เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - คุณผู้ชายครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ?

บทที่ 12 - คุณผู้ชายครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ?

บทที่ 12 - คุณผู้ชายครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ?


บทที่ 12 - คุณผู้ชายครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ?

☆☆☆☆☆

"พี่ชายกล้ารับงานจริงดิ?"

ถังเยว่เยว่ประหลาดใจมาก ถึงลึกๆ จะรู้สึกว่าเถ้าแก่รูปหล่อคนนี้ดูไม่ธรรมดา

แต่อายุแค่นี้ กลับกล้ารับออเดอร์การ์ดระดับสาม นี่มันจะไม่... มั่นใจในตัวเองเกินไปหน่อยเหรอ?

"ผมบอกไปแล้วนะว่าไม่รับประกันความสำเร็จ" กู่ซินผายมือ ทำท่าทางไร้เดียงสา

"มีเศรษฐีนีอย่างคุณหนูถังเอาวัตถุดิบระดับสามมาประเคนให้ฝึกมือฟรีๆ เรื่องดีๆ แบบนี้ผมจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะครับ"

"โอเค้"

ได้ยินกู่ซินพูดติดตลกแบบนั้น ถังเยว่เยว่ก็กลอกตามองบน

"วัตถุดิบพวกนี้ เดี๋ยวฉันให้คนไปกวาดซื้อมาให้ครบแล้วจะเอามาส่งให้พี่ชายนะ ถ้าเร็วหน่อยช่วงบ่ายก็น่าจะได้ของแล้ว"

ถังเยว่เยว่เก็บรายการวัตถุดิบใส่กระเป๋า ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบระดับสอง ขอแค่มีเงิน จะหาซื้อก็ไม่ใช่เรื่องยาก

"ส่วนค่าจ้างสั่งทำ..."

"รอการ์ดเสร็จแล้วค่อยจ่ายก็ได้ครับ แต่ต้องวางมัดจำบางส่วนก่อนนะ"

กู่ซินตอบกลับ ถ้าสุดท้ายทำออกมาได้แค่การ์ดระดับสอง ราคาก็ต้องต่างจากระดับหนึ่งอยู่แล้ว

ส่วนมัดจำ เป็นเรื่องจำเป็น

ถึงจะรู้สึกดีกับสาวสวยนิสัยร่าเริงอย่างถังเยว่เยว่ และคิดว่าเธอคงไม่เบี้ยวแน่ๆ แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ

"ไม่มีปัญหา" ถังเยว่เยว่ตอบรับอย่างใจป้ำ

"จริงสิ พรุ่งนี้ผมไม่อยู่ร้านนะ นัดเพื่อนไปลุยดันเจี้ยนไว้" หลังจากได้รับเงินมัดจำ 2 แสนจากถังเยว่เยว่ กู่ซินก็เตือนเธอไว้ก่อน

"อื้ม รับทราบค่ะ" ถังเยว่เยว่กะพริบตาปริบๆ

"นี่พี่ชาย"

"ครับ?"

"สนใจมาเป็นนักสร้างการ์ดประจำตระกูลถังของพวกเราไหมคะ? ค่าตอบแทนรายเดือนรับรองว่าพี่ชายต้องพอใจแน่นอนค่ะ"

ถังเยว่เยว่ยิ้มกว้างอย่างสดใส

ถึงตอนนี้กู่ซินจะเป็นแค่นักสร้างการ์ดระดับสอง แต่นักสร้างการ์ดที่สามารถใส่ 'คุณสมบัติพิเศษ' ให้กับการ์ดอัญเชิญได้แบบนี้ ถังเยว่เยว่เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

กู่ซินหัวเราะเบาๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มีขั้วอำนาจยื่นไมตรีจิตมาให้เขา

ตระกูลถัง เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ประจำถิ่นเมืองอินเฉิง ถังกรุ๊ปมีชื่อเสียงมาก ดูจากน้ำเสียงของถังเยว่เยว่ เธอคงเป็นคุณหนูตระกูลถังแน่ๆ

"ขอโทษด้วยครับ ตอนนี้ผมยังเรียนอยู่ ยังไม่คิดเรื่องพวกนี้ครับ"

กู่ซินปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ถึงการเข้าร่วมสังกัดจะมีข้อดีอยู่ไม่น้อย

ขอแค่สังกัดนั้นยอมลงทุนและสนับสนุน ปัญหาเรื่องทรัพยากรและวัตถุดิบก็จะไม่ใช่เรื่องที่กู่ซินต้องกังวลอีกต่อไป

แต่มีดีก็ต้องมีเสีย การเข้าร่วมสังกัด ย่อมส่งผลกระทบต่อเจตจำนงและอิสระของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กู่ซินชอบการสร้างการ์ด เขาเสพติดความฟินตอนสร้างการ์ดสำเร็จ และมีความสุขกับคำชมและความทึ่งของผู้คนที่เห็นการ์ดของเขา

แต่ถ้าต้องกลายเป็นแค่เครื่องจักรผลิตการ์ด นั่นไม่ใช่สิ่งที่กู่ซินต้องการ

อีกอย่าง พูดกันตามตรง ตอนนี้เขามีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองได้ เงินน่ะจำเป็นก็จริง แต่กู่ซินหาเงินเองได้ ทำไมต้องไปพึ่งจมูกคนอื่นหายใจด้วยล่ะ?

ตราบใดที่เขายังสร้างการ์ดเจ๋งๆ ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง สักวันหนึ่ง คอนเนกชันของกู่ซินจะกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ เขาจะสร้างสังคมของตัวเองขึ้นมาได้

มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า นักสร้างการ์ดที่เก่งกาจ ไม่มีวันขาดแคลนเพื่อนฝูง ก็ตามนั้นแหละ

เพราะอุปกรณ์เวทมนตร์อย่างการ์ดเวทมนตร์ มันเป็นของสากลที่ใครๆ ก็ใช้กัน

"อื้ม งั้นฉันจะรอการ์ดที่พี่ชายสร้างนะคะ" ถังเยว่เยว่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไร ยังคงยิ้มแย้มเหมือนเดิม

คุยกันอีกสักพัก สองสาวอินเสวี่ยก็ขอตัวกลับ พวกเธออาศัยช่วงพักเที่ยงแอบออกมา

เดี๋ยวต้องกลับไปเรียนต่อที่มหาลัย ชีวิตมหาลัยกับมัธยมมันต่างกัน เวลาของพวกเธอรัดตัวมาก

"ฉันบอกแล้วแกก็ไม่เชื่อ ดันจะลองของ"

ระหว่างทางกลับโรงเรียน อินเสวี่ยเหลือบมองถังเยว่เยว่แล้วแซวอย่างไม่เกรงใจ

"แล้วไงอ่ะ?" ถังเยว่เยว่เบ้ปาก "ก็แค่ถามดูเฉยๆ ไม่เห็นเสียหายตรงไหน"

"เถ้าแก่ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก เลิกคิดเรื่องพวกนั้นเถอะ"

อินเสวี่ยนึกถึง [กระบอกเวทมนตร์] กับ [โรยรา] แล้วก้มมองเซนิกาเมะที่เดินต้วมเตี้ยมอยู่ข้างเท้า

ถ้าไม่เห็นกับตา เธอคงไม่เชื่อว่าการ์ดพวกนี้สร้างโดยนักศึกษาที่อายุมากกว่าเธอแค่ปีเดียว

"ฮิฮิ ฉันเริ่มตั้งตารอการ์ดอัญเชิญของฉันแล้วสิ ฮึฮึฮึ งานประลองของวิทยาลัยฉันต้องไล่ตบชาวบ้านยับแน่! ตำแหน่งที่หนึ่งของชั้นปีต้องเป็นของฉันโว้ย!"

ใบหน้าขาวสวยของถังเยว่เยว่ฉายแววเพ้อฝัน เธอมี [จิตแปรผัน] ที่แสนโกงอยู่แล้ว

ถ้าได้การ์ดอัญเชิญสั่งทำจากกู่ซินมาอีก เธอต้องเทพซ่าแน่นอน!

พอคิดได้แบบนี้ ถังเยว่เยว่ก็อดฮัมเพลงออกมาไม่ได้

"ก็ไม่แน่หรอกนะ"

รอยยิ้มของอินเสวี่ยดูลึกลับชอบกล อืม เธอยังไม่ได้บอกถังเยว่เยว่เรื่องการ์ด [โรยรา]

เธอเตรียมจะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ชิ้นโตให้เพื่อนรักตอนแข่ง!

ที่ร้านการ์ดบลูสตาร์ หลังจากสองสาวอินเสวี่ยกลับไปแล้ว กู่ซินก็เอนหลังพิงโซฟาหยิบมือถือออกมา

เขาไม่ได้คิดจะกลับไปมหาลัย แต่เริ่มค้นหาข้อมูลบางอย่างในเน็ต

"ทำไมมีแต่พวกขายแผ่นผีเนี่ย เชื่อเขาเลย"

พักใหญ่ผ่านไป กู่ซินสบถออกมาอย่างหัวเสีย แล้วกดออกจากกลุ่มแชทที่เพิ่งเข้าไป

นี่กลุ่มที่หกแล้วนะ เขาค้นหาวิธีเข้า 'เว็บมืด' แต่พอกดเข้าไป ดันเจอแต่พวกขายคลิปหลุดขายเว็บพนันบ้าบอคอแตก

นี่มันยุคไหนแล้ว ทำไมไอ้ของพรรค์นี้มันยังเกลื่อนเมืองอยู่อีก

ชาวเน็ตนี่เก็บกดกันจริงๆ

"ออกไปหาอะไรกินดีกว่า เซ็งเป็ด"

ห้าโมงเย็น กู่ซินลูบท้อง คิดไปคิดมาเลยตัดสินใจให้รางวัลตัวเองสักมื้อ ไม่สั่งเดลิเวอรี่แล้ว

ได้ยินว่าช่วงนี้อาหารแช่แข็งระบาดหนัก กู่ซินเองก็ทำเป็นแต่ข้าวผัดไข่ ออกไปกินที่ร้านน่าจะปลอดภัยกว่า

"วันหลังต้องสร้างการ์ดทำอาหารเก่งๆ ออกมาสักใบ ให้รับผิดชอบอาหารสามมื้อของฉัน หรือจ้างพนักงานสักคนดี?"

กู่ซินคว้าเสื้อคลุมมาใส่พลางครุ่นคิด

ถึงร้านเขาจะเล็ก แล้วธุรกิจตอนนี้ก็งั้นๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากู่ซินจะจ้างพนักงานไม่ได้

จ้างพนักงานสักคนก็ไม่ได้แพงอะไร ให้มาช่วยต้อนรับลูกค้า แล้วก็ทำกับข้าวด้วย

คิดแล้วก็ทำเลย กู่ซินเขียนป้ายประกาศรับสมัครงานแปะไว้ที่ข้างประตูร้านทันที

"เข้าท่า เดี๋ยวค่อยไปโพสต์รับสมัครในเน็ตด้วยดีกว่า" กู่ซินยกนิ้วโป้งชมตัวเอง

หลังจากไปโซ้ยหม้อไฟจนอิ่มหนำสำราญ กู่ซินก็เดินลูบพุงกลับบ้านอย่างมีความสุข

ตอนนี้เกือบจะทุ่มนึงแล้ว ฟ้าเริ่มมืด กู่ซินเลยเลือกใช้ทางลัด

"จะว่าไป ไม่รู้ว่าเจ้าอมนุษย์ตัวนั้นโดนจับไปรึยัง ทางการเมืองอินเฉิงก็ไม่ได้แจ้งข่าวอะไรเลย"

กู่ซินมองตรอกซอยที่เงียบสงบ แล้วก็นึกถึงอมนุษย์ตัวนั้นขึ้นมา

ถ้าเป็นไปได้ กู่ซินก็อยากจะมีฉากพบรักสุดโรแมนติกกับอมนุษย์ตัวนั้นเหมือนกันนะ

อืม แต่ต้องภายใต้เงื่อนไขว่าอมนุษย์ตัวนั้นไม่เก่งนะ แต่คงไม่เก่งหรอก ถ้าเป็นอมนุษย์ระดับสี่จริง ป่านนี้เมืองอินเฉิงคงแตกตื่นกันหมดแล้ว

"หือ? กลิ่นนี้มัน..."

ทันใดนั้น กู่ซินก็ชะงักฝีเท้า เขาได้กลิ่นแปลกๆ กลิ่นฉุนกึกที่ชวนให้แสบจมูก

กู่ซินหันขวับไปมองผู้ชายตัวเตี้ยสวมผ้าคลุมสีดำที่ค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืดของตรอกข้างๆ

"คุณผู้ชายท่านนี้ครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ? ผมอยากจะขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา และ..."

"?"

กู่ซินทำหน้าแปลกๆ นี่เขามาเจอกับตัวอะไรเข้าแล้วเนี่ย?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - คุณผู้ชายครับ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ?

คัดลอกลิงก์แล้ว