เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 คุณพ่อพาร์ตไทม์

บทที่ 18 คุณพ่อพาร์ตไทม์

บทที่ 18 คุณพ่อพาร์ตไทม์


บทที่ 18 คุณพ่อพาร์ตไทม์

มู่กรุ๊ป

ภายในห้องทำงานซีอีโอ

มู่อวิ๋นเกอนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ผู้บริหารอย่างสงบนิ่ง ทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นความวุ่นวายของมหานครเบื้องล่าง ในห้วงความคิดล่องลอยไปไกล

เบื้องหน้าของเธอ มู่เจินเจินยืนก้มหน้าสำนึกผิด ขณะที่หลูเฉียงซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แทบไม่กล้าหายใจแรง

"พี่คะ... ฉันรู้ว่าฉันผิด"

"มันก็แค่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในบริษัทสาขา พี่ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันมาด่าถึงสำนักงานใหญ่เลยนี่นา?"

ลึกๆ แล้วมู่เจินเจินกลัวมู่อวิ๋นเกอจับใจ เธอเป็นลูกสาวของบ้านสามตระกูลมู่ ในอดีตเธอก็เคยร่วมผสมโรงเหยียบย่ำมู่อวิ๋นเกอในวันที่ตกอับ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มู่อวิ๋นเกออาจดูภายนอกเงียบสงบ แต่ลับหลัง เธอค่อยๆ กำจัดคนในตระกูลมู่ออกไปจากบริษัททีละคนอย่างเลือดเย็น

ทายาทของบ้านรองตอนนี้ก็ยังนอนคุกอยู่ อีกครึ่งปีกว่าจะพ้นโทษ

ส่วนคุณอาคนที่สอง แม้จะมีตำแหน่งในบริษัท แต่ก็เป็นแค่เสือกระดาษที่กินเงินเดือนไปวันๆ

สถานะของเขาในบริษัทเรียกได้ว่ายากลำบากแสนเข็ญ

จัดการบ้านรองเสร็จแล้ว นี่เธอกำลังเล็งเป้ามาที่บ้านสามแล้วสินะ?

"คุยเรื่องงานกันดีกว่า" มู่อวิ๋นเกอเอ่ยเรียบๆ พลางหยิบคำสั่งย้ายงานจากโต๊ะขึ้นมา "มีผลทันที เธอพ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายธุรกิจอีสต์ซัน และให้ย้ายไปประจำที่สาขาจิวเวลรี่ในเตี้ยนโจว ไปเรียนงานกับเจ๊เหมยซะ"

มู่เจินเจินหน้าถอดสี ธุรกิจจิวเวลรี่ของตระกูลมู่นั้นกว้างขวางก็จริง แต่เตี้ยนโจวนั่นมันแค่แหล่งนำเข้าวัตถุดิบ เป็นที่กันดารห่างไกลความเจริญ แถมงานยังหนักและลำบาก ต้องไปเป็นลูกน้องเจ๊เหมยอีก?

นี่มันเนรเทศกันชัดๆ!

แถมได้ยินมาว่าที่นั่นวุ่นวายอันตรายจะตายไป...

"พี่! อย่าทำกับฉันแบบนี้เลยนะ! ตอนเด็กๆ เราก็รักกันดีไม่ใช่เหรอ..."

"ถ้าต้องไปอยู่ที่แบบนั้น ฉันไม่รู้จักใครเลย แถมฉันยังแพ้ความสูงด้วย ร่างกายฉันรับไม่ไหวหรอก..."

หลูเฉียงกระแอมไอเบาๆ ในฐานะประธานบริษัทธุรกิจ เขาจึงเอ่ยขึ้น "คุณหนูใหญ่สั่งการแล้ว ก็ยอมรับเถอะครับ ไปหาประสบการณ์ข้างนอกบ้างก็ถือเป็นเรื่องดี"

เขาไม่กล้าไม่แสดงจุดยืน ไม่อย่างนั้นคงโดนเด้งไปด้วยอีกคน

มู่เจินเจินน้ำตาปริ่ม จะให้ย้ายจากเมือง A ที่ศิวิไลซ์ไปทำงานกินอยู่ในเตี้ยนโจวชายแดนแบบนั้น มันไม่ต่างอะไรกับฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นเลยไม่ใช่หรือไง?

มู่อวิ๋นเกอประสานมือวางบนโต๊ะ จ้องมองใบหน้าของมู่เจินเจินด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ถ้าเธอไม่ตกลง จะลาออกจากกิจการของตระกูลแล้วไปหาโอกาสที่อื่นก็ได้นะ ฉันไม่ห้าม"

มู่เจินเจินนึกถึงคำกำชับของพ่อแม่ เธอจำใจอ้าปากตอบ "ฉัน... ฉัน... ฉันตกลงค่ะ..."

"มู่อวิ๋นเกอ พี่มันเลือดเย็นเกินไปแล้ว พี่ไม่เห็นพวกเราเป็นคนในครอบครัวเลยสักนิด"

มู่อวิ๋นเกอแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ

เธอรั้งตัวหลูเฉียงให้อยู่ต่อตามลำพัง

หลายปีมานี้ หลูเฉียงประจักษ์ชัดถึงความเด็ดขาดอำมหิตของมู่อวิ๋นเกอที่มีต่อญาติพี่น้อง เขารู้ดีว่าเธอมีธุรกิจใหญ่โตในต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางกลับมาประเทศแล้วไล่ต้อนตระกูลมู่จนจนมุมได้ขนาดนี้

อย่าได้หลงเชื่อภาพลักษณ์ถือศีลกินเจของคุณหนูใหญ่คนนี้เด็ดขาด คนที่ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว ย่อมไม่ใช่คนใจอ่อนขี้สงสารแน่นอน

"ช่วยรับคนคนหนึ่งเข้าทำงานที อย่าให้เขาสงสัยล่ะ"

หลูเฉียงชะงัก "ครับคุณหนูใหญ่..."

คนหัวไวอย่างเขาเข้าใจได้ทันทีว่า ที่คุณหนูใหญ่หาเรื่องเขี่ยลูกพี่ลูกน้องทิ้งเมื่อกี้ ก็เพื่อจะเปิดทางให้คนใหม่เข้ามาเสียบแทนสินะ?

เขาแค่นึกไม่ออกว่าใครกันนะ ที่โชคดีเข้าตาคุณหนูใหญ่ได้ขนาดนี้

โทรศัพท์ของมู่อวิ๋นเกอสั่นเตือน หน้าจอโชว์ชื่อเจียงหลิน

แม้ปากบอกว่าจะทดสอบเจียงหลิน แต่เธอก็ต้องเผื่อเวลาให้เขาได้รับส่งลูก และมีงานการทำที่มั่นคงพอจะมีรายได้

ไม่อย่างนั้น เด็กหนุ่มคนนี้คงแบกรับภาระไม่ไหวแน่

เธอกดรับสาย

เสียงของเจียงหลินดังมาจากปลายสาย "เย็นนี้ผมจะทำแกงจืดลูกชิ้น หมูสับผัดผัก กุ้งผัดแตงกวา แล้วก็ซี่โครงหมูอบสับปะรด โอเคไหมครับ?"

"ถังถังกับโต้วโต้วไม่รู้ว่าคุณชอบทานอะไร ผมเลยต้องโทรมาถาม รบกวนเวลางานหรือเปล่าครับ?"

"เปล่า" มู่อวิ๋นเกอปรายตามองหลูเฉียงแวบหนึ่ง "เอาตามนั้นแหละ ฉันจะถึงบ้านตอนห้าโมงเย็น"

เจียงหลินรับคำ

หลูเฉียงเดินออกจากห้องทำงานด้วยอาการเหม่อลอย เต็มไปด้วยความสงสัย หรือว่าคุณหนูใหญ่จะมีแฟนแล้ว? งั้น... คนที่จะให้รับเข้าทำงานก็คือว่าที่...

หน้าเขาพลันกระตุกเบาๆ

...

มู่อวิ๋นเกอสะสางงานเสร็จราวๆ สี่โมงเย็นกว่าๆ

"ท่านประธานคะ ให้เรียกรถมารับเลยไหมคะ?" เลขาสาวคุณเหวินถามพลางกอดแฟ้มเอกสาร

"ไม่ต้อง ฉันจะขับรถกลับเอง"

คุณเหวินงุนงง เธอไม่ยักเห็นรถประจำตัวของท่านประธานเลย เห็นแต่รถยนต์ในประเทศคันหนึ่งจอดอยู่ที่ช่องจอดประจำ ดูราคาไม่น่าเกินแสนหยวน คงไม่ใช่คันนั้นหรอกมั้ง?

ยังไม่ทันหายสงสัย เธอก็เห็นมู่อวิ๋นเกอเดินออกมาจากห้องพักผ่อนในชุดลำลองที่เรียบง่ายสุดๆ

ในมือถือถุงผ้า ซึ่งเป็นของแจกจากงานกิจกรรมวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท

ของเธอเอง เธอยังยกให้แม่เอาไปใช้จ่ายตลาดเลย

คุณเหวินไม่กล้าซักไซ้ ได้แต่เก็บความประหลาดใจไว้

คนระดับคุณหนูใหญ่ ไฉนถึงใส่เสื้อผ้าโนเนม หิ้วถุงผ้าจ่ายตลาด แล้วขับรถราคาถูกแบบนี้?

แถมปกติคุณหนูใหญ่ไม่เคยสนใจรูปลักษณ์ภายนอก สนใจแต่ประสิทธิภาพงานและแทบไม่เคยยิ้ม

แต่นี่ก่อนกลับ ยังอุตส่าห์จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยอีก?

"หรือวันนี้ฉันจะโดนผีหลอก? ฉันผิดปกติ หรือคุณหนูใหญ่ผิดปกติกันแน่นะ?"

คุณเหวินกุมขมับ ไม่เคยเห็นพฤติกรรมแปลกประหลาดหลุดโลกแบบนี้ของคุณหนูใหญ่มาก่อนเลย

ขณะขับรถใกล้ถึงบ้าน

มู่อวิ๋นเกอเห็นคนยืนรออยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน คือเจียงหลินนั่นเอง เขาโบกมือให้เธอ

พอกระจกรถลดลง เขาก็ชะโงกหน้าเข้ามา

"ผมเช่าที่จอดรถไว้ให้คุณแล้วครับ แถวนี้หาที่จอดยาก ขับตามผมมาเลยครับ เดี๋ยวผมพาไป"

"ผมคิดว่าเราคงไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดไปหรอก ไว้พอมีเงินค่อยขยับขยายไปบ้านหลังใหญ่กว่านี้ ตอนนี้เช่าไปก่อนดีกว่าครับ"

มู่อวิ๋นเกอชะงัก มองแผ่นหลังของเขาที่เดินนำทางไปอย่างมั่นใจ เธอพึมพำเบาๆ "ช่างคิดจริงๆ"

แต่ฟังจากน้ำเสียงเขา ดูเหมือนเขาจะวางแผนอนาคตของ 'เรา' ไว้แล้วสินะ

'เรา' งั้นเหรอ?

หลังจากจอดรถเสร็จ

เมื่อเดินตามเจียงหลินเข้ามาในบ้าน กลิ่นหอมฉุยก็ลอยมาแตะจมูก

บนโต๊ะอาหารตัวเล็ก มีกับข้าวสามอย่างและซุปอีกหนึ่งถ้วย

หน้าตาดูน่าทานทีเดียว

เจียงหลินไม่ได้ทำอาหารเก่งอะไรนัก แต่แม่ซื้อตำราอาหารไว้ให้ เขาเป็นคนหัวไว แค่ทำตามสูตรก็ไม่ใช่เรื่องยาก พอได้ลองทำดูไม่กี่อย่าง ก็พบว่ามันง่ายกว่าที่คิด

หลักการก็เหมือนๆ กันหมด

"หม่ามี้ เหนื่อยไหมคะ!" ถังถังวิ่งเข้ามาทักทายเสียงใส "แด๊ดดี้บอกว่าวันนี้เป็นวันแรกในบ้านใหม่ของเรา ต้องทำกับข้าวทานเองที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล! เมนูพวกนี้ถังถังเป็นคนเลือกเองกับมือเลยนะ สดม้ากมาก!"

"หม่ามี้" โต้วโต้วกลับรู้สึกแปลกใจ เพราะปกติแม่จะทำงานดึกมาก

ส่วนใหญ่กว่าจะกลับก็มืดค่ำ และตอนเช้าบางทีแม่ก็ออกไปทำงานก่อนที่เขาจะตื่นเสียอีก

มู่อวิ๋นเกอย่อตัวลงกอดลูกทั้งสอง จริงๆ แล้วเธอจะไม่ชอบชีวิตธรรมดาที่อบอุ่นแบบนี้ได้อย่างไร? เพียงแต่เมื่อบางสิ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เธอไม่อาจวางภาระบนบ่าลงแล้วยุติมันได้ง่ายๆ

โดยเฉพาะเกมระหว่างเธอกับตระกูลมู่ มันคือเกมที่มีผู้แพ้ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว หากเธอประมาทเพียงนิดเดียว พวกนั้นอาจได้โอกาสกลับมาผงาดอีกครั้ง

"วันนี้ถังถังกับโต้วโต้วมีความสุขไหมลูก?"

ถังถังเจื้อยแจ้ว "มีความสุขค่า! แด๊ดดี้ให้ถังถังนั่งในรถเข็นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย ให้ถังถังหยิบของที่อยากได้เต็มไปหมดเลย!"

"แด๊ดดี้แข็งแรงมากเลยนะ! อุ้มถังถังกับโต้วโต้วพร้อมกันได้สบายเลย!"

"ลุงพ่อบ้านทำไม่ได้หรอก ลุงเขาแก่เกินไปแล้ว"

มู่อวิ๋นเกออดขำไม่ได้ ลุงพ่อบ้านไม่ได้แก่เกินไปหรอก แต่สถานะของเขาต่างจากเจียงหลิน การปฏิบัติตัวย่อมต่างกันเป็นธรรมดา

เจียงหลินตักข้าวใส่ถ้วยเรียบร้อย "รีบมาทานข้าวเถอะครับ วันอาทิตย์แท้ๆ ยังต้องทำงานล่วงเวลาอีก ทานเสร็จจะได้รีบพักผ่อน บริษัทอะไรกันเนี่ย ใช้งานคนโหดร้ายชะมัด"

จบบทที่ บทที่ 18 คุณพ่อพาร์ตไทม์

คัดลอกลิงก์แล้ว