เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41: ผู้รู้แจ้ง

บทที่ 41: ผู้รู้แจ้ง

บทที่ 41: ผู้รู้แจ้ง


บทที่ 41: ผู้รู้แจ้ง

หลังจากศึกษาสายตาแห่งจิตวิญญาณของเขามาระยะหนึ่ง เขาก็ได้ย่อยอาหารเกือบทั้งหมดในท้องของเขาไป

หวังเต็งลุกขึ้นและเดินลงบันไดไป ระหว่างทางเขาก็ทักทายพ่อแม่

“พ่อ แม่ ผมจะไปสถาบันสอนศิลปะการต่อสู้”

หวังเฉินกั๋วเพิ่งกลับมาจากการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรื่องธุรกิจของเขา และเหตุผลที่เขาไม่ได้กลับไปที่ออฟฟิตของเขาในคืนนี้นั้นก็เป็นเพราะเขาต้องการพักผ่อนที่จะอยู่บ้านและใช้เวลากับครอบครัว

ในขณะนี้ เขาก็กำลังดูโทรทัศน์อยู่กับหลี่ซิ่วเหม่ยในห้องนั่งเล่น

เมื่อพวกเขามาถึงจุดไคลแม็กซ์ เขาก็พูดคุยกับหลี่ซิ่วเหม่ยว่าโครงเรื่องนี้มันล้าสมัยไปแล้ว และคำพูดของเขามันก็เป็นสิ่งที่ผู้ชายทั่วโลกต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้ยินเสียงของหวังเต็ง หวังเฉินกั๋วก็โบกมือให้หวังเต็งโดยไม่ได้หันศีรษะไป

“ถอยออกไป อย่าขัดจังหวะเราขณะดูโทรทัศน์! นี่คือจุดไคลแม็กซ์แล้ว!”

“ก็ได้ๆ!” หวังเต็งกลอกตาและถอยกลับไปอย่างเร่งรีบ

หลี่ซิ่วเหม่ยตบหวังเฉินกั๋วไปหนึ่งครั้งแล้วตะโกนอย่างเร่งรีบ “ลูกแม่ คืนนี้ลูกอยากกินอะไร? เดี๋ยวแม่จะทำเผื่อไว้ให้”

“อะไรก็ได้ครับแม่ เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว!”

เสียงของหวังเต็งดังออกมานอกประตู จากนั้นเสียงของเครื่องยนต์รถสปอร์ตก็ดังขึ้น

ณ สถาบันสอนศิลปะการต่อสู้จีชิน

หวังเต็งจอดรถของเขาและเดินไปตามทางเดินเล็กๆของสถาบันสอนศิลปะการต่อสู้ ระหว่างทางเขาก็คิดในใจว่า วันนี้ฉันไปชั้นสามดีกว่า หลายคนเริ่มรู้แล้วว่าความแข็งแกร่งของฉันนั้นมันสูงกว่าศิษย์นักสู้ขั้นกลาง อย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังควรที่จะปกปิดเรื่องที่ฉันเป็นนักสู้เอาไว้ก่อน ไม่งั้นมันก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับฉันภายหลังได้

อันที่จริง หวังเต็งไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะกลายเป็นนักสู้ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขาคิดว่าเขาอาจจะต้องใช้เวลาจนกว่าการสอบเข้ามหาลัยจะจบลง

อุบัติเหตุมักมาอย่างกะทันหันเสมอ!

มันมาไม่ทันตั้งตัว!

หวังเต็งยืนอยู่หน้าอาคารฝึกศิษย์และเหลือบมองไปยังอาคารฝึกนักสู้ที่อยู่ด้านข้าง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับกำลังคร่ำครวญถึงความอยุติธรรมของโลกอย่างชายชรา

อยู่ในสายตาแต่ไกลเกินเอื้อม!

หวังเต็งเดินเข้าไปในอาคารและเสร็จสิ้นการประเมินทดสอบอย่างเงียบๆ จากนั้นข้อมูลตัวตนของเขาก็ได้เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ และเขาก็ได้รับสิทธิ์ในการย้ายไปยังชั้นสาม

แต่ก่อนที่เขาจะขึ้นไปยังชั้นสาม เขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บฟองสบู่ที่ดรอปออกมาระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสอง

บันไดที่นำไปสู่ชั้นสามนั้นตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน

หวังเต็งไม่ต้องการเป็นที่สนใจ แต่เขาก็ยังคงดึงดูดความสนใจของทุกคนในขณะที่เขาก้าวขึ้นบันไดไป

“หวังเต็ง ฉันไม่คิดมาก่อนว่านายจะสามารถกลายเป็นศิษย์นักสั้นสูงได้เร็วขนาดนี้!” ศิษย์ที่คุ้นเคยบางคนออกมาข้างหน้าและเริ่มสรรเสริญเขา

น้ำเสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา!

ยิ่งติดอยู่ในระดับศิษย์นักสู้นานเท่าไร เส้นทางนักสู้ก็จะยิ่งยากขึ้นมากเท่านั้น

มันมีศิษย์ที่นี่หลายคนที่ติดอยู่ที่ระดับศิษย์นักสู้ขั้นกลางอยู่เป็นเวลานาน พวกเขาไม่สามารถเจาะทะลุประตูเพื่อก้าวไปสู่การเป็นศิษย์นักสู้ชั้นสูงได้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องน่าเศร้า

“เห้อ จางเส้าหยางก็กลายเป็นศิษย์นักสู้ขั้นสูงไปแล้ว มาตอนนี้ อีกคนก็กำลังจะจากไปอีก”

“ฉันได้ยินมาว่ากระทรวงศึกษาธิการได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎการรับเข้าในปีนี้ ศิษย์นักสู้ขั้นกลางสามารถเข้าร่วมการสอบหลักสูตรศิลปะการต่อสู้ได้แล้ว แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา”

“ไอ้บ้าเอ้ย! ทำไมการเปลี่ยนแปลงนี้มันถึงไม่เกิดก่อนหน้านี้กันนะ?”

ทันทีที่ข่าวการเปลี่ยนแปลงกฎการรับเข้าของหลักสูตรศิลปะการต่อสู้ได้รับการเผยแพร่ มันก็กระจายไปทั่วทั้งเมือง ทุกคนที่ควรรู้ต่างก็ได้รู้ข่าวนี้

ศิษย์นักสู้ขั้นกลางส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานของพวกเขา พูดตามความจริงแล้วอายุเฉลี่ยของพวกเขาก็ค่อนข้างสูง นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้

พวกเขาไม่เหมือนนักเรียนในโรงเรียน แม้ว่านักเรียนจะเป็นศิษย์นักสู้ขั้นกลางเหมือนกัน แต่พวกเขาก็มีโอกาสสูงในการปีนขึ้นบันไดทางสังคม

อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเขาแล้ว ข่าวนี้มันก็ทำให้พวกเขาแทบจะกลายเป็นบ้า!

การเกิดผิดยุคนั้นทำให้พลาดโอกาสดีๆไปมากมาย!

เวลาไม่ได้อยู่ข้างพวกเขา ดังนั้นแล้วพวกเขาควรจะทำอย่างไรล่ะ?

“แค่ฝึกให้หนัก แล้วโอกาสจะเป็นของนาย” หวังเต็งพยักหน้าให้กับศิษย์คนนั้นและขึ้นไปที่ชั้นสาม

“ใช่แล้ว แล้วสักวันโอกาสจะเป็นของฉัน!”

ศิษย์คนนั้นกำหมัดแน่น จากนั้นเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้ในใจเขาก็สว่างขึ้นอีกครั้ง เขาเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้น มันยังเร็วเกินไปที่จะยอมแพ้ในตอนนี้

ท่ามกลางฝูงชนที่ชั้นสอง เจ้าอ้วนก็กำลังมองดูเบื้องหลังอันอวดอ้างของหวังเต็งขณะที่เขาเดินจากไป เจ้าอ้วนสาปแช่งในหัวใจของเขา “ฉันว่าแล้ว ฉันคิดไว้แล้วว่าชายคนนี้จะต้องซ่อนความสามารถที่แท้จริงของเขาเอาไว้อย่างแน่นอน ถ้าไม่เช่นนั้นเขาจะวิ่งเร็วกว่าฉันหรือกลายเป็นศิษย์นักสู้ขั้นสูงได้อย่างไร? เขาโกหกเรามาตลอดแน่ๆ”

บนชั้นสาม เห็นได้ชัดว่ามันมีคนน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับชั้นสอง จากชั้นหนึ่งถึงชั้นสาม จำนวนศิษย?ของแต่ละชั้นก็จะลดลงอย่างน่าใจหาย นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของแนวคิดปิรามิด

การมาถึงของหวังเต็งนั้นทำให้หลายคนหยุดการฝึกและหันกลับมามองเขา

“เขายังเด็กมาก!”

“อัจฉริยะอีกคน!”

“หืม อัจฉริยะ?”

หวังเต็งมองดูสภาพแวดล้อมรอบๆเขา พื้นเต็มไปด้วยฟองสบู่และมันก็มีแกะมากมายให้เขาเก็บเกี่ยวขน...

เจ๋งมาก!

ในเวลานี้ จางเส้าหยางซึ่งเพิ่งเป็นศิษย์นักสู้ขั้นสูงก็ได้เดินเข้ามา เขามองไปที่หวังเต็งด้วยสายตาแปลกๆ

“หวังเต็ง พัฒนาการของนายนี่มันน่ากลัวจริงๆ!”

“ฉันเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่อายุยังน้อย และฉันก็ติดอยู่ในระยะกลางมาระยะหนึ่งแล้ว ฉันก็แค่รอโอกาสเท่านั้น” หวังเต็งยิ้มและตอบ

จางเส้าหยางพยักหน้าอย่างช้า จากนั้นเขาก็วางแขนของเขาไว้บนไหล่ของหวังเต็งและพาเขาเข้าไปข้างใน

“มา มา เนื่องจากนายมาที่นี่แล้ว งั้นในที่สุดฉันก็จะได้มีคู่ซ้อมทักษะหมัดของฉันสักที”

ตลอดทั้งคืนหวังเต็งได้รวบรวมฟองสบู่ค่าคุณสมบัติทั้งหมดบนชั้นสาม มันนับเป็นอีกหนึ่งกำไรอันมหาศาล

เบ็ดเสร็จ-

ความรู้แจ้ง*5

พลังวิญญาณ*6

ความแข็งแกร่ง*153

ความเร็ว*66

ปัจจุบันหวังเต็งได้ให้ความสำคัญไปกับการเพื่อค่าคุณสมบัติความรู้แจ้งและค่าพลังวิญญาณ อย่างไรก็ตาม ค่าคุณสมบัติทั้งสองนี้นั้นก็หายากเป็นอย่างมาก

เขาเคยหาข้อมูลทางออนไลน์มาก่อน คัมภีร์ทักษะพลังฟอร์สและเทคนิคการต่อสู้ด้วยพลังฟอร์สนั้นมีความลึกซึ้งเป็นอย่างมาก ดังนั้นพวกมันจึงต้องใช้ความรู้แจ้งและพลังวิญญาณในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไปอีกในการทำความเข้าใจและการใช้งาน

หากมีค่าความรู้แจ้งสูง พวกเขาก็จะได้ผลลัพธ์สองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงครึ่งเดียวเมื่อฝึกฝนคัมภีร์และเทคนิคการต่อสู้ ในทางกลับกัน หากความรู้แจ้งอยู่ในระดับต่ำ พวกเขาก็จะประสบแต่กับความสิ้นหวัง

หวังเต็งสามารถรวบรวมฟองสบู่ค่าคุณสมบัติเพื่อปรับปรุงคัมภีร์และเทคนิคการต่อสู้ของเขาได้ อย่างไรก็ตาม นักสู้นั้นก็หายาก ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็จะไม่มีทางมารวมตัวกันเหมือนกับเหล่าศิษย์นักสู้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถรวบรวมฟองสบู่ค่าคุณสมบัติของเหล่านักสู้เหมือนกับที่เขาทำอยู่ตอนนี้ได้

ด้วยเหตุนี้เอง สิ่งที่เขาจะสามารถพึ่งพาได้จริงๆนั้นจึงเป็นตัวของเขาเอง!

และการเพิ่มค่าความรู้แจ้งของเขานั้นก็ถือเป็นหนึ่งในการพึ่งพาตัวเอง!

ซึ่งมันก็นับเป็นเรื่องที่โชคดีที่เขาสามารถเพิ่มค่าความรู้แจ้งของเขาได้ด้วยการรวบรวมฟองสบู่ค่าคุณสมบัติ

ถ้าเขาค่อยๆรวบรวมพวกมันไป เขาก็เชื่อว่าในสักวันค่าความรู้แจ้งของเขาก็จะพัฒนาขึ้นได้

เขาแตกต่างจากคนอื่น หากคนอื่นๆมีความรู้แจ้งต่ำ มันก็จะไม่มีอะไรรอพวกเขาอยู่นอกจากความสิ้นหวัง

สำหรับพลังวิญญาณแล้ว มันก็เกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการใช้สายตาแห่งจิตวิญญาณของเขา พรสวรรค์นี้อาจจะมีความสำคัญมากในอนาคต ดังนั้นเขาจึงควรเพิ่มค่าความจุของพลังวิญญาณให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ เขาก็ยังได้รวบรวมค่าคุณสมบัติฟุตเวิร์คขั้นพื้นฐาน ทักษะหมัดขั้นพื้นฐาน ทักษะดาบขั้นพื้นฐาน และทักษะมีดขั้นพื้นฐานมามากมายในวันนี้

ซึ่งมันก็ทำให้ตอนนี้เทคนิคการต่อสู้เหล่านี้ได้พุ่งไปสู่อีกขั้นที่อยู่เหนือกว่าระดับผู้เชี่ยวชาญแล้ว

และขั้นต่อไปหลังจากขั้นผู้เชี่ยวชาญก็คือ 'ผู้รู้แจ้ง'

ผู้รู้แจ้งนั้นเป็นขั้นตอนสุดท้ายของเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน ในขั้นตอนนี้ ผู้ที่บรรลุแล้วก็จะสามารถเข้าใจออร่าอันทรงพลังที่อยู่เบื้องหลังทักษะนี้ได้ และเมื่อพวกเขาต้องต่อสู้กับใครซักคน ทักษะที่น่ากลัวนี้ก็จะสามารถปลดปล่อยความรู้สึกออกมาและทำให้พวกเขาสามารถล้มศัตรูได้แม้จะยังไม่ได้เริ่มสู้ก็ตาม

ล้มศัตรูได้โดยไม่ต้องต่อสู้!

นี่คือพลังของผู้รู้แจ้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก มันจึงทำให้มีผู้คนจำนวนน้อยมากที่สามารถฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐานจนมาถึงขั้นนี้ได้ และหากพูดกันตามตรงแล้ว หากคนๆหนึ่งมีเวลาและความพยายามมากมายขนาดนั้น เขาก็จะไม่มีทางเอามันมาใช้กับการฝึกเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐานอย่างแน่นอน แต่พวกเขาจะเอามันไปใช้กับเทคนิคการต่อสู้ด้วยพลังฟอร์สแทน

อย่างไรก็ตามหวังเต็งก็ไม่ได้คิดแบบนั้น ทั้งหมดที่เขาต้องทำนั้นก็คือการรวบรวมฟองสบู่ค่าคุณสมบัติ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เขาจะพัฒนาเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐานของเขาจนถึงขั้นผู้รู้แจ้ง

นอกจากนี้ ถ้าเขาฝึกฝนพื้นฐานของเขาให้ดีได้ มันก็จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้พลังฟอร์สของเขาในอนาคต เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตึกระฟ้าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันมีรากฐานที่มั่นคง

นอกเหนือจากเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐานที่เขามีอยู่แล้ว หวังเต็งก็ยังได้เก็บเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐานใหม่ๆมาอีกด้วย ซึ่งนั่นก็คือ ทักษะกระบองขั้นพื้นฐาน (พื้นฐาน)!

ทักษะกระบอง!

ไม่เลว ไม่เลว… ในอนาคตฉันอาจจะต้องมองหากระบองเหล็กเผื่อไว้

ไม่แน่สักวันฉันก็อาจจะได้ไปอัญเชิญพระไตรปิฎก...

จบบทที่ บทที่ 41: ผู้รู้แจ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว