เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?

บทที่ 15: ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?

บทที่ 15: ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?


บทที่ 15: ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?

ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ผ่านมาหรือชีวิตนี้ หวังเฉินกั๋วก็มักจะทำทุกอย่างสำหรับลูกชายของเขา

ในชีวิตที่แล้ว หวังเต็งเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกับหลินซัวหานมาเป็นระยะเวลานานหนึ่งปี หญิงสาวที่สวยที่สุดในโรงเรียนอยู่ตรงหน้าเขา แต่เขาก็ไม่สามารถแตะต้องเธอได้ นี่มันน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก

หลังจากที่พวกเขาจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย หลินซัวหานก็ไปที่เมืองเซี่ยและศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของเมือง

หลังจากนั้น เขาก็ได้ยินว่าเธอได้ไปต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อและกลับมาในอีกสามปีต่อมา ในเวลานั้น เธอก็ได้แสดงความสามารถทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมและสร้างแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ทั่วประเทศภายในระยะเวลาไม่กี่ปี บริษัทของเธอได้ก้าวไปสู่ระดับสากล ในขณะที่เธอก็ได้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจในยุคนั้นและกลายเป็นคนที่น่าทึ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกลับมาที่ชีวิตของเขา...

เขารู้สึกเหมือนปลาเค็มที่นอนอยู่หน้าปลาวาฬ ปลาเค็มที่อยู่ตรงหน้าเธอตลอดทั้งปี

หวังเต็งหรี่ตาลงและมองไปที่ต้นขาของหลินซัวหาน เขามีความปรารถนาที่จะก้าวไปข้างหน้าและกอดพวกมันแน่น

ขาที่สวยงามคู่นี้ให้ความรู้สึกราวกับถูกหุ้มด้วยทองคำ

พูดตามตรง ร่างของหญิงสาวคนนี้นั้นสมบูรณ์แบบ

หลินซัวหานกำลังอ่านตำราของเธออยู่ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่ามีสายตาจ้องมองไปที่ต้นขาของเธอ และมันก็ทำให้เธอขมวดคิ้วอย่างควบคุมไม่ได้

“ฮึ่ม!”

เสียงพึมพำปลุกหวังเต็งให้ตื่นขึ้นจากภวังค์

หวังเต็งมองไปที่ใบหน้าที่เย็นชาของหลินซัวหาน และเกาจมูกของเขา เขาหัวเราะเบาๆและถอนสายตาของเขา

“ทำไมเขาถึงยังหัวเราะกัน? ไอ้นี่มันน่ารำคาญจริงๆ” หลินซัวหานพึมพำกับตัวเองเบาๆ

หวังเต็งส่ายหัว เขามีประสบการณ์มาสองช่วงชีวิต แต่เขาก็ยังวอกแวกได้ง่าย ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าอาย

เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและวางแผนที่จะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

สิ่งที่หวังเฉินกั๋วกล่าวในตอนเช้านั้นทำให้เขาเห็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในมุมมองใหม่

หวังเต็งคิดเสมอว่าหลังจากที่เขากลายเป็นนักสู้แล้ว สถานะของเขาก็จะแตกต่างออกไป และเขาก็จะไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

เขาไม่รู้ว่ามันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องทำและต้องเข้าใจแม้ว่าเขาจะเป็นนักสู้ก็ตาม

โชคดีที่หวังเฉินกั๋วเตือนเขาทันเวลา ไม่อย่างนั้นเขาก็อาจจะพลาดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ก็ได้

เขาค้นหาโดยไม่ได้ตั้งใจ และข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ผุดออกมา

ต้องบอกว่าโลกนี้และโลกในชาติก่อนของเขานั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย และถ้าไม่สังเกตให้ดี มันก็จะหาไม่เจอ

ตัวอย่างเช่น ดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ได้มีชื่อว่าโลก  แต่มันถูกเรียกว่าดาวโลกแทน

ตัวอย่างเช่น ประเทศของพวกเขาที่ถูกเรียกว่าหัวเซี่ย  (ชื่อโบราณของจีน)

ตงไห่นั้นก็คล้ายกับเซี่ยงไฮ้ มหาวิทยาลัยตงไห่และมหาวิทยาลัยเซียนั้นก็ล้วนเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

เวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากปกติเดือนมิถุนายนก็กลายเป็นวันที่ 5 เดือนกรกฎาคม ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่านี่คือวันที่ศิลปะการต่อสู้เริ่มได้รับความนิยมในที่สาธารณะ

ทุกวันนี้การสอบศิลปะการต่อสู้ก็เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้นการทดสอบจึงจัดขึ้นในวันพิเศษนี้โดยมีความหมายพิเศษ

หวังเต็งได้ทำการค้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบเข้าหลักสูตรศิลปะการต่อสู้

การสอบหลักสูตรศิลปะการต่อสู้นั้นแตกต่างจากการสอบหลักสูตรปกติมาก

ศิลปะการต่อสู้นั้นไม่ใช่แค่การทดสอบภาษา ,คณิตศาสตร์ ,ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่มันยังรวมถึงกายวิภาคของมนุษย์ ประวัติของศิลปะการต่อสู้ การศึกษาสมุนไพรวิญญาณ และเรื่องอื่นๆ

กระทรวงศึกษาธิการได้รวบรวมความรู้ทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในหนังสือชื่อ "การสอบศิลปะการต่อสู้ห้าปี เอกสารจำลองสามปี"

ใครก็ตามที่ต้องการเรียนหลักสูตรศิลปะการต่อสู้ก็จะได้รับหนังสือเล่มนี้หนึ่งเล่ม

หวังเต็งมองไปที่ชื่อด้วยท่าทางแปลกๆ เขาสงสัยว่าเขาควรจะรับมันมาด้วยหรือไม่ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ตัดสินใจยอมแพ้

มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะเรียนรู้ทุกๆอย่าง สิ่งที่เขาทำได้คือเขาจะต้องพึ่งพาการเก็บฟองสบู่ค่าคุณลักษณะ

มีศิษย์นักสู้ขั้นสูงห้าคนในโรงเรียนมัธยมอันดบหนึ่งของตงไห่ ดังนั้นพวกเขาก็จะต้องสอบศิลปะการต่อสู้อย่างแน่นอน และพวกเขาก็น่าจะศึกษา 'การทดสอบศิลปะการต่อสู้ห้าปี เอกสารจำลองสามปี' ด้วยเช่นกัน

เขาสามารถหาเวลาไปเยี่ยมพวกเขาและเก็บฟองสบู่ค่าคุณสมบัติบางอย่างได้  และด้วยวิธีนี้เอง หวังเต็งจึงจะสามารถรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ "การสอบศิลปะการต่อสู้ห้าปี เอกสารจำลองสามปี" ได้

และหากมันยังไม่เพียงพอ มันก็ยังมีนักเรียนคนอื่นๆจากโรงเรียนอื่นที่เรียนหลักสูตรศิลปะการต่อสู้อีก ดังนั้นเขาจึงยังสามารถมองหาผู้คนเหล่านั้นและรวบรวมฟองสบู่จากพวกเขาได้

หวังเต็งได้รับแผนเอาไว่ในใจ

“แม้ว่าเขาจะมาเร็ว แต่เขาก็ยังเอาแต่เล่นโทรศัพท์”

เมื่อหลินซัวหานเห็นหวังเต็งเล่นโทรศัพท์ทั้งเช้า เธอก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง เธอพูดด้วยเสียงต่ำ “หวังเต็ง ออกมากับฉันสักครู่”

หลังจากพูดจบ เธอก็ลุกขึ้นยืนตรงและเดินออกจากห้องเรียน

หวังเต็งยังคงไตร่ตรองเรื่องการสอบศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงสูญเสียการได้ยินเมื่อหลินซัวหานพูด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามองดูด้านหลังของอีกฝ่ายขณะที่เธอเดินออกมาจากห้องเรียน เขาก็ลุกขึ้นและเดินตามเธอไป

ลืมมันไปซะ เพราะว่าเธอน่ารักไง ดังนั้นฉันก็จะเป็นคนตามเธอไปเอง!

หวังเต็งเก็บโทรศัพท์และวางมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ เขาเดินออกมาจากชั้นเรียนอย่างไม่ตั้งใจและเห็นหลินซัวหานกำลังรอเขาอยู่ที่มุมๆหนึ่ง

“มีอะไรอย่างงั้นหรอหัวหน้าห้องหลิน?” หวังเต็งมองไปที่ใบหน้าที่สวยงามตรงหน้าเขาและถาม

“หวังเต็ง อีกไม่ถึงเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมนายถึงยังเล่นทุกวันอีก นายไม่ได้วางแผนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยหรอ?” หลินซัวหานถามด้วยท่าทางเย็นชา

“ก็ในเมื่อมันถึงเวลาไม่ถึงเดือน แล้วฉันจะทำงานหนักไปเพื่ออะไรกันล่ะ?” หวังเต็งพูดอย่างติดตลก

น้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจของหวังเต็งทำให้หลินซัวหานยิ้มไม่ออก

คิ้วของเธอย่น ในท้ายที่สุด เธอก็ควบคุมอารมณ์และพูดว่า “ฉันมีบันทึกบางอย่าง แม้ว่าจะมีเวลาน้อยกว่าหนึ่งเดือน แต่หากนายทำงานหนักพอ นายก็อาจจะทำคะแนนได้บ้างในการสอบเข้า ภูมิหลังครอบครัวของนายนั้นดี ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนายที่จะเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี”

“หัวหน้าห้องหลิน ทำไมเธอถึงเป็นห่วงฉันจัง” หวังเต็งถามขึ้นทันที

“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย” หลินซัวหานตอบโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ

นายหมายถึงอะไรที่บอกว่าฉันเป็นห่วงนาย หลงตัวเองเกินไปแล้ว

“ทำไมเธอถึงกังวลเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของฉันล่ะ” หวังเต็งถามต่อ

“ครูใหญ่ให้นายนั่งข้างฉันเพราะเขาต้องการให้ฉันช่วยนายในเรื่องการเรียน มันไม่เป็นไรที่เมื่อก่อนนายจะไม่ฟังฉัน อย่างไรก็ตาม การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็กำลังจะมาถึงแล้ว ดังนั้นฉันจึงขอเตือนนายอย่างจริงใจเป็นครั้งสุดท้าย” หลินซัวหานอธิบาย

“ ขอเตือนหรือกำลังปกปิด? หวังเต็งล้อเธอ

“ฉัน...” หลินซัวหานตกตะลึงกับความไร้ยางอายของเขา เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง เธอพูดต่อด้วยความหงุดหงิด “ฉันกำลังเกลี้ยกล่อมนายเพราะเราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน นายสามารถเลือกได้ว่าต้องการฟังฉันหรือไม่ และถ้านายเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

เธอหันกลับมาและอยากจะกลับไปที่ห้องเรียน อย่างไรก็ตาม เพราะรีบเดินกลับเข้าไป เธอจึงไม่ทันสังเกคุไม้กวาดที่ตกอยู่บนพื้น ซึ่งมันก็ทำให้เธอสะดุดไม้กวาดและและเซ

อึก ไม่มีอะไรให้ฉันยึด

หลินซัวหานตกใจอย่างมาก แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็รู้สึกได้ว่ามันมีคนกำลังกอดเธออยู่

หวังเต็งได้สังเกตเห็นความรู้สึกแปลกๆในมือของเขาด้วย จากนั้นเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

“เร็วเข้า ปล่อยฉันได้แล้ว!”

หลินซัวหานอยากจะร้องไห้

“อยากให้ฉันปล่อยจริงๆหรอ?” หวังเต็งกล่าว

“ปล่อยได้แล้ว!” หลินซัวหานกล่าวอย่างหนักแน่น

“โอเค...” จากนั้นหวังเต็งก็ปล่อยมือออก…

เขาปล่อยมือ...

“อ๊ะ!” หลินซัวหานล้มลงไปกับพื้น และใบหน้าของเธอก็ราบกับพื้นเช่นเดียวกัน

“หัวหน้าห้อง เธอเป็นคนขอให้ฉันปล่อยเองนะ” หวังเต็งพูดอย่างตรงไปตรงมา

หลินซัวหานยกมือข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นและชี้ไปที่หวังเต็ง

“เอิ่ม… เธอโอเคดีไหม?” หวังเต็งก้มลงข้างเธอและถามอย่างระมัดระวัง

หลินซัวหานเงยหน้าขึ้น ผมของเธอยุ่งเหยิง จมูกที่สวยงามและหน้าผากของเธอก็เป็นสีแดงทั้งหมด

เธอดูหมดสภาพมาก!

“หวังเต็ง ไอ้สารเลว!”

เธอลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่หันหลังกลับ

เธอรู้สึกเขินอายมาก!

หวังเต็งมองไปที่ด้านหลังของหลินซัวหานขณะที่เธอวิ่งไปไกลขึ้นเรื่อยๆ การแสดงออกของเขาดูอึดอัดเล็กน้อย เขาทำอะไรผิดไปอย่างงั้นหรอ?

จบบทที่ บทที่ 15: ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว