เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 เสด็จแม่ เสด็จพ่อของหม่อมฉันไปไหนเพคะ

บทที่ 17 เสด็จแม่ เสด็จพ่อของหม่อมฉันไปไหนเพคะ

บทที่ 17 เสด็จแม่ เสด็จพ่อของหม่อมฉันไปไหนเพคะ


บทที่ 17 เสด็จแม่ เสด็จพ่อของหม่อมฉันไปไหนเพคะ

【ในวันนั้น ท่านกับองค์หญิงหลี่รั่วหวางได้ร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารค่ำ】

【ระหว่างนั้น ท่านได้เผยรอยยิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก】

【ทำเอาองค์หญิงหลี่รั่วหวางถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ】

【นับตั้งแต่งานเลี้ยงวันเกิดของเย่เหลียงเหยียนเมื่อหลายปีก่อน】

【ท่านก็ไม่เคยยิ้มให้นางอีกเลย】

【แม้แต่รอยยิ้มเสแสร้งก็ไม่มี】

【องค์หญิงหลี่รั่วหวางฝืนระงับความตกใจในใจ ถามว่าท่านมีเรื่องจะพูดหรือไม่?】

【ท่านไม่ได้ตอบโดยตรง】

【แต่กลับบอกว่ากินข้าวก่อน】

【หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว】

【องค์หญิงหลี่รั่วหวางก็มานั่งยองๆ ตรงหน้าท่าน เอามือขวาของท่านวางไว้บนใบหน้าของนาง】

【แล้วถามว่าท่านวางยาพิษในอาหารใช่หรือไม่】

【ในดวงตาของท่านปรากฏแววตื่นตระหนกขึ้นมา】

【ถามองค์หญิงหลี่รั่วหวางว่า ในเมื่อรู้ว่าในอาหารมียาพิษ แล้วทำไมถึงยังกิน?】

【องค์หญิงหลี่รั่วหวางยิ้มอย่างเป็นอิสระ สามารถร่วมโต๊ะกินข้าวกับท่านอย่างมีความสุขได้ ต่อให้ต้องถูกพิษก็ยอม】

【ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือวังหลวง การถอนพิษไม่ใช่เรื่องยาก】

【ท่านเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง】

【จากใต้โต๊ะอาหาร หยิบน้ำลายมังกรพิษออกมา】

【ของสิ่งนี้ไร้สีไร้กลิ่น มีพิษร้ายแรงอย่างยิ่ง สามารถสังหารผู้บำเพ็ญเพียรระดับข้ามผ่านภัยพิบัติได้】

【องค์หญิงหลี่รั่วหวางถึงกับใจสั่นอย่างรุนแรง】

【เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คาดคิดว่า ไพ่ตายที่แท้จริงของท่านไม่ใชยาพิษในอาหาร】

【แต่เป็นน้ำลายมังกรพิษที่อยู่ใต้โต๊ะ】

【เพียงแค่สูดดมเข้าไปก็ถูกพิษได้】

【องค์หญิงหลี่รั่วหวางรีบใช้มือปิดปากปิดจมูกทันที】

【คิดจะพาท่านหนีออกจากที่นี่】

【แต่ท่านถูกพิษลึกเกินไปแล้ว】

【ไม่มียาใดรักษาได้】

【ท่านดึงแขนขององค์หญิงหลี่รั่วหวางไว้ ไม่ให้นางจากไป】

【ในใจของท่านรู้ดี】

【ว่าองค์หญิงหลี่รั่วหวางเป็นคนบ้า】

【หากท่านตาย แต่นางไม่ตาย】

【นางจะต้องคลั่งแล้วฆ่าคนอีกมากมายอย่างแน่นอน】

【และในจำนวนนั้น จะต้องมีเย่เหลียงเหยียนอยู่ด้วย】

【ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของเย่เหลียงเหยียน】

【ท่านจึงคิดจะลากองค์หญิงหลี่รั่วหวางไปตายด้วยกัน】

【แต่สิ่งที่ท่านคาดไม่ถึงก็คือ】

【ตอนที่องค์หญิงหลี่รั่วหวางเห็นท่านใกล้จะตาย กลับไม่มีท่าทีดิ้นรนแม้แต่น้อย】

【กระทั่งโน้มตัวลงมา ซบอยู่บนอกของท่าน】

【พึมพำเสียงเบาว่า ต่อให้ท่านตาย นางก็จะอยู่กับท่าน】

【ท่านคือคนที่สำคัญที่สุดในโลกใบนี้】

【ท่านอดที่จะรู้สึกเหม่อลอยไม่ได้】

【นึกถึงองค์หญิงหลี่รั่วหวางในวัยยี่สิบเจ็ดปี ที่อยู่ท่ามกลางทะเลดอกไม้】

【หาก... ความต้องการครอบครองของนางไม่รุนแรงถึงเพียงนี้】

【จะดีแค่ไหนกันนะ】

ความฝันสิ้นสุดลง ภาพแตกสลายโดยสมบูรณ์

เย่หยูก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมา

【การเข้าฝันครั้งนี้สิ้นสุดลง】

【อายุขัย 85 ปี】

【การประเมินความฝันครั้งนี้: ยอดเยี่ยม+】

【ได้รับความสามารถจากชีวิตในฝันหนึ่งอย่าง】

【เคล็ดวิชากระบี่อัสนีบัวเขียว (ระดับสำเร็จ)】

【การประเมินความฝันถึงระดับยอดเยี่ยม+ ขึ้นไป รางวัลจะสุ่มทำให้สิ่งของหนึ่งอย่างกลายเป็นจริง】

【สิ่งของที่กลายเป็นจริงในครั้งนี้: เย่เนี่ยน】

หลังจากได้ยินเสียงของระบบ

เย่หยูทั้งตัวแทบจะคลั่ง

เย่เนี่ยน?

นั่นมันลูกสาวของเขากับองค์หญิงหลี่รั่วหวางไม่ใช่เหรอ?

นี่ก็นับเป็นสิ่งของด้วยเรอะ?

ระบบเอ๊ย! นายมันไม่รอบคอบเลยจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น จะยัดเยียดลูกสาวมาให้ทำไมกัน?

ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเหอฮวนไม่ได้รึไง?

นั่นน่ะกระดูกเสน่ห์มาแต่กำเนิด งามล่มเมืองของจริงเลยนะ

ส่วนองค์หญิงหลี่รั่วหวางน่ะช่างมันเถอะ

ยัยยันเดเระโรคจิตคนนั้น ความต้องการครอบครองมันแรงเกินไป

ขนาดจะตายยังไม่ยอมปล่อย

จะว่าไป คำว่า "เหี้ยม" คำเดียวคงนิยามชีวิตนางได้ทั้งหมด

เฮ้อ

เย่เนี่ยนก็เย่เนี่ยนวะ

ลูกสาวตัวเอง ก็ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูให้เติบใหญ่

เย่หยูมองไปรอบๆ แต่กลับพบว่าในห้อง

ยังคงว่างเปล่าเช่นเคย

จึงได้เอ่ยถามระบบขึ้นมา

"เย่เนี่ยนล่ะ?"

"ตัวละครที่ถูกทำให้เป็นจริง จะปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งที่นางอยู่ในความฝัน

โฮสต์วางใจได้ ตอนนี้เย่เนี่ยนปลอดภัยดี"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

เย่หยูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ตำแหน่งในความฝัน... วังหลวงราชวงศ์ต้าเฉียน?

หรือว่า... ในโลกใบนี้

จะมีราชวงศ์ต้าเฉียนอยู่จริงๆ?

บางทีอาจจะมีอยู่จริงก็ได้

ขนาดตำหนักหมื่นวิญญาณยังมีได้ ราชวงศ์ต้าเฉียนก็ย่อมมีได้เช่นกัน

ขอแค่เย่เนี่ยนปลอดภัยก็พอ

แต่คิดๆ ดูแล้วก็ใช่

เย่เนี่ยนที่ดูน่ารักน่าชังขนาดนั้น ใครเห็นจะไม่ชอบบ้าง?

ไม่แน่ว่าอาจจะถูกองค์หญิงหรือพระสนมองค์ไหนถูกใจ

รับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมไปแล้ว

ยังไงก็ดีกว่ามาใช้ชีวิตลำบากอยู่กับเขาที่สำนักนอกของนิกายเมฆาเขียว

ช่างเถอะ ควรรีบเพิ่มพลังแล้วไปรับเย่เนี่ยนกลับมาโดยเร็วที่สุดดีกว่า

พูดตามตรง แม้ว่าจะเป็นแค่ความฝัน

เย่หยูก็ยังรู้สึกผูกพันกับเย่เนี่ยนอย่างน่าประหลาด

แต่ว่า มีปัญหาหนึ่งข้อ

ที่เย่หยูคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

ในเมื่อตำหนักหมื่นวิญญาณมีอยู่จริง แล้วจู้เตี๋ยเจินจะมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่?

คำถามนี้ เย่หยูสงสัยมาตลอด

วันนี้ตอนที่ได้พบกับเว่ยอ้าวซู

เย่หยูก็คิดจะถามนาง

แต่สุดท้ายก็อดทนไว้

เพราะเว่ยอ้าวซูคิดว่าเขาเป็นสายลับที่ตำหนักหมื่นวิญญาณส่งมาแล้ว

จึงได้ไว้ชีวิตเขา

แต่หากสายลับกลับไม่รู้ว่าเจ้าตำหนักหมื่นวิญญาณคือใคร

เย่หยูคงจะไม่ได้เห็นตะวันของวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน

เพราะตัวตนของสายลับจะต้องถูกเก็บเป็นความลับเด็ดขาด

ในเมื่อเว่ยอ้าวซูมีความสามารถจัดการศพของโหวว่างกับโหวเจิ้นได้

ย่อมไม่รังเกียจที่จะจัดการศพของเขาเพิ่มอีกหนึ่งศพ

เฮ้อ โลกแฟนตาซีใบนี้มันอันตรายเกินไป

หากไม่มีพลังที่เพียงพอ แม้แต่จะถามคำถามสักคำยังทำไม่ได้

แต่ต่อมา เย่หยูก็คิดตก

ต่อให้จู้เตี๋ยเจินจะมีตัวตนอยู่จริง และเป็นเจ้าตำหนักหมื่นวิญญาณด้วย

แล้วจะอย่างไร?

นั่นก็เป็นเพียงความฝันครั้งหนึ่งของเย่หยูเท่านั้น

เรื่องความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา นางก็ไม่รู้อยู่ดี

ต่อให้ได้พบกันอีกครั้ง ก็คงเป็นได้แค่คนแปลกหน้า

คิดมากขนาดนั้น สู้คิดว่าจะเอาชีวิตรอดต่อไปอย่างไรดีกว่า!

เย่หยูหัวเราะเยาะตัวเอง

จากนั้นก็เริ่มการจำลองความฝันครั้งที่สอง

เพียงแต่ว่า

ความฝันครั้งนี้สั้นอย่างยิ่ง

เพียงไม่กี่นาที

เย่หยูก็ลืมตาขึ้น

ฉิบหาย! ดวงซวยชะมัด

ยังไม่ทันได้เริ่มฝึกตน ก็ถูกโจรฆ่าตายเพราะบ้านรวยเกินไป

น่าหงุดหงิดจริงๆ

รางวัลที่สุ่มได้คือพรสวรรค์ด้านการค้า

เย่หยูแค้นใจอย่างยิ่ง

จะให้กูไปค้าขายหาพระแสงอะไร!

เริ่มบำเพ็ญเพียรแล้วนะเฟ้ย

จะเอาเงินทองของโลกมนุษย์ไปทำอะไร?

ในขณะเดียวกัน

ณ ดินแดนทางใต้ที่ห่างไกล

ภายในวังหลวงต้าเฉียน

องค์หญิงหลี่รั่วหวางก็พลันตกใจตื่น

นั่งอยู่บนเตียงมังกร พลางนึกถึงความฝันที่เพิ่งเกิดขึ้น

ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างสมจริงเกินไป

แม้แต่สัมผัสของเย่หยู และความเจ็บปวดตอนคลอดลูก

ก็ราวกับได้ประสบด้วยตนเอง

เพียงแต่ว่า เส้นทางชีวิตในความฝัน กับความเป็นจริงกลับแตกต่างกันอยู่บ้าง

ในความเป็นจริง

พระวรกายของพระบิดาขององค์หญิงหลี่รั่วหวางประชวรจริง

และก็มีองค์ชายอยู่เก้าพระองค์

หลังจากพระบิดาสวรรคต

องค์หญิงหลี่รั่วหวางก็ยังคงสร้างปาฏิหาริย์ สังหารพี่น้องขึ้นเป็นจักรพรรดิได้สำเร็จ

แต่กลับไม่ได้มีพันธะสัญญาแต่งงานกับผู้ใด

กระทั่งคนที่ชอบก็ยังไม่มี

ช่วงเวลาที่ครองราชย์มาหลายปี

บ้านเมืองสงบสุข

แผ่นดินสวามิภักดิ์

แต่องค์หญิงหลี่รั่วหวางกลับยังคงอยู่ตัวคนเดียว

เย่หยูในความฝัน ก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้น

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ฝันเช่นนี้?

ขณะที่องค์หญิงหลี่รั่วหวางกำลังครุ่นคิด

ด้านหลังก็พลันมีเสียงเล็กๆ น่ารักดังขึ้น

"เสด็จแม่ เสด็จพ่อของหม่อมฉันไปไหนเพคะ?"

องค์หญิงหลี่รั่วหวางหันกลับไปมองทันที

พบว่ามีเด็กหญิงอายุสามขวบหน้าตาน่ารักน่าชัง ยืนอยู่ข้างเตียงมังกรอย่างสงบเสงี่ยม

คนผู้นี้ ก็คือเย่เนี่ยน ลูกสาวของนางกับเย่หยูในความฝันนั่นเอง

จบบทที่ บทที่ 17 เสด็จแม่ เสด็จพ่อของหม่อมฉันไปไหนเพคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว