- หน้าแรก
- จุติใหม่องค์หญิงใหญ่ ชายาพราวเสน่ห์ผู้เป็นนายเหนือหัว
- บทที่ 25 องค์หญิงชอบของแปลกใหม่
บทที่ 25 องค์หญิงชอบของแปลกใหม่
บทที่ 25 องค์หญิงชอบของแปลกใหม่
บทที่ 25 องค์หญิงชอบของแปลกใหม่
เพียงแค่เหลือบมองแวบเดียว ทนายเปี้ยนก็เหมือนต้องมนต์สะกด
สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอ ดูคลิปวิดีโอ "เสี่ยวหรานเรียนวาดภาพพู่กันจีน" ตั้งแต่ต้นจนจบ
โอ้พระเจ้า นี่เป็นฝีมือการวาดของกู้หนานเยี่ยนจริงๆ เหรอเนี่ย?
เธอไม่ควรเข้าวงการบันเทิงเลยจริงๆ เธอควรจะเอาดีทางด้านการวาดภาพมากกว่า
ถ้าเธอเอาดีด้านนี้ ป่านนี้คงโด่งดังเป็นพลุแตกไปนานแล้ว โอ้ เสียดายของจริงๆ ที่ดันหลงไปอยู่ในวงการบันเทิงซะได้!
เดิมทีทนายเปี้ยนตั้งใจจะโทรหาจั้นอี้หรานเพื่อบอกว่าท่านปรมาจารย์เล่ออยากพบเธอ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาจะไปหาด้วยตัวเอง เขาอยากเห็นภาพวาดเหล่านั้นกับตาตัวเอง โดยเฉพาะภาพ 'หงส์เพลิงนิพพาน'
มันช่างงดงามเหลือเกิน น่าตื่นตะลึงเกินไปแล้ว!
ทนายเปี้ยนรอไม่ไหวแม้แต่นาทีเดียว เขารีบบึ่งรถไปที่บ้านตระกูลจั้นทันที
ประโยคแรกที่เขาพูดเมื่อเจอหน้าจั้นอี้หรานคือ "ขอผมดูภาพหงส์เพลิงนิพพานหน่อยได้ไหมครับ?"
จั้นอี้หรานเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "ทนายเปี้ยน คุณก็เล่น Douyin ด้วยเหรอคะ? นึกว่าคนงานยุ่งอย่างคุณจะไม่มีเวลามาไถฟีดซะอีก"
"คุณหนูสามครับ ได้โปรดให้ผมดูเร็วๆ เถอะครับ"
ทนายเปี้ยนรอไม่ไหวแล้ว จึงรีบเร่งเร้า
"ไปกันเถอะค่ะ" จั้นอี้หรานเดินนำทนายเปี้ยนไป
ภาพ 'หงส์เพลิงนิพพาน' ถูกใส่กรอบและแขวนไว้อย่างสวยงามในห้องเก็บสะสมผลงานศิลปะเรียบร้อยแล้ว
ก่อนจะมาถึง ทนายเปี้ยนคาดการณ์ไว้แล้วว่าภาพต้นฉบับจะต้องสวยงามกว่าที่เห็นในคลิปแน่นอน แต่ถึงจะเตรียมใจมาแล้ว ทันทีที่ได้เห็นภาพจริง ทนายเปี้ยนก็ยังอดตกตะลึงจนตัวสั่นไม่ได้
แม่เจ้าโว้ย แม่เจ้าโว้ย แม่เจ้าโว้ย... เขาอุทานคำว่า 'แม่เจ้าโว้ย' ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะระงับสติอารมณ์ไม่ให้เสียกิริยาได้
อ๊ากกก มันสวยเกินไปแล้ว!
"ขอผมสัมผัสหน่อยได้ไหมครับ?" ทนายเปี้ยนถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ภาพนี้เป็นของจริงแน่เหรอ?
จั้นอี้หรานปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! เกิดคุณทำพังขึ้นมาจะว่ายังไง? รีบดูเร็วๆ เข้า แค่มองก็พอแล้ว ว่าแต่ทนายเปี้ยนมาทำไมคะเนี่ย มีธุระอะไรกับหนูเหรอ?"
ทนายเปี้ยนนึกถึงจุดประสงค์ในการมาเยือนได้ในที่สุด "ท่านปรมาจารย์เล่อฉางให้ผมมาเรียนเชิญคุณหนูกับคุณผู้หญิงไปพบครับ"
"พบพวกเรา?"
จั้นอี้หรานชี้มาที่ตัวเอง ตอนแรกเธอยังงงๆ แต่เพียงครู่เดียวก็เข้าใจแจ่มแจ้ง "ท่านปรมาจารย์เล่อเห็นคลิปสั้นที่หนูลงใช่ไหมคะ? ท่านชื่นชมภาพหงส์เพลิงนิพพานจริงๆ ใช่ไหม?"
ทนายเปี้ยนพยักหน้า "ท่านปรมาจารย์เล่อชมว่าคุณผู้หญิงเป็นอัจฉริยะ มีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพสูงส่งอย่างหาตัวจับยาก"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
จั้นอี้หรานระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เยี่ยมไปเลย! ขนาดท่านปรมาจารย์เล่อยังชมพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอ คราวนี้ให้ยัยเล่อเสวียนจีได้เห็นซะบ้างว่าจะยังกล้าหยิ่งผยองอยู่อีกไหม?
ถึงจั้นอี้หรานจะไม่ชอบขี้หน้าเล่อเสวียนจี แต่เธอก็เคารพนับถือท่านปรมาจารย์เล่ออย่างมาก ช่วงนี้เธอติดตามอาจารย์เรียนรู้เรื่องภาพวาดจีนแขนงต่างๆ จึงตระหนักดีถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ของท่านปรมาจารย์เล่อในวงการศิลปะ เธอเองก็เคยเห็นผลงานของท่านมามากและชื่นชมท่านจากใจจริง
"ทนายเปี้ยน เชิญกลับไปก่อนเถอะค่ะ หนูจะรีบไปบอกข่าวดีนี้กับพี่สะใภ้เดี๋ยวนี้เลย"
พูดจบ เธอก็วิ่งปรู๊ดขึ้นไปชั้นบน
ทนายเปี้ยนก็รีบวิ่งตามเธอไปติดๆ
"พี่สะใภ้คะ พี่สะใภ้ หนูมีข่าวดีมาบอก!" จั้นอี้หรานตะโกนเรียกตั้งแต่ยังวิ่งไม่ถึงบันไดขั้นบนสุด
แต่พอวิ่งขึ้นไปถึง เธอกลับแพ้ความเร็วของทนายเปี้ยน
ทนายเปี้ยนชิงพูดตัดหน้าเธอซะงั้น "คุณผู้หญิงครับ ผมมีข่าวดี ท่านปรมาจารย์เล่อฉางชื่นชมผลงานของคุณมากและประสงค์จะขอพบคุณครับ"
ตาแก่ทนายเปี้ยนนี่ น่ารำคาญจริงๆ มาแย่งบทเธอทำไมเนี่ย?
จั้นอี้หรานหันขวับไปมองทนายเปี้ยนตาเขียวปัด ส่งสายตาอาฆาตใส่
แต่ทนายเปี้ยนไม่สนใจจั้นอี้หรานเลยแม้แต่น้อย ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งตรงไปที่กู้หนานเยี่ยน
"คุณผู้หญิงครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอบังอาจสักเล็กน้อย ขอผมสัมผัสชายเสื้อคุณหน่อยได้ไหมครับ?"
ทั้งภาพ "หงส์เพลิงนิพพาน" และตัวกู้หนานเยี่ยนเองดูไม่เหมือนจริงเลยสักนิด ทนายเปี้ยนแค่อยากลองสัมผัสชายเสื้อเธอดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
"ไสหัวไปเลยนะ!" จั้นอี้หรานโกรธจัด ตาแก่นี่บังอาจจะมาลวนลามพี่สะใภ้ของเธอ เชิญไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้
ด้วยความโมโห จั้นอี้หรานจึงสั่งให้คนรับใช้มาลากตัวทนายเปี้ยนออกไปทันที
หลังจากทนายเปี้ยนถูกไล่ออกไปแล้ว ตัวเธอเองกลับค่อยๆ ใช้นิ้วเกี่ยวชายเสื้อของกู้หนานเยี่ยนเบาๆ
ฮิฮิ มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่มีสิทธิ์จับชายเสื้อพี่สะใภ้!
"พี่สะใภ้คะ เล่อฉางเป็นจิตรกรที่มีพรสวรรค์มาก เราไปพบเขาดีไหมคะ?"
กู้หนานเยี่ยนพยักหน้า "แน่นอนสิ"
เธอแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ชัดเจน และไม่เคยเอาความโกรธไปลงที่คนอื่น เรื่องของเด็กๆ ไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่ อีกอย่าง กู้หนานเยี่ยนเคยเห็นผลงานของเล่อฉางแล้ว ฝีมือดีทีเดียว ดีพอที่จะเป็นช่างเขียนหลวงได้เลย
กู้หนานเยี่ยนเคารพคนมีฝีมือทุกคน และเล่อฉางเองก็เป็นผู้อาวุโสด้วย
"เยี่ยมไปเลยค่ะพี่สะใภ้ งั้นเราไปกันเดี๋ยวนี้เลย! หนูมีคำถามอยากถามท่านปรมาจารย์เล่อตั้งเยอะแยะ"
จั้นอี้หรานตื่นเต้นจนแทบกระโดดโลดเต้น ลากแขนกู้หนานเยี่ยนไปเลือกชุด
"พี่สะใภ้คะ ใส่ชุดฮั่นฝูดีไหมคะ? หนูว่าบุคลิกพี่เหมาะกับชุดฮั่นฝูมากๆ เลย"
จั้นอี้หรานคิดแบบนั้นจริงๆ พี่สะใภ้ของเธอมีออร่าบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เหมือนมีความเป็นอิสระเสรีแบบปัญญาชนยุคเว่ยจิ้น แต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจบารมีแบบจักรพรรดิ ทั้งงดงามและสูงส่ง
จะให้อธิบายเจาะจงก็พูดไม่ถูก แต่เธอแค่รู้สึกว่าพี่สะใภ้เหมาะกับชุดโบราณมากๆ
"ชุดฮั่นฝู?" กู้หนานเยี่ยนเลิกคิ้ว
จั้นอี้หรานพยักหน้าหงึกๆ พลางยื่นแคตตาล็อกแฟชั่นให้กู้หนานเยี่ยนดู
สำหรับคุณหนูตระกูลร่ำรวยอย่างจั้นอี้หราน แบรนด์หรูชั้นนำและดีไซเนอร์เสื้อผ้าชั้นสูงมักจะส่งแคตตาล็อกคอลเลกชันใหม่ล่าสุดมาให้เลือกถึงบ้านเป็นประจำ หลายชุดยังไม่ทันวางขายในตลาดด้วยซ้ำ แต่กลับถูกส่งมาให้เธอเลือกก่อนแล้ว
กู้หนานเยี่ยนตอนแรกเข้าใจว่าฮั่นฝูหมายถึงเสื้อผ้าสมัยราชวงศ์ฮั่นโดยเฉพาะ แต่พอเปิดดูแคตตาล็อกสักพัก ก็รู้ว่ามันหมายถึงเสื้อผ้าโบราณโดยรวม ไม่ได้จำกัดแค่ยุคใดหนึ่ง
"ไม่เอาชุดฮั่นฝู" กู้หนานเยี่ยนปิดสมุดแคตตาล็อกลง
จั้นอี้หรานแปลกใจ เธอนึกว่าพี่สะใภ้จะชอบเสียอีก แต่กลับปฏิเสธ เธอเลยถามด้วยความสงสัย "ทำไมล่ะคะ?"
กู้หนานเยี่ยนหลุบตาลงเล็กน้อย "ฉันใส่มาจนเอือมแล้ว"
เธอใส่ชุดโบราณมาตลอดยี่สิบกว่าปี เบื่อจะแย่อยู่แล้ว
แถมดีไซน์ในแคตตาล็อกก็ดูลิเกไปหน่อย ทั้งเนื้อผ้าและการตัดเย็บก็ดูด้อยคุณภาพ กู้หนานเยี่ยนมองแล้วไม่ถูกใจเอาเสียเลย
เสื้อผ้าที่เธอเคยใส่ ต่อให้เป็นแค่ผ้าธรรมดาๆ ผืนเดียว ก็มีมูลค่ามหาศาล ปักเย็บอย่างประณีตบรรจงโดยช่างฝีมือชาวเจียงหนานนับพันคน ทีละฝีเข็ม
เมื่อได้เห็นของดีๆ มามาก กู้หนานเยี่ยนจึงมองข้ามสิ่งที่คนสมัยใหม่เรียกว่าสินค้าแบรนด์เนมไปเลย
ของพวกนั้นก็แค่ของที่ถูกปั่นกระแส ไม่คุ้มค่าที่จะเอ่ยถึง เทียบไม่ได้เลยกับของล้ำค่าที่แท้จริง
เธอเคยมี 'กระโปรงร้อยวิหค' ซึ่งเป็นเครื่องบรรณาการจากเมืองขึ้น ถักทอจากขนนกนานาชนิดนับไม่ถ้วน ต้องระดมกำลังคนทั้งแคว้น ชาวบ้านต่างช่วยกันจับนก คัดเลือกช่างปักฝีมือดีที่สุดในแผ่นดิน ใช้เวลาถึงสามปีกว่าจะทอเสร็จสักผืน
กระโปรงร้อยวิหคมีความงดงามตระการตา สีสันจะแปรเปลี่ยนไปตามมุมมองที่แสงตกกระทบ
แต่ภายหลัง กู้หนานเยี่ยนสั่งห้ามไม่ให้มีการถวายกระโปรงร้อยวิหคเป็นเครื่องบรรณาการอีก เพราะเพื่อกระโปรงเพียงผืนเดียว นกหลายสายพันธุ์ต้องสูญพันธุ์ไป ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ
ในฐานะองค์หญิงเจิ้นกั๋ว กู้หนานเยี่ยนเป็นรองเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น หากเธอหลงระเริงในความฟุ้งเฟ้อ แคว้นต้าฉีทั้งแคว้นคงต้องทุ่มเทกำลังทรัพย์เพื่อสรรหาของหายากและแปลกประหลาดมาประเคนให้เธอ ซึ่งจะเป็นการขูดรีดประชาชนและผลาญทรัพยากรของชาติ ทำลายความมั่นคงของต้าฉี
กู้หนานเยี่ยนไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้น
ดังนั้น เธอจึงไม่เคยชื่นชมของหายากและแปลกประหลาดเหล่านั้นเลย
กู้หนานเยี่ยนเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เลือกเสื้อไหมพรมแคชเมียร์กับกางเกงยีนส์ออกมา แล้วหยิบแจ็กเก็ตหนังสุดเท่กับรองเท้าบูตมาร์ตินมาสวมทับ
"ชุดนี้แหละดี"
กู้หนานเยี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจ
อุตส่าห์ข้ามภพมาอยู่ยุคปัจจุบันทั้งที ผู้หญิงสามารถแต่งตัวได้อย่างอิสระ ใส่กางเกงได้ ไม่จำเป็นต้องนุ่งกระโปรง
เธอคงบ้าแน่ๆ ถ้าจะกลับไปใส่ชุดโบราณรุ่มร่ามพวกนั้นอีก
ขืนใส่ชุดเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง แล้วมันจะต่างอะไรกับตอนยังไม่ข้ามภพล่ะ? เสียเที่ยวเปล่าๆ
คนยุคปัจจุบันที่ไม่เคยใส่ชุดโบราณ ย่อมสนใจในความงดงามหรูหราของเครื่องแต่งกายย้อนยุคและอยากลองสวมใส่
แต่กู้หนานเยี่ยนเกิดและโตมาในยุคโบราณ ใส่ชุดพวกนั้นทุกวันจนเบื่อหน่ายแล้ว
กู้หนานเยี่ยนชอบของใหม่ๆ เธอใจกว้างและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่เคยยอมให้อดีตมาจำกัดกรอบชีวิต
เธออยากลองทำอะไรที่แตกต่างออกไปบ้าง
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง เล่อเสวียนจีกำลังนอนดิ้นพล่านอยู่บนเตียง ร้องโอดโอย
ทำไม ทำไมกัน เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?
กู้หนานเยี่ยนวาดภาพหงส์เพลิงนิพพานได้ยังไง?
เมื่อกี้เล่อเสวียนจีลองค้นหาชื่อกู้หนานเยี่ยนในโทรศัพท์ ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นมามีแต่ข่าวลือแย่ๆ ทั้งนั้น
อย่างเช่น 'เกาะกระแสดาราตัวแม่ อ้างว่าหน้าเหมือน';
'สร้างกระแสคู่จิ้นกับไอดอลชายชื่อดัง แอบบอกใบ้ว่าคบกัน';
และพฤติกรรมกลั่นแกล้งคนอื่น ตีหน้าเศร้าเรียกคะแนนสงสาร... รวมความ 'ตอแหล' ไว้ครบสูตร
คนที่มีนิสัยเลวร้ายขนาดนี้ จะวาดภาพระดับปรมาจารย์อย่าง "หงส์เพลิงนิพพาน" ได้ยังไง?
เดี๋ยวนะ... เล่อเสวียนจีนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง คลิปสั้นใน Douyin เห็นแค่มือ ไม่เห็นหน้า บางทีกู้หนานเยี่ยนอาจจะไม่ได้วาดเองก็ได้
และต่อให้เธอวาดเองจริงๆ เล่อเสวียนจีก็ยังเกลียดเธออยู่ดี!
ผู้หญิงแบบนี้ ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อจับผู้ชายรวยๆ แต่งงาน ไม่คู่ควรที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับองค์หญิงฉางหนิงเลยสักนิด
ยิ่งคิด เล่อเสวียนจีก็ยิ่งเกลียด เธอรู้สึกว่ากู้หนานเยี่ยนไม่คู่ควรที่จะใช้เทคนิคการวาดภาพขององค์หญิงฉางหนิง สุดท้ายเธอก็ร้องไห้อัดหมอนด้วยความโมโห
เธอหงุดหงิดมาก จึงเปิดโทรศัพท์ฟังเพลง 'จิตพิสุทธิ์' ของเจียเหอเพื่อระงับอารมณ์ ซึ่งก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง
เล่อเสวียนจีดำดิ่งไปกับเสียงร้องของเจียเหอ
เสียงของเจียเหอช่างไพเราะเหลือเกิน ได้ยินมาว่าเจียเหอแต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองเองด้วย ช่างเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่มีพรสวรรค์จริงๆ