เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 22: ปะทะอีกครั้ง

Chapter 22: ปะทะอีกครั้ง

Chapter 22: ปะทะอีกครั้ง


เมื่อความเจ็บปวดรุนแรงบรรเทาลง ฉินหรานก็ไม่รู้สึกถึงด้านซ้ายของลำตัวอีกเลย เขามองลงไปยังบริเวณที่ถูกยิง บาดแผลอยู่ใกล้กับหน้าท้อง กระสุนฝังอยู่ในเสื้อกันกระสุน เลือดซึมออกมา ถ้าไม่เพราะเสื้อกันกระสุน ท้องของเขาคงทะลุไปแล้ว ขนาดสวมเสื้อกันกระสุนไว้เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บได้

[ถูกยิง: ได้รับความเสียหาย 80 แต้ม มีอุปกรณ์ป้องกัน ลดความเสียหายได้ 40 แต้ม ก่อความเสียหายจริง 40 แต้ม บาดเจ็บปานกลาง...]

[สถานะบาดเจ็บปานกลาง: พลังโจมตี, ความคล่องแคล่ว และ ความฉลาด ลดลง 1 ระดับ]

[ความทนทานลดลง เสื้อเกราะกันกระสุน T1 เสียหาย]

กระสุนปืนไรเฟิลและปืนสั้นแตกต่างกัน วัดจากความทนทานของเสื้อเกราะที่ลดลงประมาณ 5 แต้ม และคุณภาพลดลงจาก ปกติ เป็นเสียหาย แต่หลัก ๆ เลยตอนนี้ ค่าพลังชีวิต ของฉินหรานลดลงจาก 95 เหลือ 55 เขาเสียพลังชีวิตไปราว ๆ ครึ่งหนึ่ง และยังเข้าสู่สถานะ [บาดเจ็บปานกลาง] ด้วย ค่าสถานะตัวละครลดลง 1 ระดับ พลังโจมตี และความคล่องแคล่วลดลงจาก F เป็น F- ในขณะที่ความฉลาดลดจาก F+ เป็น F เขาแทบจะอ้าปากค้างคางจรดพื้นตอนที่เห็น

เทียบกับบาดแผลฉีกขาดก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาเจ็บจริง ๆ แล้ว และเขาต้องรับมือกับผลที่ตามมา

ยังดีที่ร่างนี้เป็นแค่ร่างดิจิตอลเสมือนจริง และเขารู้ว่าเขายังสามารถลงมือตามแผนต่อได้แม้จะรู้สึกเจ็บปวดมากและค่าสถานะทั้งหมดลดลงก็ตาม เขากัดฟัน กดบาดแผลไว้แล้วเข้าสู่สถานะ [อำพราง] อีกครั้ง กระชับไรเฟิลดัดแปลงของตัวเองไว้แน่น

เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกโชคดีที่ตัวเองเลือกสภาพภูมิประเทศแบบนี้ที่ทำให้เขามีพื้นที่มากพอที่จะหลบหลีกกระสุนปืนและมีเวลามากพอที่จะออกจากจุดซ่อนตัวปัจจุบัน

ในเวลาเดียวกัน แฮงก์และคนอื่น ๆ ก็มาถึงจุดที่ฉินหรานซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้าและหลบออกมาก่อนแล้ว

"แม่งเอ๊ย! ถ้าพวกเรามีบาซูก้า เครื่องยิงลูกระเบิด หรือแค่ระเบิดเฮงซวยสักลูก ไอ้ขยะนี่ก็ตายไปนานแล้ว!" เฮนเดรลผู้ที่ทำหน้าที่เหยื่อล่อโมโหเมื่อไม่พบใครอยู่ตรงจุดนั้น

"นี่เป็นคำสั่งของซาหลูข่า!" แฮงก์บอกคนของตนด้วยน้ำเสียงแน่วแน่โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่ม เขาเองก็มอบของพวกนั้นออกมาไม่ได้เหมือนกัน

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นกลุ่มที่ซาหลูข่าไว้วางใจ แฮงก์ก็ยังมีสถานะที่เหนือกว่าพวกเขาอยู่ แฮงก์เป็นคนเดียวที่รู้ว่าจริง ๆ แล้วซาหลูข่าต้องการอะไร จุดประสงค์ของเขาคือเอาอัญมณีคืนมา ไม่ใช่ฆ่าฉินหราน แม้ว่าพวกเขาจะจัดการฉินหรานได้สำเร็จ แต่ถ้าหากระเป๋าอัญมณีนั่นไม่เจอ ภารกิจก็นับว่าล้มเหลวอยู่ดี แฮงก์รู้ดีเลยว่าซาหลูข่าจะมีท่าทีอย่างไหร่หากภารกิจล้มเหลว

เมื่อพิจารณาจากความว่องไวในการหลบหนีของฉินหรานแล้ว ดูเหมือนว่าเขาอาจจะไม่ได้เอากระเป๋านั่นมาด้วย แฮงก์ก็ไม่กล้าสั่งให้ลูกน้องใช้บาซูก้าหรือเครื่องยิงลูกระเบิด เขาไม่รู้ว่าอัญมณีที่ต้องหามีจำนวนเท่าไหร่ เพราะว่าซาหลูข่าไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลมากถึงขนาดนั้นแม้กับมือขวาของเขา แฮงก์จึงได้แต่เป็นฝ่ายตั้งรับต่อไป

แล้วไอ้กระเป๋าที่ต้องหานี่ มันอยู่กับที่หรือเคลื่อนที่ได้? จากสถานการณ์แล้ว เขาไม่แน่ใจเลย ถ้ามันไม่ได้เคลื่อนที่ ทั้งหมดที่แฮงก์และลูกน้องต้องทำก็แค่หาจนกว่าจะเจอ แต่ถ้าฉินหรานเอากระเป๋าติดไปด้วย แล้วแฮงก์สั่งลูกน้องใช้ระเบิด เขาจะบอกซาหลูข่ายังไง? บอกว่าพวกตนบังเอิญระเบิดสิ่งที่ซาหลูข่าสั่งให้หาปลิวไปแล้ว? นอกเสียจากว่าเขาเองก็อยากให้หัวปลิวไปด้วยเหมือนกัน เขาเกือบจะแน่ใจเลยว่าซาหลูข่าจะเด็ดหัวเขาปลิวโดยไม่รอคำอธิบาย ดังนั้น แม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้ความกดดันแค่ไหน แฮงก์ก็ไม่กล้าเอาระเบิดมาใช้

"มันได้รับบาดเจ็บ!" หนึ่งในทหารชี้ไปที่หยดเลือดบนพื้น ดวงตาของทุกคน รวมถึงแฮงก์ด้วย เป็นประกายขึ้นมาทันที

"ตามรอยไป!" แฮงก์สั่ง

...

ฉินหรานกำลังซ่อนตัวอยู่ใต้ซากปรักหักพังที่เกิดจากผนังคอนกรีตและคานไม้ที่หล่นลงมา ถ้าไม่เพราะมีแสงอาทิตย์ลอดลงมาระหว่างช่องว่าง เขาก็จะตกอยู่ในความมืดสนิท เขารู้ว่าเขามีเวลาไม่มากนักจึงลุกขึ้น แม้ว่าจะเอาเสื้อมาพันแผลแล้ว แต่เลือดก็ยังคงไหลออกมาและหยดลงบนพื้น มันทิ้งรอยเป็นทางให้ทหารตามรอยมา พวกทหารคุ้นเคยกับรอยเลือดมาก ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วว่าพวกมันจะตามฉินหรานทันเมื่อไหร่ ภายในเวลาสั้น ๆ นี้ ฉินหรานต้องรักษาแผลของตัวเองและกลับไปอยู่ในสภาพเดิมให้ได้ อย่างน้อยก็ต้องเอาสถานะ [บาดเจ็บปานกลาง] นี่ออกไป ถ้าทำไม่ได้ เขาจะสู้ไม่ไหวอีกต่อไป

แล้วค่าสถานะที่ลดลงล่ะ?

[พลังโจมตี] ที่ลดลงทำให้รู้สึกว่าปืนไรเฟิลและแมกกาซีนหนักขึ้น [ความคล่องแคล่ว] ที่ลดลงมีผลต่อการเคลื่อนไหวภายใต้สถานะ [อำพราง] เขาเกือบจะเดินเป็นเส้นตรงไม่ได้ แน่นอนว่า [หลบหลีก] ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน และ [ความฉลาด] ทำให้เขามองเห็นและได้ยินในรัศมีแคบลง แค่สถานะพวกนี้ลดลง 1 ระดับ เขาก็แทบจะเหมือนคนพิการเลย มันแย่กว่าพลังชีวิตที่ลดลงเสียอีก

"หวังว่านี่จะได้ผลนะ" ฉินหรานเอาอาหารกระป๋องที่ซ่อนไว้ออกมา

อย่าวางไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว นั่นคือสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในทุกครั้งที่เขาเสียลูกอมและขนมให้แก่เด็กที่โตกว่า เพื่อที่จะไม่ให้กระทบต่อ [ความคล่องแคล่ว] ของเขา เขาซ่อนอาหารกระป๋องและน้ำไว้ตามซากปรักหักพัง เขาพบว่าตัวเองกำลังหวังให้กฎทั่วไปของเกมอย่าง อาหารสามารถเพิ่มพลังชีวิตและลบสถานะด้านลบได้ นั้นใช้ได้ในเกมใต้ดินนี้ด้วย

[อาหารกระป๋อง ฟื้นฟูพลังชีวิต 25% และฟื้นฟูกำลังกาย 50 แต้มภายใน 1 นาที]

ค่าพลังชีวิตสูงสุดของเขาคืออหนึ่งร้อยแต้ม อาหารกระป๋องสามารถฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้ยี่สิบห้าแต้ม แปลว่าสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาจาก 55 เป็น 80 เขาเปิดอาหารกระป๋องและกินมันลงไป รออย่างใจเย็น

[กินอาหารกระป๋อง...]

[ปลดสถานะหิว...]

[ฟื้นฟูพลังชีวิต 25 แต้มภายใน 1 นาที…]

มีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นเมื่อพลังชีวิตของเขาถึงหกสิบ

[พลังชีวิตมากกว่า 60% ลบสถานะบาดเจ็บปานกลาง...]

[พลังชีวิต 80 สถานะบาดเจ็บเล็กน้อย...]

[บาดเจ็บเล็กน้อย: มันไม่เจ็บหรอกนะ ถ้าไม่แตะโดนแผล!]

แม้ว่าบาดแผลจะไม่ได้ได้รับการรักษาจริงและเลือดจะยังคงไหล แต่มันไม่แย่เท่าก่อนหน้าแล้ว ความเจ็บปวดลดลง และที่สำคัญเขาสามารถกำจัดสถานะ [บาดเจ็บปานกลาง] ออกไปได้

ฉินหรานผ่อนลมหายใจยาว ถ้าเขาไม่สามารถกำจัดสถานะนั้นได้ก็เหมือนเป็นศพศพหนึ่ง ส่วนตอนนี้?

ฉินหรานหยิบไรเฟิลดัดแปลงขึ้นมา เขารู้สึกว่ามันถือได้สบายอีกครั้งเมื่อสถานะ [บาดเจ็บปานกลาง] หายไป

...

แฮงก์และลูกน้องอีกสามคนตามรอยเลือดของฉินหรานมาจนถึงจุดซ่อนตัว ชิ้นส่วนผนังคอนกรีตและคานไม้ที่หล่นลงมาบัง แฮงก์ยกคานไม้อันหนึ่งออก เฮนเดรลขยับไปด้านหน้าเอนตัวแนบผนังคอนกรีต

"ยกมือขึ้นแล้วเดินออกมา!" เขาพูดโดยไม่มองลงไป

"แกถูกล้อมแล้ว!"

"เราจะไว้ชีวิตแก ถ้าแกไม่ขัดขืน"

แม้ว่ามันจะเกลียดฉินหราน เฮนเดรลก็ยังระวังทักษะการใช้ปืนที่ดีมากของฉินหราน และไม่อยากเสี่ยงชะโงกหน้าเข้าไปมอง เสียงของเฮนเดรลดังพอจะได้ยินไปในระยะสองสามเมตร อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ จากด้านในที่ซ่อน แฮงก์และพวกแน่ใจว่าฉินหรานอยู่ด้านในเพราะมีรอยเลือดหยดเป็นทางมาถึงที่นี่ ถ้าฉินหรานไม่ตอบแปลว่าเขาเลือกที่จะสู้จนถึงที่สุด

"มือปืนกล ย้ายก้นแกมาที่นี่ก่อนที่ฉันจะฆ่าแก!" แฮงก์ตะโกนใส่วิทยุ

ตามกฎของสงครามแล้ว ถ้ามือปืนกลคนแรกตายระหว่างการต่อสู้ ผู้ช่วยจะเข้ารับผิดชอบแทนโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ช่วยคนนี้มีความสามารถต่ำและหวาดกลัวจนหนีออกจากตำแหน่งตอนที่มือปืนคนแรกถูกฆ่ายังคงไม่หายจากอาการหวาดกลัว เขาอาจจะถูกระบุว่าหนีทหารได้เลย ถ้าเรื่องถึงศาลทหารเขาคงถูกประหาร แต่บางครั้ง ไม่จำเป็นต้องถึงศาล หัวหน้ากลุ่มก็สามารถตัดสินใจเองได้

ใช่ แฮงก์สามารถสังหารผู้ช่วยคนนั้นทิ้งได้ แต่เขาไม่ทำเพราะว่ายังคงต้องไล่ล่าฉินหราน แฮงก์จึงให้โอกาสผู้รับผิดชอบตำแหน่งปืนไถ่โทษครั้งหนึ่ง เขาจะไม่ฆ่าคนผู้นี้แต่จะส่งตัวให้ศาลทหารแทน จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นก็ไม่เกี่ยวกับแฮงก์แล้ว

แฮงก์สัญญาว่าจะไม่ฆ่ามันตายตรงนี้

"คะ.. ครับ ท่าน!" เสียงอ่อนเยาว์ดังผ่านวิทยุมา เขากลัวมากจนเสียงสั่น

"ทำไมคนแบบนี้ถึงมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของซาหลูข่าได้? คนใหม่เหรอ?" แฮงก์คิดอย่างไม่พอใจ เขาขมวดคิ้ว เขาคิดหาคำอธิบายที่เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

พันตรีซาหลูข่าเป็นคนเหี้ยมโหดและไร้ปรานีแต่ก็เป็นทหารที่กล้าหาญ และเพราะความกล้าหาญทำให้เขาได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นพันตรีและได้รับหน้าที่บัญชาการกองกำลังที่ดีที่สุดของกลุ่มกบฏ

ฐานที่มั่นของซาหลูข่าเป็นกองกำลังหลักในการต่อต้านทหารของรัฐบาล เพราะว่ามีการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ฐานที่มั่นแห่งนี้จึงขาดกำลังพลตลอด ทหารหรือทีมจากฐานอื่นถูกส่งมาเพื่อเติมกำลังพล พวกเขายังรับสมัครผู้ชายเพิ่มด้วยเช่นกันแต่ไม่สามารถรับรองคุณภาพของทหารใหม่พวกนั้นได้ ดังนั้น คนผู้นี้อาจจะเพิ่งถูกส่งตัวมาเข้ากลุ่มของแฮงก์มาเป็นผู้ช่วยมือปืนกลก่อนที่จะออกปฏิบัติภารกิจนี้

แฮงก์สลัดความคิดพวกนี้ทิ้งไปก่อน เขาเป็นทหารและหน้าที่คือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่ตั้งคำถาม

ครู่ถัดมา แฮงก์รู้สึกได้ถึงอันตรายอย่างอธิบายไม่ได้ เขาทิ้งตัวต่ำและหลบเข้าที่กำบังโดยไม่คิดซ้ำสอง

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง

.

.

.

.

จบบทที่ Chapter 22: ปะทะอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว