- หน้าแรก
- ผมสร้างเกมสุดโหด เพื่อปั้นผู้เล่นให้เป็นยอดนักฆ่า
- บทที่ 9 - เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปทั้งคืน
บทที่ 9 - เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปทั้งคืน
บทที่ 9 - เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปทั้งคืน
บทที่ 9 - เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปทั้งคืน
จ้าวไห่ผิงไม่กล้าคิดว่าในถุงผ้าขาดๆ นั่นคืออะไร และยิ่งไม่มีความกล้าที่จะรับมาเปิดดู
ทำได้แค่ดันกลับไปเงียบๆ ตอนที่ทหารคนอื่นส่งมาให้
ยอมทนหิวน้ำหิวข้าวต่อไปดีกว่า!
ความรู้สึกของการรอคอยแบบนี้ทรมานสุดๆ แต่โชคดีที่จ้าวไห่ผิงพบว่าการไหลของเวลาในดันเจี้ยนบททดสอบนี้ดูเหมือนจะถูกปรับแต่งเป็นพิเศษ ในช่วงที่เขารอคอย ความรู้สึกเหมือนผ่านไปแค่ไม่กี่นาที แต่กลับผ่านวัฏจักรดวงอาทิตย์ขึ้นลงไปหนึ่งรอบเต็มๆ จากกลางวันสู่กลางคืน แล้วก็เช้าอีกวัน
และความเหนื่อยล้ากับความหิวโหยของเขาก็รุนแรงยิ่งขึ้น
ตอนนี้จ้าวไห่ผิงเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนแรกถึงมีพรสวรรค์ "อดทนต่อความหิวโหย" ให้เลือก ชัดเจนว่ามีไว้ใช้สำหรับช่วงนี้นี่เอง!
แต่เขาไม่ได้เลือกพรสวรรค์นี้ ร่างกายเลยทรุดโทรมลงมาก
รอไปอีกพักใหญ่ จ้าวไห่ผิงเลียริมฝีปากที่แตกแห้ง มองไปทางทหารชนเผ่าเป่ยตี๋นอกเมือง
เขาอยากจะตะโกนถามเหลือเกินว่า พวกเอ็งจะบุกเมื่อไหร่กันแน่วะ!
เป็นคนหน่อยเหอะ!
ผลคือไม่มองยังดีกว่า พอมองแล้วแทบกระอักเลือดตาย
ทหารชนเผ่าเป่ยตี๋พวกนั้นตั้งหม้อใบใหญ่หลายใบอยู่นอกเมือง กำลังต้มเนื้อ!
ต้มเนื้อไปก็ร้องเพลงไป เต้นระบำรอบกองไฟกันสนุกสนาน!
ทหารต้าฉู่บนกำแพงเมืองจ้องเขม็งไปที่ทหารชนเผ่าเป่ยตี๋นอกเมือง แม้พวกเขาจะหน้าเขียวเพราะความหิว แต่ก็ยังกำด้ามดาบแน่น ไม่มีใครแสดงความอ่อนแอออกมา
ในที่สุด ทหารชนเผ่าเป่ยตี๋นอกเมืองก็เริ่มบุกอีกครั้ง!
เทียบกับครั้งที่แล้ว ความยากครั้งนี้พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอุปกรณ์ป้องกันเมืองเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้น้ำมันดิบและธนูไฟสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้ศัตรูเหมือนเมื่อก่อน อีกส่วนหนึ่งคือทหารที่เฝ้าเมืองเหล่านี้ร่างกายอ่อนล้าอย่างหนักจากการขาดน้ำขาดอาหาร
แต่มาถึงขั้นนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จ้าวไห่ผิงทำได้แค่กัดฟันสู้
เขายังคงใช้วิธีเดิม พยายามหลบเลี่ยงการปะทะตรงๆ สู้พลางถอยพลาง
ช่วยไม่ได้ ตอนเฟสหนึ่งเขาฟิตเปรี๊ยะขนาดนั้นยังตายง่ายๆ นับประสาอะไรกับตอนนี้ ถ้าจะทำตัวห้าวเป้งวิ่งไปบวกตรงๆ คงได้ม่องเท่งในพริบตา
ช่วงแรกยังราบรื่นดี ทหารต้าฉู่เฝ้าเมืองพวกนี้แม้จะดูเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง แต่กลับระเบิดพลังการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวออกมาได้ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้
และดูเหมือนว่าด้วยอายุที่มากขึ้น ทหารทุกคนรวมถึงจ้าวไห่ผิง จะมีทักษะการต่อสู้ที่สูงขึ้น
จ้าวไห่ผิงรู้สึกได้ชัดเจน ร่างกายตัวเองแม้จะไม่มีแรง แต่สามารถใช้เทคนิคมาชดเชยได้
"ว่าแล้ว สวรรค์ไม่ไร้หนทาง!
"ฉันบอกแล้วเกมนี้ไม่น่าจะให้ฉากจบที่ต้องตายสถานเดียวหรอก มันต้องมีจุดพลิกผันบ้างแหละ"
ผลคือดีใจได้ไม่นาน ก็พบว่าตัวเองคิดผิด
ทหารชนเผ่าเป่ยตี๋จำนวนมากทะลักขึ้นมาบนกำแพงเมือง ล้อมกรอบแม่ทัพเกิ่งบนกำแพงเมืองไว้ทุกทิศทาง!
ทหารต้าฉู่นายหนึ่งตะโกนลั่นด้วยความร้อนรน "รีบไปคุ้มกันแม่ทัพเกิ่ง!"
แต่จ้าวไห่ผิงมองดู นี่มันจะเข้าไปยังไงวะ? รอบตัวแม่ทัพมีทหารชนเผ่าอย่างน้อยหลายสิบคน ส่วนทหารต้าฉู่บนกำแพงเมืองที่พอจะปลีกตัวได้ก็มีแค่สิบกว่าคน
ให้หนึ่งคนสู้สิบคนเหรอ?
จ้าวไห่ผิงกัดฟันลองพยายามดูสองสามครั้ง แต่สภาพเขาตอนนี้รับมือทหารชนเผ่าพร้อมกันสองคนก็เต็มกลืนแล้ว เข้าไปใกล้ไม่ได้เลย เว้นแต่จะอยากรนหาที่ตาย
ท้ายที่สุด สิ้นเสียงคำรามอย่างไม่ยินยอมของแม่ทัพ ร่างของเขาก็ล้มลงภายใต้คมดาบของทหารชนเผ่า สถานการณ์บนกำแพงเมืองพังทลายในพริบตา!
ทหารชนเผ่าที่เหลือกรูกันเข้ามา รุมฟันทหารที่เหลือรอดรวมถึงจ้าวไห่ผิงจนตาย
ตาย!
...
กลับมาสู่สภาพเริ่มต้นของแดนมายาอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวไห่ผิงประหลาดใจคือ แดนมายาแห่งบททดสอบนี้ดูเหมือนจะเลือกเฟสได้
เขาไม่ต้องเล่นเฟสหนึ่งใหม่แล้ว แต่สามารถเริ่มที่เฟสสองได้เลย
งั้นจะรออะไรล่ะ? เลือก "อดทนต่อความหิวโหย" แล้วลุยเลย!
ยังไงซะเฟสสองเปิดมาก็ยัดสถานะด้านลบชวนปวดตับให้อยู่แล้ว ในสภาพที่หิวโหยและเหนื่อยล้า พลังต่อสู้แทบไม่เหลือ ถ้าเลือก "อดทนต่อความหิวโหย" ก็จะช่วยลบล้างสถานะด้านลบนี้ไปได้เยอะ
จ้าวไห่ผิงเริ่มบททดสอบเฟสสองอีกครั้ง
ทว่า จุดพลิกผันในจินตนาการไม่ได้เกิดขึ้น ยังคงเป็นความตายนับครั้งไม่ถ้วน
กลับมาสู่สภาพเริ่มต้นอีกครั้ง จ้าวไห่ผิงตกอยู่ในห้วงความคิด
"ดูเหมือน...จะยังไม่ใช่นะ
"ต่อให้ฉันเลือกพรสวรรค์อดทนต่อความหิวโหย ดูเหมือนจะยังไม่พอที่จะผ่านด่านได้ราบรื่น?
"ความหิวตอนเริ่มเฟสสองลดลงไปเยอะจริง สภาพร่างกายก็ดีขึ้นหน่อย แต่แบบนี้ก็จะไม่มีพรสวรรค์สายต่อสู้มาช่วยเสริม
"ถ้าแค่จะเอาตัวรอดคนเดียวก็ไม่ยากหรอก แต่ปัญหาคือพอยิ่งสู้ไปเรื่อยๆ ทหารชนเผ่าพวกนั้นก็จะกรูกันเข้าไปรุมแม่ทัพ
"พอแม่ทัพตาย กองทัพก็แตกพ่ายทันที ทหารคนอื่นต่างคนต่างสู้ แป๊บเดียวก็เละไม่เป็นท่า
"ต้องเผชิญหน้ากับทหารชนเผ่าเป่ยตี๋เยอะขนาดนี้ ลำพังฉันคนเดียวทำอะไรไม่ได้เลย เว้นแต่จะเปิดโปรไปไล่ฆ่าพวกมันแบบเกมมุโซ?
"ไม่ถูกต้อง รู้สึกว่าเกมนี้ยังมีกลไกอะไรบางอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจ เล่นแบบนี้ ต่อให้ตายอีกกี่รอบก็เปล่าประโยชน์"
จ้าวไห่ผิงเจอปัญหาเดียวกับดันเจี้ยน "ลอบสังหารราชา" อีกแล้ว
ติดด่าน!
หลังจากตายไปหลายรอบ เขาพบว่าความสามารถพื้นฐานของตัวเองไม่พอที่จะผ่านด่าน ต่อให้ได้ทักษะพรสวรรค์ดีๆ มา ก็แค่ชดเชยจุดด้อยด้านใดด้านหนึ่ง แต่จุดด้อยด้านอื่นก็ยังทำให้ภารกิจล้มเหลวอยู่ดี
ดูจากตอนนี้ บททดสอบนักฆ่าคือการลอบสังหารฮ่องเต้เยี่ยนหลิงให้สำเร็จ ส่วนบททดสอบทหารราบคือรักษาเมืองร้างแห่งนี้ให้ได้ และสองเป้าหมายนี้ สำหรับจ้าวไห่ผิงแล้วช่างห่างไกลเหลือเกิน
ตามหลักแล้ว นี่คือเกม
ในเมื่อเป็นเกม คงไม่สร้างดันเจี้ยนที่ไม่มีวันผ่านออกมาแกล้งผู้เล่นหรอกมั้ง?
งั้นต้องมีวิธีผ่านด่านแน่ๆ แค่ตอนนี้เขายังหาทางไม่เจอ
เหมือนกับเกมยากๆ หลายเกม ที่ตอนแรกยากเพราะไม่เข้าใจกลไกเกม แต่พอเข้าใจกลไก หาทางแก้ที่ดีที่สุดเจอ เกมก็จะง่ายขึ้นทันที
เกม "อ้านซา" ก็น่าจะเป็นแบบนั้น พอจับจุดกลไกเกมได้ ไม่ถึงกับผ่านฉลุย แต่ก็น่าจะพอมีหวังผ่านได้บ้าง
ขณะที่จ้าวไห่ผิงกำลังคิดจนหัวแทบแตก จู่ๆ เขาก็มีความรู้สึกพิเศษบางอย่าง โลกใบนี้เริ่มพร่ามัว หมอกหนาปกคลุมตัวเขา
ครู่ต่อมา จ้าวไห่ผิงก็ตื่นขึ้นในโลกความจริง
...
"เผลอแป๊บเดียว เช้าแล้วเหรอเนี่ย?
"แต่ฉันไม่เพลียไม่ง่วงเลยสักนิด นี่มันเทคโนโลยีอะไรกัน!"
จ้าวไห่ผิงตื่นตะลึงกับเกมนี้อีกครั้ง
เขาดูเวลา ตอนนี้หกโมงเช้าพอดี
จากสี่ทุ่มถึงหกโมงเช้า เวลาที่เขาต่อสู้ในเกม คือแปดชั่วโมงในโลกความจริง
แต่น่าอัศจรรย์คือ เขาไม่เพลียเลยสักนิด กลับรู้สึกสดชื่นเหมือนได้นอนเต็มอิ่มมาแปดชั่วโมง!
หมวกกันน็อกเกมเสมือนจริงของโลกนี้ก็มีโหมดหลับในตัว แต่โหมดหลับของเกมอื่น สมองยังคงทำงานหนัก เล่นนานๆ ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่ดี
แต่เกมนี้กลับไม่มีปัญหานั้นเลย!
จ้าวไห่ผิงอดตกใจไม่ได้ หรือว่าเกมนี้จะอัปเกรดฮาร์ดแวร์เชื่อมต่อคลื่นสมองของหมวกกันน็อกไปด้วย? หรือว่าเดิมทีเทคโนโลยีเสมือนจริงก็รองรับกลไกแบบนี้อยู่แล้ว แค่เกมอื่นดึงศักยภาพเครื่องออกมาไม่หมด?
ส่วนจ้าวไห่ผิงใช้เวลาในโลกเสมือนไปนานแค่ไหน เขาเองก็บอกไม่ถูก
เพราะในเกมนี้เขาตายซ้ำซาก บางครั้งเวลาเหมือนหยุดนิ่ง บางครั้งก็ไหลไปเร็วมาก ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนในไม่กี่นาที
เขาพบว่าตอนเล่นเกมนี้ สมาธิจดจ่อสูงมาก ถึงขั้นลืมทุกสิ่งรอบตัว
ตามหลักแล้ว คนเล่นเกมก็ต้องเหนื่อย ต้องเพลีย เกมสนุกแค่ไหนเล่นติดต่อกันหลายชั่วโมงก็ต้องพัก ยิ่งเป็นเกมตายซ้ำซากชวนหัวร้อนแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
แต่จ้าวไห่ผิงกลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลย รู้สึกว่ายังลุยต่อได้อีก
เหมือนกับว่าทุกครั้งที่ดันเจี้ยนรีเซ็ต ความเหนื่อยล้าทางจิตใจของเขาก็ถูกลบล้างไปด้วย
พอนึกย้อนดูตอนนี้ เขาสงสัยอย่างหนักว่าเวลาในเกมที่เขาเจอมา น่าจะยาวนานกว่าแปดชั่วโมงไปมากโข
แต่พอสวมหมวกกันน็อกจะลองเข้าเกมอีกครั้ง กลับเข้าไม่ได้ มีแค่ฉากคล้ายกระแสเวลาปั่นป่วนกับข้อความเตือน: "เวลา 6:00-22:00 ของทุกวันเป็นเวลาปิดปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์ โปรดเล่นเกมอย่างพอเหมาะ ชีวิตจริงก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน!"
จ้าวไห่ผิงร้องโอ้โห
เกมทรมานคนเล่นแบบนี้ยังมีระบบป้องกันการติดเกมด้วยเหรอ?
เอาก็เอา จัดเวลาแบบนี้ก็มีข้อดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องแข่งกันปั่นเลเวล
เกมบางเกมเปิดตัวมา คนที่มีเวลาว่างก็เล่นหามรุ่งหามค่ำสองสามวันจบ ส่วนคนที่ไม่มีเวลาก็ต้องทนเจ็บปวดจากการโดนสปอยล์ โดนทิ้งห่าง กว่าจะเล่นจบก็ปาไปเดือนสองเดือน
"อ้านซา" จัดการแบบนี้ ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มที่จุดสตาร์ตเดียวกัน เพราะแปดชั่วโมงที่นอนหลับ ทุกคนแทบจะเท่าเทียมกัน ยกเว้นบางอาชีพที่ต้องเข้ากะดึก
แน่นอน จ้าวไห่ผิงไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของการปิดปรับปรุงนานขนาดนี้ไม่ใช่ระบบป้องกันการติดเกมอะไรหรอก แต่เพราะการต่อสู้ในแดนมายาแห่งบททดสอบเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมาก เมิ่งหยวนต่อให้ใช้พลังผู้กอบกู้ระเบียบ ก็รับรองได้แค่อัตราส่วนเวลา 3:1 และเวลาทดสอบจริง 8 ชั่วโมงต่อวัน (เท่ากับ 24 ชั่วโมงในเกม) นานกว่านี้ผู้เล่นจะใช้พลังงานเกินขีดจำกัด ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนา
สรุปว่า เกมวันแรกจบลงแค่นี้
จ้าวไห่ผิงยังรู้สึกค้างคาใจ
ความรู้สึกต่อเกมนี้เรียกได้ว่าทั้งรักทั้งเกลียด ด้านหนึ่งรู้สึกว่ายากเกินไป ทรมานเกินไป แต่อีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีเสมือนจริงที่ล้ำยุคและประสบการณ์เกมที่สมจริง 100% ก็ทำให้คนถอนตัวไม่ขึ้น
จ้าวไห่ผิงลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นหยิบมือถือมาเริ่มค้นหาการพูดคุยเกี่ยวกับ "อ้านซา"
จ้าวไห่ผิงเพิ่งได้ลองดันเจี้ยน "นักฆ่า" กับ "ทหารราบ" สองอัน แถมยังมืดแปดด้านหาวิธีผ่านไม่ได้เลย
เขาคิดว่า ในเมื่อผู้เล่นช่วง Closed Beta ถูกคัดมาอย่างดี ในนั้นต้องมียอดฝีมือเกมแนวไขปริศนาอยู่บ้างแน่ๆ
ไม่แน่ว่าผู้เล่นคนอื่นอาจจะหาวิธีผ่านดันเจี้ยนได้แล้ว?
ต่อให้ไม่มี ไปดูคนอื่นบ่นเรื่องความยากของเกม ก็ช่วยให้สบายใจขึ้นได้บ้าง
คงไม่ใช่มีแค่ฉันหรอกมั้งที่โดน NPC ไล่ฆ่าเป็นผักปลาในดันเจี้ยน?
[จบแล้ว]