เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - เจ้าน้องเต่าของฉันน่ารักเกินปุยมุ้ย

บทที่ 5 - เจ้าน้องเต่าของฉันน่ารักเกินปุยมุ้ย

บทที่ 5 - เจ้าน้องเต่าของฉันน่ารักเกินปุยมุ้ย


บทที่ 5 - เจ้าน้องเต่าของฉันน่ารักเกินปุยมุ้ย

☆☆☆☆☆

หลังจากการต่อรองราคากันพักใหญ่

"ผมเป็นลูกค้าประจำนะลุง ลุงเฉินจะไม่ลดให้ผมหน่อยเหรอ"

"พูดอะไรของเอ็งห๊ะ? ไอ้หนู เอ็งลองไปดูข้างนอกสิ มีใครเขาขายขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์เกรดพรีเมียมให้เอ็งในราคา 9 แสนบ้าง?"

ลุงเฉินมุมปากกระตุก มองกู่ซินด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่

"นี่ลุงรับเงินต้าเซี่ยนะเว้ย หาซื้อวัตถุดิบเวทมนตร์ระดับนี้ได้ในราคานี้ เอ็งควรจะขอบคุณลุงด้วยซ้ำ รู้เรื่องไหม!"

"ครับๆๆ" กู่ซินเข้าใจเหตุผลนี้ดี รู้ว่าลุงเฉินให้เกียรติเขามากแล้วจริงๆ

"จะเอากี่เส้น?"

"เอาหมดสิบเส้นเลยครับ"

กู่ซินปิดฝากล่องสมบัติ ในนี้มีขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดสิบเส้น วัตถุดิบระดับท็อปแบบนี้ ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดี

แต่ราคามันแพงระยับจริงๆ!

เผลอแป๊บเดียวเงิน 9 ล้านก็บินออกจากกระเป๋าเหมือนสายน้ำไหล

ถึงจะบอกว่าถ้าเอาขนพวกนี้ไปสร้างการ์ดระดับท็อปออกมาได้สักใบก็คืนทุนแล้ว แต่ประเด็นคือการสร้างการ์ดมันไม่ได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์นี่สิ

กู่ซินอาจจะไม่เคยทำเตาระเบิดก็จริง แต่ไอ้ที่ทำแล้วล้มเหลวก็มีไม่ใช่น้อยๆ

"จิ๊~ ดูท่าทางเอ็งจะไปรวยมาจริงๆ แฮะ"

ลุงเฉินมองกู่ซินด้วยความประหลาดใจพลางเดาะลิ้น

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขายังจำท่าทางอยากได้ของแต่เงินในกระเป๋าไม่เป็นใจของกู่ซินได้แม่นเลย

"ก็ผมเป็นนักสร้างการ์ดนี่ครับ ขายการ์ดได้ไม่กี่ใบก็มีเงินแล้ว"

"งั้นก็ยินดีด้วยที่เปิดบิลได้ แล้วก็นี่ น้ำพิษปลาปักเป้าสองชุด คิดซะหนึ่งแสน"

จากนั้นลุงเฉินก็หยิบ [น้ำพิษปลาปักเป้า] ที่สกัดแล้วออกมาสองกล่อง เทียบกับ [น้ำพิษบลูริง] ก่อนหน้านี้ พิษเจ้านี่แรงกว่า ราคาก็ย่อมแพงกว่าเป็นธรรมดา

"ลุงเฉิน ลุงยังมีของดีอย่างอื่นอีกไหมครับ" กู่ซินยื่นบัตรธนาคารให้ลุงเฉินพร้อมกับถามไปด้วย

"อยากได้วัตถุดิบธาตุอะไรล่ะ?"

ลุงเฉินคาบบุหรี่ วางมาดพี่ใหญ่ผู้ช่ำชอง

"[ดวงตาแห่งความมืด] ยังมีอีกไหมครับ?"

"[ดวงตาแห่งความมืด] เป็นวัตถุดิบธาตุมืดที่ค่อนข้างหายาก เอ็งก็รู้นี่หว่า ทางใต้ของเราแทบไม่มีดันเจี้ยนอาบิสเลย"

ลุงเฉินส่ายหน้า จริงๆ แล้ว [ดวงตาแห่งความมืด] ก็คือดวงตาของหนอนมรณะ สัตว์อสูรอาบิสระดับสาม

ซึ่งในอาณาเขตต้าเซี่ย ดันเจี้ยนอาบิสมักจะอยู่ทางเหนือ ทางใต้แทบไม่ค่อยเจอ ดังนั้น [ดวงตาแห่งความมืด] ในแถบนี้จึงหายากมาก

"แต่ลุงเพิ่งได้ซากหนอนกลืนวิญญาณมาตัวนึง เอ็งสนใจไหม?"

"หนอนกลืนวิญญาณ?"

"ใช่ สมบูรณ์เก้าส่วน"

พอลุงเฉินพูดจบ กู่ซินคิดอยู่แค่วินาทีเดียว

"ผมเอา!"

หนอนกลืนวิญญาณ เป็นสัตว์อสูรอาบิสธาตุมืดเหมือนกัน ระดับอยู่ที่ขั้นสอง ว่ากันว่ามาจากดันเจี้ยน [บึงมรณะ]

"สนนราคา 3 แสน" ลุงเฉินยิ้มร้าย

"เดี๋ยวนะพี่ชาย ลุงเข้าใจอะไรผิดป่าว? ซากหนอนตัวเดียวลุงกล้าขายตั้ง 3 แสน? ลุงไม่ไปปล้นเขาเลยล่ะ?"

กู่ซิน 'ของขึ้น' ทันที

"ไม่เอาก็ตามใจ นี่ญาติห่างๆ ลุงส่งมาให้ ถ้าเอ็งลองไปหาดูร้านอื่นทั่วเมืองอิน เอ็งจะหาซากหนอนกลืนวิญญาณที่สมบูรณ์เก้าส่วนแบบนี้ได้ไหม?"

"เต็มที่ 2 แสน"

"ไอ้หนูกู่ซิน ต่อราคาก็อย่าให้มันน่าเกลียดนัก..."

แล้วทั้งสองคนก็เริ่มเปิดศึกฝีปากกันอีกรอบ

...

หมู่บ้านหรูหัวใจทะเลสาบหมิง ที่นี่เป็นย่านคนรวยชื่อดังของเมืองอิน คนที่อยู่ที่นี่ถ้าไม่รวยล้นฟ้าก็ต้องมียศมีตำแหน่ง

ในขณะนี้ อินเสวี่ยนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา พลังเวทสีฟ้าเปลี่ยนรูปร่างเป็นโซ่แสง เชื่อมต่อกับการ์ดที่ลอยอยู่ตรงหน้าเธอ

ข้างกายอินเสวี่ย มีเด็กสาวผมดำนั่งไขว่ห้างเล่นมือถืออยู่ ขาขาวเนียนเรียวยาวแกว่งไปมา ดึงดูดสายตาแบบสุดๆ

"ฟู่ว~ เชื่อมต่อเรียบร้อย"

พักใหญ่ผ่านไป อินเสวี่ยก็เก็บพลังเวท แล้วคว้าการ์ดใบนั้นไว้ ใบหน้าสวยหวานเผยรอยยิ้มออกมา

การ์ดเวทมนตร์ไม่ใช่ของที่เสียบปลั๊กแล้วใช้ได้เลย อยากจะใช้เอฟเฟกต์ของการ์ดเวทมนตร์ จำเป็นต้องเชื่อมต่อพลังเวทกับการ์ดก่อน

ไม่อย่างนั้น ก็จะไม่สามารถใช้งานการ์ดได้

นี่เป็นเหตุผลที่ก่อนหน้านี้กู่ซินกล้าให้อินเสวี่ยลองจับ [โรยรา] ดู เพราะเขาไม่กลัวว่าอินเสวี่ยจะเบี้ยวแล้วเชิดของหนี

อีกอย่างถ้าอินเสวี่ยคิดจะปล้นจริงๆ เขาก็มีไพ่ตายซ่อนอยู่ กู่ซินผู้ข้ามโลกมาจากดาวบลูสตาร์เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

แต่เห็นได้ชัดว่าอินเสวี่ยเป็นคนมีมารยาทและนิสัยดีมาก

"เชื่อมต่อเสร็จแล้วเหรอ? ยัยหิมะ รีบอัญเชิญออกมาดูเร็ว"

เด็กสาวผมดำ ถังเยว่เยว่ ได้ยินดังนั้นก็รีบเร่งยิกๆ เธอสนใจการ์ดอัญเชิญใบใหม่ของอินเสวี่ยมาก

"อื้ม" อินเสวี่ยใช้นิ้วสองนิ้วคีบการ์ด [เซนิกาเมะ] ใบนี้ไว้ แล้วถ่ายเทพลังเวทสีฟ้าเข้าไปไม่หยุด

วงเวทลวดลายซับซ้อนดูลึกลับปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ

"ออกมาเลย เซนิกาเมะ!"

เจ้าเต่าน้อยสีฟ้าตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากวงเวทอัญเชิญ มันค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ ด้วยแววตาใสซื่อไร้เดียงสา

นี่คือสัตว์เวทประเภทเต่าที่ตัวไม่ได้ใหญ่มาก ผิวสีฟ้าอ่อน รูปร่างกะทัดรัด หางเป็นรูปคลื่น

จุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือส่วนหัว ดวงตากลมโตใสแจ๋วดูน่ารัก หัวกลมดิ๊กดูตลกหน้าเป็น และหัวล้านเลี่ยนเตียนโล่งนั่นทำให้อดใจไม่ไหวอยากจะลองลูบดูสักทีสองที

"เจนิ?"

เซนิกาเมะยกกรงเล็บสั้นๆ ขึ้นมาเกาหัวล้านของตัวเอง ส่งเสียงร้องใสๆ ออกมา

"ว้าว! น่ารักจังเลย!"

ตาของถังเยว่เยว่เป็นประกายทันที เธอชอบสิ่งมีชีวิตมุ้งมิ้งแบบนี้มาก

แถมมันยังน่ารักมากจริงๆ นะ!

อินเสวี่ยเองก็เซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าเซนิกาเมะที่อัญเชิญออกมา จะน่ารักน่าเอ็นดูกว่ารูปวาดบนหน้าการ์ดซะอีก

"เจนิ? เจนิ~"

เซนิกาเมะเงยหน้ามองถังเยว่เยว่สองที แล้วเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย จึงรีบหันขวับไปมองอินเสวี่ย

จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็ซอยเท้าสั้นๆ วิ่งเหยาะๆ เข้ามาที่เท้าของอินเสวี่ย กอดขาเธอไว้แล้วส่งเสียงร้องอ้อนๆ เหมือนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่กำลังขอให้ลูบหัว

อื้อหือ!!!

อินเสวี่ยสูดหายใจเฮือก เจ้าตัวเล็กนี่ชักจะแสนรู้เกินไปแล้ว! แต่...

น่ารักอ่ะ!! เธอชอบมาก!

"เซนิกาเมะ เธอน่ารักจังเลย"

อินเสวี่ยอดใจไม่ไหวอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา เผลอใช้น้ำเสียงสองเสียงสามพูดด้วยความเอ็นดู

"เจนิ~!"

เซนิกาเมะกะพริบตากลมโตฉ่ำน้ำ แล้วดูเหมือนจะฟังออกว่าอินเสวี่ยกำลังชมตัวเอง ดวงตาเลยหยีลงจนเป็นเส้นโค้ง เผยสีหน้าดีใจแบบมนุษย์ออกมา

แขนสั้นป้อมสองข้างแกว่งขึ้นลงเพราะความดีใจ ดูตลกและน่าเอ็นดูจนคนมองต้องอมยิ้ม

"กรี๊ดดด! มันยิ้มด้วยอ่ะแก! มันรู้เหรอว่าแกชมมัน? พระเจ้า!"

ถังเยว่เยว่ตาโต เอามือปิดปากกรีดร้องเบาๆ

ตามหลักแล้ว ในฐานะที่เป็นสัตว์อัญเชิญการ์ดสีฟ้าระดับหนึ่ง [เซนิกาเมะ] ไม่น่าจะมีสติปัญญาสูงขนาดนี้

"เซนิกาเมะ เธอฟังที่ฉันพูดรู้เรื่องเหรอ?"

อินเสวี่ยดีใจจนเนื้อเต้น

"เจนิ~" เซนิกาเมะยังคงส่งเสียงร้องใสๆ ตอบรับ แถมยังพยักหน้าหงึกๆ อีกต่างหาก

"งื้อ..."

อินเสวี่ยโดนความน่ารักแอทแทคเข้าอย่างจัง ฟินจนตัวลอย

เธอตัดสินใจแล้ว ต่อให้อนาคตเธอจะกลายเป็นสุดยอดมาสเตอร์ เธอก็จะไม่มีวันทิ้งเซนิกาเมะเด็ดขาด

มันน่ารักเกินปุยมุ้ยอ่ะ! เลี้ยงไว้เป็นมาสคอตหรือสัตว์เลี้ยงก็ยังคุ้มเลย

"ยัยหิมะ ยัยหิมะ ขอฉันอุ้มเซนิกาเมะบ้างสิ"

ถังเยว่เยว่อิจฉาตาร้อนสุดขีด ผู้หญิงกับสิ่งมีชีวิตน่ารักและแสนรู้แบบนี้มักจะแพ้ทางเสมอ

"รอก่อน เซนิกาเมะค่อนข้างติดฉันน่ะ"

"ขอฉันจับหน่อยน่า อย่าขี้งกนักสิ!"

"อย่าเพิ่งใจร้อนสิ อิอิ~ หัวล้านๆ ของน้องเต่าสัมผัสดีชะมัดเลย"

"เจนิ~ เจนิ~"

[จบแล้ว]บทที่ 6 - นักพนันที่ไหนจะซวยซ้ำซวยซ้อนได้ทุกวัน

☆☆☆☆☆

เพราะความน่ารักเกินต้านของเซนิกาเมะ ทำให้อินเสวี่ยเล่นกับมันในสวนหลังบ้านอยู่นานสองนาน กว่าจะนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้

"เซนิกาเมะ เธอใช้เวทมนตร์อะไรเป็นบ้างจ๊ะ?"

อินเสวี่ยถามเซนิกาเมะด้วยความคาดหวัง

ในใจเธอตัดสินใจไปแล้วว่า ต่อให้เซนิกาเมะจะมีพลังต่อสู้แค่ห้า หรือกากแค่ไหน เธอก็จะเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง จะไม่ทอดทิ้งแน่นอน

แต่ถ้าเกิดเซนิกาเมะดันเก่งขึ้นมาด้วยล่ะ มันก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ไม่ใช่เหรอ?

"เจนิ?" เซนิกาเมะเอียงหัวล้านสีฟ้า เหมือนจะสงสัยว่าเวทมนตร์คืออะไร

"ใช้ไม่เป็นเหรอ? ไม่น่าใช่นะ ขนาดคุณลักษณะเผ่าพันธุ์ยังมีเลยนี่นา?"

ถังเยว่เยว่เห็นแบบนั้นก็งง

ตามทฤษฎีแล้ว ไม่ใช่สัตว์เวททุกตัวที่อัญเชิญจากการ์ดเวทมนตร์จะใช้เวทมนตร์เป็น มีไม่น้อยที่ใช้แค่พละกำลังทางกายภาพเข้าสู้

อย่างเช่นพวกสัตว์อสูรสายเดรัจฉานที่มีชื่อเสียงในการ์ดอัญเชิญระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่พวกระดับต่ำมักใช้เวทมนตร์ไม่เป็น

แต่เซนิกาเมะมีทั้งคุณลักษณะเผ่าพันธุ์ แถมบนการ์ดยังระบุว่าเป็นธาตุน้ำ มันจะใช้เวทมนตร์ไม่เป็นสักบทเลยเหรอ?

อินเสวี่ยเม้มปาก กำลังจะเอ่ยปากปลอบใจเซนิกาเมะ

"เจนิ~ เจนิ!"

ตอนนั้นเอง ดวงตาของเซนิกาเมะก็สว่างวาบ เหมือนมันจะเข้าใจความหมายของอินเสวี่ยแล้ว

จากนั้นเซนิกาเมะก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แก้มป่องพองลม

วินาทีต่อมา ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงขนาดเท่าแขนก็พุ่งออกมาทันที พุ่งชนเป้าฝึกซ้อมที่อยู่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว

เป้าเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งถูกยิงทะลุในพริบตา แต่สักพักแสงสีขาวก็กระพริบบนเป้าซ้อม แล้วมันก็คืนสภาพเดิม

"ว้าว!! ยิงเร็วและแรงมาก!" ถังเยว่เยว่ตื่นตาตื่นใจ

"เก่งมากเลยเจ้าเต่าน้อย!"

อินเสวี่ยดีใจสุดขีด เธอกะแล้วว่าเจ้าเต่าน้อยต้องไม่ใช่พวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม

เสาน้ำเมื่อกี้นี้ ทั้งความเร็วและแรงกระแทกถือว่ายอดเยี่ยมมาก จัดเป็นเวทมนตร์โจมตีที่ดีเลยทีเดียว

เซนิกาเมะฟังคำชมของอินเสวี่ยออก ก็เลยยืดอกเชิดหัวขึ้นมาทันที พร้อมกับเท้าเอวด้วยท่าทางภูมิใจ

พรืดด

พอเห็นท่าทางภูมิใจที่ดูเหมือนคนของเซนิกาเมะ อินเสวี่ยก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ มันน่ารักน่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ

"แล้วเธอใช้เวทมนตร์อื่นเป็นอีกไหม? เซนิกาเมะ"

แต่อินเสวี่ยก็ยังลองถามหยั่งเชิงดู เธอมีลางสังหรณ์ว่าเซนิกาเมะอาจจะมีเซอร์ไพรส์ให้เธออีก

เซนิกาเมะกะพริบตา แล้วหมุนตัวหนึ่งรอบ สายน้ำสีฟ้าบริสุทธิ์ก็ลอยขึ้นมาโอบล้อมรอบตัวเซนิกาเมะราวกับกำลังร่ายรำ

ละอองน้ำสาดกระเซ็นใส่ตัวเซนิกาเมะไม่ขาดสาย ทำให้เซนิกาเมะส่งเสียงร้องอย่างสบายตัวออกมา

"นั่นมันเหมือนเวทมนตร์สายซัพพอร์ตประเภทฟื้นฟูเลยนะ ยัยหิมะ"

ถังเยว่เยว่กะพริบตาปริบๆ สิ่งที่เซนิกาเมะใช้แน่นอนว่าไม่ใช่สเปเชียลเอฟเฟกต์ แต่ต้องเป็นเวทมนตร์สักบทแน่ๆ

"อื้ม วงแหวนวารี เวทมนตร์ที่สามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ตัวเองได้"

อินเสวี่ยดูข้อมูลบนการ์ดเวทมนตร์ ตอนนี้บนหน้าการ์ดไม่มีรูปเซนิกาเมะแล้ว แต่มีแสงไหลเวียนแปลกๆ ซึ่งทำให้อินเสวี่ยเข้าใจว่าเซนิกาเมะกำลังทำอะไร และเข้าใจเวทมนตร์ที่เซนิกาเมะใช้ได้ทันที

"เวอร์ไปแล้ว เป็นแค่สัตว์อัญเชิญการ์ดสีฟ้าระดับหนึ่งแท้ๆ แต่ใช้เวทมนตร์ได้ตั้งสองบท ให้ตายสิ!"

ถังเยว่เยว่อดบ่นด้วยความอิจฉาไม่ได้ เธออิจฉาแล้ว อิจฉาจริงๆ นะเนี่ย

"ฮิฮิ~ วันนี้เป็นวันโชคดีของคุณหนูอย่างฉันจริงๆ!"

อินเสวี่ยหัวเราะคิกคัก อารมณ์ดีสุดๆ

ชิ ได้ใจไปเถอะ ก็แค่การ์ดที่ซื้อมาจากพี่รูปหล่อคนนั้นไม่ใช่เหรอ?

ถังเยว่เยว่เบ้ปาก รอให้ฉันลอกการบ้านเสร็จก่อนเถอะ ฉันจะไปเหมาการ์ดที่ร้านพี่สุดหล่อนั้นบ้าง

ต้องมีใบที่ไม่แพ้ [เซนิกาเมะ] แน่ๆ!

แต่ตอนนั้นเอง อินเสวี่ยก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

"เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ นะ"

"อะไรแปลก?"

"การกินพลังเวทมันแปลกๆ"

ใบหน้าสวยของอินเสวี่ยฉายแววประหลาดใจ ดูเหมือนจะงุนงงมาก

"กินพลังเวทเยอะมากเหรอ?"

ถังเยว่เยว่ชะงัก ใช่แล้ว การ์ดเวทมนตร์ต้องใช้พลังเวทในการขับเคลื่อน และการคงสภาพสัตว์อัญเชิญให้อยู่ข้างนอกก็ต้องจ่ายพลังเวทหล่อเลี้ยงตลอดเวลา

เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าพลังเวทถูกสูบออกไปมากเกินไป ก็จะเป็นภาระต่อร่างกายไม่น้อย

"เปล่า มันกินน้อยมากต่างหาก น้อยจนตอนแรกฉันไม่ทันสังเกตเลย" อินเสวี่ยส่ายหน้า สีหน้าดูดีใจมาก

"นอกจากตอนอัญเชิญเซนิกาเมะออกมาครั้งแรกที่ใช้พลังเวทส่วนหนึ่งแล้ว การหล่อเลี้ยงหลังจากนั้น ใช้พลังเวทน้อยมากๆ!!"

"เป็นไปได้ไง?"

ถังเยว่เยว่ได้ยินแล้วก็ตกใจ

นี่หมายความว่ายังไง?

หมายความว่า ขอแค่ความเร็วในการฟื้นฟูมานาของอินเสวี่ยตามทัน เธอแทบไม่ต้องเรียกเซนิกาเมะกลับเข้าไปในการ์ด [เซนิกาเมะ] เลยด้วยซ้ำ

เซนิกาเมะสามารถติดตามข้างกายอินเสวี่ยได้ตลอดเวลา นั่นมันก็เท่ากับได้สัตว์เลี้ยงเพิ่มมาจริงๆ เลยน่ะสิ! แถมยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นสัตว์เวทด้วย!

โดยเฉพาะเจ้าเต่าพ่นน้ำนี่ดันน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้...

แก้มขาวๆ ของถังเยว่เยว่กระตุกเบาๆ กลิ่นน้ำส้มสายชูแห่งความอิจฉาฟุ้งกระจายไปทั่ว โดยเฉพาะตอนเห็นอินเสวี่ยอุ้มเซนิกาเมะหมุนตัวไปมาด้วยความดีใจ

ถังเยว่เยว่อดเบะปากไม่ได้ หมั่นไส้โว้ย

กลัวเพื่อนลำบากก็กลัว แต่กลัวเพื่อนได้ดีเกินหน้าเกินตาก็ยิ่งกว่า

ตอนนี้ถังเยว่เยว่เข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างลึกซึ้ง แม่*น่าโมโหชะมัด!!

ยัยบ้านี่ทำไมโชคดีขนาดนี้นะ! แง...

...

ร้านการ์ดบลูสตาร์

"เยี่ยม! วันนี้ฤกษ์งามยามดี อัตราความสำเร็จต้องสูงปรี๊ดแน่ๆ!"

พอกลับถึงร้าน กู่ซินก็มุดเข้าห้องทดลองทันที เปิดระบบห้องทดลองด้วยความฮึกเหิม เตรียมพร้อมสร้างการ์ด

ตอนนี้เขารู้สึกดีแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์สิบเส้น นี่มันวัตถุดิบสัตว์อสูรธาตุแสงระดับสี่เชียวนะ

วันนี้ต้องกอบโกยกำไรได้มหาศาลแน่!

ดวงตาของกู่ซินเหมือนมีไฟลุกโชน มองไปที่วัตถุดิบเล่นแร่แปรธาตุต่างๆ ที่เรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ

เตาหลอมเล่นแร่แปรธาตุ! สตาร์ท!

"[ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] + [สัตว์อสูรลิ้นยักษ์] + [ธาตุแสง] เอาล่ะนะ!"

ใส่วัตถุดิบชุดแรกที่จัดเตรียมไว้ลงไปในเตาหลอม กู่ซินถอนหายใจเบาๆ

[ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] เป็นวัตถุดิบธาตุแสง ส่วน [ธาตุแสง] คือผลึกแกนกลางของหนูเก็บแสง สัตว์อสูรธาตุแสงระดับสอง

กู่ซินหลับตารวบรวมสมาธิ ส่งพลังเวทเข้าไปในเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง

ตึ ตึ ตึ!

เตาหลอมเริ่มทำงาน การสร้างการ์ดเริ่มต้นขึ้น

แต่ผ่านไปเพียงสิบนาที...

"เป็นไปตามคาด"

กู่ซินมองเศษขยะที่ไหลออกมาจากช่องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ความล้มเหลวคือมารดาแห่งความสำเร็จ

การลองครั้งแรกนี้ เขาทำใจไว้แล้ว

แต่วัตถุดิบราคาเป็นล้านหายวับไปกับตาแบบนี้ อาชีพนักสร้างการ์ดนี่มันผลาญเงินจริงๆ

"[สัตว์อสูรลิ้นยักษ์] ใช้ไม่ได้จริงๆ ด้วย เปลี่ยนใหม่"

[ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] + [ธาตุแสง] + [กระต่ายวายุ]

กู่ซินส่งวัตถุดิบผสมชุดที่สองเข้าไปในเตาหลอม เตาหลอมเริ่มทำงานอีกครั้ง

ตึ ตึ ตึ!

ห้านาทีต่อมา กู่ซินมองเศษขยะที่ไหลออกมาอีกรอบแล้วตกอยู่ในห้วงความคิด ครั้งนี้ดูเหมือนจะล้มเหลวเร็วกว่าเดิมแฮะ

เป็นเพราะธาตุลมของ [กระต่ายวายุ] เข้ากับ [ธาตุแสง] ไม่ได้เหรอ? หรือเพราะ [ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] มันแรงเกินไป?

ความล้มเหลวคือแม่ของความสำเร็จ กู่ซินจดบันทึกข้อสงสัยนี้ไว้

ครั้งที่สาม

ครั้งที่สี่

ครั้งที่ห้า...

"บ้าเอ๊ย! นี่มันต้องทำยังไงกันแน่วะเนี่ย?"

กู่ซินโมโหจนหอบหายใจ หน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด มือไม้สั่นไปหมด

ห้าครั้งแล้ว! ห้าครั้งรวดเลยนะ!!

นี่เป็นครั้งแรกที่กู่ซินล้มเหลวติดกันห้าครั้ง ไม่เห็นแม้แต่เงาของการ์ด เศษขยะเกือบจะเต็มสองถุงใหญ่แล้ว

"ไม่มีทางที่จะไม่มีสาเหตุหรอก เป็นเพราะ [ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์] + [ธาตุแสง] วัตถุดิบธาตุแสงสองอย่างมันข่มกันเองรึเปล่า?"

กู่ซินขมวดคิ้วแน่น ดื่มน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทเข้าไป การสร้างการ์ดต่อเนื่องกินพลังเวทเขาไปเยอะมาก

"ไม่ได้การ จะดันทุรังต่อไม่ได้ เสียไปห้าเส้นแล้ว"

กู่ซินกัดฟัน เขาไม่ใช่คนหัวดื้อขนาดนั้น ถึงบางทีจะหัวร้อนบ้าง แต่ล้มเหลวห้าครั้งติด

กู่ซินรู้ดีว่ามันต้องมีสาเหตุ ขนกริฟฟินศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุดิบหายาก จะมาผลาญเล่นแบบนี้ไม่ได้

งั้นเปลี่ยนสูตร

"[หนอนกลืนวิญญาณ] + [ธาตุมืด] + [น้ำพิษปลาปักเป้า]..."

กู่ซินมองวัตถุดิบสามอย่างนี้ คิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดพุทธิปัญญา หยิบวัตถุดิบอีกอย่างลงมาจากชั้นวางข้างๆ

"เติมลำตัว [มังกรน้อย] ลงไปอีกอัน เอาล่ะ!"

วัตถุดิบสี่อย่างถูกเทลงไปในเตาหลอมรวดเดียว

ตึ ตึ ตึ!

เตาหลอมส่งเสียงครางหึ่งๆ ต่อเนื่อง กู่ซินอัดพลังเวทเข้าไปในเตาหลอมไม่หยุด ในหัวจินตนาการถึงรูปร่างหน้าตาของการ์ดใบนี้

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

การ์ดใบหนึ่งเลื่อนออกมาจากช่อง กู่ซินหยิบการ์ดที่เปล่งแสงสีม่วงใบนั้นขึ้นมา มุมปากค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น

"หึหึหึ... ฮ่าๆๆๆๆ สำเร็จ! ฉันทำสำเร็จแล้ว!"

"เด็กที่ไหนจะร้องไห้ทุกวัน นักพนันที่ไหนจะซวยทุกตา! ตีบวกแตกไปห้าครั้ง ในที่สุดฉันแม่งก็เป็นอัจฉริยะจริงๆ!"

"ฮ่าๆๆๆๆ~!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - เจ้าน้องเต่าของฉันน่ารักเกินปุยมุ้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว