เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 หนิงเสวี่ยเสียศูนย์

บทที่ 9 หนิงเสวี่ยเสียศูนย์

บทที่ 9 หนิงเสวี่ยเสียศูนย์


บทที่ 9 หนิงเสวี่ยเสียศูนย์

เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนสนิท หลิวเซี่ยก็รู้ทันทีว่าเพื่อนของเธอกำลังเก็บเรื่องนี้มาคิดมาก

เธอรีบพูดปลอบใจทันที "แกจะไปถามหาความจริงอะไรอีกล่ะ? ผู้หญิงพรรค์นั้นต้องไม่มีการศึกษา หน้าตาขี้เหร่ แถมบ้านน่าจะจนมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะมาคว้าเจียงหลินไปทำไม!"

"คนอย่างเจียงหลินน่ะเหรอ? มีแต่แกเท่านั้นแหละที่จิตใจดี ไม่สนใจเรื่องวัตถุถึงได้ยอมคบกับเขา ถ้าเป็นคนอื่น ใครเขาจะไปแล"

หนิงเสวี่ยคิดตาม... ก็จริงของเธอ

แต่ถึงอย่างนั้น ในใจเธอก็ยังรู้สึกโกรธและไม่สบอารมณ์อยู่ดี

หลิวเซี่ยกุมมือหนิงเสวี่ยไว้แล้วพูดว่า "เสวี่ยเสวี่ย แกเลือกประธานซ่งก็เพื่ออนาคตของตัวแกเอง เพื่ออนาคตของครอบครัว และเพื่ออนาคตของลูกแกนะ"

"ส่วนเจียงหลิน เขาเลือกที่จะทำตัวตกต่ำลงเอง ไปคว้าผู้หญิงแบบนั้นมาทำลูก"

"มีลูกเร็วมันไม่ได้แปลว่าจะเลี้ยงได้ดีนะ ในอนาคตช่องว่างระหว่างลูกแกกับลูกเขามันจะมหาศาลเลยล่ะ!"

หลิวเซี่ยหัวเราะเยาะ "ลูกของแกเกิดมาก็ได้มรดกเป็นบ้านหลายหลัง ได้เรียนโรงเรียนดีๆ ในเมือง ต่อไปก็ได้ไปเรียนเมืองนอก กลับมาเป็นนักเรียนนอกโปรไฟล์หรู"

"แล้วเจียงหลินล่ะ? ลูกของเขาคงโตในเมืองเล็กๆ เรียนโรงเรียนวัดแถวนั้น แล้วก็ต่อมัธยมปลายเกรดต่ำ ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อจะหนีออกจากสังคมแคบๆ ลำบากหางาน หาเงินซื้อบ้าน..."

"ดีไม่ดีอาจจะสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ เหมือนแม่เด็กนั่นแหละ คงทำงานรับจ้างทั่วไป!"

"จุ๊ๆๆ อีกหลายสิบปีข้างหน้า ตอนงานเลี้ยงรุ่น เขาจะยังกล้าเงยหน้ามองใครได้อีกเหรอ?"

พอได้ฟังหลิวเซี่ยพรรณนา หนิงเสวี่ยก็มองเห็นภาพความแตกต่างราวฟ้ากับเหวขึ้นมาทันที

เธอรู้สึกดีขึ้นมาก ถึงขั้นรู้สึกสมเพชเจียงหลินขึ้นมาหน่อยๆ "เจียงหลินนี่วิสัยทัศน์สั้นจริงๆ คิดว่ามีลูกแล้วจะเอาชนะฉันได้ แต่ด้วยสภาพของเขา คงหาได้แค่นั้นแหละนะ"

"จริงไหมล่ะ?" หลิวเซี่ยหัวเราะคิกคัก "ไปช้อปปิ้งกันเถอะ ตอนนี้แกมีราศีจับแล้วนะ ว่าที่นายหญิงซ่ง สถานะต่างกันแล้ว เสื้อผ้าหน้าผมต้องจัดเต็มกว่าเดิม"

แม้หนิงเสวี่ยจะทำใจยอมรับได้แล้ว แต่ลึกๆ เธอก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

เพราะในจินตนาการของเธอ เจียงหลินน่าจะตัดใจจากความรักสามปีของพวกเธอไม่ได้ ต้องซึมเศร้าไปสักสองสามปี แล้วสุดท้ายก็ยอมไปดูตัวแต่งงานตามที่ครอบครัวจัดหาให้แบบขอไปที

เขาว่ากันว่ารักแท้ของผู้ชายมีแค่ครั้งเดียว

ดังนั้น เจียงหลินก็น่าจะแค่แต่งงานกับใครสักคนเพื่อเป็นเครื่องมือผลิตทายาทให้จบๆ หน้าที่ไป

แต่เรื่องราวมันกลับตาลปัตร ไม่เป็นอย่างที่เธอคิด

เธอต้องถามให้รู้เรื่อง

เธอไม่เชื่อว่าเจียงหลินจะไปรักคนอื่นได้

...

เจียงหลินนอนคิดเรื่องนี้มาทั้งคืน

เขาพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นเมื่อหลายปีก่อน พลิกตัวไปมา แต่ก็นึกอะไรไม่ออกเลย

ครั้งแรกของเขาช่างเลือนราง จำความอะไรไม่ได้สักอย่าง

ความรู้สึกเดียวที่พอจะนึกออกคือ... ผู้หญิงคนนั้นดูจะรับมือยากอยู่สักหน่อย...

ลูกเหรอ?

การมีตัวตนของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูก มันไกลตัวเขาเกินไป สำหรับคนที่ใกล้จะเรียนจบ...

มันเร็วเกินไปหน่อยไหม

เด็กจบใหม่รุ่นเดียวกันมีใครบ้างที่เป็นพ่อของเด็กสามขวบถึงสองคนแล้ว?

เจียงหลินถอนหายใจ สะลึมสะลือจนเช้า ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอหลับไปตอนไหน

พอพ่อแม่มาปลุก เขาก็เพิ่งได้นอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง

"เป็นอะไรไปลูก?"

เขาทำหน้าง่วงนอน มองดูพ่อแม่ที่วันนี้ดูสดใสกระปรี้กระเปร่า แต่งตัวสบายๆ เหมือนจะออกไปเที่ยว

จ้าวเซี่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดปกติ "ไม่ต้องนอนแล้ว วันนี้แม่นัดกับหลานสาวสุดที่รักว่าจะไปสวนสนุก รีบหน่อยสิ!"

"ให้เวลาห้านาทีนะ อย่าให้หนูถังถังต้องรอนาน!"

เจียงหลินงุนงง "ถังถัง?"

"ใช่จ้ะ" จ้าวเซี่ยหัวเราะ "คราวที่แล้วพวกเขาทิ้งเบอร์ไว้ให้ เมื่อเช้าโทรมาบอกว่าจะไปเที่ยวสวนสนุก"

"แต่วันนี้ถังโต้วไม่ว่าง เลยมีแค่ถังถังออกมาเล่นคนเดียว"

เจียงหลินรู้สึกสับสนบอกไม่ถูก

หลังจากรู้ว่าถังถังเป็นลูกสาว นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเธอ ในสถานะที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เขาล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินตามพ่อแม่ออกไป

ตลอดทางเขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย

เขาเหลือบมองเจียงเจี้ยนจวินผู้เป็นพ่อ เขาเองยังไม่พร้อมเลยที่จะเป็น "พ่อคน" เหมือนอย่างป๋า

เขาปกป้องลูกจากมรสุมชีวิตไม่ได้หรอก

จ้าวเซี่ยกับเจียงเจี้ยนจวินคุยกันอย่างมีความสุข ไม่ได้สนใจเจียงหลินเลยแม้แต่น้อย

คนขับแท็กซี่ได้ยินบทสนทนาก็หัวเราะ "พาลูกหลานไปเที่ยวสวนสนุกเหรอครับ มิน่าล่ะอารมณ์ดีกันเชียว"

จ้าวเซี่ยตอบรับทันที "หลานฉันน่ารักมากค่ะ เป็นเด็กดี แถมหน้าตาก็สวยด้วย ฉันล่ะหลงแกจะตายอยู่แล้ว"

เจียงหลินฟังแล้วก็อดถามไม่ได้ "พ่อครับ แม่ครับ ทำไมเมื่อก่อนชอบบอกว่าผมหน้าตาไม่ดีล่ะ?"

"แกมันไม่เคยหล่ออยู่แล้ว หน้าอย่างกับคางคก!" จ้าวเซี่ยแค่นเสียง "ถังถังไม่เหมือนแกย่ะ แกเหมือน... เหมือนยีนด้อยของบ้านเรา!"

สวนสนุกในวันเสาร์คนแน่นขนัดและคึกคักมาก ทางเข้ามีรถจอดเรียงราย ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

ถังถังยืนอยู่ที่ลานกว้าง สวมชุดกระโปรงฟูฟ่องน่ารัก คาดผมหูกระต่าย ถักผมเปียสองข้าง ห้อยกระเป๋าเป้เป็ดเหลืองไว้ข้างหลัง

แค่ยืนเฉยๆ เธอก็ดูโดดเด่นสะดุดตามาก

ก็เด็กคนนี้ช่างดูบอบบางและน่ารักเหลือเกิน!

ถ้าไม่ใช่เพราะมีชายวัยกลางคนหน้าตาดุๆ ยืนคุมอยู่ข้างๆ ป่านนี้คงมีคนเข้าไปขอถ่ายรูปด้วยแล้ว

"คุณหนูครับ เราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ เดือนพฤษภาฯ อากาศร้อน เดี๋ยวจะเป็นลมแดดเอาได้นะครับ"

ถังถังเบะปาก "ถังถังสัญญากับคุณย่าไว้แล้วว่าจะรอตรงนี้! ถ้าไปที่อื่น เดี๋ยวคุณย่าหาถังถังไม่เจอ!"

พ่อบ้านซุนถอนหายใจ

เมื่อเช้าถังถังรบเร้าจะมาสวนสนุกให้ได้ เขาเลยต้องตามมาดูแล ไม่นึกเลยว่าจะเป็นการมานัดเจอกับคนบ้านตระกูลเจียง

เขาชักสงสัยว่าตระกูลเจียงทำของใส่อะไรคุณหนูทั้งสองหรือเปล่า

ไม่โผล่มาก่อนหน้านี้ ไม่โผล่มาหลังจากนี้ แต่ดันมาโผล่เอาตอนที่คุณหนูใหญ่เริ่มดูตัว

ตามหลักเหตุผลแล้ว คนระดับนั้นไม่น่าจะรู้ข่าวพวกนี้ได้

ถ้ามีใครจงใจจัดฉาก หาผู้ชายที่หน้าตาคล้ายเด็กๆ มาสวมรอย มันก็น่ากลัวเกินไปแล้ว...

ยิ่งช่วงหลายปีมานี้ คุณหนูใหญ่ทำงานเด็ดขาด สร้างศัตรูไว้ไม่น้อย

มีคนมากมายรอซ้ำเติมตอนคุณหนูใหญ่พลาดพลั้ง

ดูท่าเรื่องนี้ต้องรายงานให้คุณหนูใหญ่ทราบทันทีที่กลับไป

ความคิดของถังถังนั้นเรียบง่าย เธอมองไปรอบๆ แล้วเห็นเจียงหลินเดินลงมาจากรถแท็กซี่พอดี

ใบหน้าจิ้มลิ้มพลันเปื้อนยิ้มอย่างดีใจ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ

เธอกางแขนออกแล้ววิ่งถลาเข้าไปหาทันที

"พ่อจ๋า!"

"คุณย่า คุณปู่!"

ทันทีที่จ้าวเซี่ยลงจากรถ เธอก็ได้ยินเสียงเล็กๆ ใสแจ๋ว หันไปมองตามเสียงก็เห็นแม่หนูน้อยน่ารักกำลังวิ่งซอยเท้าสั้นๆ เข้ามาหา

"ถังถัง!"

เจียงหลินลังเล หรือจะเรียกว่าทำตัวไม่ถูกก็ได้

ถังถังพุ่งเข้ากอดขาเจียงหลินหมับ "พ่อจ๋า! ถังถังรู้ว่าพ่อต้องมาแน่ๆ!"

"เสียดายที่พี่ชายออกมาเล่นด้วยไม่ได้ ไม่งั้นพี่ชายต้องดีใจมากแน่ๆ"

"พี่ชายคิดถึงพ่อมากเลยนะ"

เจียงหลินย่อตัวลง ลูบแก้มยุ้ยๆ ของถังถังอย่างกล้าๆ กลัวๆ "พ่อ... พ่อรู้แล้ว"

"ถังถัง..."

เจียงหลินมีความในใจมากมายอยากจะพูด แต่เรื่องพวกนี้พูดกับเด็กไปก็เท่านั้น เด็กคงไม่เข้าใจความรู้สึกซับซ้อนของผู้ใหญ่

เด็กน้อยรู้แค่ว่าพ่ออยู่ด้วย เธอก็มีความสุขมากแล้ว

"พ่อจ๋า ถังถังอยากนั่งรถไฟลอยน้ำ!" ถังถังโบกไม้โบกมือ "เขาบอกว่าต้องมีผู้ใหญ่นั่งไปด้วยถึงจะเล่นได้"

เจียงหลินพลอยยิ้มตามรอยยิ้มของลูก "ได้สิ เดี๋ยวเราไปนั่งรถไฟกัน"

ถังถังดีใจจนเนื้อเต้น "ไปกันๆ!"

เจียงหลินหันไปมองพ่อบ้านซุน "คุณจะไปด้วยกันไหมครับ?"

พ่อบ้านซุนยิ้มแบบฝืนๆ "แน่นอนสิครับ ไม่อย่างนั้นผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณมีเจตนาอะไรกับคุณหนูของเรา?"

"ถังถังกับถังโต้วเป็นเด็กมีความคิดเป็นของตัวเอง ความสุขของเด็กๆ สำคัญก็จริง แต่ความปลอดภัยสำคัญยิ่งกว่า"

"อีกอย่าง เด็กน่ะหลอกง่าย แต่ผู้ใหญ่หลอกไม่ได้หรอกนะครับ"

"โดยเฉพาะคนบ้านนี้ ยิ่งหลอกยาก"

เจียงหลินได้ยินวาจาเหน็บแนมของพ่อบ้านซุนก็รู้ตัวว่ากำลังโดนขู่

เขาเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไร

เขารู้ดีว่าห้ามเปิดเผยเรื่องผลตรวจ DNA เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นถ้าแม่ของถังถังกับถังโต้วรู้เข้า เธออาจจะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด ซ่อนตัวเด็กๆ ไม่ให้เขาได้เจออีกเลย

ถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

ความคิดเดียวของเขาตอนนี้คือ ขอแค่ได้ใช้เวลาดีๆ กับลูก ส่วนเรื่องอื่นเขาไม่อยากคิด ขอโฟกัสแค่ปัจจุบันก็พอ

ขอแค่ลูกมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว

"นี่คุณ..." จ้าวเซี่ยฟังแล้วก็ของขึ้นเหมือนกัน พวกเขาจะมีจุดประสงค์อะไรได้? ผลตรวจ DNA ก็ยืนยันแล้วว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเรา เป็นครอบครัวเดียวกันแท้ๆ ต้องให้คนนอกมาตั้งแง่สงสัยเจตนาด้วยหรือไง?

แต่เจียงเจี้ยนจวินดึงแขนภรรยาไว้ "อย่าพูดอะไรเลย"

แม้ถังถังจะยังไม่เข้าใจความหมายของผู้ใหญ่มากนัก แต่เธอเห็นสีหน้าของพ่อดูไม่ค่อยดี จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความน่าเกรงขามเลยสักนิดว่า "พ่อบ้านซุน ห้ามตามถังถังกับพ่อมานะ!"

พูดจบ ถังถังก็ยกมือน้อยๆ ขึ้นมาคลึงหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของเจียงหลิน "พ่อจ๋า อย่าทำหน้าเศร้าสิ!"

"เดี๋ยวถังถังจะช่วยไล่คนนิสัยไม่ดีคนนี้ไปเอง!"

จบบทที่ บทที่ 9 หนิงเสวี่ยเสียศูนย์

คัดลอกลิงก์แล้ว