เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 59: ทางเข้า

Chapter 59: ทางเข้า

Chapter 59: ทางเข้า


"ดยุคเวย์น" ฉินหรานทำสีหน้าประหลาดใจ แม้ว่าจริง ๆ แล้วข้างในเขาจะรู้สึกสงบมาก

เมื่อคนชื่ออีวานดูจะมีอิทธิพลในเมืองสูงมาก ฉินหรานก็ลดจำนวนผู้ที่เขาสงสัยให้แคบลงมาเหลือแค่สองสามคน และดยุคเวย์นก็เป็นหนึ่งในนั้น ครอบครัวของเขามีอิทธิพลมากในเมืองนี้ แต่ฉินหรานไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ตอนนี้เขาไม่ต้องการหลักฐานอะไรแล้ว

"งั้น นี่ก็คือนักสืบที่เก่งกาจที่สุดในเมือง!" ดยุคเวย์นสังเกตเห็นความแปลกใจในสีหน้าของฉินหรานก็ยิ่งเยาะเย้ยเขามากขึ้น "ฉันคิดว่าแกจะต้องใช้เวลาสักสัปดาห์หนึ่งช่วยฉันหาสิ่งที่ฉันตามหาเสียอีก" เขาพูดเบา ๆ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ดยุคเวย์นนับสมบัติของศาสนจักรแห่งอรุณรุ่งเป็นของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

"เพื่อเป็นรางวัล ฉันคิดว่าแกน่าจะอยากเจอเพื่อนเก่าของแก" โดยไม่รอคำตอบ ดยุคเวย์นปรบมือ

ทันใดนั้น สารวัตรจอห์นก็ถูกผลักออกมากจากกลุ่มคน มือและปากของเขาถูกมัดไว้ เขาเดินโซเซมาถึงข้าง ๆ ฉินหราน มีรอยแผลมากมายบนร่างกายของเขา ทั้งรอยจากแส้และมีด จอห์นยังมีเลือดไหลอยู่เลย แต่ว่า ฉินหรานก็รู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้เห็นเป็นร่างไร้ชีวิต

"จอห์น นายโอเคไหม?" ฉินหรานช่วยเอาผ้าปิดปากออกและแก้มัดมือให้เขา

"ฉันไม่เป็นไร" จอห์นตอบพร้อมรอยยิ้มทะมึน การได้รู้ว่าศัตรูนั้นมีอิทธิพลเหนือเขามาก ๆ ทำให้เขารู้สึกจิตใจพังทลาย

แน่นอนว่า ความเสียใจส่วนใหญ่ของเขาคือการที่ตัวเองไม่รู้เลยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างคือดยุคเวย์น ศักดิ์ศรีในฐานะสารวัตรตำรวจถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก

อีกด้านหนึ่ง ดยุคเวย์นไม่ได้ห้ามฉินหรานแก้มัดจอห์น เขาแค่ยืนอยู่กับที่มองทั้งสองคนคุยกัน ผ่านไปสองนาที เขาเปิดปากพูดอีกครั้ง

"นักสืบฉินหราน ดูเหมือนว่าแกจะพอใจในรางวัลของแกนะ!" ขณะที่ดยุคเวย์นพูดเยาะเย้ยฉินหราน คนของดยุคเวย์นก็เข้ามาล้อมฉินหรานและจอห์นไว้ พวกมันถือปืนเล็งมาที่พวกเขาสองคน ผู้ชายสูงสองเมตรคนนั้นเดินไปหาฉินหรานแล้วค้นตัวหาสมุดโน้ต ฉินหรานยกมือทั้งสองขึ้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของดยุคเวย์นกว้างขึ้นกว่าเดิม เขาดีใจที่ฉินหรานให้ความร่วมมือ และเขาคิดว่าฉินหรานสมควรได้รู้มากขึ้นเป็นรางวัลของการสืบค้นของเขา

"สวาร์โกกับลู่ชานนำแกไปก้าวหนึ่งนะ คุณนักสืบ พันธมิตรที่แกเลือกไม่ได้ภักดีอย่างที่แกคิดหรอกนะ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันเองก็จะคิดบัญชีกับมันเหมือนกัน ยังไงซะ พวกมันก็แค่นักเลงกระจอกที่คอยแต่จะทำทุกอย่างผิดพลาดล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเรื่องน่าโมโหนั่น..." ดยุคเวย์นอดใจไม่ไหวแล้ว เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นฉินหรานมีสีหน้าทะมึนมากขึ้น เมื่อเขาหยุดหัวเราะได้ ก็พูดต่อ "เรื่องที่จู่โจมโรงเรียนเซนต์เปาโล!"

"คุณทำอย่างนั้นไม่ได้...."

"แน่นอนว่าฉันทำได้! ฉันสามารถทำทุกอย่างที่ต้องกาด้ในเมืองนี้!" ดยุคเวย์นพูดขัดฉินหรานด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

ฉินหรานยิ่งดูกังวลและหงุดหงิดมากขึ้นทำให้ดยุคเวย์นหัวเราะเยาะเขาอีกครั้ง

"แกมันก็ตาบอดเพราะความละโมบเหมือนกันนั่นแหละ แกมีสิทธิ์อะไรมาทำสีหน้าแบบนั้นฮะ? ควบคุมความรู้สึกเห็นอกเห็นใจปลอม ๆ ของแกหน่อยเหอะ แกมีอย่างอื่นสำคัญกว่าต้องทำ! คนนำทาง นั่นเป็นฉายาที่เหมาะกับแกและสารวัตรจอห์น!" ดยุคเวย์นไม่ได้สนใจปืนและมีดที่จ่อไปที่ฉินหราน เขาแค่รับสมุดโน้ตที่ชายร่างสูงค้นมาจากตัวฉินหรานมาเปิดดู หลังจากยืนยันแล้วว่าข้อมูลด้านในนั้นเกี่ยวกันศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง แต่ไม่ได้บอกถึงขั้นตอนถัดไป เขาก็ออกคำสั่งกับคนของตัวเอง

สวาร์โกและลู่ชานตัวปลอมนั้นลงไปในท่อน้ำทิ้งก่อนฉินหราน ดังนั้น ดยุคเวย์นจึงไม่มีเวลาอ่านข้อมูลในสมุดโน้ต เขายังคงมั่นใจว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างเอาไว้แล้ว เหมือนที่เคยเป็นมา

ส่วนที่ว่า ทำไมเขาถึงไม่ส่งคนตามสวาร์โกและลู่ชานไปก่อน?

ดยุคเวย์นเชื่อว่าฉินหรานเป็นคนฉลาด และเขาน่าจะไม่ได้บอกทุกอย่างกับคนโง่สองคนนั้น สองคนนั้นคิดว่าพวกมันรู้ทุกอย่างแล้ว แต่อันที่จริงแล้วพวกมันก็แค่ถูกหลอกใช้เป็นทัพหน้าเท่านั้นเอง ดยุคเวย์นนั้นชื่นชมฉินหราน และมอบหมายหน้าที่เดียวกันนั้นแก่ฉินหรานและจอห์น

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ อันที่จริงมันค่อนข้างน่าสนใจ

ดยุคเวย์นมองสีหน้าน่าเกลียูของฉินหรานและหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เขาหัวเราะเบา ๆ และสง่างาม

ฝาท่อน้ำทิ้งถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ดยุคเวย์นส่งคนของตัวเองสามคนลงไปก่อน หลังจากพวกเขายืนยันว่าด้านล่างไม่มีคน ฉินหรานและจอห์นก็ถูกบังคับให้ลงไปด้วยกันโดยผู้ชายสูงสองเมตรขณะที่ดยุคเวย์นตามมาด้านหลังพวกเขา

จากกลุ่มคนสิบสองคน แปดคนจุดตะเกียงน้ำมันส่องสว่างไปตามท่อน้ำใต้ดิน ในขณะที่อีกสามคนที่เหลือล้อมดยุคเวย์นเอาไว้ ผู้ชายสูงสองเมตรคนนั้นยืนอยู่ด้านหลังฉินหรานและจอห์น

"นี่คือทรูต คนที่เก่งที่สุดของฉัน เขาเคยช่วยชีวิตฉันไว้นับครั้งไม่ถ้วน เขาชอบฉีกกระชากศัตรูให้ขาดครึ่ง ฉันรับรองได้ว่าพวกแกคงไม่อยากสัมผัสด้านนั้นหรือเผชิญกับโทสะของเขา" ท่ามกลางการปกป้องจากคนของตัวเอง ดยุคเวย์นดูใจเย็น

ชายร่างยักษ์นามทรูตแสยะยิ้มตามดยุคเวย์น ภายใต้แรงกดดันของปืนนับโหลที่จ่อมาที่พวกเขา ฉินหรานและจอห์นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จอห์นอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ฉินหรานห้ามเขาไว้ เขาพึมพำบางอย่างให้จอห์นฟังและจอห์นก็ถอนหายใจแทน

สารวัตรจอห์นไม่ใช่คนโง่และไม่ดึงดัน เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาขัดขืนหรือลงมือ มือปืนรอบ ๆ พวกเขาคงจะยินดีที่จะสอนบทเรียนสักบทสองบทให้เขา พวกมันไม่ได้เล็งปืนไปที่จุดตายเขา แต่เป็นที่ขาและแขนซึ่งจะทำให้เขาทรมานมากพอ

ความซื่อตรงของจอห์นทำให้เขาโทษโทสะของตัวเอง ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เขาคิดและความจริงที่เกิดขึ้นทำให้เขาปวดใจ และยิ่งปวดใจมากขึ้นเมื่อต้องให้ความร่วมมือตาม

ฉินหรานมองสีหน้าของจอห์นแล้วก็รู้สึกจนปัญญาเหมือนกัน ไม่ใช่กับสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา แต่เพราะเบอกความจริกับจอห์นออกไปดัง ๆ ไม่ได้ ฉินหรานเองก็อยากจะบอกแผนการของเขาแก่จอห์นแต่สัญชาตญาณบอกเขาว่าไม่ควร

"ไปเถอะ" ฉินหรานพยุงจอห์น และเดินไปเข้าท่อน้ำไปด้วยกัน

ดยุคเวย์นปรบมือเมื่อเห็น

"ฉันชอบทำงานกับคนฉลาด!" เขาพูดและให้สัญญาณคนของตัวเองให้ตามไปเช่นกัน

พริบตาเดียวทุกคนยกเว้นทรูตก็ตั้งขบวนรูปแบบพิเศษให้ดยุคเวย์นอยู่ตรงกลางการปกป้องจากทุกคนและคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวรอบ ๆ ตัว

การปกป้องดยุคเวย์นเป็นภารกิจหลัก ผู้ชายทุกคนมีใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาว่างเปล่าไร้ประกายราวกับเป็นเครื่องจักร เหมือนพวกเขาเป็นศพเดินได้

ทหารพลีชีพ

พอเห็นภาพนี้ ฉินหรานกับจอห์นก็สบตากัน อ่านสายตาของอีกฝ่าย ฉินหรานได้ยินมากจากกุนเธอร์สันเรื่องทหารพลีชีพ เขาแค่ไม่คิดว่าจะได้เจอพวกเขาเร็วอย่างนี้

"ถ้าเธอต้องสู้กับทหารพลีชีพ อย่าไปสู้พัวพันกับพวกมัน พวกมันสนใจแค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต่อให้ต้องตายก็ตาม!" คำพูดของกุนเธอร์สันยังก้องอยู่ในหูของฉินหรานแต่เขาก็ยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแผน

ตอนที่เขาคิดแผนนี้ขึ้นมาเขาก็คาดการณ์ถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดเอาไว้แล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่มีทหารพลีชีพอยู่ในแผนการด้วย จริง ๆ แล้ว การปรากฏตัวขึ้นมาของทหารกลุ่มนี้อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คาดไว้

โชคยังดี แม้ว่าจอห์นจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่ถึงกับขยับตัวไม่ได้ ฉินหรานรู้ว่าทำไมดยุคเวย์นถึงไม่สั่งให้ทำร้ายเขา มันเป็นเพราะดยุคเวย์นไม่ได้ตั้งใจจะไว้ชีวิตพวกเขาทั้งคู่หลังจากที่พบสมบัติ พวกเขาจะถูกฆ่าตายแน่นอน อันที่จริง ฉินหรานก็มีแผนแบบเดียวกัน เมื่อสมบัติถูก "พบ" ก็หมายถึงจุดจบของดยุคเวย์นและคนของเขา

ฉินหรานช่วยพยุงจอห์นไว้และเดินนำหน้าไปเรื่อย ๆ

กลิ่นเหม็นเน่าตลบใส่จมูกของพวกเขา ใต้เท้าของพวกเขาเหนียวเหนอะหนะราวกับเดินเหยียบไปบนอะไรสักอย่าง ท่อน้ำทิ้งนี้อันที่จริงก็ถูกทิ้งร้างไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้ามันถูกใช้งานเต็มที่สถานการณ์คงจะเลวร้ายกว่านี้เป็นสิบเท่า

ฉินหรานและจอห์นเดินลึกเข้าไปตามทางท่อท่ามกลางกลุ่มทหารพลีชีพที่ยังรักษาสีหน้าว่างเปล่าเอาไว้เหมือนกันทุกคน ดยุคเวย์นปิดใบหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหน เห็นได้ชัดเจนว่าเขาทนกลิ่นไม่ไหวแล้ว

ทรูตเองก็ไม่ได้ชอบกลิ่นพวกนี้เหมือนกัน

มีการพูดคุยกันข้างหลังฉินหรานกับจอห์นเป็นระยะ ฉินหรานบอกไม่ได้ว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่แต่มันย่อมไม่ใช่เรื่องดี

พวกเขาทั้งกลุ่มเดินอยู่ในท่อน้ำทิ้งภายใต้สภาพแบบนี้เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ประสาทรับกลิ่นของงฉินหรานด้านชาไปหมดแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการรับรู้กลิ่นได้ดีไม่ใช่เรื่องดี

แต่เขาก็จะไม่บ่น กับดักที่ขุดไว้สำหรับศัตรูนั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว

จบบทที่ Chapter 59: ทางเข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว