- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขชาติกำเนิด
- บทที่ 16: จักรพรรดินีสวรรค์ลิขิต, เมิ่งหรูเสวี่ย!
บทที่ 16: จักรพรรดินีสวรรค์ลิขิต, เมิ่งหรูเสวี่ย!
บทที่ 16: จักรพรรดินีสวรรค์ลิขิต, เมิ่งหรูเสวี่ย!
แก้ระดับพลังใหม่ และก็ลดคำราชาศัพท์ให้มันอ่านง่ายขึ้นน่ะ ถ้ามีปัญหาตรงไหนบอกได้ หรือ แปลพลาดตรงไหนแจ้งด้ว
บทที่ 16: จักรพรรดินีสวรรค์ลิขิต, เมิ่งหรูเสวี่ย!
"ถ้าพูดแบบนี้ ด้วยพลังของกูตอนนี้ จะไปถึงระดับไหนได้วะ?" ฉู่หยุนเอ่ยถาม
【ระดับพลังปัจจุบันของนายท่านอยู่ที่ระดับแก่นทองคำขั้นต้น แต่พลังต่อสู้ที่แท้จริง เรียกได้ว่าไร้เทียมทานภายใต้ระดับวิญญาณแรกกำเนิด!】
【ยิ่งไปกว่านั้น หากนายท่านสามารถฝึกฝนและใช้พลังเทวะประจำกาย 'โลกาสวรรค์โลหิต' ของรากกระดูกเทพโลหิตสวรรค์ได้อย่างคล่องแคล่ว ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิด นายท่านก็ยังสามารถเปิดศึกได้!】
เมื่อได้ฟังดังนั้น ฉู่หยุนก็พอจะเข้าใจภาพรวมพลังของตัวเองในตอนนี้ได้บ้างแล้ว
ไร้เทียมทานภายใต้ระดับวิญญาณแรกกำเนิด... สำหรับเขาในตอนนี้ มันก็เกินพอแล้ว!
หากมองไปทั่วทั้งรุ่นเยาว์ของราชวงศ์ต้าเซี่ย ตอนนี้เขา... ไม่มีคู่ต่อสู้แล้ว!
"ใช้การ์ดอัญเชิญบุคคลระดับจอมปราชญ์นั่นซะ"
【กำลังใช้งานการ์ดอัญเชิญบุคคลระดับจอมปราชญ์ โปรดรอสักครู่...】
ฟุ่บ!!
หลังจากการ์ดอัญเชิญถูกใช้งาน พลันมิติเบื้องหน้าของฉู่หยุนก็ถูกพลังบางอย่างฉีกกระชากออกอย่างรุนแรง
บุรุษร่างกำยำศีรษะโล้นเลี่ยนผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากภายใน
"ว่านเหลยคารวะนายท่าน!"
ทันทีที่บุรุษหัวโล้นผู้นี้ปรากฏตัว ใบหน้าของเขาก็ฉายแววองอาจเปี่ยมบารมี ทั่วทั้งร่างราวกับแผ่พุ่งไปด้วยอำนาจสวรรค์แห่งอัสนีบาต
เขาก้มศีรษะคารวะฉู่หยุนอย่างนอบน้อมที่สุด
【ติ๊ง!】
【อัญเชิญสำเร็จ จอมปราชญ์ว่านเหลย】
【คำแนะนำ: บุคคลที่ถูกอัญเชิญโดยระบบ จะมีความภักดีและเชื่อฟังหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ต่อให้นายท่านสั่งให้พวกเขาฆ่าตัวตาย พวกเขาก็จะไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว】
【และบุคคลที่ระบบอัญเชิญมา ต่อให้ห่างจากนายท่านนับหมื่นลี้ ก็สามารถใช้จิตเชื่อมต่อ ติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย】
ฉู่หยุนมองจอมปราชญ์ว่านเหลยเบื้องหน้า พลางคิดในใจ: "เปิดหน้าต่างข้อมูลของจอมปราชญ์ว่านเหลย"
【นาม: จอมปราชญ์ว่านเหลย】
【ระดับพลัง: จอมปราชญ์ขั้นปลาย】
【กายา: กายาศักดิ์สิทธิ์เทพสายฟ้า】
【รากกระดูก: ระดับศักดิ์สิทธิ์】
"เชี่ยยยย!!"
"สมกับที่เป็นของจากระบบ... มีแต่ของพรีเมียมจริงๆ!"
"ทั้งรากกระดูกทั้งกายา... แม่งเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ในตำนานทั้งคู่เลยเว้ย!"
ฉู่หยุนถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
ระดับรากกระดูกในดินแดนหยวนเจี้ย แบ่งออกเป็นระดับหนึ่งถึงสิบ หลังจากระดับสิบ ก็จะเป็นระดับปฐพี, ระดับนภา, ระดับราชันย์ และระดับศักดิ์สิทธิ์
ส่วนกายา ก็ส่วนกายา ก็แบ่งเป็นกายาธรรมดา, กายายุทธ์, กายาวิญญาณ, กายาเร้นลับ, กายาราชันย์ และกายาศักดิ์สิทธิ์
โดยพื้นฐานแล้ว ผู้ฝึกตนในดินแดนหยวนเจี้ย แค่มีรากกระดูกระดับปฐพีหรือกายาวิญญาณ ก็ถูกนับว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว
ส่วนพวกที่ถูกขนานนามว่าเป็นอสูรร้ายไร้ผู้ต่อต้าน มีแววจะได้เป็นจักรพรรดิ พวกนั้นถึงจะมีกายาราชันย์หรือรากกระดูกระดับศักดิ์สิทธิ์
แต่คนที่ระบบอัญเชิญมานี่ เปิดตัวมาก็เป็นระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นมาตรฐาน ขีดจำกัดในอนาคตของคนพวกนี้คงจะสูงเกินจินตนาการไปไกลโข
"มิต้องมากพิธี"
"จอมปราชญ์ว่านเหลย ต่อไปนี้ท่านเรียกข้าว่า 'องค์ชาย' ก็พอ ไม่ต้องเรียกว่านายท่านอีก"
"นับแต่นี้ไป ท่านจงติดตามอยู่ข้างกายข้า ปกติพยายามอย่าได้เผยกลิ่นอายของท่านออกมา เข้าใจหรือไม่?" ฉู่หยุนกำชับ
"พะย่ะค่ะ องค์ชาย" จอมปราชญ์ว่านเหลยขานรับ
ฉู่หยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไหนๆ ก็ว่างไม่มีอะไรทำก็ออกไปเดินเล่นเสียหน่อย
"ว่านเหลย ไปเดินเล่นกับข้าข้างนอกหน่อย"
"พะย่ะค่ะ องค์ชาย"
ฉู่หยุนพาจอมปราชญ์ว่านเหลยออกไปเดินชมเมืองหลวงให้คุ้นเคย
แต่เพราะตัวเองไม่คุ้นเคยกับสถานที่ เขาจึงเรียกแม่ทัพหลัวเฟิงมาด้วย
ตอนแรกหลัวเฟิงยังคงสงสัยกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของว่านเหลยข้างกายฉู่หยุน
แต่ฉู่หยุนอธิบายไปว่า ว่านเหลยเป็นคนสนิทของตนเอง หลัวเฟิงจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก
………
จวนอัครเสนาบดี
ยามนี้ ภายในห้องนอนของสตรีที่ตกแต่งอย่างงดงามสไตล์โบราณ อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมชวนฝัน ราวกับทำให้ผู้คนหลุดเข้าไปในดินแดนแห่งความฝัน ล่องลอยเคลิบเคลิ้ม จมดิ่งสู่ภวังค์
"คุณหนูเจ้าคะ ได้ยินมาว่าองค์ชายเก้าฉู่หยุนกลับมาถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้ว"
"ฝ่าบาททรงเตรียมจวนและข้ารับใช้ไว้ให้ล่วงหน้า ทั้งพระสนมซือยังส่งคนสนิทของนางไปอีกคนหนึ่ง ทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับเขามากเจ้าค่ะ"
หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สตรีงดงามที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์คนหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านข้าง รายงานข่าวให้กับหญิงงามตรงหน้า
หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีคราม รูปโฉมของนางเรียกได้ว่างามล่มเมือง คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตาคมดุจใบหลิว รูปร่างนั้นสมบูรณ์แบบจนหาที่ติติงมิได้
เอวบางสะโพกผาย กลมกลึงได้รูป งดงามราวกับภาพวาดชั้นเลิศ
รัศมีที่เย็นชาสูงส่งของนาง ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกมิอาจล่วงเกิน ในแววตาเต็มไปด้วยความเฉยเมย
ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในราชวงศ์ต้าเซี่ยนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาของนางแม้แต่น้อย
นามของนางคือ เมิ่งหรูเสวี่ย เป็นธิดาของอัครเสนาบดีแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยคนปัจจุบัน เมิ่งฉางจ้ง
และยังเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในหมู่คนรุ่นเยาว์ของราชวงศ์ต้าเซี่ยทั้งหมด!
ผู้ที่ตามจีบนาง พูดแบบไม่เกินจริงเลยก็คือ สามารถอัดแน่นจนเต็มหนึ่งแคว้นได้สบายๆ!
ตั้งแต่องค์ไท่จื่อ, องค์ชายของราชวงศ์ต้าเซี่ย
ไปจนถึงผู้ฝึกตนอิสระธรรมดาๆ ในใจลึกๆ ล้วนอยากจะใกล้ชิดสนิทสนมกับนาง
แต่น่าเสียดาย ที่เมิ่งหรูเสวี่ยนั้นหยิ่งทะนงในตัวเอง ผู้คนมากมายที่อยากจะพบนาง ล้วนถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
อย่าว่าแต่คนรุ่นเยาว์เลย บางครั้งแม้แต่หน้าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง เมิ่งหรูเสวี่ยก็ไม่เคยไว้ให้
สำหรับเมิ่งหรูเสวี่ยแล้ว บรรดาผู้ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในดินแดนแห่งนี้ ไม่มีใครอยู่ในสายตาของนางเลยสักคน
ชาวโลกหารู้ไม่ แม้ว่าปกติเมิ่งหรูเสวี่ยจะแทบไม่ออกจากบ้าน
แต่ระดับพลังของนาง หลังจากการฝึกฝนมากว่ายี่สิบปี ก็ได้มาถึงระดับทลายมิติขั้นสุดยอดแล้ว
ระดับทลายมิติในวัยยี่สิบกว่าปี... นี่มันแนวคิดบ้าอะไรกัน?
ในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ต้าเซี่ย ผู้ฝึกตนที่บรรลุระดับทลายมิติได้เร็วที่สุด ล้วนต้องใช้เวลาถึงหกสิบปี
คนอย่างเมิ่งหรูเสวี่ย เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
หากเรื่องนี้ถูกประกาศออกไป ทั่วทั้งราชวงศ์ต้าเซี่ยคงต้องสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง
แม้แต่พวกเฒ่าหัวงูระดับเทวะ ก็ไม่มีทางนั่งอยู่เฉยๆ ได้แน่นอน
ทว่าเหตุผลหลักที่ทำให้เมิ่งหรูเสวี่ยสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ เป็นเพราะตัวตนที่แท้จริงของนาง
นางคือผู้กลับชาติมาเกิด ในชาติก่อน นางคือจักรพรรดินีสวรรค์ลิขิตที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนหยวนเจี้ย
ผู้กุมลิขิตแห่งสวรรค์ นั่งอย่างมั่นคงบนขุนเขาแห่งโชคชะตา แผ่อำนาจไปทั่วแปดทิศ!
แม้แต่จักรพรรดิองค์อื่นๆ ก็ยังต้องเกรงกลัวจักรพรรดินีสวรรค์ลิขิตเช่นนางอยู่สามส่วน
แต่ถึงจะแข็งแกร่งเพียงนั้น ในตอนที่นางแย่งชิงสมบัติจากนอกพิภพชิ้นหนึ่งกับนางมารฟ้า เพราะพลังของทั้งสองแข็งกร้าวเกินไป จึงได้ผ่าสมบัติชิ้นนั้นออกเป็นสองส่วนโดยตรง
และเมื่อพลังของสมบัติชิ้นนั้นถูกปลดปล่อยออกมา ร่างจริงของนางและนางมารฟ้าก็ถูกทำลายล้างไปในบัดดล
โชคยังดีที่ทั้งสองต่างได้รับสมบัติคนละครึ่ง พลังของมันได้หลอมรวมเข้ากับวิญญาณของพวกนาง ทำให้นางกลับชาติมาเกิดใหม่ได้
เมิ่งหรูเสวี่ยรู้ดีอยู่ในใจว่า ในเมื่อนางสามารถอาศัยสมบัติชิ้นนี้กลับชาติมาเกิดได้ เช่นนั้นนางมารฟ้าก็ต้องยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน
หลายปีมานี้ เมิ่งหรูเสวี่ยแอบสั่งให้คนตามหาร่องรอยของนางมารฟ้ามาตลอด แต่จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรมากนัก
"ก็แค่องค์ชายที่หายตัวไปแล้วเพิ่งกลับมา ถึงแม้เบื้องหลังจะมีตระกูลซือหนุนหลัง แต่พรรคพวกขององค์ไท่จื่อก็หยั่งรากลึกในเมืองหลวงมานานหลายปี รากฐานของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่เด็กเมื่อวานซืนอย่างเขาจะเทียบได้"
"ไม่ว่าจะสู้กันซึ่งๆ หน้าหรือเล่นสกปรก ไอ้เด็กที่ชื่อฉู่หยุนนั่น... ไม่มีทางชนะได้หรอก"
หลังจากได้ฟังคำพูดของสตรีงดงามข้างกาย นางก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉยเมย
ในน้ำเสียงนั้น แฝงไว้ด้วยความไม่สนใจ และความดูแคลนที่มีต่อฉู่หยุน
ในสายตาของนาง องค์ชายเก้าที่ควรจะตายไปแล้วกลับมาอีกครั้ง หากเขาไม่คิดจะชิงบัลลังก์ วันหน้าก็ต้องตายอยู่ดี
หากเขาคิดจะชิงบัลลังก์ เมื่อเทียบกับองค์ไท่จื่อที่มีผู้ติดตามมากมาย ก็แทบจะไม่มีโอกาสชนะเลย
คนที่ยังไงก็ต้องตาย นางย่อมไม่สนใจจะไปทำความรู้จักอยู่แล้ว