เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?

บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?

บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?


บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?

ซูเสี่ยวเนี่ยน: “...”

พูดจริง ๆ นะ ถ้าไม่ใช่เพราะในกระดูกดำของเธอยังพอมีคุณธรรมที่เรียกว่า “เคารพคนแก่ เมตตาเด็ก” หลงเหลืออยู่บ้างล่ะก็ รับรองเลยว่าเธอจะซัดหมัดเปรี้ยงเข้าให้ ให้ตาแก่นี่รู้ซึ้งเลยว่า... นรกบนดินมันเป็นยังไง !

“...ตาแก่เหยียน คุณคิดว่าคนอย่างฉัน ซูเสี่ยวเนี่ยน เป็นพวกเห็นแก่เงินงั้นเหรอ ?” ซูเสี่ยวเนี่ยนขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด ๆ ขณะเอ่ยถาม

เสียง ‘กรอด ๆ ’ ที่ดังลอดออกมาฟังดูน่าขนลุกพิลึก ทำเอาหนังตาของเหยียนเฉิงซงกระตุกยิก ๆ เขาแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา โดยไม่เปลี่ยนความคิดเดิมแม้แต่น้อย “แล้วไม่ใช่หรือไง ?”

เหอะ ! นังผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไร้การอบรมสั่งสอน แม้แต่คำเรียกขานที่สุภาพก็ยังพูดไม่เป็น...

คนแบบนี้ไม่คู่ควรกับเหลนรักของเขาเลยสักนิด !

รีบกำจัดทิ้งไปเร็ว ๆ นั่นแหละดีที่สุด

“อืม... ถ้าคุณว่าใช่ ก็ใช่ตามนั้นก็ได้... ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเรามาคิดบัญชี ‘ค่าขายลูกชาย’ กันให้ละเอียดหน่อยดีกว่า”

ซูเสี่ยวเนี่ยนข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ แล้วฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี พลางยิงฟันพูดว่า “คนอย่างฉันเนี่ยนะ ! จนมาตั้งแต่เด็กจนชินแล้ว พอคนเรามันจนศักดิ์ศรีมันก็กินไม่ได้ พอศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ ใครพูดอะไรก็ต้องเออออห่อหมกไปหมด ต่อให้ต้องขายลูกกิน ฉันก็ยอม... อืม ว่าแต่ ถ้ามีโอกาสได้รับ ‘ลาภก้อนโต’ จากการขายลูกชายมาวางกองอยู่ตรงหน้าแบบนี้ คุณคิดว่าฉันจะทำยังไงคะ ?”

เหยียนเฉิงซงนัยน์ตาไหววูบ แค่นเสียงฮึในลำคอ “แล้วเธอจะทำยังไง ?”

แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่านังผู้หญิงคนนี้มันงกเงินตัวแม่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะโลภมากได้ขนาดนี้ !

“นี่เธอกล้าจะเอาสมบัติทั้งหมดของตระกูลเหยียนเลยหรือไง ?”

ถุย ! ผู้หญิงชั่วร้ายพรรค์นี้ น่าจะเอาไม้ฟาดให้ตาย ๆ ไปซะสิ้นเรื่องสิ้นราว !

เหยียนเฉิงซงคิดในใจอย่างเงียบงัน พลางขยับไม้เท้าในมือ กะน้ำหนักดูว่าถ้าฟาดให้ตายจริง ๆ จะมีความเป็นไปได้สักกี่เปอร์เซ็นต์

ซูเสี่ยวเนี่ยนหัวเราะ หึหึ “...พูดถูกใจจริง ๆ ! คุณดูสิ ฉันอุตส่าห์ลำบากลำบนวางแผนจับท่านประธานเหยียน จนมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง ‘โต้วโต้ว’ มาเป็นทายาทสืบสกุลให้ตระกูลเหยียนได้... โอกาสทองฝังเพชรขนาดนี้ ถ้าฉันไม่รู้จักไขว่คว้าเอาไว้ ความลำบากที่ผ่านมาของฉันมันก็สูญเปล่าน่ะสิ ?”

“ฝันไปเถอะ !” เหยียนเฉิงซงโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังปัง “ลำพังแค่น้ำหน้าอย่างเธอ ? ยังกล้าเพ้อเจ้ออยากได้สมบัติทั้งหมดของตระกูลเหยียน เธอบ้าไปแล้วหรือเปล่า ?”

“เหอะ ! ฉันบ้า ? ต่อให้พวกคุณบ้ากันทั้งบ้าน ฉันก็ไม่มีวันบ้าหรอกย่ะ !” ซูเสี่ยวเนี่ยนกลอกตามองบน ใส่กลับอย่างไม่เกรงใจ “ตราบใดที่ลูกชายฉันก้าวเท้าเข้าบ้านตระกูลเหยียน ในอนาคตเขาก็ต้องเป็นผู้สืบทอดตระกูลเหยียนทั้งหมดอยู่แล้ว ! วันนี้ ฉัน ซูเสี่ยวเนี่ยน ขอพูดดักคอไว้ตรงนี้เลยนะ... ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ ลูกชายคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน ! สมบัติของเขา ก็คือสมบัติของฉัน... รอบนี้ฟังรู้เรื่องหรือยัง ?”

อยากได้ลูกชายเธอเหรอ ? ได้สิ ! ก็เอาตระกูลเหยียนทั้งตระกูลมาแลก !

แล้วก็ต้องโปรโมชั่น ‘ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง’ พ่วงแม่ตัวแถมอย่างเธอ ซูเสี่ยวเนี่ยน เข้าไปด้วย...

แบบนี้สิถึงจะยุติธรรม !

“ซูเสี่ยวเนี่ยน !” เหยียนเฉิงซงลุกพรวดขึ้น เหวี่ยงไม้เท้าฟาดใส่ศีรษะซูเสี่ยวเนี่ยนเต็มแรง แต่ซูเสี่ยวเนี่ยนไวยิ่งกว่าลิง เธอเอี้ยวตัวหลบด้วยองศาที่พิสดารอย่างรวดเร็ว

โครม ! เสียงกระแทกหนักทึบดังสนั่น ที่วางแขนเก้าอี้ไม้ฮวาหลี (ไม้ประดู่ลาย) ตัวหรูที่ซูเสี่ยวเนี่ยนเพิ่งนั่งเมื่อครู่ ถูกไม้เท้าฟาดจนยุบเป็นหลุมเบ้อเริ่ม เหยียนเฉิงซงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ มือที่จับไม้เท้าสั่นสะท้านเพราะแรงกระแทกจนเจ็บแปลบ แต่ความเจ็บกายยังไม่เท่าความเจ็บใจที่มันจุกอกจนแทบระเบิด ฟาดไม่โดน! น่าโมโหชะมัด !

เหยียนเฉิงซงชักไม้เท้ากลับ กระทืบเท้าเร่า ๆ ตะโกนลั่น “ซูเสี่ยวเนี่ยน ! นี่เธอยังกล้าหลบอีกเรอะ !”

เขาจะตีมัน แต่มันดันกล้าหลบ ? อกตัญญูจริง ๆ...

ถุย ! ผู้หญิงไร้สัมมาคารวะแบบนี้ ยังไงก็ให้เข้าบ้านตระกูลเหยียนไม่ได้เด็ดขาด !

ซูเสี่ยวเนี่ยนถึงกับขำทั้งที่ยังโมโห “ตาแก่เหยียน สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่า ? คุณจะตีฉัน แล้วจะให้ฉันยืนนิ่ง ๆ ให้คุณตีเนี่ยนะ ? ฉันว่าคุณไม่ได้แค่ป่วยหรอก อาการหนักขนาดนี้มันระยะสุดท้ายแล้ว หมดทางเยียวยา !”

“แก... แกยังกล้าด่าฉัน... นังผู้หญิงบ้า นัง...” เหยียนเฉิงซงกัดฟันตะคอกเสียงหลง

เมื่อไม้เท้าทำอะไรไม่ได้ เขาหันไปเห็นที่ทับกระดาษแกะสลักจากหยกขาวเหอเถียนชั้นดีวางอยู่บนโต๊ะ ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้ามาขว้างใส่ทันที

ซูเสี่ยวเนี่ยน: “...”

ระดับฝีมืออย่างเธอ หลบของแค่นี้มันเรื่องจิ๊บจ๊อย !

แต่ว่า... ตระกูลเหยียนนี่รวยล้นฟ้าจริง ๆ ให้ตายสิ !

หลังจากเอี้ยวตัวหลบได้ เธอก็รีบพุ่งไปรับที่ทับกระดาษหยกก้อนนั้นไว้อย่างระมัดระวัง แล้วประคองไว้ในอุ้งมืออย่างทะนุถนอมพลางพูดด้วยความเสียดาย “...ท่านผู้เฒ่า นี่รวยแล้วจะทำตัวไร้สติยังไงก็ได้เหรอ ? หยกเนื้อดีขนาดนี้ เอาไปประมูลขายอย่างต่ำ ๆ ก็ได้หลายแสนหยวนนะคุณ... แต่ดูที่คุณปาเมื่อกี้สิ... เวรกรรม ! เป็นรอยบิ่นเลยเห็นไหม ? จบกัน... ขายไม่ได้ราคาแล้วเนี่ย...” เธอทำหน้าเหมือนโดนเฉือนเนื้อตัวเอง เช็ดแล้วเช็ดอีก ลูบคลำหยกก้อนนั้นอย่างหลงใหล ยิ่งมองก็ยิ่งชอบใจ

“แก... แก... นังผู้หญิงคนนี้ แกกะจะยั่วโมโหให้ฉันอกแตกตายใช่ไหม !” เหยียนเฉิงซงกระทืบไม้เท้า “ตึง ตึง” ตีก็ไม่โดน ด่าก็ไม่ทัน... เลือดลมตีกลับ ความดันโลหิตแทบจะพุ่งทะลุปรอท

“อูย ท่านผู้เฒ่า ใจร่ม ๆ หน่อยค่ะ เกิดเส้นเลือดในสมองแตกโป๊ะขึ้นมา อาณาจักรตระกูลเหยียนอันยิ่งใหญ่ จะตกมาอยู่ในมือฉันเร็วกว่ากำหนดเอานะ” ซูเสี่ยวเนี่ยนทำเสียง เหอะ ๆ ในลำคอ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับความโกรธเกรี้ยวของชายชราเลยแม้แต่น้อย คนแก่แล้วก็งี้แหละ ตะโกนเยอะ ๆ บริหารปอด ดีต่อสุขภาพหัวใจจะตายไป

“อ้อ จริงด้วย ยังมีเช็คห้าล้านที่ตกพื้นอยู่นี่นา ในเมื่อตาแก่เหยียนรวยล้นฟ้าขนาดนี้ ฉันก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจละกันนะ” เธอก้มลงเก็บเช็คห้าล้านขึ้นมา แล้วหันหลังเตรียมเดินออกไป... อืม ถึงเธอจะไม่ใช่ขอทาน แต่เงินห้าล้านก็ไม่ใช่เศษเงิน เก็บไว้เป็นค่าขนมก็ยังดี ถือซะว่าเป็น ‘ค่าทำขวัญ’ ที่โดนด่าแถมโดนไล่ตีเมื่อกี้ก็แล้วกัน

แอ๊ด... เสียงประตูห้องหนังสือเปิดออกแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเหยียนเหวยหานที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาเย็นเยียบ รูปร่างสูงตระหง่านราวกับขุนเขาอันหนักแน่น แผ่กลิ่นอายกดดันมหาศาลถาโถมใส่ซูเสี่ยวเนี่ยนทันทีที่ปรากฏตัว ผู้ชายคนนี้... ไม่ใช่เล่น ๆ เลยแฮะ !

ซูเสี่ยวเนี่ยนชะงักฝีเท้า แววตาไหววูบเล็กน้อย แต่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เธอกำที่ทับกระดาษหยกขาวในมือแน่นขึ้น มุมปากยกยิ้มจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่สงบนิ่ง “คุณเหยียน วันนี้เป็นวันหมั้นของคุณไม่ใช่เหรอคะ ? ไหงมีเวลาว่างมาเดินเล่นแถวนี้ได้ ?”

เช็คห้าล้านในมือยังไม่ทันอุ่น ซูเสี่ยวเนี่ยนเริ่มประเมินสถานการณ์...

ถ้าเหยียนเหวยหานคิดจะมาเอาคืนแทนปู่ของเขา เธอควรจะคืนเช็คห้าล้านนี่ให้เขาไปดีไหมนะ... เ

พราะยังไงเธอก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน และ ‘ยอดหญิงย่อมไม่กินน้ำพริกถ้วยเก่า’ (รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี)... ประเมินจากสายตาแล้ว ถ้าต้องลงไม้ลงมือกัน เธอคงสู้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แน่ ๆ

“เหวยหาน ! แกมาก็ดีแล้ว ! ดูนังผู้หญิงคนนี้สิ ดูสันดานมัน... อ้าปากก็เงิน หุบปากก็เงิน ผู้หญิงแบบนี้ แกจะเอามันไว้ทำไม ฮึ ?” เหยียนเฉิงซงหอบหายใจฮัก ๆ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาชี้หน้าซูเสี่ยวเนี่ยนฟ้องหลานชายฉอด ๆ สั่งให้เหยียนเหวยหานไล่ตะเพิดผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ออกไปจากบ้านตระกูลเหยียนเดี๋ยวนี้

ซูเสี่ยวเนี่ยน: “...”

ตาแก่เหยียนนี่ไร้น้ำยาชะมัด ! อายุปูนนี้แล้ว ยังต้องให้หลานชายมาคอยถือหางให้อีก ?

ตอนนี้เธอคร้านจะใส่ใจสองปู่หลานคู่นี้แล้ว ซูเสี่ยวเนี่ยนชะเง้อมองไปข้างนอก ไม่เห็นเงาร่างเล็ก ๆ ที่คุ้นตา น้ำเสียงจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “เหยียนเหวยหาน ลูกชายฉันอยู่ไหน ? คุณเอาลูกฉันไปไว้ที่ไหน ?”

คำถามของซูเสี่ยวเนี่ยนแฝงความเยือกเย็น ภายใต้ดวงตาที่ดูสงบนิ่งนั้นมีรังสีอำมหิตพาดผ่านวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป สำหรับเธอ ลูกชายคือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าโต้วโต้วเป็นอะไรไปล่ะก็... ซูเสี่ยวเนี่ยนไม่ลังเลเลยที่จะลากคนตระกูลเหยียนทั้งตระกูลลงนรกไปพร้อมกับลูกของเธอ !

ผู้หญิงคนนี้... จิตสังหารแรงกล้าเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด

เหยียนเหวยหานกระตุกมุมปากยิ้มบาง ๆ กวาดสายตามองเธอด้วยท่าทีสุขุม แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ลูกชายคุณ ? คุณแน่ใจเหรอครับว่านั่นไม่ใช่ลูกชายผม ?”

จบบทที่ บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?

คัดลอกลิงก์แล้ว