เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: แผน! ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแผนแน่ๆ!

บทที่ 16: แผน! ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแผนแน่ๆ!

บทที่ 16: แผน! ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแผนแน่ๆ!


บทที่ 16: แผน! ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแผนแน่ๆ!

หวังเต็งเดินเข้าไปในห้องเรียน

ความทรงจำเกี่ยวกับหลินซัวหานยังคงปรากฏอยู่ในใจของเขาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจำได้ว่าในตอนนั้นเธอมักจะเกลี้ยกล่อมเขาด้วยความหวังว่าเขาจะรู้แจ้งและตั้งใจเรียน

น่าเสียดายที่ในชีวิตที่แล้ว เขาไม่เคยหันหลังกลับมอง เขายังคงเดินไปตามทางแห่งความมืดจนถึงที่สุด

หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกทางกันและไม่ได้พบกันอีกเลย ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่น่าเสียใจจริงๆ

ผู้หญิงคนนี้ทิ้งร่องรอยของเธอไว้ในความทรงจำของเขา และชาตินี้เขาก็ไม่อยากจะคิดถึงเธอ!

เมื่อหวังเต็งกลับไป เกือบทั้งชั้นเรียนก็ได้มาถึงแล้ว และมันก็ทำให้เกิดฟองสบู่ค่าคุณสมบัติที่มากขึ้น

หวังเต็งเดินไปรอบๆห้องเรียนภายใต้สายตาที่สับสนของเพื่อนร่วมชั้นและหเก็บฟองสบู่ทั้งหมดขึ้นมา

อังกฤษ*9

ภาษา*12

ชีววิทยา*15

“นายน้อยหวังกำลังทำอะไรนะ?”

“ใครจะไปรู้? บางทีเขาอาจจะกำลังเดินเล่นอยู่”

“เดินเล่น?”

“ทำไมนายถึงสนใจในสิ่งที่เขาทำกัน? ยังไงเขาก็เป็นลูกเศรษฐีที่ร่ำรวย เพราะงั้นความคิดของเขาจึงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเราอยู่แล้ว”

“ความคิดของเขาช่างแปลกประหลาดจริงๆ!”

นักเรียนที่เห็นหวังเต็งเดินไปเดินมาอดไม่ได้ที่จะนินทาเขาเงียบๆ

เมื่อหวังเต็งหันกลับมามองพวกเขา เสียงของพวกเขาก็หายไป พวกเขาทั้งหมดนั่งอยู่ที่นั่นอย่างจริงจังและแสร้งทำเป็นเรียนหนัก

หวังเต็หน้ามุ่ยขณะที่เขานั่งลงบนที่นั่งของเขา

หลินซัวหานไม่ได้อยู่ในที่นั่งของเธอ และมันก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปที่ไหน

เธอเดินเข้าไปในห้องเรียนก็เมื่อเสียงกริ่งของโรงเรียนส่งสัญญาณการเริ่มต้นบคาบเรียนตอนเช้าดังขึ้น เธอมีการแสดงออกที่เย็นชาและไม่เหลือบมองหวังเต็งเลยแม้แต่น้อย

เธอนั่งบนที่นั่งของเธอราวกับเธอนั่งอยู่คนเดียว

หวังเต็งยิ้มอย่างขมขื่น เขาไม่กล้าที่จะยั่วยุเธออีก

บุคลิกของหลินซัวหานนั้นดูห่างเหินหและเย็นชา เมื่อเธอแสดงท่าทางเยือกเย็น เธอส่งออร่าที่ดูเหมือนห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้เธอ

“ผู้หญิงคนนี้เย็นชาจริงๆ”

ในระหว่างคาบเรียนตอนเช้า หวังเต็งก็พลิกหนังสือเรียนอย่างไร้จุดหมาย เขารู้สึกเบื่อจนแทบตาย

นักเรียนทุกคนทบทวนบทเรียนอย่างเข้มข้นตลอดทั้งเช้า หวังเต็งเองก็เก็บฟองสบู่อย่างบ้าคลั่งเช่นกัน

ความรู้ของเขาในเรื่องการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ถ้าเขาต้องทำการทดสอบตอนนี้ เขาก็น่าจะได้รับคะแนนประมาณ 60 คะแนน

มันน่ากลัวมาก!

ต้องเข้าใจก่อนว่าก่อนหน้านี้คะแนนผลการเรียนของเขานั้นอยู่แค่เพียงหลักหน่วยเท่านั้น และคะแนนหลักหน่วยนั้นก็มาจากการเดามั่วๆที่บังเอิญถูกอีกต่างหาก

หลินซัวหานไม่ต้องการโต้ตอบกับหวังเต็ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน ดังนั้นเธอจึงสามารถเห็นได้ว่าหวังเต็งกำลังทำอะไรอยู่

เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ

“บุคลิกของเพื่อนคนนี้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันหรือเปล่านะ? เขาอ่านหนังสือเรียนด้วยหรอ?  นี่คำพูดของฉันได้ผลอย่างงั้นหรอ?”

“หรือว่าไอ้บ้านั่นชอบฉันเข้าแล้ว?”

หลินซัวหานไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรแบบนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม เธอก็เคยพูดคุยเรื่องของผู้ชายกับเพื่อนผู้หญิงของเธอมาก่อน นอกจากนี้ เธอก็ยังเคยแอบอ่านนิยายโรแมนติกบางเรื่องอีกด้วย

ในนวนิยาย เมื่อชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาวอีกคน เขาก็จะจำคำพูดของเธอไว้ในใจและเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ นั่นคือสิ่งที่นวนิยายทั้งหมดบอกเมื่อผู้ชายชอบผู้หญิงคนหนึ่งแล้วต้องการที่จะทำให้เธอประทับใจ....

เมื่อเธอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เธอก็รู้สึกแปลกๆในใจ

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังคงหงุดหงิดอยู่!

“เขาคิดที่จะจีบฉันอย่างงั้นหรอ?  แต่เขาเป็นคนที่โง่บรรลัยนี่ อย่างงั้นแล้วฉันควรจะทำอย่างไรดี?”

ขณะที่เธอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินซัวหานก็ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ เธอส่ายหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง และหูของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างควบคุมไม่ได้

ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่กันนะ?

มีการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในสมองของหลินซัวหาน ความคิดของเด็กสาวทุกประเภทปะปนอยู่ในหัวของเธอ ใบหน้าของเธอแดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศ

เจตจำนงในการตั้งใจเรียนของหลินซัวหานอาจแข็งแกร่งกว่าเพื่อนของเธอก็จริง แต่เธอก็ยังเป็นเด็กสาว ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่เธอจะหวั่นไหวเมื่อเจอกับเรื่องความรัก

หลังจากนั้นไม่นาน หลินซัวหานก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆ

มันเป็นความผิดของเขา เขารบกวนความสงบสุขของฉัน

หวังเต็งสังเกตเห็นหลินซัวหานส่ายศีรษะอย่างเมามันและถอนหายใจโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกสับสน

เธอกำลังทำอะไรอยู่กันนะ?

เขาอดไม่ได้ที่จะเปิดปากของเขา “คาบเรียนจบลงแล้ว ทำไมเราไม่ไปกินข้าวด้วยกันหน่อยล่ะ คิดซะว่าเป็นการไถโทษเรื่องเมื่อเช้าไง”

หลินซัวหานรู้สึกประหลาดใจ วินาทีถัดมา เธอก็ได้สติ

แผน! ทั้งหมดนี่จะต้องเป็นแผนแน่ๆ! ผู้ชายคนนี้มันจะต้องมีเจตนาอื่นแอบแฝงต่อฉันอย่างแน่นอน!

หวังเต็งตกตะลึง

ทำไมเธอถึงได้ดูระแวดระวังขนาดนี้กัน?

หรือว่าข่าวลือที่ฉันค้ามนุษย์จะกระจายไปอีกแล้ว

หลินซัวหานจ้องไปที่หวังเต็งและพูดอย่างเย็นชาว่า “ไม่ ฉันไม่ไป”

เธอลุกขึ้นและหยิบกระเป๋าของเธอหลังจากพูดจบ จากนั้นเธอก็วิ่งออกจากห้องเรียนและปล่อยให้หวังเต็งยืนอยู่ที่นั่นคนเดียว

“แปลกจริง!” หวังเต็งส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

เขาน่ากลัวมากขนาดนั้นเลยหรอ?

อะไรกันที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งถึงกับวิ่งหนีฉันอย่างไม่คิดชีวิตขนาดนั้น?

“พี่หวังเต็ง ไปกินข้าวกันเถอะ!” เสียงของซูเจี๋ยดังมาจากนอกห้องเรียนในขณะนี้

หวังเต็งลุกขึ้นและเดินออกไป

ซูเจี๋ยเองก็เป็นนักเรียนปีสามเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เขาก็อยู่ห้อง 12

สำหรับไป่เว่ยและหยูห่าว พวกเขาก็เรียนอยู่ชั้นปีสอง

โดยปกติแล้วพวกเขาก็มักจะไปกินอาหารข้างนอกโรงเรียน อย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเขาก็เลือกที่จะเข้ามากินที่โรงอาหาร

เมื่อหวังเต็งและซูเจี๋ยมาถึงโรงอาหาร มันก็มีคนอยู่แน่นแล้ว

ในขณะนั้นเอง การแจ้งเตือนวีแชทของซูเจี๋ยก็ดังขึ้น

เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดู จากนั้นเขาก็พูดว่า “ไปที่ชั้นสองกันเถอะ ไป่เว่ยและคนอื่นๆกำลังรอเราอยู่ที่นั่น”

ชั้นสองกว้างขวางกว่าชั้นแรก

เมื่อพวกเขามาถึงชั้นสอง อากาศข้างบนนั้นก็เย็นมาก และมันก็มีคนอยู่ไม่มากเท่าไหร่

ราคาของอาหารบนชั้นสองนั้นสูงกว่าขชั้นแรกมาก ดังนันนักเรียนธรรมดาจึงไม่ค่อยนิยมมากินกันท ชั้นสอง

ขณะที่พวกเขาขึ้นมา พวกเขาก็มองไปรอบๆโรงอาหารและในที่สุดพวกเขาก็เห็นไป่เว่ยและหยูห่าวนั่งอยู่บนที่นั่งทางขวา

พวกเขาเตรียมอาหารเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และมันก็ยังคงร้อนอยู่ เห็นได้ชัดว่ามันเพิ่งทำเสร็จได้ไม่นาน

นี่เป็นลักษณะเฉพาะของชั้นสอง ไม่เพียงแต่อาหารจะเลิศรสและอร่อยเท่านั้น แต่มันยังปรุงออกมาในทันทีอีกต่างหาก

ที่ชั้นหนึ่ง อาหารทุกจานถูกปรุงเอาไว้ล่วงหน้าและใส่ลงในถาด และนักเรียนก็มีสิทธิ์เลือกได้แค่เท่าที่มีอยู่เท่านั้น

นอกจากนี้มันก็ยังมีการใช้ช้อนตักอาหารร่วมกัน หลังจากตักกับข้าวจานหนึ่งแล้ว คนครัวก็จะเอาช้อนคันเดียวกันนี้มาตักอาหารให้กับอีกจานหนึ่งโดยไม่ผ่านการล้าง  ดังนั้นรสชาติที่แตกต่างกันทั้งหมดจึงถูกผสมรวมกัน และมันก็เป็นความทุกข์ทรมานต่อต่อมรับรสของคนๆหนึ่งเป็นอย่างมาก

คุณเคยลองรสชาติของการผสมระหว่างมะเขือเทศผัดไข่,หมูทอด,มะเขือยาวรสปลา และ… หรือยัง?

เมื่อคุณเคยแล้ว คุณก็จะไม่อยากลองอีกเลย

หากคุณมาสาย คุณก็จะได้กินแค่เศษอาหารเหลือเท่านั้น

ทั้งสี่พูดคุยกันอย่างมีความสุขและกินข้าวไปในเวลาเดียวกัน

เมื่อกินได้ครึ่งชจาน หยูห่าวก็ชี้ไปในทิศทางหนึ่งและถามว่า “นั่นมันหยวนจางหัวไม่ใช่หรอ?”

ซูเจี๋ยและไป่เว่ยมองไปทางนิ้วของเขาทันที

“เฮ้ย ไอ้เวรนั่นจริงๆด้วย!” ซุเจี๋ยเย้ยหยัน

“แล้วไอ้หัวหมูข้างเขาๆนั่นมันก็… นั่นมันหลี่หรงเฉิงไม่ใช่หรอ?” ดวงตาของไป่เว่ยเบิกกว้างขณะที่เธอถามอย่างสับสน

“หัวหมูไหน?”

ซูเจี๋ยและหยูห่าวตกตะลึงในเวลาเดียวกัน จากนั้นพวกเขาก็ดูอย่างระมัดระวัง

“โอ้พระเจ้า ฮ่าฮ่า นั่นมันนายน้อยหลี่หรงเฉิงจริงๆด้วย เขากลายเป็นแบบนี้ได้ไปได้ยังไงกัน?” ทั้งสองคนประหลาดใจ จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะออกมา

“มันอาจจะเป็นเพราะ...”

ขณะที่ไป่เว่ยเริ่มพูด  ซูเจี๋ยและหยูห่าวก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่าง พวกเขามองไปที่หวังเต็งด้วยท่าทางแปลกๆ

เมื่อหวังเต็งเห็นรูปลักษณ์ของหลี่หรงเฉิง เขาก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่ผับกุหลาบป่าในทันที เขาไออย่างเชื่องช้าและพูดว่า “อะแฮ่ม อย่าพูดไร้สาระถ้านายไม่มีหลักฐาน”

จบบทที่ บทที่ 16: แผน! ทั้งหมดนี่ต้องเป็นแผนแน่ๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว