เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - เฮ้อ ผมก็แค่เล่นๆ

บทที่ 32 - เฮ้อ ผมก็แค่เล่นๆ

บทที่ 32 - เฮ้อ ผมก็แค่เล่นๆ


บทที่ 32 - เฮ้อ ผมก็แค่เล่นๆ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"อึก~"

ในสนามรบจำลอง

ภายในเมืองช้อนอัปลักษณ์

เหลิ่งเฟิง นกกระจอกเทศ เหล่าเผา อวี๋เฟย เส้าปิง และป่านจวน หกคนที่ยังรอดชีวิต

พวกเขาอยู่นิ่งไม่ไหวติง จริงจังและตั้งใจ เฝ้าระวังทิศทางที่ตัวเองรับผิดชอบอย่างสุดความสามารถ

ทว่ารอบด้านกลับไร้ซึ่งสรรพเสียง ในเครื่องรับเสียงไม่มีแม้แต่เสียงลมพัด

ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงกลืนน้ำลายของคนอื่นที่ดังลอดออกมาจากหน้าจอเป็นครั้งคราว พวกเขาคงนึกว่าในสนามรบเหลือตัวเองรอดอยู่แค่คนเดียว

หนึ่งนาที

สองนาที

...

หนึ่งชั่วโมง

พวกเขาค้างท่าอยู่อย่างนั้นครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม

ไม่มีใครพูด ไม่มีใครคุยเล่น

มีเพียงความเยือกเย็น สมาธิ และความเงียบงัน ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ!

พวกเขาเข้าสู่สภาวะการรบพิเศษ ราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่รู้จักง่วงงุน เพื่อรอคอยโอกาสเพียงชั่วพริบตาเดียว

เพราะการเสียชีวิตของพวกเกิ่งจี้ฮุยทั้งห้าคน มันทิ่มแทงหัวใจพวกเขา

แม้จะรู้ว่าเป็นของปลอม แต่การฝึกก็คือการรบจริง!

ดังนั้นทุกอย่างนี้สำหรับพวกเขาคือเรื่องจริง!

พวกเกิ่งจี้ฮุยได้ "พลีชีพ" ไปแล้ว!

เพื่อล้างแค้น เพื่อให้สมกับ "การเสียชีวิต" ของเพื่อน เพื่อไถ่บาปให้ตัวเอง พวกเขาได้มองการต่อสู้ครั้งนี้เป็นการรบที่จริงจังที่สุดเท่าที่จะจริงได้

"โอ้โห ยังทนกันอยู่อีกแฮะ!"

กัวอี้เดินเรอเอิ๊กอ๊ากเข้ามาในห้องฝึก

ภายในห้อง คนเจ็ดสิบหกคนนั่งเรียงแถวกับพื้นอย่างเป็นระเบียบ จ้องมองภาพฉายตาไม่กะพริบ

ในจำนวนนั้นมีกลุ่มผู้เสียชีวิตห้าคนรวมอยู่ด้วย...

ส่วนทำไมกัวอี้ถึงเรอ และทำไมถึงเดินเข้ามาจากนอกห้องฝึก

เหตุผลก็ง่ายมาก...

เมื่อห้าสิบนาทีที่แล้ว กัวอี้ออกจากห้องจำลองการขับขี่กันดั้ม

เมื่อสี่สิบห้านาทีที่แล้ว เขาหิ้วคอกลุ่มผู้เสียชีวิตห้าคนออกมาจากห้องจำลอง แล้วออกคำสั่งกับทุกคนว่า ทุกคนรวมถึงคนในภาพฉาย ให้อยู่เงียบๆ

พวกนกกระจอกเทศไม่ขยับ พวกคุณก็ห้ามขยับ

และตอนนี้ กัวอี้กินอิ่มดื่มเสร็จ กลับมาที่ห้องฝึกแล้ว

ถูกต้อง กัวอี้ส่งหมอสุขาภิบาลกับเสี่ยวจวงไปสวรรค์เสร็จ ก็ออฟไลน์ไปกินข้าว

ส่วนกลุ่มผู้รอดชีวิตหกคนนั้น ก็เฝ้าระวังอยู่ที่เดิมตลอดเวลา โดยไม่รู้เลยว่ากัวอี้ชิ่งหนีไปนานแล้ว

"ไม่เลว สมกับเป็นสมาชิกหน่วยรบพิเศษ อึดกันจริงๆ! ใจสู้ไม่มีถอย!"

กัวอี้มองภาพฉาย เห็นเหงื่อไหลผ่านลูกตาของเหลิ่งเฟิงกับนกกระจอกเทศโดยที่พวกเขากระพริบตาไม่สักนิด ก็อดชมไม่ได้

แต่พอชมเสร็จ กัวอี้ก็เปลี่ยนโทนเสียง "เสียดายที่เป็นพวกทึ่ม พวกงั่ง ในสมองมีแต่เส้นใยกล้ามเนื้อ!"

พูดจบ กัวอี้ก็ปั้นหน้ายักษ์ออนไลน์อีกครั้ง

"ติ๊ดๆๆ~"

หลังจากกัวอี้ออนไลน์ได้ไม่นาน ในที่สุดห้องนักบินของพวกนกกระจอกเทศก็มีเสียงแจ้งเตือนแสบแก้วหูดังขึ้น

ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร ซาคุสีน้ำเงินของกัวอี้ยืนอยู่บนดาดฟ้าตึก ครึ่งตัวกลมกลืนไปกับตัวตึกใต้เท้า

ทว่าสิ่งที่ตอบสนองต่อการปรากฏตัวของกัวอี้ได้เร็วที่สุดคือฐานยิงมิสไซล์

ในขณะที่พวกนกกระจอกเทศกำลังหันตัวกลับ ฐานยิงมิสไซล์สองฐาน จรวดสิบแปดลูก ก็ลากหางควันยาวเหยียด ถล่มจุดที่กัวอี้อยู่จนกลายเป็นซากปรักหักพัง

"โดนไหม?"

เหล่าเผาจ้องเขม็งไปที่เรดาร์ ถามทุกคนเสียงเย็น

"...น่าจะไม่ ตึกพวกนั้น... มาแล้ว!"

นกกระจอกเทศมองซากตึกที่ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ยังพูดไม่ทันจบ ก็พบว่าที่หัวมุมถนนด้านหน้า มีเงาของซาคุสีน้ำเงินโผล่ออกมา

"ตูม~"

ลำแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางห้าเมตร พุ่งออกมาจากปืนซุ่มยิงในมือนกกระจอกเทศ

ทว่ากัวอี้แค่ขยับตัวนิดเดียว ก็หลบเลี่ยงลำแสงนั้นไปได้แบบเฉียดฉิว

ในขณะเดียวกัน เหลิ่งเฟิงได้แยกปืนไรเฟิลลำแสงแบบผสมสองระบบออกจากกัน เปลี่ยนจากปืนยาวซุ่มยิงเป็นปืนกลมือสองกระบอก

จากนั้นก็กราดยิงใส่ซาคุสีน้ำเงินที่เพิ่งหลบการโจมตีของนกกระจอกเทศ

กัวอี้ดูเหมือนจะถูกการกราดยิงของเหลิ่งเฟิงขัดขวาง

เห็นเพียงซาคุสีน้ำเงินหักเลี้ยวกะทันหัน 90 องศา พุ่งชนเข้าไปในตรอกเล็กๆ ระหว่างตึก

ชนทะลุตึกไปโผล่อีกถนนหนึ่ง

"เหล่าเผา พวกนายยิงถึงไหม?"

พอบีบให้กัวอี้ถอยไปได้ นกกระจอกเทศก็รีบถามเหล่าเผา

"ไม่ได้... ระบบเล็งเป้าอัตโนมัติตามไม่ทัน..."

พวกอวี๋เฟยก่อนหน้านี้ก็อยากช่วย แต่กัวอี้เคลื่อนไหวเร็วเกินไป

กว่าพวกเขาจะเล็งเป้า ซาคุสีน้ำเงินก็หลุดออกจากระยะยิงไปแล้ว

อวี๋เฟยกัดฟันสั่งการ "เหล่าเผา เปิดทาง!"

"ตูม ตูม~"

สิ้นเสียงคำสั่งอวี๋เฟย เหล่าเผาก็ใช้มิสไซล์ถล่มตึกที่คั่นกลางระหว่างถนนของพวกเขากับถนนของนกกระจอกเทศจนราบ

ทว่าเหล่าเผาเพิ่งระเบิดตึกเสร็จ ซาคุสีน้ำเงินของกัวอี้ก็กระโดดลอยตัวขึ้นมาจากจุดที่หายไป ปรากฏตัวบนหน้าจอของพวกเขา

วินาทีต่อมา รูม่านตาของนกกระจอกเทศกับเหลิ่งเฟิงก็หดเกร็ง รีบหนีออกจากจุดเดิมอย่างทุลักทุเล

เพราะตอนที่กัวอี้กระโดด เขาได้ยิงมิสไซล์จากไหล่ใส่พวกเขาด้วย

พร้อมกันนั้นเขายังอาศัยแรงดีดจากการยิง เบี่ยงตัวกลางอากาศหลบการโจมตีของอวี๋เฟย

สุดท้าย ลงจอดอย่างไร้รอยขีดข่วน!

และคนที่อยู่นอกสนามรบยังเห็นอีกว่า ทันทีที่กัวอี้แตะพื้น เขาก็ปลดแม็กกาซีนมิสไซล์ที่ไหล่ทิ้งทันที

ซาคุที่เดิมทีก็คล่องตัวอยู่แล้วภายใต้การควบคุมของกัวอี้ ยิ่งคล่องตัวขึ้นไปอีก

ทันทีที่ปลดของหนัก ซาคุสีน้ำเงินก็พุ่งกลับเข้าไปในตรอกเล็กๆ ที่เคยชนเปิดทางไว้ก่อนหน้านี้แบบไม่หยุดพัก

ไถลตัวไปกับพื้นพร้อมเสียงดังสนั่นและฝุ่นตลบ โผล่พรวดมาตรงหน้าจอนกกระจอกเทศราวกับวาร์ปมา

จากนั้นซาคุสีน้ำเงินก็ย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง แล้วดีดตัวถอยหลังกลับ

และในขณะที่ถอยหลัง ก็ยิงสวนเข้าใส่ห้องนักบินซาคุของนกกระจอกเทศหนึ่งนัด

"ตูม~"

นกกระจอกเทศล้มลงอย่างไม่ต้องสงสัย

ปืนไรเฟิลลำแสงยิงเจาะเข้าห้องนักบินนกกระจอกเทศอย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นกัวอี้ก็หายตัวไปจากจุดที่นกกระจอกเทศค้นพบเขา

ลื่นไหลเป็นสายน้ำ!

คนนอกสนามรบที่ดูมุมมองพระเจ้ามาตลอด หลังจบการปะทะรอบนี้ ในใจก็ผุดคำคำนี้ขึ้นมาทันที

กระโดด ยิง ร่อนลง ปลดของ เคลื่อนที่ โจมตี หายตัว ท่วงท่าทั้งหมดต่อเนื่องลื่นไหล แถมยังดู... เจริญหูเจริญตา?

เอาเป็นว่ามันสะใจ ดูแล้วเพลิน!

ส่วนในสนามรบ กลุ่มผู้รอดชีวิตห้าคนกลับมีสภาพจิตใจที่ตรงกันข้าม

พวกเขาทำได้แค่มองกัวอี้โผล่มา เก็บกวาดนกกระจอกเทศเหมือนทำเรื่องง่ายๆ แล้วหายตัวไปจากสายตาแบบไร้รอยขีดข่วน

ในใจมีแต่ความขมขื่น: ยิงไม่โดน ตามไม่ทัน พวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของกัวอี้แล้ว ราวกับลูกแกะที่รอการเชือด

สองมือที่กำคันบังคับแน่นเต็มไปด้วยเหงื่อ

เหงื่อบนหน้าผากไหลย้อยไม่หยุด

"เหลิ่งเฟิง นายมาสมทบกับพวกเรา" อวี๋เฟยกลืนน้ำลาย สั่งเหลิ่งเฟิงด้วยความสุขุม

จากนั้นเหลิ่งเฟิงก็เดินหน้าสามก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระแวดระวังภัยสุดชีวิตเพื่อไปรวมกลุ่มกับอวี๋เฟย

"ติ๊ดๆๆ~"

ทันทีที่เหลิ่งเฟิงรวมกลุ่มสำเร็จ กัวอี้ก็โผล่ออกมาจากหัวมุมถนนของอวี๋เฟย

พวกอวี๋เฟยระดมยิงใส่กัวอี้พร้อมกันโดยสัญชาตญาณ

แต่กัวอี้แค่โยกตัวหลบ ก็พ้นจากการโจมตี พร้อมหายไปจากสายตาพวกเขาอีกครั้ง

จากนั้น พอหยุดยิงได้ไม่กี่วินาที กัวอี้ก็โผล่มาอีก

แล้วก็หายไป ทิ้งไว้แค่รอยหลุมระเบิด

โผล่ หาย โผล่ หาย...

ทุกคนเหมือนกำลังเล่นเกมตีตัวตุ่น และกัวอี้ก็คือตัวตุ่น

ดูเหมือนเพราะอำนาจการยิงของทุกคน ทำให้เขาบุกเข้ามาไม่ได้

กัวอี้กับพวกอวี๋เฟยจึงตกอยู่ในสถานการณ์ยื้อยุดฉุดกระชากกันแบบนี้

ทำให้อวี๋เฟยที่เดิมทีใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เริ่มผ่อนคลายลง อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา: พวกเขาแพ้มันเรื่องปกติ ก็เป็นแค่มือใหม่นี่นา

แต่ถ้าแพ้แล้วพ่นเลือดใส่หน้ากัวอี้ได้สักคำ แพ้ก็ถือว่าชนะ!

แต่ทว่านอกสนามรบ คนที่ดูภาพฉายอยู่กลับมีความคิดตรงข้าม

พวกเขามองเห็นจุดจบของอวี๋เฟยแล้ว!

จุดจบที่เป็นประวัติศาสตร์มืด!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - เฮ้อ ผมก็แค่เล่นๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว