เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40: สายตาแห่งจิตวิญญาณ

บทที่ 40: สายตาแห่งจิตวิญญาณ

บทที่ 40: สายตาแห่งจิตวิญญาณ


บทที่ 40: สายตาแห่งจิตวิญญาณ

ซูเจี๋ยและเพื่อนของเขารู้สึกหดหู่เล็กน้อยเนื่องจากการสอบศิลปะการต่อสู้

เมื่ออ่านบรรยากาศ ไป่เว่ยก็รีบเปลี่ยนหัวข้อคุย “พวกนายรู้ไหมว่าโจวไป่หยุนได้ส่งคนไปสำรวจภูเขาเป่าอันอีกครั้งในวันนี้”

“โอ้ แล้วพวกเขาพบอะไรไหม?” หวังเต็งถามอย่างเฉยเมย

นี่เป็นไปตามการคาดการณ์ของเขา

คนฉลาดมักอยากรู้อยากเห็น และโจวไป่หยุนก็เป็นคนฉลาด

เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่เธอต้องการเมื่อคืนก่อน เธอก็เลือกที่จะลงมือสืบสวนมันด้วยตัวเอง

“หวู่หยวนบอกว่าพวกเขาพบร่องรอยของการต่อสู้ในป่า และเมื่อดูจากร่องรอบการต่อสู้ มันก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการปะทะกันของนักสู้” ไป่เว่ยกล่าว

“นักสู้!”

ซูเจี๋ยและหยู่ห่าวตกตะลึง

“ในที่เกิดเหตุมีร่องรอยไหม้และรอบแช่แข็งด้วย ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกทำโดยพลังฟอร์สนะ” ไป่เว่ยพยักหน้าและกล่าว

“มีนักสู้ด้วยหรอ? โชคดีที่พี่หวังเต็งไม่พบพวกเขา ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะตกอยู่ในอันตราย” ซูเจี๋ยกล่าว

หวังเต็งพยักหน้า

“ใช่แล้ว ว่าแต่ใครคือหวู่หยวน” หยูห่าวถามไป่เว่ยอย่างสงสัย

“เธอเป็นหญิงสาวที่ฉันพบที่วิลล่าบนภูเขาเมื่อวานนี้น่ะ เธอเป็นคนชอบซุบซิบและเธอก็รู้ความลับมากมาย นอกจากนี้เธอก็ยังเป็นคนช่างพูดอีกด้วย ดังนั้นเธอจึงส่งข้อความหาฉันทางวีแชททันทีที่เธอได้ยินข่าวนี้” ไป่เว่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

“เธอพูดอะไรอีก” หวังเต็งถาม

“เธอยังบอกอีกว่าหลังจากที่โจวไป่หยุนมาถึง สมาชิกจากสำนักงานปกป้องเมืองก็ได้มาด้วย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ค้นพบอะไรเลย พวกเขาคาดเดากันว่าบางทีนักสู้ทั้งสองอาจจะหนีไปหลังจากปะทะกันที่นั่นได้ชั่วครู่” ไป่เว่ยกล่าวต่อ

หวังเต็งตกอยู่ในห้วงความคิด ดูเหมือนว่าไป่เว่ยจะรู้แค่ผิวเผินเท่านั้น

พวกเขาคุยกันสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

เมื่อหวังเต็งกลับถึงบ้าน เขาก็สังเกตเห็นคนแปลกหน้าสองสามคน หวังเฉินกั๋วเองก็กลับมาจากการเดินทางไปทำงานแล้วและกำลังสนทนากับคนเหล่านี้

สำนักงานปกป้องเมือง!

ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาหาฉันเร็วขนาดนี้!

หัวใจของหวังเต็งเต้นผิดจังหวะ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของเขา เขายังคงเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นและถามว่า “พ่อ พ่อกลับมาแล้วหรอ แล้วคนพวกนี้คือ?”

“ใช่แล้ว” หวังเฉินกั๋วพยักหน้า จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะที่เขาตอบว่า “พวกเขามาจากสำนักงานปกป้องเมือง และพวกเขาก็มาที่นี่เพื่อถามคำถามสองสามข้อกับลูก นี่ลูกไปสร้างปัญหามาอีกแล้วหรอ?”

หวังเต็งรู้สึกผิดในทันที “ผมจะไปสร้างปัญหาได้ยังไงกัน? ผมฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างเชื่อฟังและออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆเมื่อเร็วๆนี้ อย่างงั้นแล้วผมจะสร้าไปงปัญหาอะไรได้!”

“  คุณหวังไม่ต้องกังวลไป นี่เป็นเพียงการตรวจสอบตามปกติ”

ชายหนุ่มโบกมือแล้วลุกขึ้นยืน เขาถามหวังเต็งว่า “คุณคือหวังเต็งใช่ไหม?”

“ใช่”

“ฉันเป็นหัวหน้าทีมเล็กลำดับที่ 3 ของสำนักงานคุ้มครองเมือง ไช่หยู่” ชายหนุ่มแนะนำตัว “เรามาที่นี่ในวันนี้เพราะเราต้องการถามคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานบนภูเขาเป่าอัน”

“ตกลง ในเมื่อคุณมาที่นี่เพราะเรื่องนั้น งั้นก็ถามมาได้เลย ฉันจะตอบทุกอย่างที่ฉันรู้” หวังเต็งแสร้งทำเป็นรู้ทุกอย่าง

ไช่หยู่ถามคำถามสองสามข้อและหวังเต็งก็ตอบเขาด้วยคำตอบที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้า มันไม่พบช่องโหว่ในเรื่องราวของเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขากล่าวว่าเขาไม่มีความรู้เรื่องทิศทาง จากนั้นหวังเฉินกั๋วก็หัวเราะและกล่าวเสริมว่า “ฉันไม่ว่าหรอกนะถ้าคุณจะหัวเราะเยาะเขา ไอ้เด็กดื้อคนนี้มันนิสัยไม่ดีมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว โชคดีที่เรามีจีพีเอส ไม่อย่างงั้นฉันก็คงจะต้องเสียเวลาครึ่งชีวิตไปกับการตามหาเขา”

“เอาล่ะ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในวันนี้”

เนื่องจากไช่หยู่ไม่ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องใดๆ ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและจากไป

หลังจากที่สมาชิกของสำนักงานปกป้องเมืองจากไป หวังเฉินกั๋วก็ได้ใช้นิ้วของเขาและทำท่าดีดหน้าผากของหวังเต็ง

หวังเต็งหัวเราะ “พ่อ พ่อให้ความร่วมมือได้ดีมาก!”

“หยุดพูดเล่นได้แล้ว” หวังเฉินกั๋วลุกเป็นไฟเมื่อไม่มีคนแปลกหน้า “จากนี้ไปจงเชื่อฟังและหยุดสร้างปัญหา”

หวังเต็งไม่ได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นหวังเฉินกั๋วจึงเตือนเขาและไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมอีก

หลี่ซิ่วเหม่ยวางจานลงบนโต๊ะและเรียกพ่อกับลูกชายมาทานอาหารเย็น

ไช่หยู่กำลังนั่งอยู่ในรถ จากนั้นพนักงานขับรถก็ถามว่า “พี่ไช่ คิดว่าคำพูดของเด็กหนุ่นคนนั้นมันจริงแค่ไหน?”

“มันยากที่จะพูด”

ไช่หยู่ขมวดคิ้ว “ จากการตรวจสอบทางเคมีของสถานที่ นักสู้ที่ต่อสู้อยู่นั้นได้ตายไปแล้ว และมันก็น่าจะมีบุคคลที่สามอยู่ในที่เกิดเหตุ

“จากคำกล่าวของหลี่หรงเฉิง เราก็ได้รู้ว่าหวังเต็งนั้นไม่ได้อ่อนแอ และตอนนี้เขาก็น่าจะเป็นศิษย์นักสู้ขั้นสูง”

“แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ศิษย์นักสู้ชั้นสูงจะฆ่านักสู้ได้ถึงสองคน”

“ด้วยเหตุนั้นเอง การตายของสองคนนั้นจึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเขา และหากมันมีความจริงที่เขาปกปิดอยู่ มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่เขาเห็นการต่อสู้และเกิดกลัวจนไม่กล้าที่จะพูดออกไป”

คนขับยังคงคาดเดาต่อไป “เป็นไปได้ไหมที่นักสู้ทั้งสองจะเสียชีวิตพร้อมกันและเขาก็ได้ประโยชน์จากพวกเขา”

“นายอ่านนิยายมากเกินไปรึเปล่า? ถ้าโชคดีขนาดนั้นเขาก็คงจะเป็นลูกของพระเจ้าแล้วล่ะ?” ไช่หยู่กลอกตา

“ฮ่าฮ่า พี่ไช่ พี่ไม่รู้เหรอว่าเนื้อเรื่องแนวนี้กำลังฮิตอยู่ในปัจจุบัน? อ่านแล้วมันทำให้รู้สึกดีนะ!” คนขับหัวเราะ.

“ขับรถต่อไปก็พอ”

ไช่หยู่หัวเราะและดุคนขับ จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“เห้อ หลี่หรงเฉิงและหวังเต็งเป็นศิษย์นักสู้ขั้นสูง มันมีโอกาสที่พวกเขาจะกลายเป็นนักสู้ในอนาคต ตระกูลหลี่และตระกูลหวังนั้นไม่ใช่ตระกูลธรรมดาๆ ชีวิตของพวกเขานี่ดีจริงๆ”

“นอกจากนี้สมบัติของนักสู้ทั้งสองก็ยังหายไปและโทรศัพท์มือถือของพวกเขาก็หายไปเช่นกัน ดังนั้นเราจึงไม่รู้ตัวตนของพวกเขา และมันก็ทำให้เราไม่มีแม้แต่เงื่อนงำที่จะเริ่มสืบสวน บางทีนี่ก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งในคดีที่ไม่สามารถคลี่คลายได้ก็ได้”

“พี่พูดถูก นับตั้งแต่เราเชื่อมต่อกับทวีปซินหวู่ มันก็ยากที่จะนับยอดจำนวนนักสู้ที่สูญหายและเสียชีวิต” พนักงานคร่ำครวญ

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ หวังเต็งถือกระเป๋าเป้พร้อมกับไข่กลับเข้าไปในห้องนอนของเขาโดยที่พ่อแม่ของเขาไม่ได้มองดู

เขาเอาไข่ออกมาแล้ววางลงบนในตู้ฟักไข่ เขาเปิดตู้ฟักไข่แล้วปล่อยให้มันฟักไข่อย่างช้าๆ

จากนั้นเขาก็นอนลงบนเตียงแล้ววางหัวลงบนมือ

เขากำลังตกอยู่ในความงุนงง จากนั้นเขาก็กระโดดลงจากเตียงและหยิบกระจกขึ้นมา

หวังเต็งมองไปที่กระจกและเปิดใช้งานสายตาแห่งจิตวิญญาณ  จากนั้นเขาก็เห็นชั้นฟิล์มสีดำบางๆปกคลุมรูม่านตาของเขา...

ราวกับว่าฉันใส่คอนแทคเลนส์

ห้ะ? มันมีจุดแสงสีแดงลึกลงไปในดวงตาของฉัน!

โอ้พระเจ้า ทำไมพวกมันถึงดูเหมือนกับตากาเลย!

หวังเต็งสังเกตดวงตาของเขาอย่างระมัดระวังและรู้สึกหงุดหงิดทันที พวกมันกลายเป็นตาของกาจริงๆหรอ?

“เห้อ สายตาแห่งจิตวิญญาณนี่มันคืออะไรกัน?”

หวังเต็งกวาดตามองห้องของเขาด้วยการถอนหายใจ เมื่อเขาเห็นไข่ในตู้ฟักไข่ สายตาของเขาก็หยุดลงทันใด

“นี่มัน...”

เมื่อสายตาแห่งจิตวิญญาณของเขาถูกเปิดใช้งาน ไข่ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมดราวกับว่ามันเป็นลูกบอลไฟที่ลุกโชน

“พลังฟอร์ส!”

เป็นไปได้ไหมว่าการใช้สายตาแห่งจิตวิญญาณช่วยให้ฉันเห็นพลังฟอร์ส?

หวังเต็งมีความคิดที่เหลือเชื่อ

นี่อาจเป็นวิธีที่ทำให้อีกายักษ์สามารถหาเมืองตงไห่เจอ นี่อาจเป็นวิธีที่ทำให้มันสามารถล็อคตำแหน่งเขาได้ ท้ายที่สุดแล้วพรสวรรค์นี้ฉันก็ได้มาจากอีกายักษ์

“อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ก็ไม่เลวเท่าไหร่ ฉันสามารถเห็นพลังฟอร์สผ่านดวงตาของฉัน ดังนั้นฉันจึงสามารถคาดเดาได้ว่านักสู้คนอื่นๆนั้นแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเพียงใด!”  หวังเต็งพึมพำกับตัวเอง

หวังเต็งกำลังร้อนรุ่มด้วยความกระตือรือร้น เขาทดสอบพรสวรรค์อยู่เป็นเวลานานจนรู้สึกว่าตาของเขาเริ่มจะเจ็บและหัวของเขาก็เริ่มจะหนักขึ้น เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปิดพรสวรรค์สายตาแห่งจิตวิญญาณของเขา

“เกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมฉันถึงรู้สึกเวียนหัวกัน!”

“หรือมันจะเป็นเพราะ…”

หวังเต็งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาเปิดหน้าต่างค่าคุณสมบัติและดูที่หมวดค่าสถานะของเขา จากนั้นเขาก็พบว่ามันมี (ใช้งานมากเกินไป) อยู่เบื้องหลังค่าคุณสมบัติ

สายตาแห่งจิตวิญญาณต้องใช้พลังวิญญาณ!

ดูเหมือนว่าฉันจะใช้มันไม่ได้โดยประมาท

หวังเต็งพักสักครู่ก่อนที่อาการวิงเวียนศีรษะจะค่อยๆหายไป

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าสายตาแห่งจิตวิญญาณนั้นสามารถช่วยให้ฉันมองเห็นพลังฟอร์สได้ แต่มันยังสามารถทำอะไรอย่างอื่นได้อีกไหมนะ?”

หวังเต็งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจว่าเขาจะให้ความสนใจกับมันมากขึ้นในอนาคต พรสวรรค์สายตาแห่งจิตวิญญาณนั้นเป็นอะไรที่มีความพิเศษมาก ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่ามันจะต้องยังมีความลับอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 40: สายตาแห่งจิตวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว