- หน้าแรก
- แผนลับหุ่นรบสะท้านฟ้า
- บทที่ 33 - ขุดหลุมฝังตัวเอง
บทที่ 33 - ขุดหลุมฝังตัวเอง
บทที่ 33 - ขุดหลุมฝังตัวเอง
บทที่ 33 - ขุดหลุมฝังตัวเอง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ลำแสง "ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว" ...
มิสไซล์ "ตูม ตูม ตูม" ...
พวกอวี๋เฟยระดมยิง...
กัวอี้ก็หลบได้อีกแล้ว...
สุดท้ายมีแต่ถนนและบ้านเรือนเท่านั้นที่รับเคราะห์
บนภาพฉาย คนดูต่างพูดไม่ออกและรู้สึกเวทนาจับใจ: พวกอวี๋เฟยน่าสงสารเกินไปแล้ว!
เพราะบนภาพฉายตรงหน้า พวกเขาสามารถเห็นสีหน้าและสภาพภายในห้องนักบินของทุกคนได้
พวกอวี๋เฟยเหงื่อท่วมตัว ตื่นตัวขั้นสุด ระดมยิงใส่กัวอี้ไม่ยั้ง
ราวกับว่าการดื้อดึงนี้มีความหมาย ราวกับมีความหวังริบหรี่ว่าจะพลิกกลับมาชนะได้!
ตัดภาพมาที่กัวอี้ ทำหน้าเบื่อโลก หาวหวอดๆ โผล่มาแล้วก็หายไป
เฮ้อ ได้แต่เล่นด้วยความเบื่อหน่าย เล่นแบบจืดชืดไร้รสชาติ...
ภาพรวมและจังหวะการต่อสู้ ดูเหมือนเพราะพวกอวี๋เฟยมีอำนาจการยิงเหลือเฟือ บีบให้กัวอี้ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนจนตอบโต้ไม่ได้
แต่ในความเป็นจริง ทุกอย่างอยู่ในกำมือของกัวอี้หมดแล้ว
เพราะเมื่อกัวอี้โผล่ออกมาเป็นครั้งที่ N พวกอวี๋เฟยก็ระดมยิงใส่กัวอี้พร้อมกันด้วยความเคยชิน
ผลปรากฏว่า ไม่มีลำแสงพุ่งออกไปแม้แต่เส้นเดียว และไม่มีจรวดพุ่งออกไปแม้แต่ลูกเดียว
กัวอี้ยืนนิ่งอยู่ที่หัวมุมถนน มองปากกระบอกปืนที่เงียบสนิทของฝ่ายตรงข้าม
พวกอวี๋เฟยชะงัก จากนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนสายตาไปมองที่จุดจุดหนึ่งอย่างแข็งทื่อ: ระบบตรวจสอบอาวุธ
กระสุนหมด!?
กระสุนหมดแล้ว!
กระสุนเกลี้ยง!
กัวอี้บิดคอคลายเมื่อย ขยับมือไม้ แล้วดันคันบังคับ
จากนั้นซาคุสีน้ำเงินก็ล้วงขวานออกมาจากเอวด้านหลัง งอแขนเอาสันขวานพาดบ่า ยืนเอียงข้างมองพวกอวี๋เฟย
พวกอวี๋เฟยชะงักอีกรอบ แล้วรีบชักมีดสั้น ดาบเลเซอร์ และอาวุธระยะประชิดอื่นๆ ออกมา
จากนั้นสีหน้าของพวกอวี๋เฟยก็กลับมามุ่งมั่น ค่อยๆ ขยับเข้าไปหากัวอี้
หนึ่งก้าว
สองก้าว
...
N ก้าว
ทั้งหกคนเข้าใกล้กัวอี้ในระยะสามร้อยเมตร
จากนั้นทุกคนก็หยุดชะงักพร้อมกัน...
เพราะซาคุสีน้ำเงิน มือหนึ่งพาดขวานไว้บนบ่า แต่อีกมือกลับยกปืนไรเฟิลลำแสงขึ้นมา
ปากกระบอกปืนอันมืดมิด ในสายตาของพวกอวี๋เฟยตอนนี้ มันช่างแสบตาเหลือเกิน
แสบจนตาแทบจะบอด
และแทงใจดำจนหัวใจพวกเขาแทบหยุดเต้น
"ติ๊ด~ มีการติดต่อจากภายนอก~ ต้องการรับสายหรือไม่~"
ห้องนักบินของพวกอวี๋เฟย จู่ๆ ก็มีเสียงขอเชื่อมต่อการสื่อสารดังขึ้น
"รับสาย"
ทุกคนกดรับด้วยความขมขื่น
จากนั้นใบหน้าเบื่อโลกของกัวอี้ก็ปรากฏบนหน้าจอของพวกเขา
"รับการลงทัณฑ์ซะเถอะ เจ้าพวกงั่ง!"
ทันทีที่ภาพปรากฏ กัวอี้ก็พูดกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
สิ้นเสียง ปากกระบอกปืนของซาคุสีน้ำเงินก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้า
"ปัง~ เพล้ง~ ปัง~ เพล้ง~ ปัง..."
สิ้นเสียงกัวอี้ โลกของพวกอวี๋เฟยก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับทัศนวิสัยที่ถูกย้อมด้วยแสงสีแดง เสียงสัญญาณเตือนภัยแสบแก้วหูดังจนพวกเขาหูดับไปชั่วขณะ
กัวอี้ใช้ปืนไรเฟิลลำแสง เลาะหุ่นซาคุของพวกอวี๋เฟยจนกลายเป็นลูกบอล
นอกจากห้องนักบินแล้ว แขนขาและหัวโดนยิงระเบิดกระจุย
จากนั้นกัวอี้ยังโรคจิตใช้เท้าเตะห้องนักบินของพวกเขา เล่นเป็นลูกฟุตบอลอีกต่างหาก
นั่นทำให้พวกอวี๋เฟยรู้สึกเหมือนถูกจับยัดใส่เครื่องซักผ้าฝาหน้า แล้วปั่นแบบกลับหัวกลับหางไม่หยุดหย่อน
อืม ใช่แล้ว ห้องจำลองการขับขี่เป็นระบบ 5D
ในการรบจำลอง แรงเหวี่ยงจากการถูกโจมตีและการเคลื่อนที่จะถูกส่งมายังห้องจำลองแบบเรียลไทม์
ให้นักบินได้สัมผัสประสบการณ์สมจริง...
ผ่านไปนานโข ห้องนักบินของพวกอวี๋เฟยในที่สุดก็โดนกัวอี้เตะระเบิด... เอ้ย เล่นจนพัง
พวกเขาถึงได้หลุดพ้น
ตอนที่ทุกคนหามพวกเขาออกมา พวกอวี๋เฟยแทบจะน้ำลายฟูมปาก
เหงื่อท่วมตัวยังพอว่า แต่บนชุดฝึกสีดำสั่งตัดพิเศษ ดันมีคราบสีเหลืองๆ เป็นดวงๆ ตรงนั้นทีตรงนี้ที
"ยังหายใจอยู่ไหม?"
กัวอี้มองดูศพทั้งห้า ใช้เท้าเขี่ยๆ แล้วเยาะเย้ยอย่างไร้ความปรานี
"..."
ทุกคนตัวสั่นงันงก ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
"เฮอะ สามเดือนแล้ว หมูฝึกปีนต้นไม้สามเดือน มันยังปีนเป็นแล้วเลย!"
กัวอี้มองดูสิบเอ็ดคนที่เงียบกริบ แล้วระเบิดอารมณ์ด่ากราด น้ำลายกระเด็นใส่หน้าเกิ่งจี้ฮุยเต็มๆ "ข้อแรก นายเป็นหัวหน้าทีม เข้าใจการรบด้วยกันดั้มไหม?
นายคงไม่ได้คิดว่าการรบด้วยกันดั้มมันจะเหมือนกับพวกนายใช้ร่างเนื้อสู้รบกันหรอกนะ!?
ปกติพวกนายไม่เคยถกเถียงหารือกันเลยเหรอ?
ถ้าไม่เคยคุยกัน แล้วอนิเมะกับมังงะได้ดูบ้างไหม?
ก็ไม่ได้ดู?
จะรอให้ป้อนอย่างเดียวหรือไง?
มีสมองเอาไว้ทำไม?
หา?
พูดสิ!"
คำด่าของกัวอี้ทำให้เกิ่งจี้ฮุยอับอายจนต้องก้มหน้า เงียบกริบไม่กล้าเถียง
คนอื่นๆ เห็นกัวอี้เริ่มพ่นไฟ ก็รีบจัดแถว
แม้แต่ศพทั้งห้าที่นอนกองอยู่บนพื้น ก็ยังตะเกียกตะกายลุกขึ้นมายืนตรง
กัวอี้มองทุกคนที่เตรียมพร้อมรับคำด่า รวมถึงกลุ่มห้าคนที่ยืนโงนเงนจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ใจอ่อนลงจนได้ "นั่งลงเถอะ
ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว มาช่วยกันสรุปผลการรบครั้งนี้หน่อย"
เว้นวรรคครู่หนึ่ง กัวอี้หันไปมองเหล่าเกา "การฝึกพื้นฐานของพวกเขา ต่อไปให้พวกคุณรับผิดชอบ แต่ต้องรอชุดฝึกรุ่นใหม่ออกมาก่อนนะ"
จากนั้นกัวอี้ก็หันไปมองเกิ่งจี้ฮุยอีกครั้ง "พวกนายก็เหมือนกัน ชุดฝึกรุ่นเก่าโยนทิ้งไปได้เลย รอของใหม่"
"ครับ!"
เกิ่งจี้ฮุยกับเหล่าเกาขานรับเสียงดังพร้อมกัน
หลังจากนั้น กัวอี้นวดขมับ แล้วเริ่มเช็กชื่อสิบเอ็ดคนนั้นอีกรอบ "พวกนายสู้จบแล้ว บางคนก็ได้ดูไปบ้างแล้ว เริ่มจากกลุ่มเหลิ่งเฟิงห้าคนก่อน พูดมา..."
เดิมทีกัวอี้ตั้งใจจะมาบอกเกิ่งจี้ฮุยให้รับหน้าที่คุมการฝึกพื้นฐาน
ผลคือโมโหจนหน้ามืด เสียเวลาด่าพวกเขาไปชุดใหญ่ แถมสุดท้ายพอมึนๆ เบลอๆ ดันเผลอตัวพาพวกเขาสรุปบทเรียนซะงั้น
แผนการรวนไปหมด ทำให้กัวอี้ตอนนี้ต้องฝืนใจทำต่อ
ปวดไข่ชะมัด!
แต่ลูกผู้ชายเลือกทางเดินแล้ว ถึงต้องคลานก็ต้องคลานให้จบ...
"พวกเราละเลยการตรวจสอบกระสุนครับ" กลุ่มห้าคนของเหลิ่งเฟิงมองหน้ากัน จากนั้นอวี๋เฟยก็เป็นตัวแทนสรุป "ปกติพวกเราจะคำนวณกระสุนในใจสำหรับปืนทั่วไป แต่กันดั้มเป็นอาวุธพลังงาน จำนวนกระสุนเปลี่ยนไปตามกำลังไฟที่ใช้
พอยิงเพลินจนเลือดขึ้นหน้า ก็เลยลืมดูสถานะกระสุน
ความผิดพลาดนี้ร้ายแรงที่สุด และไม่ควรเกิดขึ้นที่สุดครับ"
"อืม มีอีกไหม?"
กัวอี้พยักหน้า ถามต่อ
"มีอีก?"
กลุ่มห้าคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่ากัวอี้หมายถึงอะไรเจาะจง
"เฮ้อ ช่างเถอะ พวกนายไปดูรีเพลย์ก่อน"
เอาเถอะ กัวอี้ฟังปุ๊บก็เห็นภาพสำนวนที่ว่า 'เส้นผมบังภูเขา' ทันที
ขืนให้เกิ่งจี้ฮุยพวกเขาสรุปต่อ คงเหมือนบีบยาสีฟัน สู้ให้พวกเขาดูตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบดีกว่า
กัวอี้เลยลุกขึ้นเดินออกไป ทิ้งให้ทุกคนดูภาพมุมมองบุคคลที่สามเพื่อทบทวนตัวเอง
ส่วนตัวเขา...
คอแห้ง ไปหาน้ำกินแถมเข้าห้องน้ำหน่อย
แต่พอกัวอี้กลับมา คนที่ดูจบแล้วดันไม่ได้มีแค่กัวอี้
นอกจากกัวอี้แล้ว ยังมีคนอีกเพียบ
หัวหน้ากลุ่มพลาธิการหลายสิบคนที่ทำหน้ามีความสุข คาดหวัง และฮึกเหิม...
เพราะตอนกัวอี้ไปฉี่ ดันไปยืนคุยสัพเพเหระกับคนของพลาธิการ แล้วเผลอหลุดปากไปว่า: เดี๋ยวจะไปด่าพวกว่าที่ลูกเรือหน่อย
ผลคือ คนฝ่ายพลาธิการทั้งหมดเลยรู้ว่ากัวอี้จะเปิดคลาสเลกเชอร์
พวกหัวหน้ากลุ่มพลาธิการใช้อำนาจมืด แย่งสิทธิ์เข้าห้องเรียนมาได้ ส่วนลูกน้องพลาธิการคนอื่นๆ ทำได้แค่ทึ้งหัวตัวเองด้วยความเจ็บใจ แล้วนั่งดูการถ่ายทอดสดผ่านเจ้าตูบ เป็นการเรียนออนไลน์ดูภาพฉายแทน
เพราะห้องฝึกจำลองการขับขี่กันดั้มมันไม่ได้ใหญ่โตอะไร
สุดท้าย เรื่องราวเลยกลายเป็นแบบนี้...
หัวหน้ากลุ่มพลาธิการหลายสิบคน ว่าที่ลูกเรือแปดสิบเอ็ดคน คนร้อยกว่าคนอัดกันแน่นเอี๊ยดในห้อง รอให้กัวอี้เปิดคลาสสอน
[จบแล้ว]