- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?
บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?
บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?
บทที่ 12: เหยียนเหวยหาน ลูกฉันอยู่ไหน ?
ซูเสี่ยวเนี่ยน: “...”
พูดจริง ๆ นะ ถ้าไม่ใช่เพราะในกระดูกดำของเธอยังพอมีคุณธรรมที่เรียกว่า “เคารพคนแก่ เมตตาเด็ก” หลงเหลืออยู่บ้างล่ะก็ รับรองเลยว่าเธอจะซัดหมัดเปรี้ยงเข้าให้ ให้ตาแก่นี่รู้ซึ้งเลยว่า... นรกบนดินมันเป็นยังไง !
“...ตาแก่เหยียน คุณคิดว่าคนอย่างฉัน ซูเสี่ยวเนี่ยน เป็นพวกเห็นแก่เงินงั้นเหรอ ?” ซูเสี่ยวเนี่ยนขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด ๆ ขณะเอ่ยถาม
เสียง ‘กรอด ๆ ’ ที่ดังลอดออกมาฟังดูน่าขนลุกพิลึก ทำเอาหนังตาของเหยียนเฉิงซงกระตุกยิก ๆ เขาแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา โดยไม่เปลี่ยนความคิดเดิมแม้แต่น้อย “แล้วไม่ใช่หรือไง ?”
เหอะ ! นังผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไร้การอบรมสั่งสอน แม้แต่คำเรียกขานที่สุภาพก็ยังพูดไม่เป็น...
คนแบบนี้ไม่คู่ควรกับเหลนรักของเขาเลยสักนิด !
รีบกำจัดทิ้งไปเร็ว ๆ นั่นแหละดีที่สุด
“อืม... ถ้าคุณว่าใช่ ก็ใช่ตามนั้นก็ได้... ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเรามาคิดบัญชี ‘ค่าขายลูกชาย’ กันให้ละเอียดหน่อยดีกว่า”
ซูเสี่ยวเนี่ยนข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ แล้วฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี พลางยิงฟันพูดว่า “คนอย่างฉันเนี่ยนะ ! จนมาตั้งแต่เด็กจนชินแล้ว พอคนเรามันจนศักดิ์ศรีมันก็กินไม่ได้ พอศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ ใครพูดอะไรก็ต้องเออออห่อหมกไปหมด ต่อให้ต้องขายลูกกิน ฉันก็ยอม... อืม ว่าแต่ ถ้ามีโอกาสได้รับ ‘ลาภก้อนโต’ จากการขายลูกชายมาวางกองอยู่ตรงหน้าแบบนี้ คุณคิดว่าฉันจะทำยังไงคะ ?”
เหยียนเฉิงซงนัยน์ตาไหววูบ แค่นเสียงฮึในลำคอ “แล้วเธอจะทำยังไง ?”
แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่านังผู้หญิงคนนี้มันงกเงินตัวแม่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะโลภมากได้ขนาดนี้ !
“นี่เธอกล้าจะเอาสมบัติทั้งหมดของตระกูลเหยียนเลยหรือไง ?”
ถุย ! ผู้หญิงชั่วร้ายพรรค์นี้ น่าจะเอาไม้ฟาดให้ตาย ๆ ไปซะสิ้นเรื่องสิ้นราว !
เหยียนเฉิงซงคิดในใจอย่างเงียบงัน พลางขยับไม้เท้าในมือ กะน้ำหนักดูว่าถ้าฟาดให้ตายจริง ๆ จะมีความเป็นไปได้สักกี่เปอร์เซ็นต์
ซูเสี่ยวเนี่ยนหัวเราะ หึหึ “...พูดถูกใจจริง ๆ ! คุณดูสิ ฉันอุตส่าห์ลำบากลำบนวางแผนจับท่านประธานเหยียน จนมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง ‘โต้วโต้ว’ มาเป็นทายาทสืบสกุลให้ตระกูลเหยียนได้... โอกาสทองฝังเพชรขนาดนี้ ถ้าฉันไม่รู้จักไขว่คว้าเอาไว้ ความลำบากที่ผ่านมาของฉันมันก็สูญเปล่าน่ะสิ ?”
“ฝันไปเถอะ !” เหยียนเฉิงซงโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังปัง “ลำพังแค่น้ำหน้าอย่างเธอ ? ยังกล้าเพ้อเจ้ออยากได้สมบัติทั้งหมดของตระกูลเหยียน เธอบ้าไปแล้วหรือเปล่า ?”
“เหอะ ! ฉันบ้า ? ต่อให้พวกคุณบ้ากันทั้งบ้าน ฉันก็ไม่มีวันบ้าหรอกย่ะ !” ซูเสี่ยวเนี่ยนกลอกตามองบน ใส่กลับอย่างไม่เกรงใจ “ตราบใดที่ลูกชายฉันก้าวเท้าเข้าบ้านตระกูลเหยียน ในอนาคตเขาก็ต้องเป็นผู้สืบทอดตระกูลเหยียนทั้งหมดอยู่แล้ว ! วันนี้ ฉัน ซูเสี่ยวเนี่ยน ขอพูดดักคอไว้ตรงนี้เลยนะ... ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ ลูกชายคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน ! สมบัติของเขา ก็คือสมบัติของฉัน... รอบนี้ฟังรู้เรื่องหรือยัง ?”
อยากได้ลูกชายเธอเหรอ ? ได้สิ ! ก็เอาตระกูลเหยียนทั้งตระกูลมาแลก !
แล้วก็ต้องโปรโมชั่น ‘ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง’ พ่วงแม่ตัวแถมอย่างเธอ ซูเสี่ยวเนี่ยน เข้าไปด้วย...
แบบนี้สิถึงจะยุติธรรม !
“ซูเสี่ยวเนี่ยน !” เหยียนเฉิงซงลุกพรวดขึ้น เหวี่ยงไม้เท้าฟาดใส่ศีรษะซูเสี่ยวเนี่ยนเต็มแรง แต่ซูเสี่ยวเนี่ยนไวยิ่งกว่าลิง เธอเอี้ยวตัวหลบด้วยองศาที่พิสดารอย่างรวดเร็ว
โครม ! เสียงกระแทกหนักทึบดังสนั่น ที่วางแขนเก้าอี้ไม้ฮวาหลี (ไม้ประดู่ลาย) ตัวหรูที่ซูเสี่ยวเนี่ยนเพิ่งนั่งเมื่อครู่ ถูกไม้เท้าฟาดจนยุบเป็นหลุมเบ้อเริ่ม เหยียนเฉิงซงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ มือที่จับไม้เท้าสั่นสะท้านเพราะแรงกระแทกจนเจ็บแปลบ แต่ความเจ็บกายยังไม่เท่าความเจ็บใจที่มันจุกอกจนแทบระเบิด ฟาดไม่โดน! น่าโมโหชะมัด !
เหยียนเฉิงซงชักไม้เท้ากลับ กระทืบเท้าเร่า ๆ ตะโกนลั่น “ซูเสี่ยวเนี่ยน ! นี่เธอยังกล้าหลบอีกเรอะ !”
เขาจะตีมัน แต่มันดันกล้าหลบ ? อกตัญญูจริง ๆ...
ถุย ! ผู้หญิงไร้สัมมาคารวะแบบนี้ ยังไงก็ให้เข้าบ้านตระกูลเหยียนไม่ได้เด็ดขาด !
ซูเสี่ยวเนี่ยนถึงกับขำทั้งที่ยังโมโห “ตาแก่เหยียน สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่า ? คุณจะตีฉัน แล้วจะให้ฉันยืนนิ่ง ๆ ให้คุณตีเนี่ยนะ ? ฉันว่าคุณไม่ได้แค่ป่วยหรอก อาการหนักขนาดนี้มันระยะสุดท้ายแล้ว หมดทางเยียวยา !”
“แก... แกยังกล้าด่าฉัน... นังผู้หญิงบ้า นัง...” เหยียนเฉิงซงกัดฟันตะคอกเสียงหลง
เมื่อไม้เท้าทำอะไรไม่ได้ เขาหันไปเห็นที่ทับกระดาษแกะสลักจากหยกขาวเหอเถียนชั้นดีวางอยู่บนโต๊ะ ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้ามาขว้างใส่ทันที
ซูเสี่ยวเนี่ยน: “...”
ระดับฝีมืออย่างเธอ หลบของแค่นี้มันเรื่องจิ๊บจ๊อย !
แต่ว่า... ตระกูลเหยียนนี่รวยล้นฟ้าจริง ๆ ให้ตายสิ !
หลังจากเอี้ยวตัวหลบได้ เธอก็รีบพุ่งไปรับที่ทับกระดาษหยกก้อนนั้นไว้อย่างระมัดระวัง แล้วประคองไว้ในอุ้งมืออย่างทะนุถนอมพลางพูดด้วยความเสียดาย “...ท่านผู้เฒ่า นี่รวยแล้วจะทำตัวไร้สติยังไงก็ได้เหรอ ? หยกเนื้อดีขนาดนี้ เอาไปประมูลขายอย่างต่ำ ๆ ก็ได้หลายแสนหยวนนะคุณ... แต่ดูที่คุณปาเมื่อกี้สิ... เวรกรรม ! เป็นรอยบิ่นเลยเห็นไหม ? จบกัน... ขายไม่ได้ราคาแล้วเนี่ย...” เธอทำหน้าเหมือนโดนเฉือนเนื้อตัวเอง เช็ดแล้วเช็ดอีก ลูบคลำหยกก้อนนั้นอย่างหลงใหล ยิ่งมองก็ยิ่งชอบใจ
“แก... แก... นังผู้หญิงคนนี้ แกกะจะยั่วโมโหให้ฉันอกแตกตายใช่ไหม !” เหยียนเฉิงซงกระทืบไม้เท้า “ตึง ตึง” ตีก็ไม่โดน ด่าก็ไม่ทัน... เลือดลมตีกลับ ความดันโลหิตแทบจะพุ่งทะลุปรอท
“อูย ท่านผู้เฒ่า ใจร่ม ๆ หน่อยค่ะ เกิดเส้นเลือดในสมองแตกโป๊ะขึ้นมา อาณาจักรตระกูลเหยียนอันยิ่งใหญ่ จะตกมาอยู่ในมือฉันเร็วกว่ากำหนดเอานะ” ซูเสี่ยวเนี่ยนทำเสียง เหอะ ๆ ในลำคอ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับความโกรธเกรี้ยวของชายชราเลยแม้แต่น้อย คนแก่แล้วก็งี้แหละ ตะโกนเยอะ ๆ บริหารปอด ดีต่อสุขภาพหัวใจจะตายไป
“อ้อ จริงด้วย ยังมีเช็คห้าล้านที่ตกพื้นอยู่นี่นา ในเมื่อตาแก่เหยียนรวยล้นฟ้าขนาดนี้ ฉันก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจละกันนะ” เธอก้มลงเก็บเช็คห้าล้านขึ้นมา แล้วหันหลังเตรียมเดินออกไป... อืม ถึงเธอจะไม่ใช่ขอทาน แต่เงินห้าล้านก็ไม่ใช่เศษเงิน เก็บไว้เป็นค่าขนมก็ยังดี ถือซะว่าเป็น ‘ค่าทำขวัญ’ ที่โดนด่าแถมโดนไล่ตีเมื่อกี้ก็แล้วกัน
แอ๊ด... เสียงประตูห้องหนังสือเปิดออกแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเหยียนเหวยหานที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาเย็นเยียบ รูปร่างสูงตระหง่านราวกับขุนเขาอันหนักแน่น แผ่กลิ่นอายกดดันมหาศาลถาโถมใส่ซูเสี่ยวเนี่ยนทันทีที่ปรากฏตัว ผู้ชายคนนี้... ไม่ใช่เล่น ๆ เลยแฮะ !
ซูเสี่ยวเนี่ยนชะงักฝีเท้า แววตาไหววูบเล็กน้อย แต่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เธอกำที่ทับกระดาษหยกขาวในมือแน่นขึ้น มุมปากยกยิ้มจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่สงบนิ่ง “คุณเหยียน วันนี้เป็นวันหมั้นของคุณไม่ใช่เหรอคะ ? ไหงมีเวลาว่างมาเดินเล่นแถวนี้ได้ ?”
เช็คห้าล้านในมือยังไม่ทันอุ่น ซูเสี่ยวเนี่ยนเริ่มประเมินสถานการณ์...
ถ้าเหยียนเหวยหานคิดจะมาเอาคืนแทนปู่ของเขา เธอควรจะคืนเช็คห้าล้านนี่ให้เขาไปดีไหมนะ... เ
พราะยังไงเธอก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน และ ‘ยอดหญิงย่อมไม่กินน้ำพริกถ้วยเก่า’ (รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี)... ประเมินจากสายตาแล้ว ถ้าต้องลงไม้ลงมือกัน เธอคงสู้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แน่ ๆ
“เหวยหาน ! แกมาก็ดีแล้ว ! ดูนังผู้หญิงคนนี้สิ ดูสันดานมัน... อ้าปากก็เงิน หุบปากก็เงิน ผู้หญิงแบบนี้ แกจะเอามันไว้ทำไม ฮึ ?” เหยียนเฉิงซงหอบหายใจฮัก ๆ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาชี้หน้าซูเสี่ยวเนี่ยนฟ้องหลานชายฉอด ๆ สั่งให้เหยียนเหวยหานไล่ตะเพิดผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ออกไปจากบ้านตระกูลเหยียนเดี๋ยวนี้
ซูเสี่ยวเนี่ยน: “...”
ตาแก่เหยียนนี่ไร้น้ำยาชะมัด ! อายุปูนนี้แล้ว ยังต้องให้หลานชายมาคอยถือหางให้อีก ?
ตอนนี้เธอคร้านจะใส่ใจสองปู่หลานคู่นี้แล้ว ซูเสี่ยวเนี่ยนชะเง้อมองไปข้างนอก ไม่เห็นเงาร่างเล็ก ๆ ที่คุ้นตา น้ำเสียงจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “เหยียนเหวยหาน ลูกชายฉันอยู่ไหน ? คุณเอาลูกฉันไปไว้ที่ไหน ?”
คำถามของซูเสี่ยวเนี่ยนแฝงความเยือกเย็น ภายใต้ดวงตาที่ดูสงบนิ่งนั้นมีรังสีอำมหิตพาดผ่านวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป สำหรับเธอ ลูกชายคือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าโต้วโต้วเป็นอะไรไปล่ะก็... ซูเสี่ยวเนี่ยนไม่ลังเลเลยที่จะลากคนตระกูลเหยียนทั้งตระกูลลงนรกไปพร้อมกับลูกของเธอ !
ผู้หญิงคนนี้... จิตสังหารแรงกล้าเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด
เหยียนเหวยหานกระตุกมุมปากยิ้มบาง ๆ กวาดสายตามองเธอด้วยท่าทีสุขุม แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ลูกชายคุณ ? คุณแน่ใจเหรอครับว่านั่นไม่ใช่ลูกชายผม ?”