- หน้าแรก
- ไลฟ์สตรีม:เปิดเผยทฤษฎีช็อคโลก
- ตอนที่17 ซ่อม
ตอนที่17 ซ่อม
ตอนที่17 ซ่อม
วิวัฒนาการที่กินเวลาหลายร้อยล้านปี
ความคลาดเคลื่อนเพียง 50 กิโลเมตรแทบจะไม่ต้องนับว่าเป็นข้อผิดพลาดเลย!
พูดอีกอย่างก็คือ…
ข้อสรุปของฉินมู่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นความจริง!
รอยแตกแรกที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกในยุคไตรแอสซิก ก็คือ “ร่องลึกมาเรียน่า”!
และการปรากฏตัวของรอยแตกนี้เองที่นำไปสู่การปะทุของภูเขาไฟทั่วโลกและน้ำท่วมครั้งใหญ่!
“อาจารย์ครับ พิธีกรคนนี้เป็นศาสตราจารย์สาขาไหนกันแน่? เขาสามารถใช้ความรู้เรื่องการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกมาผสมในโปรแกรมจำลองได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก…”
หลังจากความตื่นเต้นและความตกตะลึงผ่านไป หลี่อี้ก็เดินเข้ามาหาซุนจื้อฉิง
ซุนจื้อฉิงมองไปยังนักศึกษาที่เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้เหล่านี้
แล้วหันไปมองโลกบนจอ ซึ่งตอนนี้คุ้นตาเป็นอย่างดี
เขาถอนหายใจ
“อาจารย์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกเธอฟังต่อไปเถอะ อาจารย์ขอออกไปโทรศัพท์หน่อย”
พูดจบ เขาก็หันหลังออกจากห้องไป
หลังจากได้ฟังเรื่อง “หนี่วาซ่อมผืนฟ้า” และการจำลองรอยแตกนั้น เขายิ่งสงสัยมากขึ้นว่า คำพูดก่อนหน้านี้ของฉินมู่เกี่ยวกับปัญหาออกซิเจนนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริง!
ถ้ามันเป็นเรื่องจริง…
ก็เท่ากับว่ามนุษยชาติกำลังถูกล่ามโซ่ไว้ที่ลำคอ!
เขาเดินออกจากห้อง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดหมายเลขโทรออก
“ฮัลโหล? เหล่าปัน เรื่องมันเป็นแบบนี้นะ ผมมีสมมติฐานที่น่าตกใจมาก ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ ขอทำการทดลองแบบไร้ออกซิเจน… อืม ใช่ มันเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของมนุษย์… ผมสงสัยว่าออกซิเจนที่เราหายใจอยู่นี่ อาจจะเป็นพิษ!”
ปลายสายเงียบไปนานกว่าสิบวินาที
“ฮัลโหล? เหล่าปัน? ยังอยู่มั้ย? ผมบอกเลยนะ ผมไม่ได้พูดเล่น ออกซิเจนมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นก๊าซพิษที่อารยธรรมต่างดาวปล่อยออกมาบนโลก… อะไรนะ? บ้าเหรอ? นายต่างหากที่บ้า!”
“ช่างเถอะ อธิบายทางโทรศัพท์คงไม่เข้าใจ เดี๋ยวผมจะไปหานายเอง คุยกันต่อแบบตัวต่อตัว!”
หลังจากพูดเพียงไม่กี่ประโยค ซุนจื้อฉิงก็พบว่า เพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายสิบปีกลับสงสัยว่าเขาบ้าไปแล้ว…
ด้วยความจนปัญญา เขาเลิกดูรายการวิทยาศาสตร์ของฉินมู่ทันที สั่งการสั้นๆแล้วรีบออกจากสถาบัน
ความจริงของ “หนี่วาซ่อมผืนฟ้า”...
เมื่อเทียบกับแผนสมคบคิดขนาดมหึมาเรื่องออกซิเจน เขายังพอรู้ว่าอะไรสำคัญกว่า!
…
ขณะเดียวกัน
ในไลฟ์ “Hardcore Science”
คอมเมนต์วิ่งกันจนจอแทบมืด
“ฮึ้ย…”
“ไลฟ์นี้โคตรฮาร์ดคอร์! จำลองเหตุการณ์ออนไลน์ จนคำนวณหาตำแหน่งท้องฟ้าในตำนานได้!”
“คิดไม่ถึงเลยว่ารอยแตกจะเคลื่อนที่ไกลขนาดนี้?”
“ฉันเพิ่งเช็กมา แผ่นทวีปเคลื่อนปีละ 1-10 เซนติเมตร ถ้าผ่านไปหลายร้อยล้านปี มันก็ไม่แปลกที่จะย้ายได้ไกลขนาดนั้น!”
…
ระหว่างที่คอมเมนต์พุ่งไม่หยุด จำนวนผู้ชมก็พุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ทันรู้ตัว ยอดก็ทะลุสองแสนคนไปแล้ว
และหนึ่งในผู้ชมเหล่านั้น เหล่าจ้าว…
ก็กำลังถือโทรศัพท์ มองจอด้วยความงงงวย
ฟังไปสักพัก เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องทั้งหมดอยู่ดี
"เขาไม่ได้บอกเหรอว่านี่เป็นการเผยแพร่วิทยาศาสตร์? ทำไมถึงหาตำแหน่งท้องฟ้าในตำนานโบราณเจอได้ล่ะ?"
เหล่าจ้าวส่งเสียงจุ๊ปาก
มองดูคอมเมนต์ที่วิ่งว่อน เขารู้สึกว่าช่วงนี้โลกมันเปลี่ยนไปเร็วเกินไป จนตัวเองตามไม่ทัน
"พี่จ้าว เลิกดูไลฟ์แล้วมาดูเร็ว มีอะไรผิดปกติกับตัวเลขเรตติ้งรึเปล่า? ตอนนี้ขึ้นมาถึง 40% แล้วนะ?"
ทันใดนั้นเอง
เจ้าหน้าที่ข้างๆก็ร้องเรียกขึ้นมา
เหล่าจ้าวรีบก้มไปมองที่จอมอนิเตอร์ทันที
แล้วดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นมา
"ให้ตายสิ—"
เขาเผลอสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว
เรตติ้ง 40% นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำได้
เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ระดับชาติ เช่น ขบวนพาเหรดทางทหาร
แต่...นี่มันเป็นแค่รายการเผยแพร่วิทยาศาสตร์เท่านั้น!
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ทั้งประเทศถึงหันมาสนใจวิทยาศาสตร์กันขนาดนี้ แถมยังมานั่งดูรายการนี้กันดึกดื่นแบบนี้?
แต่พอนึกถึงเนื้อหาในไลฟ์ของฉินมู่ และทฤษฎีเขย่าโลกพวกนั้น...
เขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไม
ตำนาน "หนี่วาซ่อมผืนฟ้า" กลับสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนด้วยหลักวิทยาศาสตร์
ด้วยความรู้สึกหลากหลายปนกัน
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรไปหา หวงชิง ที่กำลังดูไลฟ์อยู่ฝั่งโน้น
"ไม่ได้บอกเหรอว่าอย่ามารบกวนตอนนี้? ฉันกำลังดูไลฟ์อยู่ เดี๋ยวค่อยรายงานเรตติ้งทีหลัง!"
ในห้องประชุม
หวงชิ่งกำลังฟังอยู่ในช่วงสำคัญ จึงพูดอย่างไม่พอใจนัก
เหล่าจ้าวฝืนยิ้มแล้วค่อยๆ เอ่ยว่า "ผอ. คือเรื่องมัน… ตอนนี้เรตติ้งมันทะลุ 40% แล้วนะครับ ท่านอาจจะได้เลื่อนตำแหน่งก็ได้"
"อะไรนะ?!"
ในห้องประชุม ดวงตาของหวงชิ่งเบิกกว้างทันที
…
เจียงเฉิง
ตอนนี้ทั้งเมืองสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
เกือบครึ่งหนึ่งของครัวเรือนในเมือง กำลังเปิดช่องสถานีโทรทัศน์เมืองเจียงเฉิง และล็อกจอไว้กับรายการวิทยาศาสตร์ของฉินมู่
การตีความ "หนี่วาซ่อมผืนฟ้า" แบบใหม่หมดนี้ ทำให้พวกเขาไม่อยากเปลี่ยนช่องเลย
ดูเหมือนว่าทุกคนจะลืมไปแล้วว่า…
ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มครึ่ง
ซึ่งปกติจะเป็นช่วงข่าวค่ำ
การไขปริศนาอย่างยิ่งใหญ่ของฉินมู่และภาพเหตุการณ์ชวนตะลึงของโลกยุคโบราณที่ทะเลกว้างกลายเป็นทุ่งหม่อนนั้น ดึงความสนใจของพวกเขาไว้แน่น
ทุกคนอยากรู้ให้ได้ว่า…
ยานสำรวจใต้พิภพหนี่วา สามารถเข้าสู่ร่องลึกมาเรียนาได้สำเร็จหรือไม่!
บนหน้าจอโทรทัศน์
หลังจากที่ฉินมู่คำนวณตำแหน่งของ "ท้องฟ้า" ได้แล้ว
เขาก็พูดต่อในรายการ
"ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 236 ล้านปีก่อน ตอนที่บรรพบุรุษชาวจีนขับเคลื่อนหนี่วาเข้าสู่ร่องลึกมาเรียนา"
"อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ว่าการจะไปถึงแกนโลกและหามาเพื่อทำให้แมกมาลดอุณหภูมิได้นั้น ต้องเดินทางลึกลงไปกว่า 3,000 กิโลเมตร! ซึ่งด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันของเรา เป็นไปไม่ได้เลย!"
จริงอยู่
แม้แต่ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีในปัจจุบันยังทำได้เพียงการสำรวจชั้นลึกของโลกบางส่วนเท่านั้น
ไม่สามารถลงไปถึงแกนโลกเพื่อสำรวจได้เลย
โดยเฉพาะหลังจากเข้าสู่ชั้นแมนเทิล ทุกๆ 1 กิโลเมตรที่ลึกลงไป อุณหภูมิจะสูงขึ้นถึง 30°C
อุณหภูมิภายในแกนโลก…
สามารถหลอมละลายเครื่องมือสำรวจทุกชนิดได้!
ดังนั้น…
เพื่อสร้างหนี่วาที่สามารถ "ปะผืนฟ้า" ได้ บรรพบุรุษชาวจีนจึงใช้เวลายาวนานนับล้านปี!
ก่อนอื่น พวกเขาต้องเอาชนะอุณหภูมิสูงลิ่วภายในแกนโลกให้ได้
จากนั้นต้องหาวิธี…ทำให้แมกมาที่ร้อนระอุเย็นลง และลดความถี่ในการเคลื่อนไหวของมัน
สองข้อนี้ เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีปัจจุบันของเรายังทำไม่ได้เลย
"แต่เทคโนโลยีของอารยธรรมจีนในเวลานั้น ล้ำหน้าเราหลายยุคสมัย อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ตามบันทึกใน ซานไห่จิง พวกเขาเริ่มออกเดินทางออกนอกโลกแล้วด้วยซ้ำ!"
"เราจะมาไขปริศนานี้กันต่อในตอนหน้า"
ทิ้งปมเล็กๆเอาไว้
ฉินมู่จึงอธิบายต่อถึงกระบวนการของเหตุการณ์ “หนี่วาปะผืนฟ้า” อย่างละเอียด
"ต้นฉบับใน ซานไห่จิง บันทึกไว้ว่า ‘หนี่วาหลอมศิลา 5 สีเพื่อปะฟ้าเก้า ชั้น และรวบเถ้าธุลีเพื่อหยุดยั้งแม่น้ำสีแดง’ ซึ่งก็คือการบรรยายขั้นตอนการปะฟ้าของหนี่วานั่นเอง!
อุณหภูมิสูงภายในแกนโลก ไม่อาจต้านทานได้ด้วยวัสดุธรรมดา ดังนั้นบรรพบุรุษชาวจีนจึงใช้เวลานับล้านปีเก็บสะสม ‘ศิลา 5 สี’ เพื่อนำมาสร้างยานสำรวจใต้พิภพนววา!"
"และศิลา 5 สีนี้ ควรจะเป็นชื่อของวัสดุพิเศษที่ใช้ในการสร้างยานอวกาศ เพราะไม่อย่างนั้น… หินจะไปปะฟ้าได้อย่างไร? โดยเฉพาะคำว่า ‘หลอม’ นั้นแสดงชัดว่าเป็นการสร้างสิ่งประดิษฐ์บางอย่าง!"
ฉินมู่เล่าอย่างคล่องแคล่ว ราวกับกำลังบันทึกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญ
น้ำเสียงของเขาค่อยๆหนักแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"ส่วน ‘รวบเถ้าธุลีเพื่อหยุดยั้งแม่น้ำสีแดง’ คำว่าเถ้าในที่นี้ คนรุ่นหลังมักตีความว่าเป็นเถ้าจากการเผาพืช แต่แม้ในตำนานก็ยังดูเป็นไปได้ยากมาก!
เพราะในเวลานั้นมีน้ำท่วมใหญ่ พืชพรรณคงเน่าเปื่อยหมดแล้ว ไม่อาจจุดไฟเผาได้ และต่อให้เผาได้ จะต้องใช้เถ้าพืชขนาดไหนถึงจะหยุดน้ำท่วมได้?!"
"ความจริงคือ ‘เถ้า’ ในที่นี้ หมายถึงสารทำความเย็น (coolant) และเหตุที่ใช้คำว่า ‘รวบ’ ไม่ใช่เพราะจะกองไว้เพื่อสกัดกั้นน้ำท่วม แต่หมายถึงการรวบรวมมาใช้ต่างหาก!"
"เพื่อทำให้แมกมาภายในแกนโลกเย็นลง จำเป็นต้องใช้เถ้าภูเขาไฟหรือสารหล่อเย็นในปริมาณมหาศาลและเพื่อรวบรวมสิ่งเหล่านี้ บรรพบุรุษชาวจีนได้เตรียมการนับล้านปี!"
"ในต้นฉบับ คำว่า ‘น้ำแดง’ ตามชื่อก็คือน้ำสีแดง! ซึ่งหมายถึงแมกมาที่อยู่ลึกลงไปในแกนโลก!"
ฉินมู่เอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เขาอีกครั้งได้วิเคราะห์ ซานไห่จิง อย่างละเอียด ถอดความหมายทีละตัวอักษร!
ทุกตัวอักษรล้วนมีความหมายลึกซึ้ง!
สะท้อนถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และความมุ่งมั่นของบรรพบุรุษในการต่อสู้!
และระหว่างที่ฉินมู่อธิบาย
ไลฟ์สตรีมก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง
"ถึงแม้ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ฉันกลับรู้สึกว่าสิ่งที่โฮสต์พูดมันจริง!"
"ไม่คิดเลยว่าการปะฟ้าของหนี่วาจะหมายถึงการซ่อมรอยแยกมาเรียนา ศิลา 5 สีคือวัสดุสร้างยาน และเถ้าภูเขาไฟคือสารหล่อเย็นแมกมาในแกนโลก…"
"โห! ฉันอ่าน ซานไห่จิง มาตั้งนาน เหมือนอ่านทิ้งไปเปล่าๆ!"
"ไม่พูดแล้ว ฉันกดสั่งหนังสือไปแล้ว…"
"…"
โดยไม่รู้ตัว จำนวนผู้ชมในไลฟ์สตรีมก็พุ่งแตะ 300,000 คนแล้ว
น้ำเสียงของฉินมู่
พร้อมกับภาพวิวัฒนาการของโลกโบราณ ยังคงก้องสะท้อนในหูของผู้ชมทั้ง 300,000 คน
ทั้งลึกและแฝงด้วยความโศกเศร้า
“แต่ครั้งนี้ การปะฟ้าไม่ได้ราบรื่น”
“ในตำนาน หนี่วาใช้เถ้าภูเขาไฟหยุดมหาอุทกภัย และใช้วัสดุที่กลั่นจากศิลา 5 สีเพื่อปะฟ้า แต่สุดท้าย… เธอกลับพบว่ารอยแยกนั้นใหญ่เกินไป และเพื่อกู้คิ่วโจว นางทำได้เพียงสละตนเองซ่อมฟ้า กระโดดเข้าสู่รอยแยกนั้น!”
ทุกคนต่างคุ้นเคยกับตอนนี้ของตำนาน
หน้าจอโทรทัศน์และในไลฟ์สตรีม หัวใจของผู้ชมพลัน “ตึก” ขึ้นมา
พวกเขาราวกับคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
“ถูกต้องแล้ว บรรพบุรุษที่ขับหนี่วาเข้าสู่เปลือกโลก… ไม่เคยได้กลับออกมา ถูกฝังอยู่ใต้ดินตลอดกาล!”
“ในตำนาน ซานไห่จิง ช่วงประวัติศาสตร์นี้ก็มีการบันทึกไว้โดยนัยว่า หนี่วาสละตนเองเพื่อซ่อมฟ้า กระโจนเข้าสู่รอยแยก…”
ฉินมู่ถอนหายใจยาว
ในชาติก่อน
เขาเคยพยายามสำรวจลึกลงไปใต้ร่องลึกมาเรียนาด้วยตนเอง
แต่ก็ไม่อาจพบร่องรอยของหนี่วา!
พวกเขา…เพื่อกอบกู้แผ่นดินคิ่วโจวในวันนั้น
ได้ถูกฝังอยู่ลึกในแกนโลกตลอดกาล!
“แต่…”
หลังเว้นช่วงเล็กน้อย ฉินมู่ก็พูดต่อ “แม้บรรพบุรุษผู้ขับนววาจะสละชีพ แต่พวกเขาก็สำเร็จภารกิจ กระจายสารหล่อเย็นลงในแมกมาจนหมด!”
“ความถี่ในการปะทุของแมกม่าภายใต้เปลือกโลกลดลงอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกค่อยๆ สงบลง ภูเขาไฟหยุดปะทุ และฝนที่ตกต่อเนื่องนับล้านปีก็หยุดลงในที่สุด”
“บนท้องฟ้า แสงแดดที่รอคอยมาแสนนานปรากฏขึ้น น้ำท่วมค่อยๆลดระดับ ไหลกลับสู่ทะเล…”
ตามคำบรรยายของฉินมู่
บนจอภาพ โลกโบราณหยุดการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลก
ภูเขาไฟยุติการปะทุ
ฟ้าหยุดฝน
น้ำท่วมที่เคยกวาดล้างโลกมนุษย์ไหลกลับสู่มหาสมุทร เผยให้เห็นพื้นดินชุ่มน้ำ
สิ่งมีชีวิตกลับมาอีกครั้งบนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยบาดแผลและร่องรอยการทำลายล้าง
“แต่บรรพบุรุษแห่งหนี่วา ผู้ขับหนี่วาต่อสู้กับสวรรค์ และซ่อมฟ้าอย่างเด็ดเดี่ยว กลับถูกฝังอยู่ใต้ดินตลอดกาล!”
“เพื่อรำลึกถึงพวกเขา จึงเกิดเป็นตำนานหนี่วาซ่อมฟ้า และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกอารยธรรมต่างดาวค้นพบ บรรพบุรุษชาวจีนจึงแต่งเติมและปรับเปลี่ยนเรื่องนี้ให้กลายเป็นตำนาน”
“ในขณะเดียวกัน ก็เพื่อเตือนชนรุ่นหลัง ว่าครั้งหนึ่งเคยมีกึ่งเทพที่นำมหาอุทกภัยมา หวังทำลายโลกมนุษย์…”
“ในยุคนั้น อารยธรรมอื่นต่างหวาดกลัวเพียงแค่ได้ยินชื่อ แต่มีเพียงบรรพบุรุษจีนโบราณเท่านั้นที่กล้าลุกขึ้นต่อต้าน กลายเป็นศัตรูกับเหล่าทวยเทพ พลิกสถานการณ์ด้วยสองมือเปล่า ปะรอยแยกของฟ้าด้วยกำลังของตน และทิ้งไว้ซึ่งประวัติศาสตร์การต่อสู้อันยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ!”
นี่แหละชาตินิยมที่ผมจะสื่อ ไม่รู้จะแก้ยังไงจริงๆ