- หน้าแรก
- เจ้าหนูจอมป่วน แม่ของฉันคือราชินี
- บทที่ 8: หม่ามี้ผู้ทรงอิทธิพล (แม่ฟาดไม่ยั้ง ! )
บทที่ 8: หม่ามี้ผู้ทรงอิทธิพล (แม่ฟาดไม่ยั้ง ! )
บทที่ 8: หม่ามี้ผู้ทรงอิทธิพล (แม่ฟาดไม่ยั้ง ! )
บทที่ 8: หม่ามี้ผู้ทรงอิทธิพล (แม่ฟาดไม่ยั้ง ! )
ซูเสี่ยวเนี่ยนโกรธจนควันออกหู...
ไอ้สารเลว (เหยียนฉางชิง) นี่ไม่กลัวตายหรือไง !
ส่วนซูโต้วโต้วมองเหยียนฉางชิงด้วยสายตาเหยียดหยาม...
โง่บรม !
งานหมั้นของเหยียนเหวยหานแล้วมันไปหนักหัวคุณตรงไหนไม่ทราบ ?
โต้วโต้วแค่นหัวเราะในใจ มุมปากยกยิ้มเย็นชา ก่อนจะยกมือกอดอกหันไปมองเหยียนเหวยหาน "แดดดี๊ครับ ผมเคยได้ยินมาตลอดว่าแดดดี๊เป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ไม่เคยยอมให้ผู้หญิงสกปรก ๆ เข้าใกล้ไม่ใช่เหรอครับ ? แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ? ทำไมเธอถึงเกาะแขนแดดดี๊แน่นขนาดนั้นแล้วแดดดี๊ไม่รังเกียจล่ะครับ ? "
วินาทีนั้น ศรัทธาของซูโต้วโต้วที่มีต่อเหยียนเหวยหานพังทลายลงดั่งปราสาททราย ! คะแนนความพิศวาสลดฮวบไปทันที 80 เปอร์เซ็นต์ !
ติดลบ ! ให้คะแนนติดลบไปเลย !
ผู้หญิงท่าทางร่านเสน่ห์ขนาดนี้ แดดดี๊ยังลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย... ทำเอาหัวใจดวงน้อย ๆ ของเขาแตกสลายไม่มีชิ้นดี !
แดดดี๊แบบนี้... ไม่เอาแล้วก็ได้ !
ซูโต้วโต้วตัดสินใจเด็ดขาดในวินาทีนั้นว่าจะตัดญาติขาดมิตรกับเหยียนเหวยหาน น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ซูโต้วโต้วเองก็มี "โรครักความสะอาด" เหมือนกัน... ผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิงอื่นมาควงแขน ไม่คู่ควรจะเป็นแดดดี๊ของเขา !
"หม่ามี้ครับ ที่นี่ไม่เหมาะกับหม่ามี้หรอก เรากลับบ้านกันเถอะ ! "
โต้วโต้วหันหลังกลับมาพูดเสียงเรียบ ซูเสี่ยวเนี่ยนคลี่ยิ้มกว้าง เธอรู้อยู่แล้วว่าลูกชายตัวแสบต้องผิดหวัง ก็แน่ล่ะ... ตาบ้านั่นน่ะ ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีตรงไหนเข้าตาเธอเลยสักนิด !
ซูเสี่ยวเนี่ยน: "ที่รัก ตัดใจแล้วเหรอจ๊ะ ? "
โต้วโต้วเงยหน้ามอง "ครับ ตัดใจแล้ว"
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ "หม่ามี้ครับ ถ้าพ่อแท้ ๆ ของผมห่วยแตกเหมือนผู้ชายคนนี้ล่ะก็... ผมขอมีแค่หม่ามี้คนเดียวก็พอ ! "
ในโลกนี้มีแต่แม่ดีที่สุด ไม่มีพ่อก็ไม่เห็นตาย ซูโต้วโต้วคนนี้มีความสามารถพอที่จะเลี้ยงดูหม่ามี้จอมมึนคนสวยของเขา ให้กลายเป็นราชินีที่มีความสุขที่สุดในโลกได้ก็แล้วกัน !
"ดีมาก ! " ซูเสี่ยวเนี่ยนรับคำ หัวใจพองโตด้วยความสุข
ลูกชายแม่น่ารักที่สุด ! รู้ใจแม่ที่สุดเลย !
เมื่อเห็นสองแม่ลูกรับส่งมุกด่าคนเสร็จแล้วก็จะชิ่งหนี ซูซานซานที่ยืนฟังอยู่ก็โกรธจนหน้าเขียว เธอตวาดเสียงแข็ง "หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! พูดให้มันเคลียร์ ๆ หน่อย เมื่อกี้เธอว่าใครเป็นผู้หญิงสกปรก ? "
ซูเสี่ยวเนี่ยนหยุดฝีเท้า เธอเป็นคนมีเหตุผล คุยกันดี ๆ ก็ได้ ทำไมต้องตะโกนโวยวายให้เสียกิริยา ? โดยเฉพาะการมาชี้หน้าลูกชายเธอแล้วถามคาดคั้นแบบไร้มารยาทแบบนี้...
ซูเสี่ยวเนี่ยนบอกเลยว่า ไม่สบอารมณ์ !
เธออุตส่าห์ไม่เอาเหยียนเหวยหานมาเป็นพ่อของลูกแล้ว ยัยนี่จะเอาอะไรอีก ?
ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นเยียบ เธอปรายตามองซูซานซานก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "คุณเหยียนคะ ตรงที่เรายืนอยู่นี่... ยังไม่ถือว่าเข้าประตูบ้านตระกูลเหยียนใช่ไหมคะ ? "
ผู้หญิงร่างสูงระหงในชุดราตรีงดงามที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้จะดูสวยหยาดเยิ้ม... แต่สวยแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะรังแกกันได้ง่าย ๆ
ยังไม่ทันที่เหยียนเหวยหานจะตอบ ซูซานซานก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล... สัญชาตญาณของผู้หญิงมันบอกว่า ยัยนี่ไม่ธรรมดา
หน้าของเธอขรึมลง รีบชิงตอบแทนว่า "เธอหมายความว่ายังไง ? ตรงนี้ก็หน้าประตูบ้านตระกูลเหยียนแล้ว จะไม่ใช่บ้านตระกูลเหยียนได้ยังไง ? "
ต่อหน้าต่อตาเหยียนเหวยหาน ยัยผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงมาชิงพูดตัดหน้า ? ใครให้ความกล้าหล่อนมา ?
เหยียนเหวยหานสายตาขรึมลงทันที เขาตวัดสายตาเย็นเยียบมองซูซานซาน ซูซานซานสะดุ้งโหยง ตัวสั่นงันงกไม่กล้าปริปากอีก
แต่ในใจเธอกลับเดือดดาลแทบคลั่ง เธอแอบรักเหยียนเหวยหานมาตั้งกี่ปี กว่าจะอดทนรอจนได้จัดงานหมั้น แล้วจู่ ๆ จะมีมารหัวขนที่ไหนไม่รู้มาขัดขวางงั้นเหรอ ? ความแค้นนี้... เธอไม่มีวันยอม !
"คุณซูคะ ฉันว่าสมองคุณน่าจะมีปัญหานะ ถ้าบอกว่าแค่พื้นที่ 'หน้าประตูบ้าน' ก็ถือเป็นสมบัติของตระกูลเหยียนแล้ว แบบนี้ไม่ต้องเหมาเอาทั้งเมืองอันซิตี้เป็นของตระกูลเหยียนไปเลยเหรอคะ ? " ซูเสี่ยวเนี่ยนสาดฝีปากพิษใส่แบบไม่ไว้หน้า
ในสายตาเธอ ผู้หญิงคนนี้ก็แค่ 'แจกันดอกไม้' สวยแต่รูป จูบไม่หอม มีสมองไว้คั่นหูแต่ไม่มีรอยหยัก... ผู้หญิงกลวง ๆ แบบนี้ เหยียนเหวยหานชอบเข้าไปได้ยังไง ?
ซูเสี่ยวเนี่ยนมองเหยียดซูซานซาน แล้วพาลมองเหยียนเหวยหานแบบลดเกรดลงไปด้วย
รสนิยมต่ำจริง ๆ !
เหยียนเหวยหาน: "..."
ซูซานซาน: "..."
คนแรกโดนลูกหลงเข้าเต็ม ๆ สายตาเย็นชาจนอยากจะจับแม่ตัวดีมาตีก้นสั่งสอนสักที ส่วนคนหลังถึงกับอึ้งกิมกี่ แทบจะกระอักเลือดตาย !
"แก ! นังบ้า ! แกพูดจาเพ้อเจ้ออะไร ! ตระกูลเหยียนเราเคยพูดเหรอว่าทั้งเมืองเป็นของเรา ? " ซูซานซานโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เสียงสั่นด้วยความโมโห
ถึงแม้ความเป็นจริง เมืองอันซิตี้แทบจะตกอยู่ในกำมือของตระกูลเหยียนอยู่แล้ว... แต่มันเป็นเรื่องที่รู้กันภายใน ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้โจ่งแจ้งขนาดนั้นไหม ? เรื่องแบบนี้ พูดไปก็มีแต่เสียกับเสีย !
ซูเสี่ยวเนี่ยนสวนกลับนิ่ม ๆ "คุณซูจะรีบร้อนไปทำไมคะ ? ถึงแม้เราจะแซ่ 'ซู' เหมือนกัน แต่ฉันรู้สึกว่างานหมั้นของคุณซูกับคุณเหยียนยังไม่ทันจะเริ่มเลย คุณก็เที่ยวป่าวประกาศคำว่า 'ตระกูลเหยียนของเรา' ซะเต็มปากเต็มคำ... ไอ้อาการอยากจะรีบแต่งเข้าบ้านเศรษฐีจนตัวสั่นของตระกูลซูเนี่ย ฉันก็พอเข้าใจได้อยู่นะคะ แต่ว่า... มันออกจะรวบรัดไปหน่อยไหมคะ ? "