- หน้าแรก
- เลิกกับแฟนเฮงซวย แล้วมาช่วยเลี้ยงลูกแฝดท่านประธาน
- บทที่ 17 ครอบครัวสี่คนเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน
บทที่ 17 ครอบครัวสี่คนเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน
บทที่ 17 ครอบครัวสี่คนเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน
บทที่ 17 ครอบครัวสี่คนเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน
"งั้นก็ลองดูสิ"
มู่อวิ๋นเกอหวนนึกถึงท่าทางไร้เดียงสาของเจียงหลินในคืนนั้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว เธอมั่นใจว่าเขาคงไม่คิดเอาเปรียบเธออย่างแน่นอน
อีกอย่าง ด้วยฝีมือการต่อสู้ของเธอ เจียงหลินไม่มีทางสู้ได้อยู่แล้ว
เธอยกยิ้มมุมปาก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "สะดวกให้ย้ายเข้าไปเมื่อไหร่ล่ะ?"
เจียงหลินประหลาดใจ "ย้ายเข้าเร็วขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
"การดูตัว... ก็รวดเร็วแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ตราบใดที่เงื่อนไขเป็นที่น่าพอใจ"
"ถ้าอย่างนั้น ผมต้องไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้าของคุณไหมครับ?"
"ไม่จำเป็น" มู่อวิ๋นเกอขมวดคิ้ว "ฉันตัดขาดกับที่บ้านแล้ว"
เจียงหลินเข้าใจในทันที พ่อแม่ที่ตัดขาดลูกสาว คงเป็นเพราะรับไม่ได้ที่ลูกมีลูกนอกสมรสกระมัง
"ผมขอโทษ..."
"ไม่เกี่ยวกับนายหรอก"
มู่อวิ๋นเกอแลกเบอร์โทรศัพท์กับเจียงหลิน แล้วลุกขึ้นยืน "รีบจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเร็วๆ ล่ะ"
เจียงหลินรับคำ
เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อแม่ของเขาเตรียมอาหารเย็นไว้รอแล้ว
บนโต๊ะมีบ๊ะจ่างวางอยู่สองลูก
"เมื่อกี้ถังถังแวะมา เอาบ๊ะจ่างมาให้แม่แล้วก็กลับไป" จ้าวเซี่ยกุมมือลูกชายด้วยความเป็นห่วง "วันนี้ลูกไปเจอแม่ของถังถังมาเหรอ? นางออกไปกับลูกตามลำพังหรือเปล่า...?"
จ้าวเซี่ยกลัวจับใจว่าฝ่ายหญิงจะสั่งห้ามไม่ให้พวกเขายุ่งเกี่ยวกับถังถังและถังโต้ว
แม้จะพอเข้าใจได้ แต่มันก็ทำใจยอมรับได้ยากเหลือเกิน
เจียงหลินเกาหัวแกรกๆ ยังคงมึนงงเล็กน้อย "เธอบอกว่าเธอเป็นโสดมาตลอด ช่วงนี้ธุรกิจมีปัญหาเลยต้องขายบ้าน เธอเลยอยากลองคบหาดูใจแล้วก็ย้ายมาอยู่กับผม..."
"เรื่องดีขนาดนี้เลยเรอะ? เธอยอมรับลูกได้งั้นรึ?" จ้าวเซี่ยดีใจจนเนื้อเต้น
เพื่อหลานน่ารักๆ สองคนนี้ ต่อให้ต้องจดทะเบียนสมรสทันทีนางก็ยอม!
"ครับ"
เจียงเจี้ยนจวินกลับครุ่นคิด "หรือเป็นเพราะธุรกิจล้มละลาย ไม่มีที่ซุกหัวนอน เลยต้องทำแบบนี้?"
"เจียงหลิน ถ้าลูกตกลงจะอยู่กินกับพวกเขา ลูกต้องเตรียมใจรับภาระเลี้ยงดูครอบครัวด้วยนะ"
"ภาระนี้หนักหนาเอาการ ลูกต้องคิดให้รอบคอบ"
"พ่อครับ ผมรู้" เจียงหลินพยักหน้า "แต่เธอยอมให้โอกาสผมได้อยู่ร่วมกับเธอและลูกๆ แค่นี้ผมก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว"
เจียงหลินไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับลูกตัวเอง แต่สำหรับเขา...
นับตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าถังโต้วคือเลือดเนื้อเชื้อไข เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
เขาชอบชีวิตแบบนี้
นอกจากจะไม่รู้สึกกดดันแล้ว เขากลับรู้สึกมีพลังใจอย่างเปี่ยมล้น
จ้าวเซี่ยเอ่ยขึ้น "บ้านหลังนั้นอีกสักห้าวันก็น่าจะย้ายเข้าได้แล้ว พอดีเลย ให้แม่ของเด็กๆ นอนห้องนอนใหญ่ ส่วนเด็กๆ นอนห้องนอนเล็ก ลูกก็นอนเตียงเล็กในห้องทำงานไป... พ่อกับแม่จะกลับไปบ้านนอก ขายสมุนไพรที่ปลูกไว้บนเขา น่าจะได้เงินสักแสนหยวน เอาไว้ให้ลูกใช้ยามฉุกเฉิน"
"พ่อกับแม่เก็บเงินไว้ใช้บ้างเถอะครับ..."
เจียงเจี้ยนจวินโบกมือปฏิเสธ "เด็กๆ ยังเล็ก ต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายของหลานก่อน"
จ้าวเซี่ยถอนหายใจพลางมองหน้าสามี "นี่แหละนะที่เขาเรียกว่าทุกขลาภ"
เจียงเจี้ยนจวินหัวเราะร่า "ปกติเวลาต้องควักกระเป๋าจ่ายเงิน พ่อจะรู้สึกเจ็บปวดใจ แต่นี่ได้จ่ายเงินแล้วกลับรู้สึกชื่นใจ แบบนี้จะเรียกว่าทุกข์ได้ยังไงกัน?"
เมื่อวันอาทิตย์เวียนมาถึง
เจียงหลินทำความสะอาดบ้านแต่เช้าตรู่ รอรถบรรทุกขนาดเล็กมาส่งของ แล้วรีบขนย้ายทุกอย่างเข้าบ้าน
ห้องนอนเด็กมีเตียงสองเตียง สำหรับถังถังและถังโต้ว
ส่วนห้องนอนใหญ่มีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ สำหรับแม่ของเด็กๆ
ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเจียงหลินมีน้อยนิด ยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบเดียวก็หมด เขาเก็บมันไว้ในห้องนอนเล็ก
ไม่นาน รถเก๋งคันหนึ่งก็มาจอดเทียบที่หน้าประตู
ถังถังและถังโต้วกระโดดลงจากรถ วิ่งถลาเข้าบ้านอย่างร่าเริง
"คุณพ่อ!" ถังถังวิ่งนำหน้ามาเป็นคนแรก
"ถังถังมาแล้วเหรอ" เจียงหลินรีบออกมาต้อนรับ ก่อนจะหันไปเห็นถังโต้ว "แล้วแม่ของลูกล่ะ?"
"แม่ไปจอดรถครับ" ถังโต้วนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับน้องสาวและแม่ จึงพูดต่อว่า "รถหรูๆ ของแม่ไม่อยู่แล้ว เหลือแค่รถคันนี้คันเดียว ต่อไปพวกเราอาจจะไม่มีเงินใช้แล้วนะครับ"
ถังถังกลอกตาไปมา "คุณพ่อจะเลี้ยงพวกเรากับแม่ใช่ไหมคะ?"
ดวงตาใสแจ๋วสองคู่จ้องมองมาที่เขา
เจียงหลินรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล "แน่นอน พ่อจะเลี้ยงพวกหนูเอง"
มู่อวิ๋นเกอเดินมาถึงหน้าประตูบ้านพอดี บ้านหลังนี้อยู่ชั้นหนึ่ง มีประตูทางเข้าแยกเป็นสัดส่วน เธอชะงักฝีเท้า นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าจะเลี้ยงดูเธอ
ช่างเป็นคำพูดที่หาฟังได้ยากยิ่ง
เจียงหลินมองไปที่มู่อวิ๋นเกอ วันนี้เธอแต่งตัวเรียบง่ายกว่าเดิม แต่ใบหน้ายังคงงดงามหมดจด สวยสะพรั่งไม่เปลี่ยน
ดูจากสารรูปแล้ว เธอคงกำลังขัดสนจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเขาตั้งใจจะลองสร้างครอบครัวกับเธอ เขาก็ไม่ถือสาเรื่องพวกนี้
เขายังหนุ่มยังแน่น ร่างกายแข็งแรง สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ ถ้าเงินขาดมือจริงๆ เขาก็ยังไปหางานพาร์ทไทม์ทำเพิ่มได้
เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
เขาพูดกับมู่อวิ๋นเกอว่า "ทานข้าวมาหรือยังครับ? ผมซื้อกับข้าวมาแล้ว กำลังจะทำมื้อเที่ยงพอดี"
"ช่วงนี้ฉันยุ่งเรื่องงาน วันนี้ต้องทำโอที ฉันมาส่งลูก ฝากดูแลแกด้วยนะ"
"วันอาทิตย์ยังต้องทำโอทีอีกเหรอครับ?"
มู่อวิ๋นเกอยิ้มจางๆ "พ่อหนุ่ม จะพึ่งนายคนเดียวเลี้ยงพวกเราสามแม่ลูก มันก็เกินกำลังไปหน่อยนะ"
เจียงหลินพูดไม่ออก เงินเดือนเขาแค่ 5,000 หยวน พูดกันตามตรง มันก็ไม่พอจริงๆ นั่นแหละ
"งั้นคุณไปเถอะครับ เย็นนี้ผมจะทำมื้อเย็น ถ้าคุณแพ้อาหารอะไรก็บอกผมได้ เราโทรคุยกันได้ตลอด"
มู่อวิ๋นเกอพยักหน้า "เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันดูอีกที"
เมื่อเห็นมู่อวิ๋นเกอจากไป เจียงหลินก็พาถังถังและถังโต้วเข้าบ้าน
เทียบกับก่อนหน้านี้ ภายในบ้านถูกตกแต่งด้วยของใช้นุ่มนิ่ม ตุ๊กตาขนนุ่มน่ารักมากมาย และภาพแขวนผนัง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น สะอาดสะอ้าน และสว่างไสว น่าอยู่ไม่น้อย
ถังถังกับถังโต้ววิ่งไปดูห้องนอนตัวเองแล้วชอบใจใหญ่
หน้าต่างบานใหญ่รับแสงแดดเต็มที่ ผ้าห่มที่เพิ่งตากแดดมาส่งกลิ่นหอมกรุ่น
กลิ่นอายของแสงแดด
ถังถังกลิ้งไปมาบนที่นอน ก้อนกลมๆ กลิ้งขลุกๆ จนผ้าห่มยับยู่ยี่ เท้าน้อยๆ ดิ้นดุ๊กดิ๊ก "ว้าว สบายจังเลย~"
พอกลิ้งจนพอใจ เธอก็โผล่หน้าออกมาจากกองผ้าห่ม เผยให้เห็นดวงตาดำขลับคู่สวย "คุณพ่อ วันนี้เราออกไปเที่ยวข้างนอกกันไหมคะ?"
เจียงหลินส่ายหน้า "วันนี้เป็นวันแรกที่ย้ายเข้าบ้านใหม่ เราควรทำกับข้าวกินกันที่บ้านนะ"
"จะได้อยู่เย็นเป็นสุข มีกินมีใช้"
ถังถังไม่เข้าใจความหมาย แต่แค่ได้อยู่กับพ่อเธอก็มีความสุขแล้ว
"ถังโต้ว ที่บ้านลำบากแบบนี้ ลุงพ่อบ้านตกงานหรือเปล่า?"
ถังโต้วนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือ นิ่งคิดครู่หนึ่ง "ลุงพ่อบ้านไปอยู่บ้านคุณยายครับ"
เจียงหลินพยักหน้า "เย็นนี้อยากกินอะไรกัน? เดี๋ยวพ่อจะไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต"
"ถังถังอยากไปซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย!" ถังถังยกมือสุดแขน "หนูอยากซื้อไอติม!"
"ได้สิ แล้วถังโต้วล่ะ จะไปด้วยไหม?"
"ผม... ผมไปด้วยก็ได้ ไม่งั้นพ่อจะไม่รู้ว่าผมชอบกินอะไร" ถังโต้วเชิดคางขึ้นอย่างถือตัว "ผมชอบกินหลายอย่างเลยนะ"
เจียงหลินไม่กวนเด็กๆ แล้ว เขาลงมือทำมื้อเที่ยงและนั่งทานพร้อมกับลูกๆ
จากนั้นเขาก็กล่อมสองแสบเข้านอนกลางวัน
เด็กทั้งสองว่านอนสอนง่าย ไม่ร้องงอแง หลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ลมพัดแผ่วเบาผ่านหน้าต่าง แสงแดดสาดส่อง เงาใบไม้ไหวระริกดูเพลินตา
เจียงหลินมองดูภาพตรงหน้าด้วยความอิ่มเอิบใจ
หากทางฝั่งนี้เงียบสงบและร่มเย็น ฝั่งของมู่อวิ๋นเกอกลับเหมือนมีเมฆดำทะมึนปกคลุมทั่วเมือง