- หน้าแรก
- เปลี่ยนอาชีพเป็นหมอนวดไร้ค่า แต่ไหงลูกค้าทุกคนกลายเป็นเทพสงคราม
- บทที่ 16 - คุณน้า
บทที่ 16 - คุณน้า
บทที่ 16 - คุณน้า
บทที่ 16 - คุณน้า
หลังจากอู่ไหวเยียนและหัวหน้าทีมคนอื่นๆ เข้ามาในดันเจี้ยน พวกเขาก็มุ่งหน้ามายังจุดที่มีพลังงานรวมตัวกันทันที
ทุกคนต่างกังวลใจ กลัวว่าจะมีสมาชิกหน่วยพิทักษ์นภาบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการต่อสู้
แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุ กลับรู้สึกว่าสถานการณ์มันดูทะแม่งๆ
พวกนี้มายืนจ้องตากันทำไม
ทำไมถึงยืนแบ่งฝั่งกันอย่างเป็นธรรมชาติขนาดนั้น ฝั่งหนึ่งคือเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์นภา อีกฝั่ง... คือกลุ่มวัยรุ่น
"วัยรุ่นพวกนั้น คือผู้มีอาชีพลัทธิมารเหรอ"
ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน
จะไม่เด็กเกินไปหน่อยเหรอ
ในกลุ่มลัทธิมารไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนอายุน้อย
แต่ดูจากหน้าตาของคนกลุ่มนี้ น่าจะแค่อายุสิบเจ็ดสิบแปด
เด็กเกินไปไหมสำหรับวงการนี้
อู่ไหวเยียนหรี่ตามอง พิจารณาคนกลุ่มนั้นอย่างละเอียด กวาดสายตาไปทีละคน
มองไปที่เด็กหนุ่มเสื้อเชิ้ตขาวท่าทางสบายๆ ที่ยืนนำหน้า
มองไปที่เด็กสาวตัวเล็กหน้าตาน่ารักที่ยืนข้างๆ
และ...
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
อู่ไหวเยียนเหมือนเห็นคนที่คาดไม่ถึง ความเคร่งเครียดและความหวาดระแวงบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความงุนงงและตกตะลึง
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
ในเวลาเดียวกัน เด็กสาวฝั่งตรงข้ามก็สังเกตเห็นการมาถึงของอู่ไหวเยียนเช่นกัน
เธอยกมือทักทาย "คุณน้า"
ฉับพลันนั้น ทุกคนต่างชะงัก
มองเด็กสาวที่พูด แล้วหันมามองอู่ไหวเยียน
คุณน้า? นี่มันหมายความว่ายังไง
ลัทธิมารแทรกซึมเข้ามาถึงภายในหน่วยพิทักษ์นภาแล้วเหรอ
"ชิงฮวน นี่หลาน..." อู่ไหวเยียนมองไปที่เด็กหนุ่มข้างๆ หลานสาว "มาลงดันเจี้ยนทดสอบกับเพื่อนเหรอ"
"ใช่ค่ะคุณน้า เวลาทดสอบใกล้จะหมดแล้ว พวกหนูกำลังจะออกไป แล้วคนพวกนี้ก็โผล่มา บอกว่าปิดล้อมดันเจี้ยนไว้แล้ว แถมยังหาว่าพวกหนูเป็นนักสู้ลัทธิมาร บอกให้ยอมจำนนซะดีๆ"
เด็กสาวชี้ไปที่คนสามคนไกลๆ
อู่ไหวเยียนมองตามไป
คนที่ถูกชี้ตัวคือโจวหงและลูกทีมของเขา
ตอนนี้โจวหงเองก็เอ๋อไปแล้วเหมือนกัน
"ไม่ใช่ ผม..."
ข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาทำให้เขาสมองประมวลผลไม่ทัน
หัวหน้าอู่เป็นน้าของเด็กผู้หญิงคนนี้
และเป็นที่รู้กันดีว่า พี่สาวของหัวหน้าอู่คือหัวหน้ากิลด์กุหลาบ
ถ้าอย่างนั้น...
เด็กผู้หญิงคนนี้ก็คือ...
ลูกสาวของหัวหน้ากิลด์กุหลาบ?!
ปากของโจวหงค่อยๆ อ้ากว้าง เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก ไหลย้อยลงมาตามแก้ม หยดลงพื้นดังแปะ
เมื่อเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมา โจวหงก็รีบแก้ตัวพัลวัน "เครื่องตรวจจับสภาพดันเจี้ยนมันแจ้งเตือนนี่นา! เรื่องนี้โทษผมไม่ได้นะ! ผมจะไปรู้ได้ไง... ว่าเป็นนักเรียนเข้ามาฝึกฝน..."
ถึงตรงนี้ ทุกคนในที่นั้นต่างรู้แล้วว่าเกิดเรื่องเข้าใจผิด โอละพ่อเข้าให้แล้ว
ก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจถูกยกออก
ความตึงเครียดผ่อนคลายลง
"มิน่าล่ะเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงได้เก่งขนาดนี้ พลังรบน่ากลัวมาก ที่แท้ก็เป็นหลานสาวหัวหน้าอู่ เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว"
"ปีศาจชัดๆ สมัยฉันอายุเท่านี้ ยังต้องเกาะกลุ่มกับคนอื่นลงดันเจี้ยนอยู่เลย"
"คนเรานี่เทียบกันไม่ได้จริงๆ อายุสิบแปดก็เดินกร่างในดันเจี้ยนได้แล้ว ฆ่าล้างบางสัตว์อสูรจนเกลี้ยง"
"ฮ่าๆๆ หลานสาวหัวหน้าอู่พรสวรรค์ดีจริงๆ เหมือนจะเก่งกว่าหัวหน้าอู่สมัยสาวๆ อีกนะเนี่ย คลื่นลูกใหม่ไล่คลื่นลูกเก่าจริงๆ"
อู่ไหวเยียนไม่ได้ตอบรับคำหยอกล้อของหัวหน้าทีมคนอื่นๆ
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย "เครื่องส่งสัญญาณเตือนเหรอ"
"ใช่ครับหัวหน้าอู่"
"เป็นไปได้ยังไง..."
เครื่องจะส่งสัญญาณเตือนก็ต่อเมื่อจำนวนสัตว์อสูรในดันเจี้ยนลดฮวบลงในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
ชิงฮวนเป็นหลานแท้ๆ เรื่องฝีมือของหลาน อู่ไหวเยียนย่อมรู้ดีที่สุด
พรสวรรค์ดีมาก ศักยภาพสูงมาก
แต่เพราะกินทรัพยากรการฝึกฝนเข้าไปเยอะเกินไป เส้นชีพจรเลยอุดตัน พลังธาตุตกค้างในร่างกาย
ทำได้แค่ค่อยๆ ดูดซับ รอให้หลอมรวมหมด ถึงจะกลับมาควบคุมพลังธาตุได้ใหม่
พูดง่ายๆ ก็คือ หลานเธอในตอนนี้ไม่น่าจะมีพลังต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
แล้วทำไมหลานถึงมาอยู่ที่นี่
แล้วทำไมถึงทำให้เครื่องส่งสัญญาณเตือนได้
เรื่องนี้มันผิดปกติชัดๆ
อู่ไหวเยียนหรี่ตาลง จ้องมองไปที่อู่ชิงฮวน
ไม่มองไม่เท่าไหร่ พอมองแล้วถึงกับสะดุ้ง
"พลังธาตุนี่มันอะไรกัน"
เธอสัมผัสได้ชัดเจนถึงพลังธาตุสายฟ้าที่บ้าคลั่งและรุนแรงในตัวอู่ชิงฮวน
นอกจากนั้น เธอยังสัมผัสได้ว่าเลเวลของหลานสาวพุ่งพรวด ค่าสถานะทุกด้านพุ่งทะยาน
นี่มันใช่เหรอ
"ตอนฉันเข้ามาในดันเจี้ยนเมื่อกี้ ฉันสัมผัสได้ถึงพลังธาตุสายฟ้าที่รุนแรงมาก นั่นคือท่าไม้ตายที่ชิงฮวนระเบิดออกมาเหรอ"
อู่ไหวเยียนหันไปถามโจวหง
แต่ผิดคาด อีกฝ่ายส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่เด็กหนุ่มข้างกายอู่ชิงฮวน "เขาต่างหาก"
หือ?
ไม่ใช่ชิงฮวน?
ยังมียอดฝีมืออีกคน?
เธอหันกลับไปมองกลุ่มนักเรียนอีกครั้ง ครั้งนี้ต่างจากความตกใจในตอนแรก
อารมณ์ที่ปรากฏบนใบหน้าสวยงามคือ... ความว่างเปล่า
ใช่ ว่างเปล่า
มึนงงอย่างที่สุด
เกิดอะไรขึ้น
"ไอ้เด็กนี่... ไม่สิ นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง"
แม้จะมองค่าสถานะของอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจน
แต่ในฐานะผู้มีอาชีพเลเวลสูง อู่ไหวเยียนสามารถประเมินค่าสถานะคร่าวๆ ของผู้มีอาชีพเลเวลต่ำกว่าได้
"ทะลุพัน?!"
ใช่แล้ว! ค่าสถานะบางอย่างของเด็กหนุ่มคนนี้ทะลุหลักพันไปแล้ว!
แต่เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปได้ยังไง
ข้อจำกัดเลเวลของดันเจี้ยนคือยี่สิบ
ผู้มีอาชีพเลเวลยี่สิบ ค่าสถานะจะอยู่ที่ประมาณสามร้อยแต้ม
บวกลบไม่เกินห้าสิบ
หมายความว่า ผู้มีอาชีพเลเวลนี้ ต่อให้ฝึกฝนค่าสถานะมาดีแค่ไหน เต็มที่ก็ได้แค่สามร้อยกว่า
เต็มกลืนเลยก็สี่ร้อย
แต่ไอ้เด็กนี่! ทะลุพัน!
มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา
"ไม่ใช่ เธอ..."
สายตาของอู่ไหวเยียนจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น แล้วถอนตัวไม่ขึ้น
แทบจะล็อกเป้าเขาไว้เลย
จนกระทั่งอู่ชิงฮวนหลานสาวเอ่ยปาก "คุณน้า พวกหนูออกไปได้หรือยังคะ พวกหนูต้องพักผ่อนแล้ว"
ตอนนั้นเธอถึงได้สติ
"ออกไปก่อน ออกไปแล้ว... น้ามีเรื่องจะถาม"
ในเมื่อความเข้าใจผิดคลี่คลายแล้ว
และยืนยันตัวตนได้แน่ชัด
โจวหงหยิบจานหยกขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อ ขยับมันเล็กน้อย เสาแสงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า
เมื่อครู่เพื่อควบคุมสถานการณ์ เขาได้ปิดผนึกดันเจี้ยนทดสอบ ทำให้ไม่มีใครออกไปได้
นอกจากกลุ่มของอู่ชิงฮวนแล้ว ยังมีคนอื่นติดอยู่ในดันเจี้ยนอีกไม่น้อย
หนึ่งสาย สองสาย สามสาย...
เสาแสงจำนวนมากปรากฏขึ้นในดันเจี้ยน
จากนั้น แสงสว่างวาบ ทุกคนรู้สึกวิงเวียนที่คุ้นเคย
พริบตาเดียวก็หลุดออกมาจากดันเจี้ยน กลับสู่โลกแห่งความจริง
ผ่านการต่อสู้มาหนึ่งชั่วโมง แถมยังเจอเรื่องวุ่นวายตอนท้าย ต่อให้เป็นไซบีเรียนฮัสกี้พลังล้นเหลืออย่างอู่ชิงฮวน ตอนนี้ก็รู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว
ซูเสี่ยวเสี่ยวยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ หัวใจดวงน้อยเดี๋ยวขึ้นสวรรค์เดี๋ยวลงนรก แบกรับความกดดันเกินวัยไปมาก
ฉินเฟิงกลับดูปกติดี สีหน้าเรียบเฉย
แต่ทันทีที่ออกมาจากดันเจี้ยน ฉินเฟิงก็รู้สึกว่ามีเงาดำวูบผ่านหน้า
หญิงสาวหุ่นสะบึมส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนในชุดหัวหน้าหน่วยพิทักษ์นภา...
พุ่งมาอยู่ตรงหน้าเขาในพริบตา!
ยกมือขึ้นจับกุมทันที!
[จบแล้ว]