เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 หมูตัวผู้ท้อง ฝีมือใคร?

บทที่ 12 หมูตัวผู้ท้อง ฝีมือใคร?

บทที่ 12 หมูตัวผู้ท้อง ฝีมือใคร?


บทที่ 12 หมูตัวผู้ท้อง ฝีมือใคร?

หลินตู้ร่อนลงตรงเขตหลังครัวของโรงครัว

ศิษย์แต่ละรุ่นของสำนักอู๋ซั่งมีจำนวนไม่มากนัก ดังนั้นต่อให้อาจารย์จะต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะนับลำดับตามเวลาที่เข้าสำนักและอายุ

โม่หลินคือศิษย์พี่ใหญ่ในบรรดาศิษย์รุ่นที่หนึ่งร้อย ส่วนศิษย์พี่รองคนนี้ เซี่ยเทียนอู๋ ก็คือผู้ฝึกตนหญิงชุดขาวที่ตามเจ้าสำนักไปรับหลินตู้วันนั้น หน้าตาดูเย็นชาเยือกเย็น สุขุมและหลุดพ้นจากโลกีย์

แน่นอน นั่นเป็นแค่เปลือกนอก

ศิษย์พี่รองในรุ่นเยาว์ผู้นี้ เป็นรากวิญญาณเดี่ยวธาตุไฟ และครอบครองไฟวิเศษ กราบอาจารย์เจียงเหลียงผู้เป็นผู้ฝึกโอสถเพียงหนึ่งเดียวของรุ่นก่อนในสำนักอู๋ซั่ง เพียงแต่เพราะยังปรับตัวเข้ากับไฟวิเศษไม่สมบูรณ์ ภายในเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งปีก็ได้ระเบิดตำหนักและโรงครัวในสำนักไปแล้วหลายแห่ง

และเพราะไฟวิเศษที่ได้เปรียบโดยธรรมชาตินี้ นางถึงได้ถูกหลอกทั้งกายและใจจนตั้งครรภ์ แล้วถูกชายชั่วผ่าท้องเอาลูกไป เพื่อนำไปเป็นตัวยาให้หญิงในดวงใจที่ต้องพิษเย็นของมัน

โม่หลินเหาะขึ้นไปบนหลังคาอย่างคุ้นเคยและเริ่มซ่อมรูรั่ว

เซี่ยเทียนอู๋ประสานสายตากับแววตาที่เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดของหลินตู้ ใบหน้ายังคงเย็นชา มีเพียงคำพูดที่เอ่ยออกมาที่ดูแผ่วเบาไร้กำลัง

"อาจารย์อาเล็ก... ข้าแค่ อยากจะตุ๋นขนมอาเจียวบำรุงเลือดลมให้ท่านสักหม้อ"

"อาจารย์อาเล็ก ไหนๆ ก็มาแล้ว ท่านลองชิมดูไหม?" เซี่ยเทียนอู๋ชี้ไปด้านหลัง

หลินตู้มองตามทิศที่นางชี้ไป ผนังถูกระเบิดเป็นรูเบ้อเริ่ม มองผ่านรูดำเมี่ยมเข้าไป เห็นหม้อเล็กสีดำที่ฝาหายไปและแตกร้าว ก้นหม้อมีวัตถุเหนียวหนืดสีดำโปร่งแสงเกาะอยู่ชั้นหนึ่ง สะท้อนแสงประหลาดมืดมนในยามพลบค่ำ

ขนม...ไหม้ ของจริง

หลินตู้เงียบไปครู่หนึ่ง "น้ำใจข้ารับไว้ แต่ข้าคิดว่า ขนมไหม้อันนี้มันช่าง..."

โฉมงามผู้เย็นชาแววตาหม่นลง เผยท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจน่าสงสารออกมาเล็กน้อย ไม่ว่าใครเห็น ก็คงอดรู้สึกผิดไม่ได้

น่าเสียดาย ที่ใจของหลินตู้มันดำ

เซี่ยเทียนอู๋ถือเป็นปีศาจแห่งการหลอมโอสถ คนอื่นหลอมโอสถช่วยชีวิต นางหลอมโอสถเอาชีวิต

ขอแค่เป็นของที่ไม่ได้ทำตามใบสั่งยาแล้วแสดงฝีมือเอง ส่วนใหญ่มักจะหลอมออกมาเป็นระเบิด แถมยังมีการโจมตีทางชีวภาพแถมมาด้วย

อย่างน้อยในแง่หนึ่ง ก็นับเป็นอัจฉริยะประเภทหนึ่ง

ของที่ต้มด้วยไฟวิเศษนั่น จะกินได้หรือไม่ได้ก็เรื่องหนึ่ง สำหรับคนอื่น อาจจะมีผลข้างเคียงแค่นิดหน่อย แต่สำหรับหลินตู้ที่มีรากวิญญาณน้ำแข็งแบบนี้ หากพิษไฟเข้าสู่หัวใจ อาจส่งนางไปสู่สุขคติได้เลย

นางให้คำแนะนำอย่างจริงจัง "แม้ว่าขนมไหม้นี้ดูแล้วจะไม่น่าเอาเข้าปากเท่าไหร่ แต่ข้าคิดว่าความเหนียวหนืดและคุณสมบัติในการยึดเกาะนี้ สามารถเอาไปให้ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าใช้ก่ออิฐซ่อมกำแพงได้นะ"

โม่หลินกระโดดลงมาจากหลังคา น้ำเสียงยังคงสดใส "ศิษย์น้อง หลังคาซ่อมเสร็จแล้ว ของที่เหลือพวกนี้จะทำยังไง?"

เซี่ยเทียนอู๋ถอนหายใจ หลุบตาต่ำเอ่ยว่า "จะทิ้งก็เสียดาย เอาไปให้หมูกินเหมือนเดิมเถอะ"

ดวงตาดั่งดวงดาวของโม่หลินไหววูบ คล้ายสังหรณ์ใจถึงอะไรบางอย่าง "ศิษย์น้อง หมูตัวผู้ในสวนสัตว์อสูรที่ตั้งท้อง คงไม่ใช่ฝีมือเจ้าใช่ไหม?"

เซี่ยเทียนอู๋มองศิษย์พี่ใหญ่อย่างไร้เดียงสา "หา? ศิษย์พี่ ข้าจะเป็นไปได้ยังไง..."

โม่หลินเห็นก็รู้ว่านางเข้าใจผิด "ข้าหมายถึง เจ้าเอาโอสถที่หลอมเสียพวกนั้นไปให้หมูกิน จนทำให้หมูตัวผู้ท้องใช่ไหม?"

เซี่ยเทียนอู๋หลบสายตาเขาอย่างร้อนตัว "ล้วนเป็นสมุนไพรดีที่หายาก จะทิ้งก็เสียของ ก็เลยเอาไปให้หมูกินไง"

"ยอดคนชัดๆ นี่มันโอสถตั้งครรภ์ในตำนานไม่ใช่หรือ? ให้ผู้ชายใช้ได้ไหม?"

หลินตู้กอดอกลูบคางดูเรื่องสนุก หันไปสบตากับดวงตาที่สั่นระริกของหนีจิ่นเซวียน

ศิษย์ใหม่ที่เข้าแถวเรียงกันอยู่ด้านหลังนาง แววตาเผยความสิ้นหวังเหมือนฟิลเตอร์ฝันหวานถูกทำลาย

เซี่ยเทียนอู๋ได้ยินคำพูดของหลินตู้ ดวงตาก็เป็นประกาย โยนของทิ้ง ในมือคว้าสมุดบันทึกเล่มหนึ่งแล้ววิ่งไปทางห้องปรุงยา ทิ้งซากความยุ่งเหยิงไว้เกลื่อนพื้น

ประจวบเหมาะกับเวลานี้ เสียงท้องร้องโครกครากก็ดังขึ้นระงม

ผู้เยาว์สี่คนหันไปมองศิษย์พี่ใหญ่พร้อมกัน

สายตาเว้าวอนเขียนไว้เต็มเปี่ยมว่า "ศิษย์พี่ หิวข้าว ข้าว"

ปกติการทำอาหารจะเป็นหน้าที่ของเหล่าผู้อาวุโสสลับเวรกันลงครัว ดูแลทรัพย์สินของสำนัก รวมถึงที่นาและสวนสัตว์อสูรตลอดจนร้านค้าในสังกัด พวกเด็กๆ แค่รอทานข้าวและช่วยงานบ้างเป็นบางครั้งก็พอ

เพียงแต่วันนี้บังเอิญเป็นเวรของเจียงเหลียงอาจารย์ของเซี่ยเทียนอู๋ เจียงเหลียงติดพันการหลอมโอสถปลีกตัวไม่ได้ จึงใช้ให้ศิษย์ของตัวเองมาหุงหาอาหารตุ๋นน้ำแกงรอไว้ก่อน

จึงเกิดสถานการณ์เช่นในตอนนี้

โม่หลินวางของลงอย่างจนใจ "พวกเจ้าไปนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรที่โรงครัวก่อนเถอะ ข้าจะรีบทำกับข้าวเดี๋ยวนี้"

วันนี้หลินตู้ว่ายในน้ำแข็งมานาน หิวจริงๆ แล้ว "ข้าช่วยเอง ผัดผักกินกันแก้ขัดเถอะ"

นางเป็นเด็กกำพร้า มีชีวิตรอดมาถึงสิบสามปี ย่อมต้องมีทักษะการเอาตัวรอด โม่หลินจึงไม่สงสัยว่าทำไมนางถึงทำอาหารเป็น

ผู้ใหญ่ไม่อยู่ ภูตผีครองบ้าน

ขณะที่นางกำผักกุยช่ายกำหนึ่งเตรียมจะลงมีดหั่น ระบบที่เงียบหายไปนานจู่ๆ ก็ดังขึ้นในหัว

[ตามเนื้อเรื่อง ฤดูร้อนปีนี้โม่หลินจะลงเขาไปหาประสบการณ์และได้พบคู่บุพเพที่ผิดพลาดของเขา]

มือของหลินตู้ชะงัก ช่วงที่ผ่านมานี้ นางถูกโยนลงน้ำทุกวัน พอขึ้นจากน้ำก็นั่งกำหนดลมหายใจบำเพ็ญเพียรบนพื้นน้ำแข็ง ทุกวันนางอยากจะเขย่าหัวดูว่าน้ำเข้าสมองจนระบบจมน้ำตายไปแล้วหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นทำไมเจ้านี่ถึงไม่ยอมพูดจาเสียที

นี่ก็ปลายเดือนสามแล้ว ฤดูร้อนก็คงอีกไม่นาน

นางปรายตามองโม่หลินที่กำลังนั่งยองๆ ถอนขนไก่วิเศษอย่างตั้งอกตั้งใจ "ข้าต้องไปกับเขาไหม?"

ขอบเขตแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์สมควรลงเขาไปเปิดหูเปิดตาเพื่อเลือกวิถีแห่งเต๋าตอนสร้างรากฐาน แต่หลินตู้ไม่ใช่ศิษย์ทั่วไป ร่างเดิมไร้พ่อไร้แม่ สิบสามปีก่อนหน้านี้ปากกัดตีนถีบในโลกมนุษย์ ผ่านร้อนผ่านหนาวและธาตุแท้ของคนมามากแล้ว บวกกับสุขภาพไม่ดี เหยียนเหย่ไม่ได้วางแผนจะให้นางออกไป

[แนะนำให้โฮสต์แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ให้โม่หลินหลีกเลี่ยงคู่บุพเพที่ผิดพลาด เช่นนี้ก็จะได้รับสมุนไพรใหม่เพื่อการรักษาโดยเร็วด้วย]

"แก้ปัญหาแล้วรางวัลคืออะไร?"

[บัวหัวใจสวรรค์หนึ่งดอก สามารถใช้ซ่อมแซมหัวใจของโฮสต์ได้]

"แล้วถ้าทำสำเร็จ 50% ล่ะ?"

[เนื่องจากเป็นพล็อตหลักในการกอบกู้ตัวเอกคลั่งรัก ทุกครั้งที่ผ่านจุดพลิกผันของเนื้อเรื่องจะมีรางวัลเป็นโอสถ แต่หากเนื้อเรื่องถลำลึก ความรู้สึกของตัวเอกพัฒนาไป อาจจะทำภารกิจไม่สำเร็จ และไม่ได้รับสมุนไพรสำคัญที่ร่างกายนี้ของท่านต้องการนะจ๊ะที่รัก ดังนั้นทางนี้แนะนำให้ที่รักรีบจัดการให้เด็ดขาดนะจ๊ะ]

"เจ้ามีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับตัวข้าหรือเปล่า?"

ข้อนิ้วซีดขาวแต่ชัดเจนของหลินตู้กดลงบนผักกุยช่ายเขียวขจีฉ่ำน้ำ แววตาอ่อนโยน มือหนึ่งถือมีดทำครัว หั่นผักกุยช่ายขาดเป็นท่อนๆ

ระบบ: ...ความรู้สึกแทนที่ที่น่าตายนี้

เห็นชัดว่าหลินตู้ไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ก็เหมือนพูดออกมาหมดแล้ว

ผักกุยช่ายแน่นอนว่าต้องค่อยๆ เชือด หั่นทีละท่อน

"ผัดผักต้องสุกถึงจะอร่อยเข้าท้อง" หลินตู้หลุบตา

"เจ้าอยากให้ข้าทำให้คู่บุพเพที่ผิดพลาดของโม่หลินหายไป ให้พวกเขาไม่ได้ติดต่อกัน ข้าว่าไม่แน่จะเป็นเรื่องดี"

[ฉันรู้สึกว่า... โฮสต์แค่กำลังอยากจะเชือดฉันทิ้งมากกว่า]

หลินตู้โยนหมูสามชั้นลงกระทะอย่างไม่ใส่ใจ เสียงดังฉ่า

"ระบบบ้านอื่นเขาล้วนแต่ต้องให้เดินตามเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ผีเสื้อขยับปีกและแรงเฉื่อยของเนื้อเรื่องในโลกนี้ไม่มีหรือ?"

ต่อให้ตัดขาดครั้งแรก ตามแรงเฉื่อยของเนื้อเรื่องอาจจะทำให้ตัวเอกและคู่บุพเพที่ผิดพลาดมาเจอกันด้วยวิธีอื่น สู้ปล่อยให้ดำเนินตามเนื้อเรื่อง แล้วนางคอยดูสถานการณ์ ถึงเวลาที่ควรลงมือค่อยลงมือ

เท่าที่นางดูมาหลายวันนี้ ไม่เห็นความยิ่งใหญ่สูงส่งของสำนักอู๋ซั่งตามที่บรรยายในเนื้อเรื่องเลยสักนิด พวกคลั่งรักทั้งสามคนล้วนเป็นแค่วัยรุ่นที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ดูไม่ออกถึงวี่แววความทุกข์ระทมในวันหน้าเลย ล้วนเป็นคนที่มีชีวิตชีวา

ในคำพูดของระบบ ส่วนใหญ่คือความเสียดายที่ลูกรักสวรรค์เหล่านี้ต้องละทิ้งวิถีแห่งเต๋าเพราะความรัก สูญเสียพรสวรรค์ ตกต่ำลงสู่โลกีย์ จึงรีบร้อนที่จะตัดขาดบุพเพที่ผิดพลาดเหล่านี้ ดึงคนเหล่านี้กลับสู่วิถีชีวิตเดิม

หากนางเป็นเครื่องมือของสวรรค์ในการแก้ไขบุพเพที่ผิดพลาด เช่นนั้น หลินตู้คนเดิมเล่า? เนื้อเรื่องได้แสดงจุดจบอันน่าสังเวชไปรอบหนึ่งแล้ว หลังจากนางยื่นมือเข้าไปเปลี่ยนแปลง จะไม่มีราคาที่ต้องจ่ายจริงๆ หรือ?

[ไม่เข้าใจจ้ะที่รัก ฉันก็เพิ่งเคยเป็นระบบครั้งแรก ก็ต้องลองดูบ้างสิจ๊ะที่รัก]

หลินตู้ควงตะหลิว สงสัยว่าระบบนี้ต้องเคยเป็นฝ่ายบริการลูกค้าเถาเป่ามาก่อนแน่ๆ

หมูสามชั้นถูกผัดจนน้ำมันออกมา ส่งเสียงดังฉ่าๆ ค่อยๆ กลายเป็นสีเหลืองทอง ผักกุยช่ายเขียวขจีกำหนึ่งถูกเทลงหม้อ ควันขาวลอยฟุ้ง

ผู้เยาว์ร่างผอมบางชูตะหลิวขึ้น แม่หนูชุดชมพูที่เกาะติดหนึบไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยื่นจานเข้ามาให้อย่างรู้จังหวะ

"อาจารย์อาเล็ก จานเจ้าค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 12 หมูตัวผู้ท้อง ฝีมือใคร?

คัดลอกลิงก์แล้ว