เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 23: พลิกผัน

Chapter 23: พลิกผัน

Chapter 23: พลิกผัน


ประสบการณ์ในสนามรบของแฮงก์ช่วยชีวิตตัวมันเองไว้

ปัง!

เสียงปืนดังออกจากมาจากส่วนอื่นของซากปรักหักพังไม่ไกลจากเขานัก

"มันอยู่นั่น!" แม้ว่าพวกมันจะไม่รู้ว่าฉินหรานที่ควรกำลังจะตายอยู่ในที่ซ่อนสามารถไปปรากฏตัวที่จุดอื่นแล้วลอบยิงพวกมันได้อย่างไร แต่พวกมันรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ พวกมันสามคนเล็งปืนไปที่จุดนั้นแล้วยิง พวกทหารแย่งโอกาสยิงซ้ำไปจากฉินหราน ฉินหรานรีบม้วนตัวไปด้านข้างแล้วหลบไปที่ส่วนอื่นของซากตึก

แสงอาทิตย์ส่องสว่างลงมา เกิดเป็นลำแสงตัดผ่านเงามืดด้านหลังกำแพง เกิดเป็นภาพสีขาวดำ ตรงไหนที่แสงส่องถึงก็สว่างและอบอุ่น ตรงไหนที่อยู่ใต้เงามืด ก็มืดมิดและเย็นเยียบ

ฉินหรานขดตัวซุกในเงามืดเย็นในขณะที่พยายามหลบกระสุนปืนจากพวกทหาร เขาย่นคิ้ว หลังจากสังเกตศัตรูอย่างละเอียด เขาก็สามารถระบุตัวหัวหน้ากลุ่มได้ เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะยิงหัวหน้ากลุ่มพลาด

[ยิง: พลาดเป้า เป้าหมายหลบได้ ก่อความเสียหาย 0 แต้มต่อเป้าหมาย...]

"ทหารระดับหัวกะทิคงเป็นแบบนี้สินะ?” ฉินหรานพึมพำเบา ๆ ขณะที่ส่วนหนึ่งในตัวของเขาสั่นสะท้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับศัตรูที่สามารถคาดเดาการกระทำของเขาได้ แม้ว่าฉินหรานจะไม่สามารถยืนยันได้ว่าหัวหน้ากลุ่มผู้นั้นจะคาดเดาการเคลื่อนไหวของเขาได้ทั้งหมด แต่แค่หนึ่งครั้งในสิบครั้งก็น่าประทับใจมากพอ เขาเตรียมลงมือครั้งต่อไป เขาอาจจะรู้สึกกลัวแต่ฉินหรานก็ต้องยึดเป้าหมายของตัวเองเอาไว้ อีกอย่าง เขาไม่เชื่อหรอกว่าทหารทุกคนจะมีสัญชาตญาณแบบที่หัวหน้ากลุ่มของมันมี ฉินหรานเข้าสู่สถานะ [อำพราง] อีกครั้ง และเดินเข้าไปในเงามืด

หลังจากวนรอบ ๆ พื้นที่นี้สองสามรอบรอบ เสื้อของเขาก็กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์อำพรางที่ดีที่สุดที่เขามี และสกิล [อำพราง] ก็ทำให้เขาถูกพบตัวได้ยากขึ้น

เขาดึงไรเฟิลดัดแปลงของตัวเองออกมาอีกครั้ง คราวนี้ เขาไม่เล็งที่หัวหน้ากลุ่มแล้ว แต่เล็งไปที่ทหารสามคนนั่นแทน พวกมันอยู่ในสภาวะตื่นตัวระมัดระวังการลอบยิงจากฉินหราน พวกมันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางซากตึกหลบหลังกำลังขณะหวังว่าจะมองหาตัวฉินหรานเจอ แต่ว่าแสงอาทิตย์ก็แรงเกินไปจนยากจะมองเห็นอะไรได้ มันเป็นพื้นที่ลอบสังหารอย่างดีสำหรับฉินหราน กระทั่งคนโง่ที่ไหนก็บอกได้

"ท่านครับ!" เฮนเดรลหันไปหาหัวหน้าของมัน แฮงก์รู้ว่ามันจะพูดอะไร พวกมันต้องเลือกแล้วว่าจะเอาปืนใหญ่ออกมาใช้หรือว่าจะถอย ยังไงก็ต้องเกิดการระเบิด แฮงก์รู้ดี

ส่วนการถอย?

แฮงก์ลังเล เขาไม่อยากให้ซาหลูข่าผิดหวังในตัวเขา ถ้าเขาทำให้ซาหลูข่าไม่พอใจ ความคิดเห็นของซาหลูข่าต่อเขาคงจะเปลี่ยนไปอย่างมาก และแฮงก์ก็อาจจะถูกพันตรีละทิ้งอย่าว่าแต่จะพาออกไปจากเขตสงครามนี่เลย เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น

ปัง!

ขณะที่แฮงก์ยังสู้รบกับความคิดของตัวเองอยู่ กระสุดอีกนัดก็ถูกยิงมา เฮนเดรลเพิ่งพูดอยู่เมื่อครู่ถูกยิงเข้าที่หัว เลือดอุ่นสีแดงสดรวมถึงมันสมองกระเซ็นมาโดนใบหน้าของแฮงก์ ทหารอีกสองคนเองก็ตกใจจนนิ่งงันไป แฮงก์ได้สติและรีบตั้งสมาธิ

ทำไมตอนแรกมันถึงเลือกติดตามซาหลูข่ามานะ?

เพื่อเอาชีวิตรอด?

แล้วตอนนี้ล่ะ?

พวกมันราวกับเป็นเป้านิ่งอยู่ในกับดักของฉินหราน พวกมันอาจจะตายก่อนที่สงครามบ้า ๆ นี่จะจบลง

นี่เป็นกับดักมาตั้งแต่แรก กับดักปิศาจ

จากเทคนิคการยิงปืนของฉินหราน แฮงก์ก็พอจะคิดออกแล้วว่าฉินหรานเป็นใคร

ความสามารถในการใช้ปืนดีกว่าพวกมือใหม่แต่ก็ยังห่างไกลจากมือลอบยิงชั้นสูง ถ้าฉินหรานเป็นสไนเปอร์ตัวจริง แฮงก์คงนอนกินฝุ่นไปนานแล้ว ส่วนความสามารถในการอำพรางตัวตนนั้น คู่ควรให้ชื่นชมแต่ว่ามันก็ยังดูค่อนข้างธรรมดาเมื่อเทียบกับพวกทหารหน่วยรบตัวจริง ถ้าไม่ใช่เพราะความได้เปรียบด้านภูมิประเทศ แฮงก์คงฆ่าฉินหรานได้อย่างง่ายดายก่อนที่ฉินหรานจะยิงพวกมันได้สักนัด

ทั้งหมดนี่ถูกจัดฉากขึ้นมา

จัดฉากขึ้นมาหลอกซาหลูข่าและพาพวกมันมาตาย

ความโกรธผุดขึ้นในใจ มันอยากจะฉีกฉินหรานออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยมือตัวเอง อยากจะถลกหนังฉินหรานทั้งเป็น ค่อย ๆ หักแขนขาทีละท่อน แต่มันเองก็รู้ดีว่าสิ่งสำคัญตอนนี้คืออะไร มันต้องออกไปจากสนามรบนี่

"มือปืนกล ระวังหลังให้พวกเรา!" แฮงก์ตะโกนใส่วิทยุ

"คะ.. ครับ ท่าน!" เสียงขลาดกลัวดังจากอีกฟากของวิทยุมาถึงหูของแฮงก์ ทำให้แฮงก์รู้สึกรังเกียจมากขึ้น ตอนที่มือปืนกลรับคำสั่งของเขาก็น่าจะอยู่ระหว่างทางมาที่นี่แล้ว แฮงก์มองเห็นคนผู้หนึ่งกำลังตรงเข้ามา

มือปืนกลเคลื่อนที่อย่างมีกลยุทธ์เพื่อหลบกระสุน แม้ว่าจะยังแบกปืนกลเบากับกล่องกระสุนไว้ ฝีเท้าเขาค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับกลุ่มของแฮงก์ที่เหลืออยู่

"ยังพอสั่งการได้!" แฮงก์เห็นเขาแล้ว และพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมคนผู้นี้ถึงได้รับอนุญาตให้มาอยู่ในทีมเขาได้

"ถอย!" แฮงก์ให้สัญญาณลูกน้องอีกสองคน ทั้งสองคนคอยระวังหลังให้กันและค่อย ๆ ถอยออกมา แฮงก์อยู่ด้านหลังพวกมัน เขารู้ว่าฉินหรานจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ มันเป็นโอกาสสุดท้าย แฮงก์เอื้อมมือไปที่ระเบิดมือที่แขวนอยู่ตรงเอว

"มาเลย!" เขาคิดกับตัวเองขณะกัดฟันแน่น

มันอยากให้ฉินหรานได้เห็นโทสะของมัน

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนรัวเร็วหลายนัดขึ้นและแฮงก์ก็ล้มลงพื้น ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่ไปทั่วร่าง มันเห็นคนของมันอีกสองคนล้มลงจมกองเลือดและเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของมือปืนกลที่วิ่งตรงมาหามัน เป็นรอยยิ้มของแมวที่เพิ่งจับหนูได้

"อะไรวะเนี่ย?" แฮงก์มองไปที่มือปืนกลด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ มือปืนกลตอบด้วยกระสุนชุดหนึ่ง

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

พอเสียงปืนสงบลง ร่างของแฮงก์ก็ฉีกกระจายเป็นชิ้น ๆ จากห่ากระสุน

ฉินหรานตะลึงไปกับฉากตรงหน้าที่เห็น เขาเล็งปืนไรเฟิลดัดแปลงในมือไปที่มือปืนกลโดยอัตโนมัติ แต่ถึงตอนนี้ผู้ชายคนนั้นก็หายไปไหนแล้วไม่รู้ ฉินหรานสังหรณ์ใจไม่ดี

เขารีบขยับออกจากจุดซ่อนตัวโดยไม่รอช้ามุ่งหน้าไปยังที่ซ่อนถัดไป ฉินหรานไม่เข้าว่าทำไมมือปืนกลนั่นถึงได้ยิงพวกเดียวกันแต่เขารู้ว่าไม่ใช่แค่พวกทหารที่ถูกหลอก เขาเองก็ด้วย ตอนที่ฉินหรานจัดการกับมือปืนกลคนแรก ผู้ช่วยคนนี้ขดตัวหนีและทำเป็นจนมุมเพื่อหลอกเขา เขาคิดว่าผู้ช่วยคนนี้ไม่อันตรายและหันไปสนใจทหารที่เหลือแทน ใครจะคิดว่าผู้ช่วยคนนั้นกลับกลายเป็นคนที่อันตรายที่สุด และยังเก่งกว่าหัวหน้ากลุ่มที่เขาเพิ่งยิงตายด้วย

"นี่เป็นแผนการของพันตรีคนนั้นตั้งแต่แรกเลย?" ขณะที่เขายังอยู่ในสถานะ [อำพราง] เขาก็คิดถึงสถานการณ์โดยรวม

เขายังไม่สามารถสรุปได้ดังนั้นจึงปัดเรื่องนี้ทิ้งไปก่อน มีสิ่งที่ยังอธิบายไม่ได้เยอะเกินไป แม้ว่าฉินหรานจะเคยคุยกับพันตรีผู้นั้นมาก่อน เขาก็รับรู้ได้แค่ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนโลภ เขาไม่รู้สึกถึงความวิกลจริตอะไรจากผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนนั้นไม่มีเหตุผลให้ทำแบบนี้

"แล้วมันเกิดบ้าอะไรขึ้น?" หัวใจของฉินหรานเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเชื่องช้าลงสักนิด

สิบวินาทีให้หลังฉินหรานก็มาถึงที่ซ่อนใหม่และผ่อนลมหายใจยาวอย่างโล่งใจ แม้ว่าเขาจะไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็แน่ใจว่ามือปืนกลที่หายไปนั้นไปถึงตำแหน่งที่ซ่อนเก่าของเขาเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นลั่นไกปืน ฉินหรานก็สังหรณ์ใจว่าคนผู้นั้นออกไล่ล่าเขาแน่ ๆ

มันเป็นอย่างที่ฉินหรานคาดเอาไว้

หลังจากที่เขาผ่อนลมหายใจออกยาว ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากจุดซ่อนตัวเดิมของเขา

"หวัดดี คุณ! ผมคิดว่าเราคุยกันดี ๆ ได้นะ!" เสียงนั่นฟังดูจริงใจ แต่ฉินหรานไม่ตอบ

เขาเริ่มเคลื่อนตัวไปจุดปลอดภัยถัดไป เขาระแวงผู้ชายคนนั้นจริง ๆ อย่างไรเสียคนผู้นั้นก็เพิ่งลงมือสังหารเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งสามคนด้วยปืนกลไป พอฉินหรานขยับออกมาจากที่ซ่อนได้ราว ๆ สิบเมตร เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้า เสียงจ้ำเร็ว ๆ นั่นหมายความว่าผู้ชายคนนั้นรีบวิ่งมาเพื่อจะดักจับเขา

ก็ยังมีใครคนอื่นอยู่ในบริเวณนี้นอกจากฉินหรานกับคนทรยศคนนั้นอีกเหรอ?

ฉินหรานเรียกผู้ชายคนนั้นใหม่แบบที่สมควรกับพฤติกรรม คนทรยศนั่นมีความสามารถในการติดตามรอยสูง หลังจากรู้ว่าอาจจะเป็นคนผู้นั้น ฉินหรานก็รีบเปลี่ยนจากปืนไรเฟิลดัดแปลงเป็นไรเฟิลจู่โจมและเล็งไปทางต้นเสียง ทันทีที่เงาร่างของผู้ชายคนนั้นปรากฏขึ้น เขาก็เหนี่ยวไก

ปัง! ปัง! ปัง!

ประกายไฟที่แลบออกจากปากกระบอกปืนและควันจากลำกล้องทำให้ที่ตรงนั้นสว่างขึ้นแวบหนึ่ง แต่เขายิงไม่โดนอะไรเลย ฉินหรานไม่ต้องดูหน้าต่างแจ้งเตือนก็รู้ว่าที่เขายิงไปนั่นเป็นแค่เสื้อคลุมเปล่า ๆ

"บ้าเอ๊ย!" เขารู้ทันทีว่าติดกับแล้ว และรีบหันหลังกลับ ด้านหลังของเขาเป็นทางเดินแคบและยาวที่เต็มไปด้วยเศษคอนกรีตและคานไม้ ทางเดินมองไปเห็นจุดซ่อนตัวอีกจุดของเขาได้ชัดเจน ตรงปากทางก็คือตำแหน่งที่ยิงปืนเมื่อครู่ ตอนฉินหรานหันกลับไป ข้างหลังไม่มีใคร

"แม่ง!"

เขาพบว่าตอนที่คนทรยศนั่นโยนเสื้อคลุมออกมา คนผู้นั้นไม่ได้ต้องการลอบลงมือใส่ฉินหรานจากทางด้านหลังแต่ต้องการให้เขาหันกลับไปต่างหาก ผู้ชายคนนั้นซ่อนตัวอยู่หลังเสื้อคลุมและไม่ได้เคลื่อน แค่รอให้ฉินหรานหันกลับมาและเผชิญหน้ากับมัน เมื่อฉินหรานหมุนตัวกลับมา มันก็ช้าไปแล้ว

"ไง คุณ!" เสียงคุ้นหูดังออกมา

ฉินหรานรู้สึกเหมือนพลัดตกลงไปในนรกเยือกแข็ง ความเย็นโถมใส่เขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

.

.

.

.

จบบทที่ Chapter 23: พลิกผัน

คัดลอกลิงก์แล้ว