- หน้าแรก
- ผมสร้างเกมสุดโหด เพื่อปั้นผู้เล่นให้เป็นยอดนักฆ่า
- บทที่ 4 - ลอบสังหารราชา
บทที่ 4 - ลอบสังหารราชา
บทที่ 4 - ลอบสังหารราชา
บทที่ 4 - ลอบสังหารราชา
หลังจากผ่านทางเข้าแดนมายา จ้าวไห่ผิงพบว่าตัวเองมาอยู่ในพระราชวังโบราณที่มีบรรยากาศน่าเกรงขาม
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป พระราชวังแห่งนี้มีความสูงต่างระดับถึงร้อยเมตร บันไดหินสามสายทอดตัวยาวขึ้นไปสู่ตำหนักใหญ่ที่อยู่จุดสูงสุด
สองข้างทางเต็มไปด้วยองครักษ์เกราะแดงรูปร่างสูงใหญ่ แววตาเย็นชา สวมเกราะถืออาวุธครบมือ ราวกับว่าทุกคนคือนักรบเดนตายที่รอดชีวิตมาจากกองภูเขาซากศพและทะเลเลือด
เพียงแต่เวลานี้ มิติเวลาในแดนมายาอยู่ในสถานะหยุดนิ่ง ยังไม่ได้เริ่มเดิน
ตรงหน้าจ้าวไห่ผิง มีการ์ดสามใบปรากฏขึ้น รูปร่างและสีสันแตกต่างกัน บนนั้นยังมีคำอธิบายเขียนไว้
[กุ่ย·สงบนิ่งไม่หวั่นไหว (สีขาว): อารมณ์ของคุณมั่นคง สามารถรับมือกับอันตรายได้อย่างเยือกเย็นยิ่งขึ้น]
[กุ่ย·เชี่ยวชาญเพลงกระบี่ (สีน้ำเงิน): ระดับวิชาดาบของคุณได้รับการยกระดับขึ้น]
[เหริน·กดดันข่มขวัญ (สีขาว): คุณจะแผ่รังสีอำมหิตที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ทำให้ศัตรูเกิดความหวาดกลัวต่อตัวคุณได้ง่ายขึ้น]
ด้านล่างยังมีหมายเหตุเพิ่มเติม
[ระดับทักษะ (จากสูงไปต่ำ): กา อี่ ปิ่ง ติง อู้ จี่ เกิง ซิน เหริน กุ่ย]
[ความหายากของทักษะ: สีขาวทั่วไป สีน้ำเงินชั้นดี สีทองตำนาน]
จ้าวไห่ผิงสังเกตการ์ดทั้งสามใบนี้อย่างตั้งใจ และอ่านทักษะของพวกมันอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
"คำแนะนำในเว็บทางการพูดไว้ไม่ผิดจริงๆ เกมนี้มีองค์ประกอบของโร้กไลก์อยู่ด้วย"
"ดูเหมือนว่าในแดนมายาแห่งบททดสอบนี้ ฉันจะได้รับทักษะที่แตกต่างกันไป และการเลือกทักษะเหล่านี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเล่นเกมหลังจากนี้ของฉัน"
"คล้ายกับการเลือกพรสวรรค์ในเกมโร้กไลก์งั้นเหรอ? งั้นฉันต้องคิดให้ดีแล้วล่ะ"
สิ่งที่เรียกว่าเกมโร้กไลก์ (Roguelike) จุดเด่นอยู่ที่การสุ่มที่คาดเดาไม่ได้ และทุกครั้งที่ตายจะไม่สามารถโหลดเซฟได้ ต้องเริ่มใหม่เท่านั้น
เกมโร้กไลก์จำนวนมากจะใช้วิธีสุ่มทักษะในเกมมาให้ผู้เล่นเลือกเอง หลังจากเลือกทักษะแล้ว ผู้เล่นก็ต้องปรับกลยุทธ์การผ่านด่าน แนวทางการพัฒนา และวิธีการเล่นตามไปด้วย นี่คือความสนุกที่สุดของเกมแนวนี้
และตอนนี้ จ้าวไห่ผิงก็กำลังเผชิญกับทางเลือกเช่นนั้น
ทักษะย่อมมีดีมีแย่ ผลลัพธ์จากการเลือกทักษะที่ต่างกันอาจจะต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่อย่างนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องให้เลือก
จ้าวไห่ผิงเริ่มวิเคราะห์อย่างจริงจัง
"ความเก่งกาจของทักษะเห็นได้ชัดว่าขึ้นอยู่กับสองปัจจัย คือระดับและความหายาก ยิ่งระดับสูง ยิ่งหายาก ทักษะก็ต้องยิ่งเทพแน่ๆ"
"ถ้าอย่างนั้นตัวเลือกแรกตัดทิ้งไปได้เลย เลือกจากสองอันหลัง"
"เป้าหมายของดันเจี้ยนนี้คือลอบสังหารราชา ดังนั้นจริงๆ แล้วฉันคือนักฆ่า งั้นความเชี่ยวชาญเพลงกระบี่น่าจะสำคัญมาก ถ้ามือลื่นในจังหวะสำคัญ จุดจบคงต่างกันคนละเรื่อง"
"ไอ้เจ้า 'กดดันข่มขวัญ' นี่...เป็นทักษะระดับสูงกว่า ดูเหมือนจะเข้าท่าดีเหมือนกัน"
"ยังไงซะข้างกายฮ่องเต้ต้องมีองครักษ์อยู่แล้ว ถึงตอนนั้นถ้าองครักษ์กรูกันเข้ามา ต่อให้มีวิชาดาบก็ใช่ว่าจะสู้คนเยอะขนาดนั้นได้"
"แต่ผลของกดดันข่มขวัญคือทำให้ศัตรูเกิดความหวาดกลัวได้ง่ายขึ้น งั้นก็มีโอกาสที่จะฝ่าวงล้อมขององครักษ์เข้าไปลอบสังหารฮ่องเต้ได้สำเร็จมากกว่า..."
"อันหนึ่งหายากกว่า อีกอันระดับสูงกว่า เลือกยากแฮะ"
"ช่างเถอะ สุ่มเลือกไปก่อนสักอัน ดูความยากที่แท้จริงของดันเจี้ยนนี้ก่อนค่อยว่ากัน"
จ้าวไห่ผิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแตะเบาๆ ที่การ์ดทักษะ [กดดันข่มขวัญ] การ์ดกลายเป็นละอองแสงพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที ส่วนการ์ดอีกสองใบก็หายไป
เวลานี้ จ้าวไห่ผิงรู้สึกถึงความรู้สึกพิเศษบางอย่าง ราวกับว่าเขามีออร่าพิเศษครอบคลุมร่างกาย!
ทุกอิริยาบถ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้ทรงอิทธิพล
จ้าวไห่ผิงถึงกับรู้สึกว่า ถ้าตอนนี้เขาไปเจอจิ๊กโก๋ข้างถนนสักสองสามคน ไม่ต้องลงมือ แค่ตวาดคำเดียวก็ไล่พวกมันกระเจิงได้แล้ว!
"ดูเหมือนว่าทักษะนี้ระดับสูงกว่าหน่อยก็มีเหตุผลของมัน เมื่อเทียบกับวิชาดาบที่ใครๆ ฝึกฝนอย่างหนักก็พอจะเชี่ยวชาญได้ในระดับหนึ่งแล้ว รังสีอำมหิตแบบนี้ได้มายากกว่า"
จ้าวไห่ผิงค่อนข้างพอใจกับการเลือกของตัวเอง
วินาทีที่เขาตัดสินใจเลือก แดนมายาทั้งหมดก็เริ่มขับเคลื่อน
ขันทีน้อยผู้นำทางด้านหน้าเริ่มออกเดินแล้ว จ้าวไห่ผิงรีบเดินตามไป
ตอนนี้เขาสังเกตเห็นว่าในมือตัวเองประคองกล่องไม้ใบหนึ่ง ลวดลายวิจิตรบรรจง ข้างในต้องบรรจุของล้ำค่าบางอย่างแน่นอน
จ้าวไห่ผิงสงสัยนิดหน่อยว่าข้างในคืออะไร แต่ภายใต้สายตาจับจ้องขององครักษ์เกราะแดงสองข้างทาง เขาไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ได้แต่ก้มหน้า เดินตามขันทีน้อยผ่านบันไดหินยาวเหยียด ขึ้นไปยังตำหนักใหญ่
ทุกก้าวที่ขึ้นบันได เขารู้สึกได้ว่าบรรยากาศกดดันขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเต้นแรงตึกตักไม่หยุด ดังขึ้นเรื่อยๆ
พอเขามาถึงหน้าตำหนักใหญ่ หัวใจแทบจะกระดอนออกมาจากอก ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ยากจะระงับ
"นี่น่ะเหรอเกมที่มีความสมจริง 100%? ทำไมรู้สึกตื่นเต้นกว่าตอนเพิ่งเรียนจบแล้วไปสัมภาษณ์งานร้อยเท่าเลยล่ะ..."
จ้าวไห่ผิงเพิ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่า "แรงกดดันมหาศาล" ตามตัวอักษรก็คราวนี้
ตอนเล่นเกมเสมือนจริงเกมอื่น ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลย
ตอนเพิ่งเข้าสู่แดนมายายังไม่รู้สึกอะไร เพราะตอนนั้นเวลายังไม่เริ่มเดิน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงภาพนิ่ง แม้พระราชวังตรงหน้าจะดูยิ่งใหญ่อลังการ น่าเกรงขาม แต่ก็แค่นั้น
แต่พอเขาต้องเดินขึ้นบันไดสูงร้อยเมตรอย่างช้าๆ ภายใต้สายตาของทหารเกราะแดงนับไม่ถ้วนจริงๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันและกระบวนการปีนป่ายอันยาวนาน กลับรู้สึกได้ว่าแรงกดดันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนฟางเส้นแล้วเส้นเล่าที่กดทับลงบนตัวอูฐ
ถ้านี่เป็นฉากในโลกความจริง เกรงว่าคนจิตอ่อนหลายคนยังไม่ทันถึงหน้าตำหนัก ก็คงขาอ่อนเดินไม่ไหวไปแล้ว
โชคดีที่ในสายตายังมองเห็นข้อมูลเกมต่างๆ คอยเตือนสติเขาตลอดเวลาว่านี่คือเกม เขาแค่สวมบทบาทตัวละครในเกม จ้าวไห่ผิงถึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง
ในที่สุด ก็มาถึงหน้าตำหนักใหญ่
องครักษ์เกราะแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา ทำการค้นตัวครั้งสุดท้าย
หลังจากถูกลูบคลำอย่างหยาบคายไปทั้งตัว จ้าวไห่ผิงถึงได้รับอนุญาตให้ผ่านไปได้
ก่อนไป องครักษ์เกราะแดงคนนี้ยังมองเขาด้วยสายตาระแวดระวังอยู่อีกสองแวบ แม้จ้าวไห่ผิงจะกลัวจนขาอ่อนแล้ว แต่องครักษ์คนนี้กลับยังทำท่าเหมือนเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ
นี่น่าจะเป็นผลจากทักษะ [กดดันข่มขวัญ] นั่นแหละ
แต่ก็ถือโอกาสนี้ เขาได้เห็นชื่อบนหัวขององครักษ์เกราะแดง
ก่อนหน้านี้แม้สองข้างทางจะมีองครักษ์ แต่จ้าวไห่ผิงไม่กล้ามองซ้ายมองขวา ยิ่งไปกว่านั้นองครักษ์พวกนั้นอยู่ไกลเกินไป ตัวหนังสือบนหัวมองไม่เห็นเลย
ตอนนี้เขาเห็นชัดแล้ว: กองทัพเกราะแดงแห่งต้าเยี่ยน
สมองของจ้าวไห่ผิงประมวลผลอย่างรวดเร็ว นึกข้อมูลได้หลายอย่าง
"ใช่แล้ว เห็นทหารพวกนี้ใส่ชุดแดงฉันก็น่าจะนึกถึงราชวงศ์ต้าเยี่ยน ในฐานะราชวงศ์แรกที่รวบรวมเก้าแคว้นเป็นปึกแผ่น นับถือธาตุไฟ จึงชอบสีแดง กองทัพเกราะแดงยิ่งเป็นหน่วยรบที่เก่งกาจที่สุดของราชวงศ์ต้าเยี่ยน"
"แต่มันแปลกๆ นะ ในเมื่อเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน ก็น่าจะเป็นตัวละครฝ่ายธรรมะสิ ในฐานะผู้กอบกู้ระเบียบ ทำไมฉันต้องมาลอบสังหารราชาด้วย?"
"หรือว่า..."
"บทที่ฉันกำลังเล่นอยู่ตอนนี้ คือฉากลอบสังหารฮ่องเต้เยี่ยนหลิง?"
จ้าวไห่ผิงมองกล่องไม้ในมืออีกครั้ง แม้กล่องนี้จะไม่มีข้อมูลคำอธิบายใดๆ ปรากฏขึ้น แต่ดูจากขนาดและรูปร่าง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตรงกับการคาดเดาของจ้าวไห่ผิงเป๊ะๆ
จ้าวไห่ผิงไม่ใช่คนที่รู้ประวัติศาสตร์ลึกซึ้งอะไร แต่ประวัติศาสตร์ช่วงนี้โด่งดังเกินไป เล่าขานกันปากต่อปาก เขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รู้
ฮ่องเต้เยี่ยนหลิงคือทรราชที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ บ้าอำนาจ โอ้อวดความสำเร็จ รีดนาทาเร้น จนประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า จอมยุทธ์เนี่ยร่างอาศัยโอกาสถวายของวิเศษลอบสังหารฮ่องเต้เยี่ยนหลิง แม้ตัวจะตาย แต่หลังจากกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ก็ขจัดภัยพาล ต่ออายุให้ราชวงศ์ต้าเยี่ยนไปได้อีกกว่าร้อยปี
แน่นอน ตอนที่ถวายของวิเศษ เนี่ยร่างยังเป็นคนไร้ชื่อเสียง หลังจากลอบสังหารฮ่องเต้เยี่ยนหลิงแล้วเขาถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งในยุคนั้น และคนรุ่นหลังยังยกย่องให้เป็นอันดับหนึ่งในสิบยอดนักฆ่า
สรุปคือ ฮ่องเต้เยี่ยนหลิงในประวัติศาสตร์เป็นตัวร้ายตัวพ่อ การสวมบทบาทเนี่ยร่างลอบสังหารราชา ถือเป็นการกำจัดภัยให้ประชาชน
"ถ้าเป็นอย่างนี้ วิธีผ่านด่านก็ชัดเจนแล้ว"
"ตอนนี้ฉันต้องสวมบทเป็นจอมยุทธ์เนี่ยร่าง จำลองฉากลอบสังหารฮ่องเต้เยี่ยนหลิงในอดีตขึ้นมาอีกครั้ง"
"ในกล่องนี้ ที่ใส่ไว้ก็น่าจะเป็นของวิเศษที่ว่านั่น กิเลนหยกดำ"
จ้าวไห่ผิงเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมประกาศรับสมัครผู้เล่นช่วง Closed Beta ถึงต้องการผู้เล่นที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์พอสมควร
ถ้าเป็นพวกไม่รู้อิโหน่อิเหน่เรื่องประวัติศาสตร์เลยสักนิด เข้าดันเจี้ยนมาคงเดาไม่ออกด้วยซ้ำว่าภารกิจหลักคืออะไร คงได้แต่งมโข่ง แล้วจะผ่านด่านได้ยังไง?
ขันทีน้อยรีบเดินขึ้นหน้าไปที่กลางตำหนัก กราบทูลฮ่องเต้เยี่ยนหลิงที่ประทับอยู่เบื้องบนว่า "ฝ่าบาท เนี่ยร่างผู้นำกิเลนหยกดำมาถวาย รออยู่หน้าพระที่นั่งแล้วพะยะค่ะ"
ฮ่องเต้เยี่ยนหลิงรูปร่างสูงใหญ่กำยำ หัวเราะเสียงดัง "โอ้? งั้นก็ให้เขาเข้ามาเฝ้า! เหล่าขุนนางทั้งหลาย จงต้อนรับของวิเศษพร้อมกับเรา!"
ขันทีน้อยตะโกนเสียงดังทันที "มีรับสั่ง ให้เนี่ยร่างเข้าเฝ้า!"
จ้าวไห่ผิงรู้ว่าถึงตาตัวเองแล้ว รีบก้มหน้าเดินเร็วๆ เข้าไปในตำหนักใหญ่
เวลานี้ขุนนางบู๊บุ๋นแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง จ้าวไห่ผิงกดดันยิ่งกว่าเดิม เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมเต็มหน้าผาก แต่ยังฝืนทำใจดีสู้เสือ คุกเข่าลงกับพื้นเหมือนในหนังที่เคยดู ยกกล่องไม้ขึ้นเหนือหัวด้วยสองมือ "กระหม่อมขอกราบทูลฝ่าบาท!"
รออยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ
จ้าวไห่ผิงเริ่มระแวง คิดในใจว่า เกมนี้คงไม่ได้บั๊กหรอกนะ? ทำไมถึงค้างไปล่ะ?
เขาเงยหน้ามองด้วยความไม่รู้ตัว กลับพบว่าฮ่องเต้เยี่ยนหลิงผู้สูงส่งกำลังหรี่ตามองเขาด้วยความระแวดระวังเต็มเปี่ยม
"เงยหน้ามองกษัตริย์? คิดจะลอบสังหารราชาจริงๆ ด้วยสินะ!"
"เจ้าตั้งแต่ก้าวเข้าตำหนักมาก็มีรังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านไปทั่วตัว เราดูแวบเดียวก็รู้ว่าเจ้าต้องเป็นคนชั่วช้าที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"
"ทหารอยู่ที่ไหน? ลากออกไปฟันหัว!"
จ้าวไห่ผิงเอ๋อรับประทาน "เฮ้ย เชี่ยเอ๊ย!"
เขายังไม่ทันได้ตอบสนอง องครักษ์เกราะแดงสองนายก็พุ่งเข้ามา ล็อกตัวเขาไว้อย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง
จ้าวไห่ผิงอยากจะขัดขืน แต่ทหารสองนายนี้ล็อกเขาไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด
จ้าวไห่ผิงยังไม่ทันได้แก้ตัว ก็ถูกลากออกไปนอกตำหนัก มือยกดาบฟันฉับ สิ้นใจตาย
ถ้าเป็นฮ่องเต้องค์อื่น จะสั่งฆ่าคนอาจต้องมีขั้นตอนบ้าง แต่ฮ่องเต้เยี่ยนหลิงคือทรราชชื่อดังในประวัติศาสตร์ ฆ่าคนไม่เคยรอข้ามคืน
จ้าวไห่ผิงรู้สึกแค่เย็นวาบที่ต้นคอ ภาพตรงหน้ามืดดับ เหลือเพียงคำบ่นครึ่งประโยคที่ลอยออกมาจากหัวที่เต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
"ไอ้แม่..."
[จบแล้ว]