- หน้าแรก
- จุติใหม่องค์หญิงใหญ่ ชายาพราวเสน่ห์ผู้เป็นนายเหนือหัว
- บทที่ 30 ฮั่วอิงอัน
บทที่ 30 ฮั่วอิงอัน
บทที่ 30 ฮั่วอิงอัน
บทที่ 30 ฮั่วอิงอัน
ไม่นานหลังจากกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลจั้น กู้หนานเยี่ยนก็ได้รับข้อความทางวีแชทจากจั้นหลิงเฟิง
— — [พรุ่งนี้ออกไปข้างนอกซะ อย่าอยู่บ้านตระกูลจั้น]
— — [พรุ่งนี้ฮั่วอิงอันจะมาที่บ้าน ผมกลัวเธอจะทำร้ายคุณ]
— — [ฮั่วอิงอันเป็นคนร้ายกาจ ผมเกรงว่าคุณจะรับมือเธอไม่ไหว พรุ่งนี้หลบหน้าเธอไปก่อนดีกว่า]
— — [ผมจะพยายามรีบเคลียร์งานและกลับไปให้ถึงมะรืนนี้]
กู้หนานเยี่ยนเพิ่งอาบน้ำเสร็จพอดีเมื่อเห็นข้อความเหล่านี้จากจั้นหลิงเฟิง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ ว่า "รับทราบ เชิญถอยไปได้"
จั้นหลิงเฟิงที่กำลังรอคำตอบจากกู้หนานเยี่ยนอย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่ปลายทางถึงกับพูดไม่ออก "..."
เธอหมายความว่ายังไง? ที่บอกว่าให้ถอยไปได้น่ะ? นี่เขาเป็นแค่ลูกน้องที่มารายงานข่าวหรือไง?
ความโกรธกรุ่นๆ ก่อตัวขึ้นในอก จั้นหลิงเฟิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนตาบอดจุดโคม... ทำเรื่องไร้ประโยชน์สิ้นดี!
เธอไม่สนใจเลยสักนิด และไม่เห็นค่าความหวังดีของเขาเลย
ฮั่วอิงอันกับจั้นหลิงเฟิงเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน ตอนเด็กๆ ฮั่วอิงอันมีนิสัยห้าวหาญเหมือนทอมบอย ตัดผมสั้นกุด จั้นหลิงเฟิงจึงมองเธอเป็นเหมือนน้องชายมาตลอด
จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ฮั่วอิงอันก็ไว้ผมยาวและมาสารภาพรัก บอกว่าชอบเขา
จั้นหลิงเฟิงรับไม่ได้ที่ 'น้องชาย' จะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรัก เขาจึงหนีไปเรียนต่อต่างประเทศ และตั้งแต่นั้นมาเขาก็พยายามตีตัวออกห่างจากฮั่วอิงอัน
แต่ฮั่วอิงอันกลับยิ่งมุ่งมั่นกว่าเดิม ประกาศกร้าวว่าจะต้องเอาชนะใจจั้นหลิงเฟิงให้ได้ ตราบใดที่เขายังไม่แต่งงาน เธอก็จะไม่ยอมแพ้
ต่อมา จั้นหลิงเฟิงแต่งงานกับกู้หนานเยี่ยนตามคำสัญญาหมั้นหมายของคุณปู่ เขาคิดว่าเมื่อแต่งงานแล้ว ฮั่วอิงอันคงจะถอดใจไปเอง
แต่ที่ไหนได้ เมื่อครู่ฮั่วอิงอันเพิ่งโทรหาเขา บอกว่าจะมาดูกู้หนานเยี่ยนให้เห็นกับตาว่าเป็นผู้หญิงแบบไหน
ถ้ากู้หนานเยี่ยนโดดเด่นและคู่ควรพอ เธอก็จะยอมถอย
แต่ถ้ากู้หนานเยี่ยนมีดีแค่หน้าตาและนิสัยแย่ เธอจะ 'จัดการ' กู้หนานเยี่ยนแทนจั้นหลิงเฟิง แล้วเดินหน้าจีบเขาต่อ
จั้นหลิงเฟิงรู้นิสัยของฮั่วอิงอันดี เธอเป็นประเภทกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
เขาเป็นห่วงว่ากู้หนานเยี่ยนจะเพลี่ยงพล้ำให้กับฮั่วอิงอัน จึงได้ส่งข้อความเตือนให้เธอหลบไปก่อน ไม่นึกเลยว่ากู้หนานเยี่ยนจะไม่ยี่หระเลยสักนิด
จั้นหลิงเฟิงรู้สึกเหมือนความหวังดีของตัวเองกลายเป็นหมัน
ฮึ! เขาจะไม่สนใจเธอแล้ว ปล่อยให้เธอได้ลิ้มรสความร้ายกาจของฮั่วอิงอันดูบ้าง
จั้นหลิงเฟิงงอนตุ๊บป่อง ตัดสินใจปล่อยให้กู้หนานเยี่ยนเผชิญชะตากรรมลำบากสักหน่อย
ตัดภาพมาที่บ้านตระกูลจั้น
กู้หนานเยี่ยนไม่ได้เก็บคำพูดของจั้นหลิงเฟิงมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย แต่เธอกลับรู้สึกพึงพอใจกับทัศนคติของเขา
ใช้ได้... รู้จักเป็นห่วงเป็นใยภรรยา
กู้หนานเยี่ยนยึดถือหลักการปูนบำเหน็จความดีความชอบมาโดยตลอด การกระทำของจั้นหลิงเฟิงทำให้เธอพอใจมาก สมควรได้รับรางวัล
แต่จะให้อะไรเป็นรางวัลดีล่ะ?
จั้นหลิงเฟิงเป็นถึงสามี คู่ชีวิตของเธอ ของขวัญดาดๆ ย่อมไม่คู่ควร
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้หนานเยี่ยนก็สั่งให้ป้าเฉียน แม่บ้านไปหาดินสำหรับปั้นและรูปถ่ายของจั้นหลิงเฟิงมาให้
กู้หนานเยี่ยนลงมือปั้นตุ๊กตาดินเผาตัวน้อยที่มีหน้าตาเหมือนจั้นหลิงเฟิงทุกกระเบียดนิ้วโดยดูแบบจากรูปถ่าย
เมื่อทำเสร็จ เธอก็ล้างมือ ถ่ายรูปผลงาน แล้วส่งไปให้จั้นหลิงเฟิง
— — [รางวัลสำหรับคุณ]
เวลานี้ จั้นหลิงเฟิงซึ่งอยู่ต่างประเทศกำลังนั่งอ่านเอกสารด้วยสีหน้าบึ้งตึง
จั้นอี้และจั้นเลี่ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างตัวสั่นงันงก ไม่รู้ว่าท่านประธานเป็นอะไร จู่ๆ ก็อารมณ์เสียขึ้นมา
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนวีแชทก็ดังขึ้น
จั้นหลิงเฟิงเปิดดูด้วยสีหน้าเย็นชา เห็นข้อความและรูปภาพที่กู้หนานเยี่ยนส่งมา
รางวัล? รางวัลอะไร?
จั้นหลิงเฟิงขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่ากู้หนานเยี่ยนเล่นลูกไม้อะไร เขาใช้นิ้วแตะที่รูปภาพเพื่อขยายดู
ใบหน้าที่ดูมีชีวิตชีวาเหมือนหน้าของเขาเปี๊ยบปรากฏขึ้นแก่สายตา
เมื่อพิจารณาดูดีๆ ถึงได้รู้ว่ามันคือตุ๊กตาดินปั้นตัวจิ๋ว
วินาทีนั้น ความรู้สึกซับซ้อนหลากหลายถาโถมเข้ามาในใจของจั้นหลิงเฟิง เขานั่งมองรูปตุ๊กตาดินปั้นนั้นอย่างเหม่อลอย
กู้หนานเยี่ยนปั้นสิ่งนี้เองเหรอ?
ที่แท้เธอก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อคำเตือนของเขา แต่เธอเก็บความซาบซึ้งไว้ในใจเงียบๆ ต่างหาก
ริมฝีปากของจั้นหลิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
กู้หนานเยี่ยนคงเป็นผู้หญิงประเภทพูดน้อยต่อยหนัก ไม่ถนัดแสดงออก เขาเกือบจะเข้าใจเธอผิดไปเสียแล้ว
เธอคงใช้เวลานานมากในการปั้นตุ๊กตาตัวนี้ให้ออกมาเหมือนจริงและเก็บรายละเอียดสีหน้าได้ดีขนาดนี้ เธอคงต้องจ้องมองรูปถ่ายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างตั้งใจแน่ๆ แสดงว่าเธอมีเขาอยู่ในใจจริงๆ
เมื่อมองดูตุ๊กตาดินปั้นในรูป จั้นหลิงเฟิงสัมผัสได้ถึงความรักอันบริสุทธิ์และจริงใจของกู้หนานเยี่ยนอย่างเต็มเปี่ยม
พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เขาเข้าใจผิดและโกรธเธอ จั้นหลิงเฟิงก็รู้สึกผิดอย่างมหันต์
เขาต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จและรีบกลับบ้านไปปกป้องกู้หนานเยี่ยน ไม่ให้ฮั่วอิงอันมารังแกเธอได้
หลังจากกู้หนานเยี่ยนส่งรูปไป เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เธวางตุ๊กตาดินปั้นไว้ข้างๆ อย่างไม่แยแส แล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
โลกใบนี้มีสิ่งน่าสนใจมากมายก่ายกอง เวลาช่างมีไม่พอ แล้วเรื่องอะไรเธอจะต้องเอาเวลาทั้งหมดไปทิ้งขว้างกับผู้ชายด้วยล่ะ?
ในฐานะองค์หญิงใหญ่ การที่ยอมลดตัวลงมาปั้นตุ๊กตาให้สามีด้วยตัวเอง ก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
หลังจากอ่านหนังสือไปสักพัก ท้องฟ้าก็มืดลง และกู้หนานเยี่ยนก็ผล็อยหลับไปอย่างสบายใจ
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่กู้หนานเยี่ยนและคนอื่นๆ ทานอาหารเช้าเสร็จ ฮั่วอิงอันก็เดินทางมาถึง
เมื่อได้ยินพ่อบ้านประกาศว่าฮั่วอิงอันมาถึงแล้ว สีหน้าของจั้นอี้หรานก็เปลี่ยนไปทันที เธอรีบคว้าแขนกู้หนานเยี่ยนเตรียมจะพาไปซ่อน
"พี่สะใภ้ รีบไปเร็วเข้า! ฮั่วอิงอันชอบพี่ชายหนู ยัยนั่นเป็นศัตรูหัวใจของพี่นะ! นิสัยชีร้ายกาจมาก หนูละกลัวว่าพี่จะโดนรังแก"
"ใครกำลังนินทาฉันอยู่ฮะ?"
เสียงผู้หญิงดังแทรกเข้ามา ก่อนที่หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผมซอยสั้นประบ่า จะเดินอาดๆ เข้ามาในห้อง
เธอสวมชุดสูทผู้หญิงคัตติ้งเนี้ยบ ดูทะมัดทะแมงและมีความสามารถ
นี่คือฮั่วอิงอัน
ทันทีที่เข้ามา ฮั่วอิงอันก็กวาดตามองกู้หนานเยี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ "หึ หน้าตาก็สวยดีนี่ แต่สวยไปก็ไร้ประโยชน์ เป็นแค่ไม้ประดับราคาแพง"
กู้หนานเยี่ยนตบไหล่จั้นอี้หรานเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน แล้วหันไปมองฮั่วอิงอัน
ต่างจากฮั่วอิงอัน สายตาของเธอไม่ได้มองด้วยความจับผิดหรือดูถูก แต่เป็นการสังเกตอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์
หลังจากประเมินเสร็จ กู้หนานเยี่ยนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คุณคงเป็นฮั่วอิงอันสินะ จั้นหลิงเฟิงบอกว่าคุณร้ายกาจมาก ฉันก็นึกว่าหมายถึงคุณเก่งกาจมีความสามารถ แต่ไม่นึกเลยว่าจะหมายถึงปากคอเราะรายแบบนี้"
"คุณเป็นถึงผู้จัดการทั่วไปของฮั่วกรุ๊ปใช่ไหม? ฉันนึกว่าผู้หญิงที่ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงๆ จะต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก มีสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ที่เหนือกว่าคนทั่วไป แต่คุณฮั่วกลับทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ ที่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ทราบว่าที่บริษัทของคุณฮั่ว คัดเลือกคนเข้าทำงานจากหน้าตาด้วยหรือเปล่า?"
"แก—"
หน้าของฮั่วอิงอันแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย กู้หนานเยี่ยนเป็นแค่ดาราต๊อกต๋อย กล้าดียังไงมาสั่งสอนเธอฉอดๆ แบบนี้
"แกคิดว่าแกเป็นใคร? กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้? เชื่อไหมว่าฉันสามารถทำลายชื่อเสียงแกได้ด้วยคำพูดแค่ประโยคเดียว?"
"เชื่อสิ"
กู้หนานเยี่ยนพยักหน้า "นั่นไม่ใช่ความสามารถถนัดของคุณฮั่วหรอกเหรอ? ดีแต่ใช้ฝีปาก ฟาดงวงฟาดงา และข่มขู่ชาวบ้านไปวันๆ ช่างเก่งกาจเสียจริงๆ!"
กู้หนานเยี่ยนรู้สึกผิดหวังในตัวฮั่วอิงอันจากใจจริง
ในแคว้นต้าฉีก็มีสตรีที่มีความสามารถมากมาย เพื่อที่จะแสดงศักยภาพของตน พวกนางต้องอดทนต่อความยากลำบาก ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อสร้างชื่อเสียงในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่
ความพยายามที่พวกนางทุ่มเทนั้น มากกว่าผู้ชายในตำแหน่งเดียวกันหลายเท่าตัว
พวกนางยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น แต่หนทางกลับยากลำบากเหลือแสน
กู้หนานเยี่ยนเคยคิดว่าฮั่วอิงอันจะเป็นหญิงแกร่งที่น่านับถือ แต่ไม่คิดเลยว่าจะตื้นเขินและกลวงเปล่าขนาดนี้
น่าผิดหวังอย่างยิ่ง
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น กู้หนานเยี่ยนก็ไม่อยากจะเสวนาวิสาสะกับฮั่วอิงอันอีกแม้แต่คำเดียว เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
ฮั่วอิงอันตะโกนไล่หลัง ไม่เคยมีใครกล้าเมินเธอแบบนี้มาก่อน ยัยนี่มันก็แค่ดาราปลายแถว ใครให้ความกล้ามาทำตัวอวดดีแบบนี้?
กู้หนานเยี่ยนไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอสั่งพ่อบ้านด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ป้าเฉียน ส่งแขก"