาเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ในดวงตานอกจากความขอบคุณแล้ว ยังมีความชื่นชม และความรู้สึกมหัศจรรย์ปะปนอยู่
ในโลกที่ทุกคนเปลี่ยนอาชีพได้แห่งนี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้ได้รับความเคารพ พลังคือตัวตัดสินทุกสิ่ง
ผู้มีอาชีพทุกคนล้วนเทิดทูนผู้แข็งแกร่ง
ในโลกนี้ ไม่มีดาราหรือไอดอล
มีแต่ผู้มีอาชีพที่แข็งแกร่ง
อู่ไหวเยียนมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ราวกับเห็นเทพเจ้าแห่งอาชีพในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
เลเวลร้อย สำหรับเขาไม่น่าจะมีปัญหา
เลเวลสามร้อยก็มีโอกาส
เลเวลห้าร้อย...
ยากจะจินตนาการเลยว่า หากผลลัพธ์สกิลของฉินเฟิงไปถึงเลเวลห้าร้อย จะแปรเปลี่ยนเป็นความวิปริตหลุดโลกขนาดไหน
เพิ่งจะปลุกพลังตื่นรู้ ก็สามารถข้ามเลเวลช่วยเธอกดข่มพิษเย็นได้แล้ว
ถ้าไปถึงเลเวลร้อย สามร้อย ห้าร้อย...
"ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะถึงขั้นปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้? ปั้นเส้นลมปราณขึ้นมาใหม่ พลิกฟื้นชีวิต..."
คิดดูแล้วก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
ถ้าไปถึงระดับขอบเขตเทพเจ้าจริงๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลลัพธ์เหนือธรรมชาติแบบนั้น
หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย แก้มที่แดงระเรื่อก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ
ตอนนี้เกือบบ่ายโมงแล้ว
รับน้ำที่ฉินเฟิงยื่นให้มาดื่มอึกหนึ่ง
อู่ไหวเยียนพูดเสียงเบา "ช่วงนี้พวกสาวกลัทธิมารกบดานอยู่ในหนานหยาง นายต้องปกปิดอาชีพของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ต้องลงดันเจี้ยนให้บ่อยขึ้น สังหารสัตว์อสูรเพื่ออัปเลเวล รีบดึงเลเวลของตัวเองขึ้นไปให้เร็วที่สุด ให้ค่าสถานะทุกด้านเพิ่มขึ้น แบบนี้เวลาเจออันตรายจะได้มีความสามารถในการปกป้องตัวเอง"
"ครับผม"
"มะรืนนี้จะมีดันเจี้ยนจำกัดเวลาเปิดขึ้น เลเวลจำกัดของดันเจี้ยนคือสามสิบห้า เหมาะกับนายพอดี ถึงตอนนั้นหน่วยสำรวจจะให้พวกนายที่เป็นผู้มีอาชีพอิสระเข้าไปก่อน ผ่านไปหนึ่งวันพวกเขาถึงจะเข้าไปจัดการสัตว์อสูร"
"อ้อ..."
ดันเจี้ยนจำกัดเวลา!
ฉินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ข้อมูลเกี่ยวกับคำคำนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัว
เกมรุกรานโลกความจริง ดันเจี้ยนทั่วไปถูกรัฐบาลสหพันธรัฐและกิลด์ใหญ่ๆ สำรวจและยึดครอง คอยดูแลรักษาการณ์
แต่ในรอยแยกมิติ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดดันเจี้ยนใหม่จุติลงมา
ดันเจี้ยนจำกัดเวลาหมายถึงดันเจี้ยนเหล่านั้น ที่เปิดแบบสุ่มเวลา คงอยู่ช่วงเวลาหนึ่งแล้วปิดตัวลงอัตโนมัติ มีบอสพิเศษคอยเฝ้าด่าน
ทรัพยากรในดันเจี้ยนจะอุดมสมบูรณ์กว่าดันเจี้ยนทั่วไป
แต่ในขณะเดียวกัน สัตว์อสูรในดันเจี้ยนจำกัดเวลาเหล่านี้ก็จะแข็งแกร่งกว่า และอันตรายกว่าด้วย
บอสที่เฝ้าอยู่ส่วนลึกของดันเจี้ยนมักจะมีสกิลพรสวรรค์พิเศษ พลังต่อสู้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ดันเจี้ยนแบบนี้ เข้าไปคนเดียวก็ไม่ต่างอะไรกับไปหาที่ตาย ต้องรวมกลุ่มผู้มีอาชีพหลายคน ร่วมมือกันบุกทะลวง
คำสั่งของสมาคมผู้มีอาชีพสำหรับดันเจี้ยนจำกัดเวลาคือ: ในช่วงแรกที่ดันเจี้ยนเปิด ให้ผู้มีอาชีพอิสระเข้าไปสำรวจก่อน หากภายในเวลาที่กำหนดดันเจี้ยนยังไม่ถูกพิชิต ก็จะส่งทีมแนวหน้า ซึ่งเป็นผู้มีอาชีพของทางการเข้าไปบุกตะลุย
"ถึงตอนนั้นนายกับชิงฮวนก็จับกลุ่มปาร์ตี้กัน แล้วหาเพื่อนนักเรียนสักหน่อย ไปลงดันเจี้ยนด้วยกัน ถือว่าไปหาประสบการณ์"
"รับทราบครับ"
"พวกนายสองคนเพิ่งจะเริ่มฝึกฝน ไม่ต้องห่วงสู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การลงดันเจี้ยนให้เยอะๆ ถ้าเจอศัตรูที่รับมือไม่ไหว ให้หนีทันที"
"อืม"
ฉินเฟิงพยักหน้า ไม่ได้อธิบายอะไร
ถ้าอู่ไหวเยียนรู้ว่าตอนนี้เขาครอบครองสกิลอะไรอยู่ รู้ผลลัพธ์ของสกิลเหล่านั้น
เกรงว่าจะตกใจจนช็อกคาที่แน่ๆ
มีสกิลป้องกันระดับท็อปติดตัวหลายสกิล ขอแค่ฉินเฟิงไม่รนหาที่ตาย ต่อให้เป็นสัตว์อสูรเลเวลห้าสิบก็รั้งเขาไว้ไม่อยู่
ยิ่งไปกว่านั้น เลเวลจำกัดของดันเจี้ยนคือสามสิบห้า
"จำกัดเลเวลสามสิบห้า หมายความว่า สัตว์อสูรที่เลเวลสูงที่สุดในดันเจี้ยน ก็แค่สามสิบห้าเท่านั้น"
ความแข็งแกร่งระดับเขา เดินกร่างในดันเจี้ยนได้สบายๆ
[จบแล้ว]