เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 อาจารย์อาเล็กผู้บอบบางดูแลตัวเองไม่ได้ของข้า

บทที่ 22 อาจารย์อาเล็กผู้บอบบางดูแลตัวเองไม่ได้ของข้า

บทที่ 22 อาจารย์อาเล็กผู้บอบบางดูแลตัวเองไม่ได้ของข้า


บทที่ 22 อาจารย์อาเล็กผู้บอบบางดูแลตัวเองไม่ได้ของข้า

"หลินตู้คือใคร?"

"หลินตู้ลูกเต้าเหล่าใคร?"

"สามสำนักหกพรรคสิบนิกายแห่งจงโจว หลินตู้เป็นศิษย์สำนักไหน ทำไมจู่ๆ ก็โผล่มาเงียบๆ?"

"อ๋อ สำนักอู๋ซั่ง งั้นก็ไม่แปลกแล้ว"

ในสำนักอู๋ซั่ง ใครไม่ได้ขึ้นทำเนียบชิงอวิ๋นจะโดนล้อไปร้อยปี ใครไม่ได้ขึ้นทำเนียบฉงเซียวจะโดนล้อไปพันปี

พอถึงฤดูร้อน ศิษย์ใหม่สองคนที่เพิ่งเข้าสำนักก็ทยอยสร้างรากฐานและมีรายชื่อติดท้ายทำเนียบชิงอวิ๋น พอใบเฟิงเปลี่ยนเป็นสีแดง หนีจิ่นเซวียนก็ติดทำเนียบด้วย แม้อันดับจะไม่สูงนัก แต่อนาคตยังอีกยาวไกล ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

แม้พรสวรรค์จะนำหน้า แต่ความพยายามก็ใช่ว่าจะไล่ตามพรสวรรค์ไม่ทัน

สำนักอู๋ซั่งไม่เคยทำให้ปาฏิหาริย์ของอัจฉริยะสูญเปล่า และอัจฉริยะก็คือคนธรรมดาเช่นกัน

หลินตู้ผู้ถูกหลายคนจับตามอง ขณะนี้กำลังนั่งอยู่ที่ประจำริมหน้าต่างในหอตำราของสำนัก ตรงหน้ามีกระดาษเซวียนจื่อกางแผ่หลา บนนั้นเขียนตัวเลขและลายเส้นยุ่งเหยิงด้วยตัวอักษรข่ายซูขนาดเล็กเต็มไปหมด พื้นก็เต็มไปด้วยกระดาษที่ใช้แล้วกองเกลื่อน แต่คนที่นั่งอยู่กลับไม่มีท่าทีจะเก็บ

พู่กันขนสุนัขจิ้งจอกเส้นเล็กถูกกดลงบนกระดาษอย่างรุนแรง ตัวอักษรยิ่งดูรีบร้อนและหยาบกระด้าง จากนั้นเสียงดังเปาะ พู่กันหักครึ่ง

ผู้เยาว์ตบด้ามพู่กันที่เหลืออยู่ในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง "ในที่สุดก็คำนวณออกมาได้สักที แม่งเอ๊ย"

นางลุกพรวดขึ้น หิ้วกระดาษบางๆ ที่หมึกซึมเลอะเทอะแผ่นนั้น เดินอาดๆ ออกจากหอตำรา กระดาษแผ่นน้อยบนโต๊ะที่ไม่มีที่ทับกระดาษวางทับไว้ถูกลมพัดปลิวว่อนลงพื้น

หลินตู้ไม่มีเวลาสนใจ ร่างกายวูบไหว ใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งไปหาเหยียนเหย่ ตบกระดาษแผ่นนั้นลงบนพื้นน้ำแข็ง กระดาษแผ่นนั้นพอสัมผัสลั่วเจ๋อก็กรอบแข็งทันที

"ข้าบอกแล้วไง โจทย์นี้มันต้องแก้แบบนี้ ถ้าท่านจะวางหินครามกับหินไฟไว้ที่ตำแหน่งเฉียนและซุน พลังงานที่คำนวณออกมาไม่มีทางเป็นวงกลมได้เลย มันต้องเป็นค่ายกลแบบโค้ง ท่านบังคับให้ข้าคำนวณออกมาเป็นวงกลม กลมกับผีสิ คำนวณยังไงก็วางเป็นวงกลมไม่ได้!"

นางตะโกนระบายความอัดอั้น ยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มผมขาว "ท่านจงใจหลอกข้าใช่ไหม?"

"ใช่ ข้าหลอกเจ้า" เหยียนเหย่ใช้จิตสัมผัสกวาดตามองการจัดวางค่ายกลและปริมาณสิ่งของที่ต้องวางในแต่ละตำแหน่งบนกระดาษแผ่นนั้น ยกมือขึ้นอย่างเนิบนาบ กระดาษที่แข็งจนกรอบถูกคีบไว้ด้วยสองนิ้วเรียวยาว ท่าทางสง่างามยิ่งนัก

"แค่ต้องการดูว่า เจ้ามีความกล้าที่จะตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจหรือไม่ ชัดเจนว่าเจ้าผ่านบททดสอบแล้ว"

ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง "แต่ว่า เจ้าใช้เวลาตั้งวันหนึ่ง นานไปหน่อยนะ จิตใจไม่สงบกระมัง"

พูดจบ สองนิ้วที่คีบกระดาษขยับเบาๆ พื้นน้ำแข็งใต้เท้าหลินตู้ก็หายไปเป็นช่องโหว่ เสียงตูมดังขึ้น วัตถุหนักตกลงไปในน้ำ

ผ่านเสียงน้ำ เขาได้ยินเสียง "ข้า... อุ๊บ บุ๋งๆ"

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม "จิตใจไม่สงบ ก็ลงไปสงบสติอารมณ์ข้างล่างหน่อยเถอะ"

ครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) ต่อมา หลินตู้หมดแรง ปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาตัวเองไปสู่ทะเลสาบน้ำนิ่ง ทุบน้ำแข็งปีนขึ้นมาเอง

นางใช้พลังวิญญาณทำให้เสื้อผ้าแห้ง กลืนคำพูดเนรคุณด่าอาจารย์ลงคอ นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้นน้ำแข็ง

หลังจากสร้างรากฐาน เหยียนเหย่ก็โยนตำรา "ค่ายกลเบื้องต้น" และ "สี่สิบเก้าค่ายกลพื้นฐาน" มาให้นาง ข้อกำหนดไม่สูง ท่องให้จำขึ้นใจแล้วคำนวณเป็นก็พอ ถ้าคำนวณไม่เป็นเดี๋ยวเขาจะสอนเอง

หลินตู้ได้หนังสือมาก็หัวเราะ

ตลกน่า หลินตู้คนนี้ตั้งแต่เลือกสายวิทย์ตอนม.ปลาย คะแนนเลขรวมข้อสอบเสริมไม่เคยต่ำกว่าร้อยแปดสิบ ฟิสิกส์เคมีเกรด A+ ทั้งคู่ วิชาฟิสิกส์เคมีและชีวเคมีที่เป็นวิชาปราบเซียนในมหาลัย นางยังประคองไว้ได้ที่ 90+ เขียนรายงานการทดลองก็ไม่เคยกลัว แล้วจะมางงกับไอ้นี่เหรอ?

อ้อ นางเกือบจะงงจริงๆ นั่นแหละ

คำกล่าวที่ว่า เก่งคณิตวิทย์คิดคำนวณ ไปทั่วหล้าไม่อับจน ยังคงใช้ได้ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร

สิ่งที่เรียกว่าค่ายกล รากฐานอยู่ที่การส่งเสริมและข่มกันของพลังธาตุทั้งห้า วางสิ่งของที่มีธาตุและพลังงานต่างกันในทิศทางต่างกัน เกิดเป็นสนามพลังงานระหว่างกัน สุดท้ายในสนามพลังงานนั้น ก็จะเกิดผลลัพธ์พิเศษบางอย่าง

ค่ายกลกำเนิดจากธรรมชาติ และยังสามารถหลุดพ้นจากธรรมชาติ ปรับเปลี่ยนได้ด้วยน้ำมือมนุษย์

ค่ายกลพื้นฐานมีสี่สิบเก้าชนิด แบ่งคร่าวๆ ได้เป็น ห้าประเภท คือ เหลี่ยม กลม โค้ง ตรง แหลม

นางใช้เวลาสองเดือนคำนวณการดึงดูดและผลักดันของพลังงานในค่ายกลสี่สิบเก้าชนิด ตั้งแต่ระยะทาง น้ำหนัก สิ่งของที่ใช้สร้างค่ายกล จนถึงรูปแบบค่ายกลสุดท้าย แล้วจำได้ทั้งหมด

ยังไม่ทันได้พักหายใจ เหยียนเหย่ก็โยนตำรา "สิบสุดยอดค่ายกลพิสดารบรรพกาล" มาให้ แถมยังเป็นค่ายกลที่ไม่สมบูรณ์ มีแต่บันทึกตัวอักษร ไม่มีบันทึกรูปแบบค่ายกล

ค่ายกลแรกที่นางคำนวณ เหยียนเหย่ยังหลอกนางว่าเป็นค่ายกลวงกลม ตลกตายล่ะ นางดูหัวเขาเนี่ยแหละกลม

ใครบ้างที่ทำการทดลองไปครึ่งทางแล้วมารู้ตัวว่าอาจารย์ที่ปรึกษาให้วิธีทดลองผิดๆ มา จะไม่สติแตกด่ากราด

หลินตู้กลืนความแค้นลงคอ เงยหน้ามองฟ้า "ถึงเวลาแล้ว กินข้าว"

เหยียนเหย่ไม่มีความเห็น ปล่อยให้นางไป

พอนางไปแล้ว ชายหนุ่มก็เก็บกระดาษแผ่นนั้นอย่างดี ความภาคภูมิใจที่ยากจะสังเกตฉายชัดในดวงตาที่งดงามแต่ดูเย็นชา

"เจ้าเด็กแสบนี่เก่งใช้ได้ ตอนนั้นข้าใช้เวลาตั้งเจ็ดวันแน่ะ"

ตอนหลินตู้มาถึงโรงครัว คนก็มากันเกือบครบแล้ว

พอนางปรากฏตัว คนจัดชามก็จัดชาม คนตักข้าวก็ตักข้าว

"วันนี้มากันเร็วจัง เป็นไรกัน? ไม่ใช่ยุ่งกับการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเหรอ? ใครทำอาหาร?"

แม้การเก็บเกี่ยวและเพาะปลูกจะใช้อาคม แต่ก็ต้องมีคนร่ายอาคม

พวกสัจพรตพอยุ่งกับงานฤดูใบไม้ร่วงก็ลืมเจ้าพวกตัวแสบที่รออาหารกันตาละห้อย ต้องอาศัยโม่หลินกับหลินตู้สลับกันเป็นพ่อครัวหัวป่าก์

หลินตู้คิดว่าฝีมือการทำอาหารของตัวเองรสชาติก็งั้นๆ นางเป็นคนใต้ เน้นผัดเป็นหลัก โม่หลินเกิดทางเหนือ เน้นต้มตุ๋น โชคดีที่ทุกคนไม่เลือกกิน อะไรก็ฟาดเรียบ

"วันนี้ท่านเจ้าสำนักลงครัว"

หลินตู้เลิกคิ้ว "ศิษย์พี่ใหญ่?"

นางมองไปทางหลังครัว "วันนี้วันพิเศษอะไรหรือเปล่า? ฆ่าห่านด้วย?"

ต้มพะโล้ห่านหม้อใหญ่ถ้าไม่ใช่งานเทศกาลใหญ่โตไม่มีทางยกออกมาแน่ วันนี้เกิดอะไรขึ้น?

"ท่านเจ้าสำนักบอกว่า เดี๋ยวมีเรื่องใหญ่จะประกาศ"

หลินตู้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง สังหรณ์ใจไม่ดี หยิบหมั่นโถวเพิ่มมาอีกลูก เผื่อไว้กินปลอบขวัญ

สักพักเฟิ่งเฉาก็ยกหม้อต้มห่านออกมา แล้วประกาศเรื่องหนึ่ง "สิ้นปีนี้มีแดนลี้ลับขนาดเล็กเปิด โลกใบน้อยนั้นรองรับพลังสูงสุดได้แค่ขอบเขตจิตพิณ ดังนั้น พวกเจ้าสี่คน ไปได้พอดี"

ไม่ว่าแดนลี้ลับจะแบ่งโควตาให้แต่ละสำนักเท่าไหร่ สำนักอู๋ซั่งไม่เคยมีปัญหาเรื่องแย่งชิงโควตา เพราะคนน้อยเกินไป ต้องไปกันให้หมด

"ศิษย์น้องเล็ก ร่างกายเจ้าอ่อนแอ ลองถามเจียงเหลียงก่อนดีไหมค่อยตัดสินใจ?"

หญิงสูงศักดิ์มองไปทางผู้เยาว์ที่นั่งอยู่ นางรู้ว่าหลินตู้ฝึกวิชาค่ายกล แต่ผู้ฝึกค่ายกลมักไม่มีความสามารถในการป้องกันตัวเมื่อเจออันตราย ไม่เคยเข้าร่วมการต่อสู้ มีแต่ตอนจัดทีมเท่านั้นถึงจะแสดงประสิทธิภาพสูงสุดได้

หลินตู้ถือตะเกียบ "เรื่องเล็ก"

"เรื่องเล็กที่ไหน แดนลี้ลับนี้แม้จะรองรับพลังได้สูงสุดแค่ขอบเขตจิตพิณขั้นสมบูรณ์ แต่เจ้า..."

"ยังมีเวลาอีกตั้งสองเดือนนี่นา" หลินตู้ตายิ้มหยี

"ไก่อ่อนเหมือนกันหมด ก็แค่ไก่อ่อนจิกกันเองแหละน่า"

ครึ่งปีมานี้แม้นางจะมุ่งเน้นศึกษาค่ายกล แต่ร่างนี้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ ก็ยังเลื่อนระดับเป็นขอบเขตจิตพิณขั้นสูงได้อย่างสบายๆ

"ความจริงข้าปกป้องอาจารย์อาเล็กได้นะเจ้าคะ!" หนีจิ่นเซวียนเป็นคนแรกที่ตอบรับ

"ข้าด้วย ข้าด้วย"

หลินตู้หนังตากระตุก ในสายตาพวกเด็กๆ นี่ตัวเองอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ?

"พูดถึงเรื่องนี้ ช่วงก่อนจิ่นเซวียนก็สร้างรากฐานสำเร็จแล้ว ศิษย์ใหม่ที่สร้างรากฐานสามารถไปเลือกอาวุธวิเศษที่หอสมบัติของสำนักเราได้หนึ่งชิ้น เปิดหอทีนึงมันยุ่งยาก ตอนนี้พวกเจ้าสี่คน พรุ่งนี้ไปหอสมบัติกับข้าพร้อมกันเลย"

เฟิ่งเฉาพูดจบ ก็เดินมาตบไหล่หลินตู้ "มีอาวุธป้องกันตัวสักชิ้น ถึงเวลาข้าจะได้วางใจหน่อย"

หลินตู้มองดวงตาสามคู่ที่เปล่งประกายมุ่งมั่นตรงหน้า สูดหายใจเข้าลึกๆ ตัวเองในสายตาพวกเขา คงเป็นอาจารย์อาเล็กผู้บอบบางดูแลตัวเองไม่ได้สินะ?

จบบทที่ บทที่ 22 อาจารย์อาเล็กผู้บอบบางดูแลตัวเองไม่ได้ของข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว