เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MS บทที่ 14 ทุกคนที่เข้ามา

MS บทที่ 14 ทุกคนที่เข้ามา

MS บทที่ 14 ทุกคนที่เข้ามา


MS บทที่ 14 ทุกคนที่เข้ามา

เสียงการเข่นฆ่าหยุดลง

ผู้คนที่ด้านหน้าทางเข้าต่างก็ไมได้ยินหรือรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในนั้นทั้งสิ้น

หม่าจุนวูยังคงลังเลที่จะเข้าไปช่วยดีหรือไม่

ผู้พิพากษาจะเอาชนะได้จริงๆหรือ?

จนกระทั่งเขาตัดสินใจที่จะเลือกเดินเข้าไป

ทันใดนั้นก็มีควบม้าดังมาจากด้านหลังของเขา

ทหารม้ากว่า 500 นายภายใต้การบัญชาของเฉิงหลงซิงมาถึงที่นี่แล้ว

“หม่าจุนวู ผู้พิพากษาไปอยู่ไหนเสียล่ะ?” เขาถามชายไว้หนวดจากระยะไกล

“ท่านเฉิง ท่านหลีมู่เพิ่งจะเข้าไปข้างในนั้น...” หม่าจุนวูตอบกลับด้วยความเคารพ ด้วยตำแหน่งที่ต่ำกว่าเฉิงหลงซิง

“แล้วทำไมเจ้ายังอยู่ตรงนี้ล่ะ? ตามข้ามาสหาย ไปช่วยท่านผู้พิพากษาของเรากัน!” เฉิงหลงซิงตะโกนปลุกใจและพุ่งเข้าไปในฐานที่มั่น

เฉิงหลงซิงก็มาด้วยเหรอ?

หลายๆคนที่คอยสืบเรื่องเหล่านี้จากเงามืดค่อยๆทยอยออกมาช่วยงั้นเหรอ? หมายความว่ายังไงกัน?

ทุกคนรู้ดีว่าคนที่คอยหนุนหลังพวกเฉินหนงก็คือเฉิงหลงซิง แล้วทำไมเขาถึงยังแสดงท่าทีจะมาช่วยหลีมู่ด้วยล่ะ?

บางคนที่ฉลาดอาจจะเดาได้ไม่ยากซักเท่าไหร่ ว่าพวกเฉินหนงนั้นกำลังจะถูกกวาดล้าง ซึ่งนั่นหมายความว่าอำนาจส่วนหนึ่งของเฉิงหลงซิงกำลังจะถูกโค่นลง

การที่เฉิงหลงซิงรีบมายังที่เกิดเหตุนี้ก็เพื่อที่จะทำลายพวกมันให้ราบคาบจะได้ไม่เป็นขอครหาของชาวเมืองนี้

แต่ทว่า มันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?

ไม่ใช่แค่เพียงเฉิงหลงซิงเท่านั้นที่รีบมายังที่นี่ ด้านหลังกองกำลังของเขาเองก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังมาสมทบ

โชวหวูเองก็พาทหารม้าจำนวน 300 นายเข้ามาเสริม พร้อมด้วยข้ารับใช้ทั้งสองของหลีมู่ ชิงเฟิงและหมิงหยู่

ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาด้วยกันได้อย่างไร

“หม่าจุนวู ผู้พิพากษาอยูที่ไหน?” โชวหวูตะโกนถาม

เขาชี้ไปที่ประตูทางเข้าที่พังทลายลงแต่ยังไม่ได้พูดอะไร

วูบ!

เสียงลมพัดผ่านตัวเขาไป

“นายน้อย! นายน้อยเจ้าคะ! ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าเจ้าคะ? ตายไปแล้วรึยังเจ้าคะ?” หมิงหยู่ตะโกนอยู่ตลอดเวลาผิดกับชิงเฟิงที่ดูเหมือนว่าจะกำลังกลัวจนเหงื่อไหลเต็มตัว ทั้งสองคนวิ่งเข้าไปโดยไม่รีรอโชวหวูเลยแม้แต่น้อย

ระ เร็วโคตร!

หม่าจุนวูตะลึง

เด็กคนนั้นกินอะไรมาเนี่ย ทำไมถึงรวดเร็วได้ขนาดนี้?

“เดี๋ยวนะ ท่านเฉิงเข้าไปก่อนหน้านี้แล้วงั้นเรอะ?... มาเถอะ เราต้องรีบไปช่วยท่านผู้พิพากษา!” โชวหวูไม่ยอมให้เฉิงหลงซิงแย่งความดีความชอบใส่ตัวคนเดียวแน่ๆ เขารีบควบม้าตามเข้าไปทันที

ใบหน้าของโชวหวูแสดงสีหน้าที่ตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ใครที่ไม่รู้ก็คงคิดว่าเขาคงกังวลเกี่ยวกับเด็กคนนั้นมากเกินไป ซึ่งที่จริงแล้วตรงกันข้าม

ในเวลานี้หม่าจุนวูเลิกลังเลและเริ่มวิ่งตามเขาไป

และทุกคนก็เห็นความพินาศข้างในป่านั่น

“พระเจ้าช่วย...”

สภาพของที่นี่นั้นพังทลายอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่ากำลังเกิดแผ่นดินไหวทำลายล้างก็ไม่ปาน

ทุกสิ่งทุกอย่างเละเทะไม่เหลือเค้าเดิม พื้นดินที่แตกร้าว,เสาหินที่โค่นลง,ร่างกายที่ถูกบดขยี้ หรือแม้แต่เศษกระดูกที่กระจายไปทั่ว

ศพของพวกสี่หลิงกงถูกเก็บไปด้วยทหารที่เข้ามาก่อนหน้านี้แล้ว ร่างของสมาชิกส่วนใหญ่มักจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดีซักคน

หลายคนที่เห็นภาพนี้ก็ได้แต่ตัวสั่น ไม่มีใครคาดคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเกิดการทำลายล้างได้ขนาดนี้

แม้โชวหวูจะได้ยินข่าวลือนี้จากข้ารับใช้ของเขามาก่อน แต่ก็ไม่นึกว่าจะรุนแรงได้ขนาดนี้ พลังของหลีมู่นั้นเป็นสิ่งที่ใครต่อใครก็ไม่อาจจินตนาการได้ ราวกับว่าเป็นร่างอวตารของอสูรกายในคราบของเด็กอายุ 15 ปี

โชวหวูพยายามเก็บความรู้สึกตื่นตระหนกไว้ในใจและหันไปหาเฟิงหยวนซิงเพื่อกระซิบบอกเขา

เฟิงหยวนซิงพยักหน้าและออกคำสั่งให้ทหารกระจายกำลังกันออกไป

หม่าจุนวูเลือกที่จะอยู่ใกล้กับโชวหวูไว้ก่อน

ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ ร่องรอยการต่อสู้ก็ยิ่งโหดร้ายมากขึ้น

หม่าจุนวูสังเกตเห็นเสาหินขนาดยักษ์ที่พังทลายลงมาพร้อมด้วยรอยฝ่ามือบนนั้น แค่คิดภาพตามก็สยองแล้ว ใครมันจะมีเรี่ยวแรงและกำลังมหาศาลขนาดนั้นได้กัน?

แม้แต่ระดับปราณร่วมยังไม่มีความสามารถขนาดนี้เลย

โชวหวูยังคงสีหน้าดังเดิมเอาไว้ เขาเองก็เป็นถึงระดับจ้าววรยุทธ์และรู้ได้แน่นอนว่าตัวเขาเองไม่มีทางทำได้แบบนี้แน่

เฉินหนงถือว่าเป็นหนึ่งในสี่กลุ่มที่ทรงพลังในไถไป๋ และเป็นที่ยากลำบากในการเผชิญหน้าที่สุดเพราะพวกสมาชิกมักจะใช้พิษในการต่อสู้

โชวหวูรู้ดีว่าการที่เฉินหนงล่มสลายนั้นไม่สามารถทำลายเสาอำนาจของเฉิงหลงซิงลงได้หรอก ดีที่สุดก็แค่อาจทำให้แค่เกิดความไม่มั่นคงของอำนาจที่เขามีก็เท่านั้น

แต่การที่ทั้งฝ่ายสามารถถูกทำลายลงได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

แค่คิดเขาก็รู้สึกหนาวไปถึงสันหลังแล้ว

ทหารที่ตามหลังเขามาก็ล้วนแล้วแต่หวาดผวากับภาพตรงหน้านี้เช่นกัน เศษเครื่องในและชิ้นส่วนมนุษย์ปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดมันช่างไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่

กลุ่มคนอีกมากมายกำลังพุ่งตรงมายังประตูทางเข้าของกลุ่มเฉินหนง

แต่น่าแปลกที่เฉิงหลงซิงและทหารของเขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงปากทางเข้า ไม่ได้คิดจะเข้าไปข้างใน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะลังเลกันอยู่

เฉิงหลงซิงหันไปด้านหลังก็พบกับกลุ่มของโชวหวูและพรรคพวกด้วยสีหน้าดูแค้นเคือง

ทว่าสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นรอยยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าเดิมทันที

เฉิงหลงซิงหัวเราะ “ท่านโชวช่างมาได้รวดเร็วยิ่ง ท่านเองก็ระแคะระคายเรื่องพวกนี้ด้วยสินะ”

โชวหวูเองก็ขำออกมาและเดินมาทำความเคารพชายตรงหน้าและพูด “ยังไงข้าก็ต้องมาอยู่แล้ว เพราะท่านผู้พิพากษากำลังมีภัยจะให้ข้านิ่งเฉยได้อย่างไร... ฮ่าฮ่า ท่านเฉิงนั่นแหละที่มาเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”

“โฮ่ ข้าน่ะเป็นถึงนายทวารประตูเชียวนะ ข้าต้องรับผิดชอบทหารใต้บัญชาของข้าสิ” เฉิงหลงซิงยิ้ม

พวกเขาคุยกันอย่างเพลิดเพลินและเป็นกันเอง

หลายๆคนที่ไม่รู้เรื่องราวเบื้องลึกก็อาจจะคิดว่าพวกเขาเป็นสหายสนิทกันแน่ๆ

“แล้วถ้างั้นทำไมท่านถึงไม่เข้าไปข้างในเสียล่ะ?”

ชายวัยกลางคนยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร

เขามาถึงที่หน้าประตูนี่นานแล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะไม่เข้าไปข้างในนั้นด้วยเหตุผลที่ว่า ข้างในนั้นเงียบกริบผิดปกติมาก แม้ว่าเขาจะพยายามเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบกลับมา แถมทหารที่ไปลาดตระเวนของเขาก็ไม่พบร่องรอยการไล่ล่าเลยแม้แต่น้อย เฉิงหลงซิงจึงคิดได้ว่าฉีกงจิ้งกับหลีมู่น่าจะอยู่ข้างในนั้น

บางที... อาจจะตายไปแล้วทั้งคู่ก็ได้?

เขารู้จักฉีกงจิ้งเป็นอย่างดีว่าหมอนั่นเป็นคนยังไง เขาเป็นคนที่โหดร้ายแต่ก็หลักแหลม ทำให้เขามีไพ่ตายจำนวนมากที่อาจจะใช้แล้วทำให้พวกเขาตายทั้งคู่ก็ได้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อาจจะดีกว่าก็ได้”

เฉิงหลงซิงกำลังรอสังเกตการณ์อยู่นาน เขากังวลว่าถ้าเกิดหลีมู่ยังไม่ตายเขาอาจจะต้องเป็นคนลงมือสังหารหลีมู่เอง

โชวหวูเองก็ลังเลที่จะตัดสินใจและนึกตามความคิดของเฉิงหลงซิงทัน

ถ้าเกิดหลีมู่ตายข้างในถ้ำ นั่นยิ่งเป็นข้อดีสำหรับโชวหวู ตราบเท่าที่เขาจะสามารถใช้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นข้อต่อรองและโค่นล้มอำนาจของเฉิงหลงซิงลงได้ อำนาจของทั้งมณฑลไถไป๋ก็คงจะไม่หนีเขาไปไหนไกล

นี่เป็นโอกาสที่สวรรค์ส่งมาให้เขาชัดๆ

ดังนั้น โชวหวูจึงภาวนาให้หลีมู่ตายอยู่ข้างในถ้ำนั่นไปเสีย

ทหารทั้งสองกลุ่มยืนอยู่ข้างหน้าถ้ำด้วยความเงียบเชียบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียหรือขยับใดๆทั้งนั้น

จากนั้นจึงมีเสียงร้องดังมาจากข้างในถ้ำ

“นายน้อย? เกิดอะไรขึ้นขอรับ? นายน้อย...”

ชิงเฟิงร้องตะโกน

ทั้งเขาและหมิงหยู่รีบเข้าไปในถ้ำโดยไม่สนใจว่าใครจะขวางอยู่ทั้งนั้น สังเกตได้จากน้ำเสียงอันเศร้าสร้อยของทั้งสอง นั่นหมายความว่ามีโอกาสสูงที่หลีมู่จะถูกฆ่าตายไปแล้วข้างในนั้น

โชวหวูกับเฉิงหลงซิงเริ่มมีสีหน้าที่ชื่นมื่นขึ้น

“ไปกันเถอะ! ไปช่วยท่านผู้พิพากษากัน”

“ไปกันเลย!”

ด้วยคำสั่งนั่น ทหารทุกนายก็รีบพุ่งเข้าไปข้างในถ้ำทันที

จบบทที่ MS บทที่ 14 ทุกคนที่เข้ามา

คัดลอกลิงก์แล้ว