เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MS บทที่ 15 เกือบลืมสิ่งสำคัญ

MS บทที่ 15 เกือบลืมสิ่งสำคัญ

MS บทที่ 15 เกือบลืมสิ่งสำคัญ


MS บทที่ 15 เกือบลืมสิ่งสำคัญ

ชายวัยกลางคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปข้างในด้วยอารมณ์ดี

ความรู้สึกกดดันและหวาดกลัวที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็ได้มลายหายไปสิ้น

ไม่ว่าใครก็ตามที่แข็งแกร่งมากขนาดไหน นั่นก็เป็นกรณีที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาหรอก แต่กลับกันถ้าหากว่าคนคนนั้นตายไปแล้วก็ไม่ต้องมีอะไรให้กังวล

เมื่อคิดได้ว่าหลีมู่น่าจะตายไปแล้วข้างในนั้น โชวหวูและเฉิงหลงซิงก็รู้สึกผ่อนคลายสุดๆราวกับว่าพวกเขากำลังพักผ่อนนอนอาบแดดโดยที่มีแตงโมเย็นฉ่ำในหน้าร้อน

จากนั้นก็มีเสียงร้องไห้ของชิงเฟิงดังตามมา

“โถ่ นายน้อย...”

เสียงนั่นเศร้าโศกเสียจนจะพาลทำให้คนที่ได้ยินร้องไห้ตาม

แต่โชวหวูและเฉิงหลงซิงที่ได้ยินนั้นกลับคิดว่านั่นเป็นเสียงของธรรมชาติอันร่มรื่นย์

“เดี๋ยวก่อน... นี่มันอะไรน่ะ”

“นั่นสิ... นี่มันกลิ่นอะไรน่ะ?”

ทหารบางคนกระซิบกัน

พวกเขาทั้งหมดเดินเข้ามาถึงส่วนลึกสุดของถ้ำ โชวหวูกับเฉิงหลงซิงรีบวิ่งเข้าไปข้างในนั้นทันที

แต่ทว่า

“นี่มัน...”

“อะไรวะเนี่ย?”

สิ่งที่โชวหวูและเฉิงหลงซิงเห็นก็คือ หลีมู่ที่ควรจะตายไปแล้วกำลังนั่งปิ้งบาร์บีคิวกินอย่างสบายใจเฉิบอยู่กลางห้อง

ใช่แล้วพวกเขามองไม่ผิดหรอก ไอ้เด็กคนนี้มันกำลังกินบาร์บีคิวอยู่

บนหัวไหล่ของเขายังมีลูกธนูปักทะลุอยู่เลยด้วยซ้ำ เลือดยังไหลออกมาอยู่เรื่อยๆเลยด้วย แต่เขายังทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

เขาจุดกองไฟตรงหน้า และใช้ลูกธนูเลาะเนื้อที่ไม่รู้ว่าของตัวอะไรออกมาย่างไฟอย่างสบายใจเฉิบ

กลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายไหลฟุ้งไปทั่วห้องโถงหลักของถ้ำนี้ ช่างเป็นกลิ่นที่แปลกประหลาดและน่าพิศวงยิ่ง

มันเป็นไปได้ยังไงกัน?

โชวหวูและเฉิงหลงซิงอ้าปากค้าง

หลีมู่มันยังไม่ตาย!

ไม่ใช่แค่นั้นมันยังกินบาร์บีคิวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ด้วยซ้ำ

มัน... เกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?

โชวหวูและเฉิงหลงซิงแทบจะเป็นบ้าที่ได้เห็นภาพนี้

“โอ้ พวกท่านที่มาทั้งหมดนี้ข้าคุ้นใบหน้าพวกท่านยิ่งนัก... แต่ก็นึกไม่ออกแหะ เอาเป็นว่าท่านชื่ออะไรนะ?” หลีมู่ชี้นิ้วไปที่โชวหวูแต่สายตาของเขากำลังจดจ้องอยู่ที่บาร์บีคิว

โชวหวูเริ่มสิ้นหวัง ‘ข้าทุ่มเททุกสิ่งอย่างลงไปเพื่อกำจัดเจ้าเด็กนี้ แต่กลับกลายเป็นว่ามันฆ่าไม่ตายงั้นรึ? ดีล่ะ’

“ใต้เท้า ข้าคือโชวหวู นายอำเภอของมณฑลที่ท่านประจำการอยู่” เขาเผยรอยยิ้มออกมา “ยินดีด้วยขอรับกับการที่ท่านปราบพวกเฉินหนงลงได้ด้วยตัวท่านเอง ผู้คนทั้งไถไป๋จะต้องชื่นชมในตัวท่านเป็นอย่างแน่”

หลีมู่พยักหน้าแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรในคำพูดเหล่านั้น เขาหยิบชิ้นเนื้อขึ้นมาแล้วมองมันด้วยใบหน้าที่ไม่สุขใจยิ่ง “อืม... ถ้าไม่มีเครื่องเทศแม่งโคตรจืดเลย... โอ้ แล้วท่านล่ะ? ท่านที่ดูเป็นคนจากทางการคนนั้นน่ะ ท่านมีนามว่าอะไร?”

เฉิงหลงซิงที่ถูกชี้นิ้วมาพูดตอบเขาไป “ใต้เท้าขอรับ ข้าคือนายทวารประตูเตียนฉี เฉิงหลงซิง คือนามของข้า”

ด้านหลังของเขาก็คือเหล่าทหารที่ก้มหัวทำความเคารพเขาเช่นกัน “ใต้เท้า”

หลีมู่มองพวกเขาแต่ก็ไม่ได้เอะใจหรือเอ่ยคำพูดใดๆออกมา

พวกเขาปล่อยให้มะเร็งร้ายอย่างกลุ่มเฉินหนงกัดกินชาวบ้านและมณฑลมามากกว่า 20 ปี มันไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ซึ่งหลีมู่เองก็ไม่ได้พอใจกับพวกข้าราชการที่จัดการพวกมันไม่ได้ซักเท่าไหร่

โชวหวูและเฉิงหลงซิงมองไปที่ชิงเฟิงพร้อมกัน

“ข้าสับสนกับท่าทีของเจ้ามากเลยเจ้าเด็กน้อย”

“ถ้านายน้อยของเจ้ายังไม่ตาย แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้ร้องไห้ออกมาอย่างโศกเศร้าขนาดนั้นกันเล่า?”

ชิงเฟิงไม่ได้สนใจพวกเขาทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย เขาร้องไห้พลางเช็ดเลือดที่หัวไหล่ของหลีมู่ต่อไปแล้วจึงพันผ้าพันแผลให้เขาที่ไม่มีใครรู้ว่าไปเอามาจากไหน แต่เขาก็ไม่สามารถดึงลูกธนูออกมาได้ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้มันปักคาอยู่อย่างนั้น ด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย

ส่วนหมิงหยู่เองก็จ้องมาที่บาร์บีคิวของหลีมู่ด้วยสายตาที่เปล่งประกาย น้ำลายเริ่มไหลออกมาจากปาก

จริงดิ? นี่เอ็งร้องไห้เพราะนายน้อยมึงบาดเจ็บแค่นั้นเหรอ?

มันต้องไม่ใช่แน่ๆ

สำหรับหมิงหยู่แล้ว ตราบใดที่นายน้อยของเธอยังไม่ตาย เธอก็ไม่สนใจอะไรหรอก

มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าอีกล่ะ?

กองไฟถูกสุมให้ลุกขึ้น กลิ่นหอมของเนื้อย่างโชยไปทั่ว บรรยากาศแม่งโคตรจะแปลกเลย

จากนั้นโชวหวูก็ได้พูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบงัน “ใต้เท้า ท่านต้องรีบไปรักษาตัวในเมืองนะ”

“ใช่แล้วใต้เท้า ท่านได้รับบาดเจ็บหนัก ท่านควรจะรีบไปรักษาที่โรงหมอในเมืองเถิด ให้ข้าจัดการเรื่องที่นี่เสีย” เฉิงหลงซิงคะยั้นคะยอให้หลีมู่รีบออกไปจากที่นี่

เขาพลาดโอกาสสำคัญที่จะฆ่าหลีมู่ไปเสียแล้ว

เฉิงหลงซิงเองก็โมโหที่เขาไม่สามารถดำเนินการแผนขั้นต่อไปได้ ไม่ใช่แค่แผนในครั้งนี้ แต่เป็นแผนทั้งหมดที่เขาเคยใช้มันมาล้วนแล้วแต่พังไม่เป็นท่าเพราะพลังของหลีมู่

“ไม่ต้องกังวลหรอก ข้าแค่สู้มานานจนหิวน่ะ รอให้ข้าจัดการอาหารตรงหน้านี่เสร็จก่อนค่อยไปก็แล้วกัน” หลีมู่ค่อยๆกัดชิ้นเนื้ออย่างช้าๆก่อนจะบ่น “เฮ้อ สงสัยต้องย่างต่ออีกนิดแหะเจ้าชิ้นนี้”

ไม่นานนักทั้งโชวหวู,เฉิงหลงซิงและทหารทั้งหลายก็เพิ่งสังเกตเห็นงูยักษ์กว่า 30 เมตรนอนตายอย่างสงบอยู่ด้านหลังของหลีมู่

งูตัวนี้เริ่มจะมีเขางอกออกมาจากหัว นั่นหมายความว่ามันกำลังจะกลายเป็นมังกรในไม่ช้าแล้ว แต่ก็ดันมาตายเสียก่อนโดยไม่ต้องสืบเลยว่าเป็นฝีมือของใคร หางที่ยาวกว่า 1 เมตรของมันถูกตัดขาดด้วยคมดาบเผยให้เห็นเนื้อสีขาวสดที่หลีมู่ใช้ย่างกินจนถึงตอนนี้

งูที่กำลังจะกลายเป็นมังกร โดนเชือดเสียจนตายอย่างน่าสงสาร

โชวหวูกับเฉิงหลงซิงตะลึงอีกครั้ง

ดูจากรูปร่างลักษณะแล้ว งูตัวนั้นน่าจะเป็นสัตว์นำเข้าที่มีราคาสูง สำหรับนักรบทั้งหลายแล้วมันมีค่ามากตั้งแต่ผิวหนังชั้นนอกไปจนถึงกระดูกเลยทีเดียว ทุกชิ้นส่วนของมันสามารถใช้ในการเสริมพลังปราณได้ทั้งนั้น

กลุ่มเฉินหนงไปหาสิ่งมีชีวิตแบบนี้ได้ยังไงกัน?

ยิ่งคิดเฉิงหลงซิงก็ยิ่งไม่สบายใจ เพราะเขาคิดว่าเขาสามารถควบคุมพวกเฉินหนงให้อยู่ใต้กำมือของเขามาได้โดยตลอด แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นว่าพวกมันซ่อนความลับดำมืดอะไรไว้มากมายจากเขา

“นายน้อย ข้า ข้า ข้า ข้า...” หมิงหยู่ชี้ไปที่ตัวเองและพูด “อย่าเห็นแก่ตัวสิเจ้าค่ะ แบ่งให้ข้าน้อยด้วย!”

หลีมู่ยื่นชิ้นเนื้อย่างให้กับทั้งสองคนและพูดกับชิงเฟิง “เจ้าจะร้องไห้ทำไมล่ะ? กินเนื้อเข้าไปสิ เนื้อที่ทำมาจากงูอายุรุ่นทวดของเจ้าเลยนะ แม่งโคตรอร่อยเลย!”

ชิงเฟิงเช็ดน้ำตาและกินชิ้นเนื้อไปทั้งอย่างนั้น เขาพูดอะไรไม่ออกทั้งสิ้นนอกจากเสียงสะอื้นในลำคอ

หลีมู่หัวเราะออกมาดังๆ

บอกตรงๆเลยว่าเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเขานั้นมาจากข้ารับใช้สองคนนี้ล้วนๆ

ในบรรดาหลากหลายคนในถ้ำนี้ มีเพียงแค่สองคนนี้เท่านั้นที่เขาภาวนาให้ปลอดภัย... แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนโงที่ไม่รู้หรอกว่าชายวัยกลางคนทั้งสองนั้นมาที่นี่ทำไม

ในตอนนี้นอกจากเสียงของหลีมู่และข้ารับใช้กำลังกินเนื้อย่างนั่น ก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงใดๆออกมาทั้งนั้น

บรรยากาศก็ยิ่งพิลึกไปกันใหญ่

หัวใจของโชวหวูและเฉิงหลงซิงเต้นระรัวราวกับมีคนมาละเลงกลองในนั้น

ทันใดนั้นหลีมู่ก็นึกขึ้นได้ เขาตะโกนขึ้นมา “โอ้!”

ชายทั้งสองรีบก้มหัวและถามเขาทันที “มีอะไรหรือใต้เท้า?”

“ใช่เลย ข้าเกือบเรื่องสำคัญไปเสียสนิท”

ชายทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัย

จะมีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องการกินงูของเขาอีกเหรอ?

หลีมู่พูดต่อ “นี่เป็นคำสั่งจากข้า พวกเจ้าจงไปพาฮวงเหว่ยเจ้าของร้านโอสถวิเศษมาหาข้าเดี๋ยวนี้”

โชวหวูรับคำสั่ง ถึงแม้จะไม่รู้จุดประสงค์ก็ตามแต่เขาก็หันไปสั่งทหารของเขาต่อ

จากนั้นไม่นานนัก ฮวงเหว่ยก็ปรากฎกายที่ถ้ำแห่งนี้ด้วยสภาพหวาดกลัว

“ใต้ ใต้ ใต้เท้าขอรับ...” สีหน้าของเขาซีดลงด้วยความผวา ปากของเขาสั่นเทาจนแทบจะร้องไห้ออกมา

ร้านโอสถวิเศษนั่นเป็นหนึ่งในการดูแลของเฉินหนง แล้วในตอนนี้มันก็ได้ล่มสลายไปแล้ว มีหรือที่เขาจะไม่กลัว?

ทันทีที่ฮวงเหว่ยได้รับข่าวว่ากลุ่มเฉินหนงล่มสลายไปแล้ว เขาคิดว่านี่ต้องเป็นเรื่องล้อเล่นแน่ๆ ไม่มีใครในไถไป๋สามารถทำลายล้างกลุ่มเฉินหนงได้หรอก แต่จากนั้นไม่นานนักเขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้เผชิญหน้ากับหลีมู่ในตอนนี้

เขาเห็นภาพของสถานที่ที่ถูกทำลายจนราบคาบ กองซากศพที่ร่างกายแหลกเหลว เสาหินที่พังทลาย ทุกสิ่งอย่างนี้บีบให้เขากลัวเด็กคนนี้แบบสุดๆ

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของฉีกงจิ้งแล้ว เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าสรวงสวรรค์ของเขาก็ได้พังทลายลงมา

จบบทที่ MS บทที่ 15 เกือบลืมสิ่งสำคัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว