เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MS บทที่ 9 ตกตะลึงครั้งใหญ่

MS บทที่ 9 ตกตะลึงครั้งใหญ่

MS บทที่ 9 ตกตะลึงครั้งใหญ่


MS บทที่ 9 ตกตะลึงครั้งใหญ่

แต่หลีมู่เองก็เคยมีประสบการณ์ต่อสู้จริงๆมาก่อน ซึ่งถ้าเขาสู้กับหม่าจุนวูตอนนี้โอกาสที่เขาจะชนะมีอยู่เพียง 70%-80% เท่านั้น

เขามั่นใจในพลังของตัวเองมาก

“จริงๆแล้วฝ่ายเฉินหนงเป็นยังไงเหรอ? พวกเขามีปรมาจารย์ระดับสูงใช่ไหม?” หลีมู่ถาม

หม่าจุนวูเริ่มคิดในแง่อื่นแล้วหลังจากที่ได้ยินคำถามนี้

เรื่องในศาลเมื่อวานแพร่กระจายไปรวดเร็วมากไม่เว้นแม้แต่ข้าราชการระดับสูงในไถไป๋

หลายๆคนคิดว่าผู้พิพากษาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ และกำลังรอดูผลงานการเล่นตลกจากเขา

และการที่เด็กคนนี้ถามมาแบบนี้ นั่นหมายความว่าเขากำลังจะหาทางต่อกรกับฝ่ายเฉินหนงงั้นเหรอ?

“ฝ่ายเฉินหนงนั้นก่อตั้งมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้ว จำนวนสมาชิกของฝ่ายนั้นก็มีตั้งแต่พ่อค้าสมุนไพร,ชาวนา,หมอ,นักล่า และนักเก็บสมุนไพร แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นคนธรรมดาก็ตาม แต่ก็ยังมีพวกระดับสูงอยู่บ้างเหมือนกัน,มีสองอาจารย์ในระดับปราณร่วม นั่นก็คือ ฉีคงจิ้ง,ท่านสุดยอดปรมาจารย์ กับฟานฉางอัน, ผู้ฝึกสอน เคอฉิง” หม่าจุนวูบอกข้อมูลเหล่านั้นออกมาทั้งหมด นั่นเป็นเครื่องหมายยืนยันได้อย่างดีเลยว่าเขาคือข้าราชการตูโตวแน่ๆ

นอกจากนี้เขายังพูดต่อ “ฝ่ายเฉินหนงขับเคลื่อนมณฑลนี้มากว่าหลายทศวรรษแล้ว แถมยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับพวกข้าราชการและนายทุนทั้งหลายด้วย ท่านต้องระวังตัวให้มากนัก”

เขาพูดกำชับมาแบบนั้นเพราะเขารู้ดีว่าหลีมู่จะเดินหมากตัวต่อไปอย่างไร

ขึ้นอยู่กับตัวเด็กคนนี้แล้วล่ะว่าเขาจะยอมละทิ้งหน้าที่ที่แท้จริงของผู้พิพากษาไปหรือไม่

ถึงกระนั้นหลีมู่ก็ยังมีตำแหน่งที่ต่ำของเขา เด็กคนนี้ยังหนุ่มยังแน่นแถมยังไม่มีใครคอยหนุนหลังอีก นั่นแหละคือสาเหตุหลักที่เขาไม่อยากกระทำการใดๆที่ทำให้เด็กคนนี้ต้องถึงตาย

หลีมู่ตะลึงที่ได้ยินข้อมูลพวกนั้น

ในเมื่อเป็นแบบนี้ฝ่ายเฉินหนงเองก็แข็งแกร่งเกินกว่าเขาจะรับมือได้

ถ้าเป็นงั้นแล้วเขาควรจะรอให้ฝีมือตัวเองเก่งกาจขึ้นมากกว่านี้ก่อนดีไหม? แล้วจากนั้นจึงค่อยไปจัดการกับฝ่ายเฉินหนง

แต่เมื่อคิดดูอีกทีแล้วมันคงไม่ได้ง่ายขนาดนั้นแน่ๆ

หรือว่านี่จะเป็นแค่การเล่นตลกของเขาจริงๆ?

ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับทหารยามที่วิ่งเข้ามาในที่ว่าการอย่างร้อนรน “ใต้เท้าขอรับ! ข้าน้อยมีข่าวร้าย ฉางหลีกับลูกสาวถูกลักพาตัวไปแล้วขอรับ ฉางหลูเองก็ถูกฆ่าด้วย... เป็นฝีมือของคนพวกนั้นขอรับ!”

“อะไรนะ?” หม่าจุนวูลุกขึ้นยืนพร้อมโกรธเกรี้ยว

หลีมู่ที่ตอนแรกยังไม่เข้าใจนัก แต่พอนึกตามไปเขาก็โกรธจัดจนเดินเข้าไปหาทหารคนนั้นและตะโกน “เจ้าว่าอะไรนะ? มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?”

“คนจากฝ่ายเฉินหนงเข้ามาบุกรุกร้านขายยาเล็กๆนั่นขอรับ” ทหารคนนี้ได้รับบาดเจ็บตอบกลับด้วยอาการตัวสั่น

เรื่องราวในตอนนี้ก็คือ ฉางหลีฉีและลูกสาวของเธอถูกนำตัวไปรักษาและได้รับการคุ้มครองจากหัวหน้าทหารนาม ฉางหลู อย่างไรก็ตามฝ่ายเฉินหนงต้องการจะป้ายสีเรื่องยาที่ไม่ได้คุณภาพให้กับฉางหลีและกล่าวโทษผู้พิพากษากากๆที่ทำให้พวกเธอต้องตาย ดังนั้นฝ่ายเฉินหนงจึงรีบไปถล่มร้านยานั่นและลักพาตัวพวกเธอไป แถมยังฆ่าฉางหลูอีก...ช่างโหดร้ายอะไรเยี่ยงนี้

“บ้าเอ้ย!”

หลีมู่โกรธจัด!

“พวกมันกล้าเรียกข้าว่าอย่างนั้นได้ยังไง? ข้าจะฆ่าไอ้พวกสารเลวนั่น!” หลีมู่คิดแบบนั้นในใจด้วยความโกรธแค้น

ณ โรงหมอประจำมณฑลไถไป๋

ประตูถูกทำลายรวมไปถึงลานกว้างเองก็พังพินาศพอๆกัน พร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดที่ดังระงมไปทั่ว

แพทย์จำนวนสามในสี่คนของที่นี่ถูกทำร้ายจนสลบ บางคนเองก็ถึงกับขาหักเลือดไหลกระจาย แพทย์ฝึกหัดคนนึงเองก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เขานั่งอยู่ที่หน้าประตูมองสภาพโรงหมอที่เละเทะอย่างไม่มีชิ้นดี

พวกผู้บุกรุกได้หายตัวไปแล้ว

หลีมู่และทหารของเขามาช้าไป

กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วอากาศ

ยกเว้นแค่เพียงทหารสองจากในสี่ที่หลีมู่ส่งมาคุ้มครองแม่และเด็กสาวคนนั้นได้หนีออกมารายงานเรื่องนี้ให้กับเจ้านายของเขา สองคนที่ยังอยู่ก็ถูกทำร้ายจนแขนขาหัก

ทหารผู้เก่งกาจนาม ฉางหลู คนที่หลีมู่รู้จักชื่อเพียงคนเดียว เขาถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายด้วยอุปกรณ์แหลมคมแทงทะลุหน้าอกของเขาในห้องซักประวัติ เขาตายในท่วงท่าที่โกรธแค้นโดยที่มือของเขายังกำดาบไว้แน่น เลือดกองใหญ่ไหลลงมาอยู่ใต้ร่างของเขา ดวงตาเบิกโพลงราวกับว่าเขาจะไม่ลืมเลือนในสิ่งที่เกิดขึ้น

นี่เป็นครั้งแรกมี่หลีมู่ได้เห็นคนตายใกล้ชิดขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่เคยกลัว

เมื่อวันก่อนฉางหลูยังมีชีวิตอยู่แท้ พอมาวันนี้เขากลับกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ

หลีมู่ยกร่างของฉางหลูลงมาและขยับมือไปปิดตาของเขา

หม่าจุนวูเองก็ไม่พอใจในฝ่ายเฉินหนงมากเท่าไหร่นัก ถึงเขาจะรู้ว่าฝ่ายนั้นมักจะทำอะไรที่ไร้เหตุผลเสมอแต่ครั้งนี้พวกเขาทำเกินไป

เด็กหนุ่มพยายามสงบสติตัวเองลง

สาเหตุที่ว่าทำไมเขาถึงให้เวลาพวกนั้น 3 วัน นั่นก็เพราะว่าหลีมู่ต้องการจะเก็บข้อมูลต่างๆให้ได้มากที่สุด แต่พอมาในวันนี้ทุกอย่างมันก็กลับตาลปัตรไปหมด ฝ่ายเฉินหนงทำให้เรื่องนี้มันบานปลายเสียเอง

หลีมู่หยิบดาบจากมือของฉางหลู ยืนขึ้นและมองไปทางทหารของเขา “พวกเจ้าแน่ใจใช่ไหมว่าเป็นฝีมือของพวกเฉินหนง?”

ทหารพวกนั้นกลัวจัดจนไม่กล้าสบตา และให้คำตอบผ่านการพยักหน้า “ข้าน้อยเห็นว่าสี่คิงคองจากฝ่ายเฉินหนงรีบบุกทะลวงเข้ามาโรงหมอพร้อมกับลูกน้องและทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ฉางหลูได้ต่อสู้เพื่อหาลู่ทางเพื่อให้ข้าน้อยหนีออกมารายงานท่าน...”

พูดถึงท่อนนี้ทหารคนนั้นก็น้ำตาไหลออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนขี้ขลาดมากแค่ไหนแต่ฉางหลูเองก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีสำหรับเขา

หลีมู่มองหม่าจุนวู “ตูโตวหม่า มีฐานที่มั่นของฝ่ายเฉินหนงในเมืองนี้หรือไม่?”

“อยู่ในเมืองนี้ขอรับ”

“ท่านคิดว่าจะสามารถนำทางข้าไปได้หรือไม่?”

“อืม...” หม่าจุนวูลังเล ผู้คนของฝ่ายเฉินหนงเองก็ประกอบไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา และส่วนใหญ่มักจะเป็นโจรถ่อย ยิ่งไปกว่านั้นที่ฐานที่มั่นของพวกมันยังมีแต่คนเหล่านั้นเต็มไปหมด ลองนึกสภาพเวลาที่พวกมันหมดความอดทนดูสิ

“ท่านไม่ต้องกลัวหรอก ท่านแค่นำทางข้าไปก็พอไม่ต้องช่วยข้าอะไรทั้งสิ้น” หลีมู่พูดเสียงเรียบ

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่หม่าจุนวูก็สัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นดั่งภูเขาไฟในใจของผู้พิพากษาหนุ่มคนนี้

“ข้าสามารถนำทางใต้เท้าได้” เขายอมใจในความกล้าหาญของหลีมู่ เขากู่ร้องออกมา “ฉางหลูเองก็เป็นทหารของข้า ข้าเองก็ต้องสั่งสอนพวกมันเสียหน่อย อย่างไรก็ตามใต้เท้าท่านไม่อาจเผชิญหน้ากับพวกมันคนเดียวได้หรอก ให้ข้าเรียกกองทหารแล้วไปพร้อมกันเถิด”

หลีมู่ส่ายหัวพร้อมด้วยสีหน้าจริงจัง “ตูโตวหม่าคิดว่าข้าสามารถคุมกองทหารเหล่านั้นได้ในไถไป๋หรือ?”

ชายไว้หนวดไม่ได้พูดอะไรต่อ

เขารู้ดีว่าทำไมนายอำเภอโชวหวูและภารโรงเตียนฉี เฉิงหลงซิง คงไม่ให้อำนาจใดๆกับหลีมู่

นั่นทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมผู้พิพากษาคนนี้ถึงมีกำลังทหารเพียงแค่ 6 นายเท่านั้น

“ไปกันเถอะ”

หลีมู่เก็บดาบเข้าฝักและเดินออกไปจากโรงหมอ

ณ บ้านของโชวหวู

ตัวเขาเองกำลังเล่นเครื่องดนตรีด้วยสีหน้าเย็นชา

“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าเด็กคนนั้นจะมีความกล้ามากขนาดบุกมาที่มั่นของฝ่ายเฉินหนงด้วยตัวคนเดียว... แม้แต่พระเจ้ายังเข้าข้างข้าเลย” เขาหัวเราะออกมาราวกับอสรพิษ

เขารู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครก็ตาม

ในอีกมุมหนึ่ง เฟิงหยวนซิงยิ้มและบอกว่า “ฝ่ายเฉินหนงถูกจัดตั้งขึ้นมาอย่างลวกๆโดยที่มีผู้กุมอำนาจคือเฉิงหลงซิง อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้หรอกว่ามีใครกำลังเป็นสายลับอยู่ในฝ่ายของเขา เฉิงหลงซิงได้ออกคำสั่งให้โจมตีโรงหมอและไม่ได้วางแผนฆ่าใครเลยซักคน แต่ท่านกลับช่วยเขาฆ่าพวกมันอย่างลับๆเสียด้วย... ฮ่าฮ่า ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว และเราก็มาดูกันเถอะว่าเฉิงหลงซิงจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”

โชวหวูยิ้มและพูด “นี่ยังไม่เรียกว่าเรื่องใหญ่หรอก”

“ท่านหมายความว่ายังไง?” เฟิงหยวนซิงยิ้มตอบกลับ

“ข้าหมายความว่าหากบังเอิญผู้พิพากษาได้ตายลงในการต่อสู้ ณ ฐานที่มั่นของเฉินหนงล่ะ นั่นจะไม่ยิ่งทำให้เฉิงหลงซิงต้องปวดหัวมากกว่านี้หรือ?” โชวหวูพูดเสียงเบา

เฟิงหยวนซิงจ้องเขาด้วยสายตาหวาดกลัว

ช่างเป็นแผนการที่โหดร้ายยิ่ง

ถ้าหลีมู่ถูกฆ่าที่นั่นมันจะทำให้สถานการณ์ของไถไป๋ต้องเปลี่ยนไป

ถึงแม้ว่าหลีมู่ที่เป็นข้าราชการระดับเก้าต้องมาตายในเงื้อมมือของพวกนั้น คงไม่ทำให้พวกฝ่ายปกครองเคลื่อนไหวหรอก ยังไงเสียพวกราชสำนักเองก็ต่ำตมเหลวแหลกไม่มีชิ้นดี ยิ่งถ้าเกิดว่าเฉิงหลงซิงถูกจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับฝ่ายเฉินหนง หนทางสู่การเป็นช้าราชการระดับสูงของเขาก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ผู้พิพากษาของไถไป๋จะหันมาทำตามคำสั่งของโชวหวู

ขณะเดียวกัน

ที่พักของเฉิงหลงซิง

เฉิงหลงซิงพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี “ฮ่าฮ่า ในที่สุดเต่าหดหัวก็โผล่หน้าออกมาแล้ว ช่างคุ้มค่าแก่การรอคอยยิ่ง... แต่ทหารคนนั้นตายได้ยังไงน่ะ? ข้าไม่ได้บอกให้พวกเจ้าฆ่าคนมิใช่หรือ?”

“บางทีพวกโจรถ่อยจากเฉินหนงคงจะทำเกินกว่าเหตุขอรับ” ข้ารับใช้ของเขาอธิบายอย่างวิตก

“ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยพวกเจ้าก็ทำสำเร็จแล้ว ฆ่าไปซักคนจะเป็นไรไป” เฉิงหลงซิงโบกมือ

“นายท่าน ถ้าปล่อยให้ฉีกงจิ้งฆ่าคนไปก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ? เขาช่วยเราประหยัดแรงไปได้เยอะเลย”

“ไร้สาระน่า” เฉิงหลงซิงตวาด “มีใครอีกบ้างที่ไม่รู้ว่าข้ากับเฉินหนงมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ถ้าเกิดว่าไอ้ผู้พิพากษานั่นดันมาตายในฝ่ายของข้าแล้วข้าจะจัดการยังไง? รู้ไหมว่าข้ากลัวว่าทั้งมณฑลกำลังให้ความสนใจกับเรื่องนี้แน่ๆ เจ้าต้องรีบไปหาตัวฉีกงจิ้งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ห้ามให้เขาไปพบกับผู้พิพากษาคนนั้นเด็ดขาด ถ้าเขาบุกเข้ามาก็ให้คนของเราแกล้งทำเป้นว่าไม่รู้จักเขาก่อน เจ้าแค่สั่งสอนเขาให้พองามแล้วส่งไปประจานในเมืองก็พอแล้ว... หลังจากนั้นจะทำอะไรก็ทำ”

“น้อมรับบัญชา นายท่าน” ข้ารับใช้คนนั้นยืนขึ้นและเดินออกไป

จบบทที่ MS บทที่ 9 ตกตะลึงครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว