- หน้าแรก
- ใครว่าการ์ดเวทมนตร์ของผมมีปัญหาครับ
- บทที่ 9 - เด็ด! เด็ดสะระตี่ไปเลย!
บทที่ 9 - เด็ด! เด็ดสะระตี่ไปเลย!
บทที่ 9 - เด็ด! เด็ดสะระตี่ไปเลย!
บทที่ 9 - เด็ด! เด็ดสะระตี่ไปเลย!
☆☆☆☆☆
เป็นที่รู้กันดีว่านักสร้างการ์ดเป็นสายงานนั่งโต๊ะ
คนฉลาดไม่เอาตัวไปเสี่ยงในที่อันตราย กู่ซินรู้จักตัวเองดี ดันเจี้ยนเป็นสถานที่อันตราย
นั่นเป็นที่ที่พวกบ้าพลังชอบผจญภัยควรไป ส่วนเขาไม่ใช่
เขาชอบแค่การสร้างการ์ด ส่วนวัตถุดิบก็หาซื้อเอา การต้องเอาตัวเองไปวิ่งหาวัตถุดิบในดันเจี้ยนไม่ใช่สิ่งที่กู่ซินโปรดปรานสักเท่าไหร่
เกิดเจออันตรายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ
เพราะงั้น...
"ได้ข่าวว่าข้างในมีสัตว์อสูรตระกูลปีศาจโผล่ออกมาด้วยนะ"
"ปีศาจเหรอ?"
"ใช่ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นปีศาจชนิดไหน แต่ดันเจี้ยนนี้เป็นระดับสีเขียว"
"โอเค ออกเดินทางเมื่อไหร่?"
กู่ซินตอบตกลงทันที ปีศาจเชียวนะ!
สัตว์อสูรตระกูลปีศาจถือเป็นของหายากมาก วัตถุดิบแรร์แบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้
ถึงกู่ซินจะไม่ชอบเอาตัวไปเสี่ยง แต่ของแบบนี้มันก็ต้องดูสถานการณ์กันหน่อย
ดันเจี้ยนสีเขียว ก็คือดันเจี้ยนระดับสอง
ดันเจี้ยนแบบนี้ต่อให้มีความยากก็คงไม่เท่าไหร่ ขอแค่กำจัดตัวอันตรายให้หมด มันก็ไม่มีอันตรายแล้ว
"ฮ่าๆๆ ฉันกะแล้วว่านายต้องสนใจ งั้นเราออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า รีบไปเคลียร์ดันเจี้ยนนั้นให้จบๆ กัน"
หวังเฉวียนหัวเราะร่า ในฐานะเพื่อนซี้ไม่กี่คนของกู่ซิน เขายอมรับในความสามารถของกู่ซินมาก
ถ้าได้กู่ซินมาร่วมทีม การลุยดันเจี้ยนครั้งนี้ต้องผ่านฉลุยแน่นอน
"ไม่มีปัญหา หาเพื่อนร่วมทีมคนอื่นครบแล้วใช่ไหม?"
กู่ซินพยักหน้า ในเมื่อจะไปลุยดันเจี้ยน ก็คงไปกันแค่สองคนไม่ได้
"ติดต่อไว้หมดแล้ว ฉันจัดการเอง นายวางใจได้เลย"
"อืม"
กู่ซินพยักหน้า ถึงหวังเฉวียนจะเป็นคนขี้เล่นและชอบหาเรื่องจัดปาร์ตี้คาราโอเกะไปหน่อย แต่เวลาทำงานก็ถือว่าไว้ใจได้
ชีวิตมหาลัยนี่มันดีจริงๆ อย่างน้อยกู่ซินก็คิดแบบนั้น
ตอนเช้าอาจารย์ประจำชั้นมาเช็คชื่อ แล้วก็ปล่อยให้นักศึกษาทำกิจกรรมอิสระ
ในเมื่อเป็นวิทยาลัยดาบและเวทมนตร์ ความรู้ทฤษฎีส่วนใหญ่เรียนจบไปตั้งแต่ก่อนเข้ามหาลัยแล้ว
ตอนนี้มหาลัยทุกแห่งเน้นการฝึกภาคปฏิบัติ ทางโรงเรียนเลยมักจะจัดกิจกรรมตะลุยดันเจี้ยน และออกภารกิจให้นักศึกษาไปหาประสบการณ์
แน่นอนว่ามีค่าตอบแทนให้ด้วย
เหมือนกับกิลด์ทหารรับจ้างขนาดย่อมๆ เพียงแต่ภารกิจและกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้จะมีสวัสดิการพื้นฐานรองรับ
หลังจากออกจากห้องเรียน กู่ซินก็ตรงดิ่งไปที่ห้องสมุด ไล่เปิดอ่านหนังสือเกี่ยวกับการสร้างการ์ด
'การวิเคราะห์และเลือกใช้วัตถุดิบสร้างการ์ด' 'เทคนิคและการเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสร้างการ์ด' 'เส้นทางสู่นักสร้างการ์ดที่ประสบความสำเร็จ'
จริงๆ กู่ซินไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ก็นั่นแหละ มันเฉพาะกับวิชาที่เขาไม่สนใจ
ตอนนี้เขามีใจรักในการสร้างการ์ดเต็มเปี่ยม เวลาเปิดหนังสืออ่านเลยรู้สึกเพลิดเพลินเหมือนได้กินขนมหวาน
คนเราพอมีใจรักและมีแรงบันดาลใจ ประสิทธิภาพในการทำสิ่งนั้นก็จะสูงอย่างเหลือเชื่อ
"ไม่ได้การ คงต้องไปถามอาจารย์หน่อยแล้ว"
กู่ซินเปิดหาครึ่งค่อนวัน ก็ยังไม่เจอเนื้อหาที่ต้องการ เลยตัดสินใจคืนหนังสือ แล้วเดินออกจากห้องสมุด
หลัวเฟย ศาสตราจารย์สาขานักสร้างการ์ดประจำมหาลัยอินเฉิง เป็นผู้เฒ่าที่น่าเคารพนับถือมากท่านหนึ่ง
ท่านเป็นนักสร้างการ์ดระดับสูงสุดในเมืองอินเฉิง อยู่ที่ระดับสี่ มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ แต่ตอนนี้เกษียณแล้ว เลยมาเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้มหาลัย
กู่ซินมาถึงห้องทำงานของศาสตราจารย์หลัวเฟย
ศาสตราจารย์หลัวเฟยผมขาวมัดรวบ หน้าตาอิ่มเอิบ หนวดเคราขาวเฟิ้ม สวมชุดผ้าฝ้ายดูสมถะ ท่าทางเหมือนเซียนวิเศษในหนังกำลังภายในไม่มีผิด
อืม ถ้ามองข้ามพฤติกรรมที่กำลังตั้งอกตั้งใจอ่านนิตยสาร 'เมนส์เฮลธ์' หรือนิตยสารปลุกใจเสือป่าอยู่นั่นไปน่ะนะ
"ศาสตราจารย์หลัวครับ"
"เสี่ยวกู่เหรอ มีอะไรล่ะ?"
ศาสตราจารย์หลัวเฟยปิดนิตยสารลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ถอดแว่นสายตายาวออกแล้วนวดตาเบาๆ
แววตาของท่านไม่ได้ดูขุ่นมัวเหมือนคนแก่ทั่วไป แต่กลับดูแจ่มใสและอบอุ่น
"ผมอยากจะขอคำชี้แนะหน่อยครับ เมื่อวานผมบังเอิญได้ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์มา แต่พอเอาไปสร้างการ์ดแล้วล้มเหลวครับ"
"วัตถุดิบที่ใช้คือ [ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] + [ธาตุแสง] + [สัตว์อสูรลิ้นยักษ์]..."
กู่ซินเล่าปัญหาของเขาให้ฟังตรงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาขอคำปรึกษาจากศาสตราจารย์หลัวเฟย เขาพอรู้นิสัยแกดี
"เสี่ยวกู่ เธออยากจะสร้างการ์ดอัญเชิญธาตุแสงใช่ไหม?"
ศาสตราจารย์หลัวเฟยเดาความคิดกู่ซินออกทันที
"ใช่ครับ"
"เปลี่ยน [ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] ออกซะเถอะ ระดับมันสูงเกินไป เลเวลของเธอตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น" ศาสตราจารย์หลัวเฟยส่ายหน้า
"แต่ก่อนหน้านี้ผมใช้ [ดวงตาแห่งความมืด] สร้างการ์ด ก็ยังทำสำเร็จนะครับ?" กู่ซินถามด้วยความสงสัย
"ระดับสี่กับระดับสาม ช่องว่างมันห่างกันเยอะนะ" ศาสตราจารย์หลัวเฟยตอบกลับอย่างขบขัน
"แถมการ์ดที่เธออยากจะสร้าง ฉันเดาว่าคงไม่ใช่การ์ดธรรมดาๆ ด้วยความสามารถของเธอตอนนี้ เกรงว่าจะยังไม่ไหว"
"นั่นสินะครับ..." กู่ซินนึกถึงยักษ์แห่งแสง แล้วก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา เขาพอจะเข้าใจความหมายของศาสตราจารย์หลัวเฟยแล้ว
"เสี่ยวกู่ เส้นทางของนักสร้างการ์ดจำเป็นต้องมีความกล้าที่จะทดลองก็จริง แต่อย่าเพิ่งมองการณ์ไกลจนเกินตัว"
"เธอมีจินตนาการและพรสวรรค์ที่ดี ฉันคิดว่าด้วยความสามารถของเธอตอนนี้ เธอน่าจะลองพยายามสร้างการ์ดระดับสามดาวดูก่อน"
"แน่นอน ฉันแนะนำให้เธอเริ่มทดลองจากการ์ดเวทมนตร์และการ์ดไอเทมก่อน"
ศาสตราจารย์หลัวเฟยสอนด้วยความหวังดี เพราะเทียบกับการ์ดอัญเชิญแล้ว การ์ดเวทมนตร์และการ์ดไอเทมมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า
"ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับศาสตราจารย์"
"อืม แล้วก็เสี่ยวกู่ การสร้างการ์ดจะเป็นพวกหัวสี่เหลี่ยมไม่ได้ นอกจาก 'ดวง' และจินตนาการแล้ว บางครั้งเราก็ต้องรู้จักเปลี่ยนวิธีคิดดูบ้าง"
"วิธีคิด?"
"ใช่ การ์ดที่แข็งแกร่งไม่ได้สร้างออกมาง่ายๆ บางทีเราอาจต้องลองมองในมุมอื่นดู"
ศาสตราจารย์หลัวเฟยชี้นิ้วหมุนวนที่ข้างขมับ ยิ้มให้กู่ซิน
เขารู้ว่ากู่ซินบางทีก็หัวรั้น เขาเลยเตือนแบบอ้อมๆ ว่าถ้าตอนนี้ยังสร้างการ์ดที่คิดไว้ไม่ได้
ก็ลองทำเวอร์ชันลดสเปคลงมาหน่อยก็ได้นี่นา
"มองในมุมอื่น..."
กู่ซินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มครุ่นคิด
"ผมเข้าใจแล้ว! ขอบคุณครับศาสตราจารย์!" ไม่นานดวงตาของกู่ซินก็เป็นประกาย เขาเข้าใจแล้ว
ใช่ ด้วยความสามารถตอนนี้ การจะสร้างการ์ดยักษ์แห่งแสงออกมาตรงๆ มันเป็นไปไม่ได้
แต่ว่า... ถ้าใช้วิธีอื่นอัญเชิญยักษ์แห่งแสงออกมาล่ะ?
"อืม เด็กดี เข้าใจก็ดีแล้ว"
ศาสตราจารย์หลัวเฟยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เขาคาดหวังในตัวกู่ซินไว้มาก เด็กคนนี้มีพรสวรรค์แถมจิตใจมุ่งมั่น ที่สำคัญคือ กู่ซินมีความรักและความหลงใหลในการสร้างการ์ดอย่างเหลือเชื่อ!
ความรักที่บริสุทธิ์แบบนี้ ทำให้ศาสตราจารย์หลัวเฟยยังอดชื่นชมไม่ได้
ขอแค่ไม่หลงผิดเข้าสู่ด้านมืดหรือตายไปซะก่อน ศาสตราจารย์หลัวเฟยเชื่อมั่นว่ากู่ซินจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่แน่นอน
เผลอๆ อาจจะก้าวข้ามเขาไปเลยก็ได้
หลังจากขอบคุณศาสตราจารย์หลัวเฟยอีกครั้ง กู่ซินก็ขอตัวกลับไปทดลองความคิดของตัวเองทันที
"เด็กคนนี้ ยังใจร้อนไฟแรงเหมือนเดิมเลยนะ"
ศาสตราจารย์หลัวเฟยส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม สวมแว่นตา แล้วเปิดนิตยสารผู้ชายขึ้นมาอ่านต่อด้วยความตั้งใจ
"ซี้ด! หน้าอกนี่มัน... คุณพระ! ทำไมถึงได้บะลั่กกั่กขนาดนี้? หรือจะเป็นเผ่าวัว?"
"คนแก่อย่างฉันมีชีวิตมาหกสิบเก้าปี ยังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่พรสวรรค์ล้นเหลือขนาดนี้มาก่อนเลย น่าเสียดาย! น่าเสียดายจริงๆ!"
"ซี้ด... ขานี่!! จะเอาชีวิตคนแก่รึไง! เด็ด! เด็ดสะระตี่ไปเลย!"
เสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นของตาแก่ท่าทางเหมือนเซียนวิเศษดังลอดออกมาจากห้องทำงานเป็นระยะ
[จบแล้ว]