- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขชาติกำเนิด
- บทที่ 37: การแก้ไขชาติกำเนิดครั้งที่สอง!
บทที่ 37: การแก้ไขชาติกำเนิดครั้งที่สอง!
บทที่ 37: การแก้ไขชาติกำเนิดครั้งที่สอง!
บทที่ 37: การแก้ไขชาติกำเนิดครั้งที่สอง!
รัศมีพลังที่ฉู่หยุนเผยออกมาก่อนหน้านี้ อยู่ในระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณขั้นต้นจริงๆ
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ก่อนที่จะมายังตำหนักตะวันออก ฉู่หยุนที่รู้แผนการขององค์รัชทายาทล่วงหน้าแล้ว ได้ให้จอมปราชญ์ว่านเหลยผนึกระดับพลังของตนเองไว้โดยตรง
คงเหลือไว้เพียงระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณขั้นต้นก็พอ
นี่ก็เพื่อไม่ให้ตัวตนของ "เซียวเหยียน" ถูกเปิดโปง
ก็แหม... อุตส่าห์เรียกของล้ำค่าขนาดนั้นไปแล้ว ถ้าต้องมาพังเพราะงานเลี้ยงห่วยๆ แค่งานเดียว มีหวังได้เสียดายจนตายห่ากันพอดี
เมื่อได้ฟังคำพูดที่เสแสร้งสุดๆ ของฉู่หรง ฉู่หยุนก็ตอบกลับไปว่า: "เทียบกับพี่ใหญ่แล้ว ยังห่างไกลนัก"
"น้องเก้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว ข้าอายุมากกว่าเจ้าอยู่บ้าง หากเจ้าอายุเท่าข้า ระดับพลังย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน"
ฉู่หยุนยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวอะไรอีก แล้วกลับไปยังที่นั่งของตน
"น้องเก้า ข้าได้ยินมาว่า ตอนที่เจ้ากลับมาทีแรก ระดับพลังของเจ้าเหมือนจะอยู่แค่ระดับรวบรวมปราณไม่ใช่รึ?"
"เหตุใดเพียงไม่กี่วัน ก็ทะลวงขึ้นสู่ระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณได้แล้ว?"
"หรือว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ เจ้าไปเจอโชคชะตาพิเศษอะไรมางั้นรึ?" องค์ชายห้าฉู่หยู่เอ่ยถามหยั่งเชิง
ฉู่หยุนตอบกลับอย่างสุขุม: "พี่ห้าต้องฟังผิดมาแน่แล้ว ตอนที่ข้ากลับมา ก็อยู่ระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณขั้นต้นอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้เท่านั้นเอง"
องค์ชายห้าฉู่หยู่พยักหน้า: "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง"
"น้องเก้า ข้าสังเกตว่าพลังที่เจ้าฝึกฝน ดูเหมือนจะเป็นวิชาสายพลังโลหิต"
"เรื่องนี้ทำให้ข้านึกถึงบุคคลผู้เป็นที่กล่าวขานในเมืองหลวงช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา" องค์ชายแปดฉู่ฮ่าวเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน
"น้องแปด เจ้าหมายถึง... เซียวเหยียนที่สร้างชื่อจากการต่อสู้ที่หอหมอกพิรุณใช่หรือไม่?" องค์ชายเจ็ดฉู่เป้ยถาม
"ถูกต้อง" ฉู่ฮ่าวพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง "ตามข่าวลือ เซียวเหยียนผู้นั้นฝึกฝนวิชาสายโลหิต ด้วยพลังเพียงระดับแก่นทองคำขั้นต้น กลับสามารถสังหารนักสู้ระดับแก่นทองคำขั้นสูงสุดของหอหมอกพิรุณได้โดยไร้รอยขีดข่วน"
"พรสวรรค์เช่นนี้ หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า!"
"น่าเสียดายที่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า เซียวเหยียนผู้นี้มาจากที่ใด มีรูปโฉมเป็นเช่นไร"
"มิฉะนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องไปทำความรู้จักให้ได้"
ฉู่หย่วน (นางมารฟ้า) โพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย: "ก็ฝึกวิชาสายโลหิตเหมือนกันนี่ เผื่อน้องเก้าคือเซียวเหยียน แล้วเจ้าก็ได้ทำความรู้จักสมใจแล้วไง"
ฉู่หยุนหันขวับไปมองนางมารฟ้าในทันที
เขารู้ว่านางจงใจพูด แต่ก็ทำเอาเขาใจหายวาบ "ยัยผู้หญิงคนนี้... ช่างหาเรื่องตื่นเต้นให้คนอื่นเก่งจริง!"
คนอื่นๆ ในโถงเมื่อได้ยิน ก็พากันยิ้มออกมา
ทุกคนต่างก็มองว่าคำพูดของฉู่หย่วนเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นเท่านั้น
แม้จะฝึกวิชาสายโลหิตเหมือนกัน แต่องค์ชายเก้าคือเซียวเหยียนงั้นรึ?
มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
คนหนึ่งระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณ อีกคนระดับแก่นทองคำ
ความแตกต่างระหว่างทั้งสอง มันห่างกันราวฟ้ากับเหวโดยสิ้นเชิง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาขององค์รัชทายาท
ฉู่หยุนมันเป็นตัวอะไร?
มีปัญญาอะไรมาเทียบกับเซียวเหยียนที่จะเข้าร่วมตำหนักตะวันออกของเขางั้นรึ?!
นั่นมันเป็นการดูหมิ่นเซียวเหยียนชัดๆ!
"น้องแปด วางใจเถอะ"
"ในเมื่อเจ้ามีใจอยากจะผูกมิตรกับเซียวเหยียน ข้าในฐานะพี่ใหญ่ จะพยายามทำความปรารถนาของเจ้าให้เป็นจริงอย่างสุดความสามารถ!"
คำพูดขององค์รัชทายาท ทำให้องค์ชายแปดรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่เขาก็ยังกล่าวว่า: "เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณพี่ใหญ่แล้ว"
............
จากนั้น ก็เข้าสู่ช่วงที่น่าเบื่อที่สุดของงานเลี้ยง
ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการพูดจาตามมารยาท องค์รัชทายาทในฐานะเจ้าภาพ ก็ได้แนะนำให้ฉู่หยุนรู้จักกับภูมิหลังของเหล่าคุณหนูคุณชายในที่นั้น
ฉู่หยุนดื่มคารวะพวกเขาทีละคน พูดจาไร้สาระไปสองสามประโยค
จนกระทั่งดึกดื่น งานเลี้ยงครั้งนี้จึงได้สิ้นสุดลง
ฉู่หยุนและหลัวเฟิงกลับไปยังจวนองค์ชาย
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักข้างของตำหนักตะวันออก
องค์รัชทายาทฉู่หรง, ฉู่หย่วน (นางมารฟ้า), ท่านหญิงแคว้นกวนซาน เป่ยหลานฉี, รวมถึงหวังหานชั่วและอ๋องแคว้นกวนซานที่พักอยู่ในตำหนักตะวันออกตลอด ต่างก็นั่งอยู่ในตำหนัก
"ระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณขั้นต้น... เรื่องนี้นับว่าเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง"
"ไอ้ลูกนอกคอกนั่นอยู่ข้างนอกมากว่ายี่สิบปี กลับยังสามารถทะลวงถึงระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณได้"
"ดูจากรูปการณ์แล้ว พรสวรรค์ของมันคงไม่เลวนัก ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นคนอื่น ในนิกายเล็กๆ ห่างไกลอย่างนิกายจิ่วหัว ทรัพยากรก็ขาดแคลน จะมีความเร็วในการทะลวงระดับเช่นนี้ได้อย่างไร?"
หวังหานชั่ววิเคราะห์อย่างเยือกเย็น
แม้ว่าระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณขั้นต้น ในหมู่เหล่าอัจฉริยะของเมืองหลวง จะไม่นับว่าอยู่ในระดับแนวหน้า
แต่ต้องรู้ว่า ฉู่หยุนอาศัยอยู่ในนิกายที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างนิกายจิ่วหัว เทียบกับทรัพยากรชั้นเลิศที่พวกเขาได้รับนั้นเทียบกันไม่ได้เลย
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังสามารถไปถึงระดับเปลี่ยนสภาพลมปราณขั้นต้นได้!
นี่ก็คงอธิบายได้ด้วยคำว่า "พรสวรรค์" เท่านั้น
สีหน้าขององค์รัชทายาทเคร่งขรึมลงเล็กน้อย แววตาเย็นชาลง: "หึ รอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน ก็ถึงเวลาตายของมันแล้ว"
"อีกอย่าง เราก็กำลังจะได้อัจฉริยะเหนือโลกอย่างเซียวเหยียนมาแล้ว ถึงตอนนั้นเมื่อบ่มเพาะเขาอย่างดี ไม่ต้องพูดถึงไอ้ลูกนอกคอกที่บังเอิญรอดตายมาได้ ต่อให้เป็นไอ้สอง ก็มีแต่ต้องถูกบดขยี้เท่านั้น!"
"ถึงเวลานั้น คนรุ่นก่อนก็มีเสด็จแม่คอยคานอำนาจไว้ ส่วนคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ ก็จะถูกเราปกครองโดยสมบูรณ์ ทั่วทั้งต้าเซี่ย จะไม่มีใครหลุดพ้นจากการควบคุมอำนาจของเราไปได้!"
วาจาขององค์รัชทายาท เผยให้เห็นถึงความต้องการที่จะควบคุมและความทะเยอทะยานอันละโมบของตนเองอย่างไม่ปิดบัง
"ฝ่าบาท เช่นนั้นแล้ว ต่อไปจะต้องส่งคนไปจับตาดูฉู่หยุนหรือไม่?"
"เพราะด้วยพรสวรรค์ของเขาในตอนนี้ หากเขาไปชักชวนเหล่าตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองมาเป็นพวก เกรงว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการในอนาคตของเราได้บ้าง" อ๋องแคว้นกวนซานทูลเตือน
องค์รัชทายาทส่ายหน้าอย่างมั่นใจสุดๆ: "ท่านอ๋อง ท่านมองมันสูงเกินไปแล้ว"
"ฝีมือที่มันแสดงออกมาในวันนี้ อยู่เหนือความคาดหมายของเราก็จริง"
"แต่มันยังห่างไกลจากระดับที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้ของเราได้"
"ตอนนี้มันก็เป็นแค่มดปลวกตัวหนึ่ง ถ้าไม่ติดว่าลุงของมัน อสุราจอมปราชญ์ยังคงอยู่ในวังหลวง เราสามารถหาคนมาบี้มันให้ตายได้ทุกที่ทุกเวลา!"
"ท่านเคยเห็นใครต้องคอยจับตามองมดปลวกตัวหนึ่งด้วยรึ?"
อ๋องเป่ยซานได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก
หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยกันถึงความคืบหน้าของหินผลึกโลหิตหมื่นปีและทารกปีศาจระดับนิพพานขั้นสูงสุดอีกเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันไป
.........
วันรุ่งขึ้น
ฉู่หยุนตื่นแต่เช้าตรู่ เหตุผลหลักก็คือ คูลดาวน์ของการแก้ไขชาติกำเนิดสิ้นสุดลงแล้ว
"ระบบ ตรวจสอบแต้มแก้ไข"
[แต้มแก้ไข: 6400]
"แนะนำชาติกำเนิดดีๆ มาสักสองสามอันสิ ข้าจะดูหน่อยว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง"
[ชาติกำเนิดที่แนะนำมีดังนี้:
[ลูกนอกสมรสของฮองเฮาหลานจี: 2000 แต้มแก้ไข]
[ศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสแห่งภูเขาบรรพชน: 1500 แต้มแก้ไข]
[ศิษย์ปิดสำนักของเจ้าสำนักนิกายเทพโลหิต: 1700 แต้มแก้ไข]
[บิดาขององค์รัชทายาทฉู่หรง: 4000 แต้มแก้ไข]
[น้องชายของผู้ดูแลใหญ๋หอหมอกพิรุณ สวี่เหนียน: 6000 แต้มแก้ไข]
[สหายต่างวัยของเสนาบดีเมิ่งฉางจ้ง: 4800 แต้มแก้ไข]
[คนรักสุดหัวใจในชาติก่อนของนางมารฟ้า: 6000 แต้มแก้ไข]
[ความเสียดายในชาติก่อนของจักรพรรดินีสวรรค์ลิขิต เมิ่งหรูเสวี่ย: 8000 แต้มแก้ไข]
[ศิษย์เพียงคนเดียวของเซียวเหยาจื่อ: 10000 แต้มแก้ไข]
[เจ้าสำนักประตูรากษส: 15000 แต้มแก้ไข]
[พี่น้องของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์หมีเทียน: 20000 แต้มแก้ไข]
..................]
เมื่อเห็นชาติกำเนิดที่แนะนำเหล่านี้ มุมปากของฉู่หยุนก็กระตุกไม่หยุด
ลูกนอกสมรสของฮองเฮา... คงต้องว่างจัดจริงๆ ถึงจะไปแก้ไขอันนี้
กระทั่งบิดาของฉู่หรงก็ยังมี
ให้ตายสิ! นี่ระบบจะให้เขาสวมหมวกเขียวให้เสด็จพ่อของตัวเองเลยเรอะ?!
แต่เขาก็อยากจะเห็นหน้าตาขององค์รัชทายาทตอนเรียกตัวเองว่า "ท่านพ่อ" อยู่เหมือนกันนะ ฉากนั้นต้องสุดยอดแน่ๆ
แต่ว่ามันก็ออกจะเพี้ยนเกินไปหน่อย
"ระบบ เดี๋ยวนี้เจ้าชักจะแนะนำเก่งขึ้นทุกวันนะ"
"นี่เจ้าคิดจะเอาดีทางสายเพี้ยนรึไง?" ฉู่หยุนบ่นในใจ
[ระบบ: อิอิอิ เจ๋งไหมล่ะ นายท่าน?]
[ท่านก็สามารถเป็นคน (ระบบ) ที่เจ๋งและเพี้ยนเหมือนข้าได้นะ]